วันพุธ ที่ 7 ตุลาคม 2569

Login
Login

เที่ยวสมุย ยั่งยืนเสมอ! ถอดรหัสรักษ์โลก 'อนันตรา ลาวาณา เกาะสมุย' บนวิถี Boutique Footprints

เจาะลึกความยั่งยืนของ "อนันตรา ลาวาณา เกาะสมุย" ถอดรหัสการท่องเที่ยวรักษ์โลก สอดรับวิถี Boutique Footprints

KEY POINTS

  • อนันตรา ลาวาณา เกาะสมุย ร่วมมือกับชุมชนจัดการขยะทะเลกว่า 4-5 ตันต่อฤดูกาล นำมาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะเพื่อสร้างรายได้และต่อยอดเป็นวิชาชีพให้คนในพื้นที่
  • ฟื้นฟูระบบนิเวศใต้ทะเลผ่านโครงการทำโดมปะการังเทียมจากเปลือกหอย และจัดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์แนวปะการัง
  • บริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนภายในรีสอร์ท เช่น การนำน้ำเสียที่บำบัดแล้วกลับมาใช้ และการทำน้ำหมักชีวภาพจากเศษอาหารเพื่อดูแลสวนโดยไม่ใช้สารเคมี 100%

ปัจจุบันการเดินทางอาจไม่ได้เป็นเพียงการพาตัวเองไปพักผ่อนและชื่นชมความงามของจุดหมายปลายทางเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการตั้งคำถามสำคัญที่ว่า "ในทุกจุดหมายที่เราเดินทางไป เราจะทิ้งร่องรอยที่ดีอะไรไว้ได้บ้าง?" ซึ่งนี่คือหัวใจหลักของแนวคิด Boutique Footprints จากสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ที่มุ่งสร้างร่องรอยเชิงบวกให้ครอบคลุมทั้งผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

แนวคิดนี้ถูกนำมาถ่ายทอดอย่างเป็นรูปธรรมผ่านมิติของการบิน ชุมชน และการพักผ่อนระดับ 5 ดาวที่ อนันตรา ลาวาณา เกาะสมุย (Anantara Lawana Koh Samui Resort) ซึ่งมี ภาณุวัฒน์ สมประเสริฐ ผู้จัดการฝ่ายภูมิทัศน์ เป็นกำลังสำคัญในการเนรมิตรีสอร์ทแห่งนี้ให้เป็นฟันเฟืองชิ้นใหญ่ที่ขับเคลื่อนความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริงในทุกอณู

เที่ยวสมุย ยั่งยืนเสมอ! ถอดรหัสรักษ์โลก 'อนันตรา ลาวาณา เกาะสมุย' บนวิถี Boutique Footprints

เที่ยวสมุย ยั่งยืนเสมอ! ถอดรหัสรักษ์โลก 'อนันตรา ลาวาณา เกาะสมุย' บนวิถี Boutique Footprints

Boutique Journey เที่ยวสมุยวิถีใหม่

การสร้างความยั่งยืนไม่ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเราเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทาง แต่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ก้าวแรกของการเดินทาง สายการบินบางกอกแอร์เวย์สได้ออกแบบประสบการณ์ที่เรียกว่า Boutique Journey เพื่อสะท้อนแนวคิดนี้ โดยเริ่มต้นตั้งแต่การเช็กอินและการพักผ่อนที่ห้องรับรองผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไปจนถึงบริการบนเที่ยวบินที่ถูกปรับโฉมใหม่ให้เป็นแบบ Smart Service การปรับเปลี่ยนนี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบาย แต่ยังคำนึงถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกด้านของการให้บริการ ถือเป็นการปูทางสู่การท่องเที่ยวแบบ Sustainable Destination อย่างเต็มรูปแบบก่อนที่ล้อเครื่องบินจะแตะพื้นรันเวย์เกาะสมุย

Sustainable Hospitality พลิกวิกฤติขยะทะเลสู่งานคราฟต์สร้างอาชีพ

เมื่อเข้าสู่โหมดการพักผ่อน อนันตรา ลาวาณา เกาะสมุย ได้แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของภาคธุรกิจโรงแรมในการดูแลจุดหมายปลายทาง พื้นที่บริเวณเกาะมัดหลังซึ่งเป็นพื้นที่สงวนกึ่งเอกชนกึ่งรัฐ มักเผชิญปัญหามรสุมพัดพาขยะทะเลเข้ามาสะสมมากถึง 4-5 ตันต่อฤดูกาล โดยเป็นขยะที่ลอยมาจากหลากหลายประเทศ ทั้งอินโดนีเซีย อินเดีย ศรีลังกา อเมริกา และญี่ปุ่น ทางรีสอร์ทจึงได้ร่วมมือกับชุมชนประมงแหลมสนและชาวบ้านในพื้นที่ นำโดย "แม็ก" ศิลปินหญิงในชุมชน ที่นำเชือกจากเรือเก่ามารังสรรค์เป็นงานศิลปะอย่างตาข่ายดักฝัน (Dreamcatcher) พวงกุญแจ และของตกแต่งต่างๆ ทางรีสอร์ทได้สนับสนุนผลงานเหล่านี้มาประดับตกแต่งต้นคริสต์มาสหลักความสูง 7 เมตรของโรงแรม ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการนำทักษะงานคราฟต์นี้เข้าไปสอนเพื่อสร้างวิชาชีพให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำ ถือเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนไปพร้อมกับการรักษาสิ่งแวดล้อม

เที่ยวสมุย ยั่งยืนเสมอ! ถอดรหัสรักษ์โลก 'อนันตรา ลาวาณา เกาะสมุย' บนวิถี Boutique Footprints

เที่ยวสมุย ยั่งยืนเสมอ! ถอดรหัสรักษ์โลก 'อนันตรา ลาวาณา เกาะสมุย' บนวิถี Boutique Footprints

คืนชีวิตให้แนวปะการัง สร้างบ้านหลังใหม่ใต้ท้องทะเล

ความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมของรีสอร์ทยังขยายขอบเขตลงสู่ใต้ท้องทะเล ผ่านโครงการทำโดมปะการังเทียมบริเวณเกาะมัดหลัง ทีมงานได้นำเปลือกหอยนางรมและเปลือกหอยต่างๆ มาบดผสมกับปูนเพื่อสร้างเป็นโครงสร้างบ้านปลาและโดมปะการัง ซึ่งพบว่าเป็นพื้นผิวที่เหมาะสมให้ปะการังเข้ามาเกาะติดและเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ทางรีสอร์ทยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมเก็บเศษปะการังที่แตกหักกลับไปคืนสู่ท้องทะเล กิจกรรมนี้สร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้งให้กับผู้เข้าพัก ถึงขั้นที่บุคลากรทางการแพทย์จากประเทศอังกฤษที่เคยมาร่วมกิจกรรม เอ่ยปากว่าอยากกลับมาเยือนเกาะสมุยอีกครั้งเพื่อสานต่อเจตนารมณ์นี้โดยเฉพาะ

เที่ยวสมุย ยั่งยืนเสมอ! ถอดรหัสรักษ์โลก 'อนันตรา ลาวาณา เกาะสมุย' บนวิถี Boutique Footprints ภาณุวัฒน์ สมประเสริฐ ผู้จัดการฝ่ายภูมิทัศน์ อนันตรา ลาวาณา เกาะสมุย

นวัตกรรมดูแลต้นไม้โบราณ และการจัดการน้ำหยดสุดท้ายอย่างคุ้มค่า

ภายในพื้นที่ของรีสอร์ทมีต้นไม้เก่าแก่อายุราว 120-150 ปีตั้งตระหง่านอยู่บริเวณร้านอาหารทรีท็อป (Tree Top) ซึ่งภาณุวัฒน์และทีมงานได้ดูแลรักษาอย่างทะนุถนอมผ่านระบบที่เรียกว่า DWST (Deep Watering System for Tree) ด้วยการขุดหลุมลึกประมาณ 1.50 เมตร ใส่ถ่านไม้ไผ่และกรวดหินลงไปตรงกลาง เพื่อส่งน้ำลงสู่รากไม้โดยตรงในเวลากลางคืน วิธีนี้ใช้ร่วมกับการนำน้ำเสียที่ผ่านกระบวนการบำบัดแล้ว (Backwash) ปริมาณถึง 30,000 ลิตรกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ภายในโรงแรมมีบ่อบำบัดน้ำถึง 30 บ่อเพื่อกักเก็บและปรับปรุงคุณภาพน้ำ ก่อนจะปล่อยลงสู่ระบบรดน้ำต้นไม้ในพื้นที่สวน ในช่วงหน้าแล้ง ทางรีสอร์ทมีการวางแผนรดน้ำแบบวันเว้นวันเฉพาะในกลุ่มต้นไม้ที่จำเป็น เพื่อเป็นการประหยัดทรัพยากรน้ำให้ได้มากที่สุด โดยน้ำที่ผ่านระบบกรองจะถูกนำไปรดหญ้าและต้นไม้ในพื้นที่ต่างๆ เช่น โซน 300 ทำให้ภูมิทัศน์มีความเขียวขจีอยู่เสมอ

เที่ยวสมุย ยั่งยืนเสมอ! ถอดรหัสรักษ์โลก 'อนันตรา ลาวาณา เกาะสมุย' บนวิถี Boutique Footprints

เที่ยวสมุย ยั่งยืนเสมอ! ถอดรหัสรักษ์โลก 'อนันตรา ลาวาณา เกาะสมุย' บนวิถี Boutique Footprints

ครัว Zero Waste ขับเคลื่อนรีสอร์ทปลอดสารเคมีร้อยเปอร์เซ็นต์

เบื้องหลังความเขียวขจีของรีสอร์ทคือแนวคิดการจัดการขยะที่เชื่อมโยงห้องอาหารเข้ากับงานภูมิทัศน์อย่างสมบูรณ์แบบ ทางทีมงานมีการจัดทำน้ำหมักชีวภาพ (EM) โดยนำเศษผลไม้รวมและสับปะรดกว่า 1,500 กิโลกรัมมาหมักจนได้น้ำหมักคุณภาพสูงถึง 1,000 ลิตรต่อเดือน

นอกจากนี้ยังมีการนำเปลือกไข่ปริมาณ 4-5 กิโลกรัมต่อวันมาล้าง ตากแดด และคั่วให้ละเอียด เพื่อนำไปใช้เป็นสารไล่มดตามธรรมชาติและเพิ่มแคลเซียมให้กับดิน รวมถึงมีการนำกากกาแฟมาตากแห้งเพื่อใช้ผสมกับกากที่เหลือจากกระบวนการทำน้ำหมัก EM อีกด้วย น้ำหมักชีวภาพเหล่านี้ถูกนำไปกระจายใช้ทั่วรีสอร์ท ทั้งในแผนกแม่บ้าน แผนกช่าง และการนำมาใช้บำรุงต้นไม้ ทำให้ตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา อนันตรา ลาวาณา เกาะสมุย สามารถประกาศความสำเร็จในการเป็นรีสอร์ทที่ดูแลสวนโดยปราศจากการใช้ปุ๋ยเคมีร้อยเปอร์เซ็นต์

เที่ยวสมุย ยั่งยืนเสมอ! ถอดรหัสรักษ์โลก 'อนันตรา ลาวาณา เกาะสมุย' บนวิถี Boutique Footprints

เที่ยวสมุย ยั่งยืนเสมอ! ถอดรหัสรักษ์โลก 'อนันตรา ลาวาณา เกาะสมุย' บนวิถี Boutique Footprints

หนุนเศรษฐกิจชุมชน จาก Local Farm สู่ Taste of Samui

การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในวิถี Boutique Footprints ไม่ได้หมายถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการกระจายรายได้กลับสู่ท้องถิ่น ทางรีสอร์ทได้ร่วมสร้างเครือข่ายเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเปิดโอกาสให้โรงแรมเพื่อนบ้านนำกิ่งไม้มาย่อยในเครื่องย่อยขนาดใหญ่ของโรงแรมได้ฟรี เพื่อนำเศษไม้ไปทำปุ๋ยลดต้นทุน พร้อมทั้งตั้งกฎเกณฑ์ว่าคนเก็บขยะหรือซาเล้งที่จะเข้ามารับซื้อขยะในพื้นที่โรงแรมได้ จะต้องเป็นผู้ที่ผ่านการอบรมและได้รับใบรับรองจากเทศบาลสมุยก่อนเท่านั้น ถือเป็นการมอบโอกาสทางอาชีพอย่างเป็นธรรมนอกเหนือจากภายในรีสอร์ทแล้ว

นอกจากในรีสอร์ทแล้ว ยังมีพาร์ทเนอร์ดีๆ อย่าง ฟาร์มกาแฟชาวหมุย (Chao Mui Coffee Farm) ให้ทุกคนได้เรียนรู้กระบวนการปลูกกาแฟและทุเรียนของเกษตรกรท้องถิ่น ที่นำผลิตผลของชุมชนมาต่อยอดเป็นประสบการณ์ล้ำค่าของนักเดินทาง ผสานไปกับคอนเซปต์ Taste of Samui ที่สนับสนุนให้ผู้มาเยือนได้รับประทานอาหารจากร้านอาหารท้องถิ่นตลอดการเดินทาง เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนกลับเข้าสู่พื้นที่อย่างแท้จริง

ท้ายที่สุดแล้ว Boutique Footprints คือความเชื่อที่ว่า จากเที่ยวบินที่เชื่อมผู้คนเข้าสู่เกาะ สู่โรงแรมที่เติบโตควบคู่กับชุมชน จากกาแฟหนึ่งแก้วที่มีเรื่องราวของเกษตรกรอยู่เบื้องหลัง สู่อาหารหนึ่งมื้อที่ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ สิ่งเหล่านี้อาจเป็นเพียงร่องรอยเล็กๆ แต่เมื่อทุกภาคส่วนร่วมกันก้าวเดินไปในทิศทางเดียวกัน ร่องรอยเหล่านี้ย่อมนำไปสู่การเติบโตของการท่องเที่ยวเกาะสมุยที่มีความหมายและยั่งยืนตลอดไป