"ถ้ำพระยานคร" อยู่ใน "อุทยานเขาสามร้อยยอด" การเดินทางตามรอยเสด็จฯ ประพาส เพื่อชม "พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์" พลับพลาที่ประทับที่รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดฯ ให้สร้างขึ้น ยังได้ชมตำนานแสงทะลุถ้ำ
ตำนานแสงทะลุถ้ำ ช่องแสงทะลุสุดมหัศจรรย์ ที่ ถ้ำพระยานคร เป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานเขาสามร้อยยอด ซึ่งเป็นภูเขาหินปูนในยุคเพอร์เมียน – คาร์บอนิเฟอ ราว 280-230 ล้านปีที่แล้ว ภูเขาหินปูนตั้งตระหง่านอยู่ในพื้นที่ที่เคยเป็นทะเล เขาสามร้อยยอดจึงมีชายเขาที่มีลักษณะคล้ายหน้าผา เขาหินปูนมีคุณลักษณะไม่กักเก็บน้ำจึงทำให้มีพืชพันธุ์เฉพาะถิ่น พืชที่ขึ้นในหน้าฝนและพืชยืนต้นที่สามารถสะสมน้ำไว้ในต้นหรือดึงความชื้นจากอากาศมาเสริมทำให้ผ่านพ้นฤดูแล้งได้
เมื่อภูเขาหินปูนที่ถูกกัดเซาะให้ผุพังเป็นโพรง ด้านล่างถูกทางน้ำไหลเซาะจนเป็นโพรง ด้านบนที่เป็นประหนึ่งเพดานถ้ำนานวันเข้าก็รับน้ำหนักไม่ไหวจนถล่มลงมา เกิดเป็นช่องแสงทะลุเพดานและโด่งดังชั่วข้ามคืนกับ ตำนานแสงทะลุถ้ำ เมื่อแสงจากดวงอาทิตย์ฉายส่องผ่านช่องแสงทะลุลงมาที่พระที่นั่งเวลาสิบโมงเศษ ทำให้บริเวณพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์เป็นภาพสวยว้าว..สุดพรรณนา
ชายหาดเจ้าพระยาบางปู
การเดินทาง : มี 2 วิธี โดยเรือและเดินต่อประมาณครึ่งกิโลเมตร เริ่มต้นที่หาดเจ้าพระยาบางปู นั่งเรืออ้อมเขาไปลงที่หาดแหลมศาลา ใช้เวลา 10-15 นาที จากนั้นเดินขึ้นเขาไปถ้ำพระยานครประมาณ 400 เมตร ค่าเช่าเรือ 400 บาท/ลำ นั่งได้ไม่เกิน 6 คน เรือให้บริการ 08.00-15.00 น.
อีกเส้นทางคือเดินเท้าขึ้นเขาสองลูก เหมาะกับสายแอดเวนเจอร์ โหมดยากปานกลาง ไม่โหด มีบันไดคอนกรีตและมีจุดพักเหนื่อยชมวิวเป็นระยะ ๆ เริ่มต้นที่หาดเจ้าพระยาบางปู เดินข้ามเขามาลงที่หาดแหลมศาลา จากนั้นจึงเดินขึ้นเขาต่อไปที่ถ้ำพระยานคร ใช้เวลาเดินรวม 2 ชม. เนื่องจากทางเดินค่อนข้างชัน ด้านหน้าทางขึ้นเขาจะมีป้ายเตือนสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวให้พิจารณาก่อนขึ้น
เมื่อเดินข้ามเขาลูกแรกมาได้ก็จะได้ถึง หาดแหลมศาลา สูดอากาศบริสุทธิ์ดมกลิ่นอายทะเลเข้าเต็มปอด ฮีลใจยิ่งนักเมื่อเดินผ่านต้นสนเรียงรายเลียบชายหาด ดูเผิน ๆ คล้ายชายหาดส่วนตัว ที่นี่คือจุดพักนักเดินทางและเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยาน ที่พร้อมพรั่งทั้งร้านอาหาร ร้านค้า ห้องน้ำและบ้านพักนักท่องเที่ยว
ตอและต้นลั่นทม คาดว่าปลูกสมัยรัชกาลที่ 5
ตอนนี้เองที่คุณหนูและคุณเพื่อนวัยเดียวกันคึกคักมาก วิ่งแข่งกันไปที่ตู้ไอศกรีมในร้านอาหารอร่อยเด็ดหนึ่งเดียวในย่านนี้ เราแวะเติมพลังด้วยมื้อเที่ยงที่อร่อยสุดชีวิต คุณหนูลูกครึ่งไทย-สกอตซัดไอศกรีมไปสองแท่ง
ถึงเวลาเดินขึ้นเขาลูกที่สอง เริ่มต้นตรงทางเข้าที่มีป้ายไม้ว่า เส้นทางศึกษาธรรมชาติถ้ำพระยามหานคร ไม่ว่าจะนั่งเรือหรือเดินเท้ามาจากหาดบางปู ทุกคนก็จะมีความเสมอภาคกันหมด จากจุดนี้ไปยังถ้ำพระยานครมีระยะทาง 430 เมตร ใช้เวลา 2 ชม. ซึ่งเส้นทางนี้ค่อนข้างชันกว่าภูเขาลูกแรก ภูเขาลูกที่สองชื่อว่า เขาพระยานคร เป็นภูเขาหินปูนที่มีการสึกกร่อนจากการละลายน้ำและมีรูปร่างเป็นโพรงตะปุ่มตะป่ำ
บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์
จุดเช็กอินแรกคือ บ่อพระยานคร บ่อน้ำโบราณที่กรุด้วยอิฐฉาบปูนทรงกลม สันนิษฐานว่าผู้สร้างคือ เจ้าพระยานคร “น้อยกลาง" ในสมัยรัชกาลที่ 1 ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชได้แล่นเรือมาบริเวณชายหาดแถบนี้ คาดว่าสมัยนั้นการไปมาระหว่างกรุงเทพฯ กับเมืองนครศรี ต้องใช้เรือแจวพายเลียบไปตามฝั่งแวะหยุดพักเป็นระยะ ๆ เขาสามร้อยยอดนี้น่าจะเป็นที่พักแรมทางแห่งหนึ่ง ท่านคงจะเห็นถ้ำนั้นมีผู้คนไปเที่ยวถ้ำกันมาก จึงได้สร้างบ่อน้ำไว้ให้เป็นสาธารณะทาน บ่อน้ำจากอิฐดินเผารูปสี่เหลี่ยมคางหมู เส้นผ่าศูนย์กลางขอบบ่อด้านนอกเกือบสองเมตร ลึกประมาณ 4 เมตร ถ้ำจึงมีนามว่าถ้ำบ่อพระยานคร หมายความว่า ถ้ำที่มีบ่อน้ำพระยานครสร้างไว้ (ข้อมูลจากสมุดราชบุรี ฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2468)
จุดชมวิวนั่งพักเหนื่อย
ในที่สุดเราก็ถึงจุดหมายปลายทาง ความวิจิตรอลังการของ พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ทำให้ทีมทำมาหาเที่ยวเงียบเสียง ทุกคนลงนั่งบนพื้นถ้ำพระยานคร สองมือประนมก้มกราบพระที่นั่งคูหาฯ ที่เป็นสัญลักษณ์เด่นของถ้ำพระยานครและเป็นตราประจำจังหวัดเมืองประจวบคีรีขันธ์
พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์
ย้อนกลับไปในอดีต เมื่อเจ้าพระยานครนำเรื่องขึ้นกราบทูลต่อรัชกาลที่ 5 ถึงความงดงามของถ้ำ พระองค์จึงเสด็จฯ ประพาสและถูกพระทัยยิ่งนัก มีรับสั่งให้ช่างฝีมือก่อสร้างพลับพลาสำหรับนั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจขึ้นตรงเนินดินกลางถ้ำ นี่คือที่มาของพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ พลับพลาแบบจตุรมุข ซึ่งพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ทรงสร้างขึ้นในกรุงเทพฯ และส่งมาประกอบ โดยพระยาชลยุทธโยธินเป็นนายงานก่อสร้าง ต่อมาพระพุทธเจ้าหลวงก็ได้เสด็จฯ มาทรงทำพิธียกช่อฟ้า
มุมรับแสงธรรมชาติ
ภายในผนังถ้ำด้านขวา เราจะเห็นพระปรมาภิไธยย่อ จปร ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงลงพระนามไว้เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. พ.ศ. 2433 ถัดมาซ้ายมือจะเห็นพระปรมาภิไธยย่อ ปปร ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงลงพระนามไว้เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2469 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ก็เคยเสด็จประพาสถ้ำพระยานครถึงสองครั้งเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2501 และ 31 พ.ค. 2524 ทุกพระองค์ได้ทรงพิสูจน์ว่าทรงมีพระพลานามัยอดทน ทรงมีความสนพระทัยในธรรมชาติและทรงเป็นนักนิยมไพรที่แท้จริง
หินงอก หินย้อย ภายในถ้ำ
ศิลปกรรมธรรมชาติที่ถ้ำพระยานคร
เมื่อเดินมาได้ครึ่งทางก็จะเจอจุดนั่งพักเป็นจุดวิวทะเล มองเห็นชายหาดของแหลมศาลา ต่อจากนี้เส้นทางเดินก็จะเปลี่ยนจากทางลาดชันที่ต้องเดินขึ้นเขา เป็นเส้นทางเดินลงเพราะใกล้ถึงถ้ำพระยานครแล้ว ตอนนี้เองที่คุณหนูลูกครึ่งเผยยิ้มมุมปากเพราะเดินสบายขึ้น
ถ้ำพระยานครคือถ้ำที่เกิดแบบหลุมยุบ (Sink Hole) เนื่องจากตามธรรมชาติภูเขาหินปูนมักละลายได้จึงทำให้เกิดร่องรอยหลากหลายจากการละลายนั่นเอง เราจึงได้เห็นศิลปกรรมธรรมชาติเด่น ๆ ดังนี้
รอยจารึกลายพระหัตถ์
ขั้นบันไดธรรมชาติ ก่อนถึงปลายทาง เราเจอพื้นที่ประติมากรรมธรรมชาติจากหินปูนที่มีศัพท์ทางเทคนิคว่า ทำนบหินปูน (Rim Stone) เกิดขึ้นในบริเวณพื้นถ้ำที่เป็นแนวทางน้ำไหล เมื่อตะกอนของน้ำไหลทับถมกันนานเข้า ๆ กลายเป็นหินปูนที่มีลักษณะคล้ายเขื่อนหรือแอ่งกักเก็บน้ำ จนกระทั่งน้ำเอ่อล้นและตกตะกอนเป็นเวลาแสนนานจึงเกิดเป็นสันเขื่อนเหลื่อมล้ำกลายเป็นขั้นบันไดธรรมชาติสุดมหัศจรรย์
สะพานหินธรรมชาติ
สะพานหิน คือร่องรอยของเพดานถ้ำที่ยังหลงเหลืออยู่ สะพานหินที่อยู่ด้านบนบริเวณปากถ้ำ มีกองหินอยู่มากมาย และส่วนหนึ่งก็มีร่องรอยเป็นหินย้อย เมื่อน้ำไหลชะจนหินย้อยก่อตัวเป็นหินย้อยก้อนใหญ่ ซึ่งมีส่วนทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนเพดานถ้ำถล่ม จึงเหลือเพดานบางส่วนที่นักท่องเที่ยวเรียกขานเพื่อให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า สะพานหินที่ใช้เวลายาวนานนับล้านปีกว่าธรรมชาติจะสร้างถ้ำแบบนี้ขึ้นมาได้ ระหว่างทางเดินภายในถ้ำก่อนถึงพระที่นั่ง เราแหงนหน้าอ้าปากค้างมอง สะพานธรรมชาติ (Natural Bridge) เพดานถ้ำที่มีปล่องแสง 2 ช่อง และสะพานหินพาดอยู่ตรงกลางหรือที่มีคนตั้งฉายาว่าเป็น สะพานมรณะ เนื่องจากมักมีสัตว์ที่หากินอยู่ด้านบนตกลงมาเสียชีวิตอยู่บ่อย ๆ
รูปหล่อหลวงพ่อเงินแห่งวัดบางคลาน
จุดในถ้ำ สายมูห้ามพลาด
ภายในเขตพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ถ้ำพระยานคร มีรูปหล่อเหมือนองค์จริงของ หลวงพ่อเงินแห่งวัดบางคลาน จังหวัดพิจิตร ที่ท่านเคยมาปักกลดภายในถ้ำและสั่งไว้ว่าหากมรณภาพแล้ว ขอให้นำอัฐิมาตั้งไว้ในถ้ำ
จุดต่อมาคือ เสาหินรูปเจดีย์ หินงอกหินย้อยที่ก่อตัวจนเป็นรูปเจดีย์หลายยอดแสดงความขลัง
ใกล้กับพระพุทธรูปตรงบริเวณฐานพระที่นั่งฯ มี หินศักดิ์สิทธิ์ ที่มีผ้าแพร 7 สีพันรอบอยู่ ว่ากันว่ามีคนได้โชคลาภมาแล้ว เคยมีผู้โชคดีถูกล็อตเตอรี่หกหลักจากการเห็นตัวเลขเมื่อจุดธูปเสร็จ
ในถ้ำเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหอบไปบ่นไปของคุณหนูแสนงอน พูดพึมพำว่า เธอหลอกช้าน..(เรื่องร้านสะดวกซื้อ) พร้อมกับพูดสำเนียงแปร่ง ๆ ว่า ช้านเหนื่อยมาก...
ค่าธรรมเนียมเข้าชม ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท มีบริการบ้านพักที่เขาแดง และหาดแหลมศาลา และบริการเต็นท์ให้เช่า สอบถามที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ต.เขาแดง อ.กุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์ โทร.032 821 568 เวลาเปิด 8.30 – 16.30 น. (เข้าถ้ำได้ถึงเวลา 16.00 น.)


