วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม 2569

Login
Login

จอร์เจียน่าเที่ยว? เปิดเหตุผลทำไมกลายเป็นจุดหมายที่คนไทยชอบไป

หากย้อนกลับไปเพียง 4-5 ปีก่อน ชื่อของ "จอร์เจีย" อาจจะยังไม่เป็นที่คุ้นหูนักสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ในยุคนั้นหากใครอยากไปเที่ยวยุโรป ส่วนใหญ่มักจะมุ่งหน้าสู่ยุโรปตะวันตกอย่างฝรั่งเศสหรือสวิตเซอร์แลนด์ แต่ในปัจจุบัน ประเทศจอร์เจียได้ก้าวขึ้นมาเป็นจุดหมายปลายทางระดับ ‘ปรากฏการณ์’ ที่บูมอย่างมากในกลุ่มวัยทำงานและคนรุ่นใหม่ จนกลายเป็นหมุดหมายที่ต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต

อะไรคือความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ขุนเขาคอเคซัสที่ดึงดูดใจคนไทยได้ขนาดนี้?  'กรุงเทพธุรกิจ' จะพาไปหาคำตอบที่ทำให้ประเทศนี้กลายเป็น "Hidden Gem" ที่ไม่ลับอีกต่อไป

คนไทยไปจอร์เจียฟรีวีซ่า 365 วัน สิทธิประโยชน์จัดเต็ม 

เหตุผลอันดับต้นๆ ที่ทำให้จอร์เจียชนะใจนักเดินทางชาวไทย คงหนีไม่พ้น นโยบาย "ฟรีวีซ่า" ที่อนุญาตให้คนไทยพำนักอยู่ได้นานถึง 365 วัน หรือ 1 ปี  ซึ่งถือเป็นสิทธิประโยชน์ที่พิเศษมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ทำให้สายเที่ยวสามารถวางแผนเดินทางได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องเอกสารที่ยุ่งยาก เพียงแค่มีพาสปอร์ตเล่มเดียว และหลักฐานการฉีดวัคซีนก็สามารถบินไปสัมผัสบรรยากาศยุโรปได้ทันที

จอร์เจียน่าเที่ยว? เปิดเหตุผลทำไมกลายเป็นจุดหมายที่คนไทยชอบไป

นิยามของคำว่า "วิวหลักล้าน ในราคาประหยัด"

จอร์เจียถูกขนานนามว่าเป็นประเทศที่ไปเที่ยวแล้วได้บรรยากาศแบบยุโรป แต่จ่ายในราคาเอเชีย ค่าครองชีพที่นี่ถือว่าไม่สูงนัก เมื่อเทียบแล้วใกล้เคียงกับการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ หรือบางอย่างอาจจะถูกกว่าด้วยซ้ำ โดยนักท่องเที่ยวสามารถหาที่พักในราคาเริ่มต้นเพียงคืนละหลักพันต้นๆ และค่าอาหารมื้อหนึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200-300 บาทเท่านั้น ทำให้นักท่องเที่ยวไทยสามารถสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หรูหราและสวยงามอลังการได้โดยไม่ต้องเก็บเงินจนเหนื่อย

สถาปัตยกรรมพันปี ท่ามกลางอ้อมกอดเทือกเขาคอเคซัส

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมไปเยือนจอร์เจีย ก็คือ  ภูมิประเทศของจอร์เจียมีความสวยโดดเด่นสุดปัง ด้วยวิวเทือกอลังการให้เที่ยวชมได้ไม่เบื่อ เนื่องจากภูมิประเทศตั้งอยู่บน เทือกเขาคอเคซัส ซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างทวีปยุโรปและเอเชีย ทำให้มีทัศนียภาพที่สวยงามราวกับสวรรค์บนดิน 

ขณะเดียวกัน ก็มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ไม่แพ้กัน ด้วยการผสมผสานระหว่างกลุ่มอาคารที่สะท้อนถึงอารยธรรมโบราณ กลุ่มอาคารยุคกลาง และกลุ่มอาคารร่วมสมัย สำหรับไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ โบสถ์หินยุคกลางบนยอดเขา, บ้านไม้โบราณลายฉลุ, และสถาปัตยกรรมยุคโซเวียตผสมล้ำยุค

จอร์เจียน่าเที่ยว? เปิดเหตุผลทำไมกลายเป็นจุดหมายที่คนไทยชอบไป

3 พิกัดต้องเช็กอิน มนต์เสน่ห์ที่หาจากที่ไหนไม่ได้

เมื่อพูดถึงที่เที่ยวจอร์เจียที่ห้ามพลาด ข้อมูลจากแพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยวหลายแห่งต่างก็ให้คำแนะนำไปในทิศทางเดียวกันว่า ควรไปเยือน สถานที่ท่องเที่ยวที่สุดฮิต 3 แห่งเหล่านี้ หากพลาดไปก็เหมือนมาไม่ถึงจอร์เจีย ได้แก่

1. โบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church)

ตั้งอยู่ที่เมืองคาซเบกิ (Kazbegi) นี่คือโบสถ์ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศ ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนยอดเขาสูง 2,170 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ท่ามกลางฉากหลังที่เป็นเทือกเขาคอเคซัสอันยิ่งใหญ่ ให้ภาพลักษณ์ที่อลังการและทรงพลังจนกลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดฮิตที่สุด 

2. ย่านเมืองเก่าทบิลิซี (Tbilisi Old Town)

ที่นี่เป็นย่านประวัติศาสตร์ใจกลางเมืองหลวง ที่ผสมผสานความคลาสสิกของสถาปัตยกรรมโบราณเข้ากับคาเฟ่สุดชิคได้อย่างลงตัว จุดเด่นคืออาคารที่มีระเบียงไม้สีสันสดใส และบ่อน้ำแร่กำมะถันที่มีโดมเป็นเอกลักษณ์ การเดินเล่นบนถนนหินโบราณจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในยุโรปยุคกลาง อีกทั้งกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมโบราณที่สะท้อนประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 2,500 ปี ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถถ่ายภาพเก็บความประทับใจได้ทุกมุมเมือง

3. หมู่บ้านจูทา (Juta Valley)
หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาที่ได้รับฉายาว่าเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลก โอบล้อมด้วยทุ่งหญ้าสีเขียวชอุ่มและโตรกผาสูงชัน เหมาะสำหรับนักเดินทางสายกรีน ที่ต้องการสัมผัสความเงียบสงบ ท่ามกลางธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ฟ้าใสแดดสวย ราวกับอยู่ในเทพนิยาย

สวรรค์ของสายกินและ "แหล่งกำเนิดไวน์" ของโลก

อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ขาดไม่ได้คือวัฒนธรรมด้านอาหารที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เช่น Khinkali (เสี่ยวหลงเปาเวอร์ชั่นจอร์เจีย) และ Khachapuri (ขนมปังหน้าชีสและไข่) ที่รสชาติถูกปากคนไทย

แต่ที่เป็นไฮไลต์ระดับโลกคือ จอร์เจียได้ชื่อว่าเป็น "The Birth Place of Wine" หรือจุดกำเนิดของไวน์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 8,000 ปี ด้วยกรรมวิธีการหมักในไหดินเผาใต้ดินที่เรียกว่า Qvevri ซึ่งได้รับการรับรองจาก UNESCO โดยประกาศขึ้นทะเบียนให้ไวน์จอร์เจียเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ในปี ค.ศ. 2013 ที่สำคัญคือไวน์คุณภาพเยี่ยมเหล่านี้ มีราคาที่จับต้องได้ง่ายมาก เริ่มต้นเพียงขวดละประมาณ 150-200 บาทเท่านั้น

เสน่ห์ของเจ้าบ้านที่เป็นมิตร และเที่ยวได้ครบทุกรสตลอดทั้งปี

จอร์เจียเป็นประเทศที่เที่ยวได้ตลอดปีตามความชอบของนักเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นช่วงใบไม้ผลิที่ดอกไม้บานสะพรั่ง ฤดูร้อนที่อากาศไม่ได้ร้อนมาก เหมาะแก่การเดินป่า ฤดูใบไม้ร่วงกับภาพใบไม้เปลี่ยนสีสุดโรแมนติก หรือฤดูหนาวก็ได้ชมวิวธรรมชาติที่ปกคลุมด้วยหิมะหนานุ่ม ประกอบกับอัธยาศัยของคนจอร์เจียที่เป็นมิตรและยิ้มแย้ม ทำให้การเดินทางเต็มไปด้วยการต้อนรับที่อบอุ่นจากเจ้าบ้าน ทั้งนี้ มีคำแนะนำในการท่องเที่ยวแต่ละฤดูกาล ดังนี้ 

จอร์เจียน่าเที่ยว? เปิดเหตุผลทำไมกลายเป็นจุดหมายที่คนไทยชอบไป

- ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค. - พ.ค.): อากาศเย็นสบาย (10-25°C) ดอกไม้เริ่มผลิบานสดใส และยอดเขาคอเคซัสยังมีหิมะปกคลุมตัดกับสีเขียวของป่า

- ฤดูร้อน (มิ.ย. - ส.ค.): เหมาะสำหรับสายเดินป่า เทรคกิ้ง และเที่ยวเมืองชายทะเลดำอย่างเมืองบาทูมี

- ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย. - พ.ย.): ช่วงเวลาสุดโรแมนติกกับใบไม้เปลี่ยนสี และเป็นฤดูเก็บเกี่ยวองุ่นที่แคว้นคาเคติ (Kakheti) เหมาะกับการแพลนทริปเที่ยวชิมไวน์

- ฤดูหนาว (ธ.ค. - ก.พ.): สวรรค์ของคนรักหิมะและสกีรีสอร์ตอย่างเมืองกูเดาริ ที่จะเปลี่ยนทั้งเมืองให้กลายเป็นสีขาวโพลน

ข้อควรรู้ คำแนะนำ และสิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนไปเยือนจอร์เจีย

เพื่อให้ทริปของคุณราบรื่นและปลอดภัย นี่คือรายละเอียดสำคัญที่นักท่องเที่ยวไทยควรรู้ ได้แก่

การเดินทาง: ปัจจุบันยังไม่มีเที่ยวบินตรงจากไทย ต้องต่อเครื่องที่เมืองอย่างดูไบ, อิสตันบูล หรืออัลมาตี้ โดยใช้เวลาเดินทางรวมเฉลี่ย 11-12 ชั่วโมง

ภาษาและการสื่อสาร: ภาษาหลักคือจอร์เจียและรัสเซีย แม้ตามแหล่งท่องเที่ยวจะมีเจ้าหน้าที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ แต่ควรเตรียมแผนการเดินทางให้พร้อมหรือดาวน์โหลดแอปแปลภาษาไว้

จอร์เจียน่าเที่ยว? เปิดเหตุผลทำไมกลายเป็นจุดหมายที่คนไทยชอบไป

สกุลเงิน: จอร์เจียใช้สกุลเงิน ลารี (Lari - GEL) ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถแลกจากไทยได้โดยตรง แนะนำให้แลกเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือยูโร (EUR) ไปแลกเป็นเงินลารีที่นั่น

อาหารท้องถิ่นชื่อดัง: เมนูยอดฮิตอย่าง Khinkali (เสี่ยวหลงเปาจอร์เจีย) และ Khachapuri (ขนมปังหน้าชีส) เป็นสิ่งที่ต้องลองชิม แต่ควรระวังว่าอาหารท้องถิ่นส่วนใหญ่มักมีรสชาติค่อนข้างเค็ม

การเตรียมเสื้อผ้า: ควรเช็กฤดูกาลให้ดี หากไปฤดูหนาวที่หนาวจัดต้องเตรียมอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อม และต้องมีรองเท้าเดินหิมะ หากไปฤดูใบไม้ผลิหรือร้อน ควรเตรียมครีมกันแดดและแว่นตาเพราะแดดอาจจะแรงในบางช่วง

ความปลอดภัยและข้อควรระวัง: แม้คนจอร์เจียจะขึ้นชื่อเรื่องความใจดีและเป็นมิตร แต่ควรระวังกลุ่มมิจฉาชีพ และควรซื้อประกันการเดินทางเพื่อได้รับความคุ้มครองหากเกิดเหตุไม่คาดคิด

ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความสะดวกในการเดินทาง ค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่า ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ และวัฒนธรรมที่น่าค้นหา จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมวันนี้ จอร์เจีย จึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้นๆ ในใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ต้องหาโอกาสไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต