"พิพัฒน์" สำรวจเกาะหนูเกาะแมว เตรียมรับ นทท.หลักเลิก "เทสแอนด์โก"

รัฐมนตรีท่องเที่ยวและว่าการกีฬา นั่งเรือชมเกาะหนูเกาะแมว จ.สงขลา เตรียมความพร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังยกเลิกมาตรการเข้าประเทศแบบ Test&Go

เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 65 ที่ อ.เมือง จ.สงขลา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยนางนที รัชกิจประการ ประธานคณะที่ปรึกษานายอนุทิน ชาญวีรกุล พล.ร.ท.สุนทร ดำคล้าย ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 และคณะ ลงเรือตรวจราชการเพื่อสำรวจบริเวณเกาะหนูเกาะแมว จ.สงขลา เพื่อเตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยว ภายหลังศบค. ผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศโดยการยกเลิกระบบ Test&Go แล้วนั้น คาดว่าจะมีนักทั้งเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าประเทศมากขึ้น

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เปิดเผยว่า วันนี้มาสำรวจแหล่งท่องเที่ยวเกาะหนูเกาะแมวที่ประกาศให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบUnseen ของจังหวัดสงขลา ถ้ำมรกตผาชมพูคนยังรู้จักน้อยวันนี้โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเราก็เตรียมจะเปิดแหล่งท่องเที่ยวนี้แต่คงจะเปิดในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูมรสุม และเปิดไปพร้อมๆกับการท่องเที่ยวเมืองเก่าสงขลาที่เรากำลังเดินทางสู่การเป็นมรดกโลก

อีกทั้งตอนนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้กปลดล็อกนักท่องเที่ยว test&go โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวมาเลย์ที่ผ่านทางชายแดนไทยค้างคืนไม่เกิน 2 คืนไม่ต้องมีประกันโควิดตรวจแค่ ATK อย่างเดียวก็เข้าไทยได้แล้วผมคิดว่าเป็นการเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียเข้าประเทศไทยก็จะเป็นการฟื้นฟูการท่องเที่ยวได้มากขึ้น" นายพิพัฒน์กล่าว

สุดท้ายนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในฐานะที่ตนได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อีกทั้งจังหวัดส่งขลายังเป็นบ้านเกิดของตนก็ให้ความมั่นใจว่าจะต้องฟื้นฟูให้กลับมาเหมือนเดิมให้ได้หลังจากที่จังหวัดในฝั่งอันดามัน กระบี่ พังงา ภูเก็ตที่ประสบความสำเร็จกับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ไปแล้ว วันนี้ก็ถึงเวลาของการท่องเที่ยวกับจังหวัดที่ติดกับชายแดนมาเลเซียบ้าง เช่นนราธิวาส ยะลา สงขลา และสตูล

พร้อมกันนี้รัฐมนตรีท่องเที่ยวฯยังย้ำเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียม5000 บาท ในการเข้าประเทศไทยที่เคยมีข่าวแพร่ไปแล้วนั้น ไม่เป็นความจริงซึ่่งค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บนั้นคือค่าใช้จ่ายในการตรวจโควิดและเป็นค่าที่พักระหว่างรอผลตรวจรวมทั้งค่าประกันเท่านั้น แต่ ณ ตอนนี้เมื่อศบค.ผ่อนคลายมารตรการและยกเลิกระบบ Test&Go แล้วนั้น การเข้าประเทศก็เหลือเพียงค่าตรวจATK เท่านั้น หลังจากนี้พี่น้องชาวมาเลเซียก็จะหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวประเทศไทยอย่างแน่นอน