วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ชวนเที่ยว 'สังขละบุรี' เมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม

ชวนเที่ยว 'สังขละบุรี' เมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม

ชวนเที่ยว "สังขละบุรี" จังหวัดกาญจนบุรี ขึ้นชื่อว่า เป็น "เมืองสามหมอก" และ "ดินแดนสามวัฒนธรรม" (ไทย-มอญ-กะเหรี่ยง) ไปสักการะ วัดหลวงพ่ออุตตมะ และ เจดีย์พุทธคยา

‘สังขละบุรี’ อำเภอชายแดนทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของกาญจนบุรี ติดกับเมียนมาและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองสามหมอกและดินแดนสามวัฒนธรรม (ไทย-มอญ-กะเหรี่ยง)

ชวนเที่ยว 'สังขละบุรี' เมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม

สะพานมอญ (สะพานอุตตมานุสรณ์)

มีแลนด์มาร์กสำคัญ คือ สะพานมอญ (สะพานอุตตมานุสรณ์) ยาวที่สุดในไทย, วัดใต้น้ำ (วัดวังก์วิเวการาม), เจดีย์พุทธคยาจำลอง และ จุดผ่านแดนด่านเจดีย์สามองค์

จุดเริ่มต้นทริปสังขละบุรี เพื่อพาแม่ครูไปสักการะ วัดหลวงพ่ออุตตมะ และ เจดีย์พุทธคยา

ชวนเที่ยว 'สังขละบุรี' เมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม

ตุ๊กตุ๊กสังขละ

ในที่สุดเราก็ถึงสังขละบุรีโดยสวัสดิภาพด้วย ตุ๊กตุ๊กสังขละ หรือมอเตอร์ไซค์พ่วงซาเล้ง อย่างหวาดเสียวจากเส้นทางขึ้นเขาลงเขาสุดคดเคี้ยวราวกับผจญภัยไปกับอินเดียน่าโจนส์ นี่อาจเป็นเสน่ห์ของสังขละบุรี ดินแดนผสานวัฒนธรรมพี่น้อง

ชวนเที่ยว 'สังขละบุรี' เมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม

วัดวังก์วิเวการาม

จุดเช็กอิน สโลว์ไลฟ์ในสังขละ

วัดวังก์วิเวการาม หรือ วัดหลวงพ่ออุตตมะ (เปิดทุกวันเวลา 07.30 - 18.30 น.) ก่อสร้างขึ้นโดยดำริของ หลวงพ่ออุตตมะ (พระราชอุดมมงคล) พระเกจิสำคัญระดับประเทศ ท่านเป็นชาวมอญอาศัยอยู่หมู่บ้านโมกกะเนียง อำเภอเย เมืองมะละแหม่ง ตอนใต้ประเทศเมียนมา ท่านบวชเมื่อปี พ.ศ. 2476 มีฉายาว่า อุตตมรัมโภ (ผู้มีความพากเพียรสูงสุด) ช่วงสงครามระหว่างรัฐบาลทหารพม่ากับขบวนการกู้ชาติปลดปล่อยชาติมอญให้เป็นอิสระ ท่านตัดสินใจเข้าป่าออกธุดงค์ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน

เมื่อชาวมอญเมืองมะละแหม่งเดือดร้อนแสนสาหัสทำให้ 60 ครอบครัวแรกต้องอพยพหนีภัยสงครามเข้ามายังประเทศไทย เมื่อพวกเขานิมนต์หลวงพ่ออุตตมะไปเยี่ยม ท่านจึงเดินทางไปพบจนกลายเป็นวีรบุรุษผู้รวมหัวใจชาวมอญพลัดถิ่นแห่งสังขละบุรี

ชวนเที่ยว 'สังขละบุรี' เมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม

ชาวมอญนิยมสร้างสิงห์ตรงหน้าวัดเพื่อปกป้องเจดีย์

คำสอนหนึ่งของหลวงพ่ออุตตมะที่แม่ครูซาบซึ้งใจและนำมาสอนทีมทำมาหาเที่ยว (ทีมทริปเที่ยว) ก็คือ ท่านต้องการให้ชาวบ้านทุกคนรู้จักบุญคุณของแผ่นดิน ยึดหลักความกตัญญูรู้คุณ พร้อมสอนให้มีมิตรจิตมิตรใจต่อกัน นี่เองคือที่มาของ สะพานไม้อุตมมานุสรณ์ สัญลักษณ์ความมีน้ำหนึ่งใจเดียวกันของกลุ่มชนหลากเชื้อชาติสมกับฉายา ดินแดนสามวัฒนธรรม (มอญ ไทย กะเหรี่ยง)

หลวงพ่ออุตตมะละสังขารเมื่อ 18 ต.ค. 2549 อายุ 97 ปีรวม 73 พรรษา ท่านได้สั่งเสียว่า ขอให้เก็บร่างไว้เพื่อให้ลูกหลานได้มีที่พึ่งทางใจ

ชวนเที่ยว 'สังขละบุรี' เมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม

ทางเข้าเจดีย์พุทธคยา

เจดีย์พุทธคยาจำลอง (เปิดทุกวัน เวลา 8.00 - 16.30 น.) สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าที่จำลองมาจากเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย หลวงพ่ออุตตมะมีดำริให้สร้างเพื่อให้ลูกหลานได้มาสักการะโดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ไปอินเดีย โดยใช้งบประมาณจากผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินสด ทองคำและวัสดุ ใช้แรงงานคนมอญ 400 คนเพื่อปรับพื้นที่ ทั้งยังเผาอิฐมอญจำนวนกว่าสองแสนก้อน

เจดีย์พุทธคยาจำลอง ทรงสี่เหลี่ยมสูง 59 เมตร ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสยาวด้านละ 42 เมตร สร้างขึ้นเมื่อปี 2521 ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนกระดูกนิ้วหัวแม่มือขวา 2 องค์ ขนาดเท่าเมล็ดข้าวสารมีสีขาวใสอมเหลืองเป็นเงาบรรจุในผอบที่หลวงพ่ออุตตมะอัญเชิญจากประเทศศรีลังกา ยังมีทองคำแท้หนัก 400 บาท ที่มีผู้จิตศรัทธาบริจาคขึ้นไปประดิษฐานบนยอดเจดีย์

ที่นี่คือศูนย์กลางประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เช่น เทศกาลสงกรานต์มอญสังขละ ประเพณีบูชาเรือสะเดาะห์เคราะห์

ชวนเที่ยว 'สังขละบุรี' เมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม

องค์เทพทันใจตรงบันไดเจดีย์พุทธคยา

ชวนเที่ยว 'สังขละบุรี' เมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม

สักการะด้วยดอกไม้

สำหรับสายมูเตลูอย่างเรา ก็ได้โอกาสไหว้ขอพรองค์เทพทันใจตรงบันไดทางขึ้น โดยนำธนบัตรสองใบใส่มือองค์เทพแล้วยื่นหน้าผากแตะนิ้วท่าน ขอพรได้เรื่องเดียวแล้วก็ดึงธนบัตรกลับมา 1 ใบเพื่อนำเป็นสิริมงคล

ตักบาตรยามเช้า ณ เชิงสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ ช่วงเช้าตรู่จะมีนักท่องเที่ยวและชาวบ้านมายืนรอใส่บาตรเป็นแถวยาวเหยียดจรดเชิงสะพานไม้ เรารับรู้ได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของการตักบาตรที่สาธุชนมุ่งหน้ามาทำบุญ หล่อหลวมเป็นพลังศรัทธาที่ไม่รู้

ชวนเที่ยว 'สังขละบุรี' เมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม

เด็กชาวมอญทาแป้งทานาคาพม่าสีเหลืองนวล เครื่องสำอางภูมิปัญญาท้องถิ่น

ชวนเที่ยว 'สังขละบุรี' เมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม

ตามไปดูสาวมอญ 'เทินหม้อ'

นักท่องเที่ยวนิยมจ้างเรือเหมาไปขึ้นท่าเรือตรงสะพานไม้ที่ยาว 447 เมตร ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นอันดับสองของโลก ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2529 โดยใช้แรงคนก่อสร้างล้วน ๆ

ชวนเที่ยว 'สังขละบุรี' เมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม

นักท่องเที่ยวนิยมเหมาเรือชมวิวไปตักบาตรเชิงสะพานไม้

ถนนคนเดินตลาดมอญ ชมวิถีชีวิตชาวมอญ อาหารการกินฟินกับเมนูอาหารถิ่น ห้ามพลาด โจ๊กมอญ หรือ เปิ่นด้าดเกริด (ภาษามอญ) กินคู่กับปาท่องโก๋ไซส์ใหญ่สูตรมอญกรอบอร่อย โจ๊กสูตรมอญทำจากข้าวหอมมะลิคัดพิเศษ นำมาโม่สด ๆ เคี่ยวกับซุปหมูจนเนื้อเนียนละเอียดหอมกรุ่น หมักหมูรวนข้ามคืนเพื่อให้รสชาติเข้มข้นถึงเครื่อง โรยหน้าด้วยหมี่กรอบที่ทอดใหม่ ๆ

ชวนเที่ยว 'สังขละบุรี' เมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม

โจ๊กมอญกับปาท่องโก๋

อาหารถูกปากแล้วยังมีอาหารตาที่ถูกใจ ตื่นตาตื่นใจกับวัฒนธรรมการ 'เทินหม้อ' ของชาวมอญ คำว่า 'เทิน' หมายถึงการวางสิ่งของไว้บนศีรษะแทนการถือ เพื่อจะได้ถือของได้เยอะ ๆ และไม่รู้สึกหนักเท่ากับการถือด้วยมือ ส่วนใหญ่ร้านอาหารเช้าเปิดทุกวันตั้งแต่เช้าตรู่ ปิดช่วงสาย ๆ

ชวนเที่ยว 'สังขละบุรี' เมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม

บันไดวัดใจ รีสอร์ทฟอร์เก็ตมีน็อต ทางขึ้น-ลงคาเฟ่

คาเฟ่ริมน้ำ รีสอร์ทฟอร์เก็ตมีน็อต (โทร.062-356 2269) ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาติดแม่น้ำสวยงามทุกองศาจนได้ฉายาว่า คาเฟ่ติดทะเลสังขละ ก่อนจะลงไปยังคาเฟ่ เราต้องวอร์มร่างกายให้พร้อมเพื่อพิชิตบันไดไม้ลดหลั่นหลายขั้น ขณะที่สองท่านซีเนียร์ทีมทำมาหาเที่ยวพร้อมกันส่ายศีรษะโดยไม่ได้นัดหมาย

ที่นี่มีความว้าว ! หลายอย่าง มาที่เดียวได้ครบทุกวิว ทั้งวิวสามประสบหรือจุดที่แม่น้ำสามสายมาบรรจบกัน ได้แก่ แม่น้ำซองกาเลียที่ไหลจากเมียนมาบรรจบกับแม่น้ำบีคลี่และแม่น้ำรันตีที่สังขละ แล้วยังมีวิวสะพานไม้และวิวพระพุทธรูปองค์ใหญ่หรือพระพุทธโลกนารถศาสดา ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาตามดำริหลวงพ่ออุตตมะ

ชวนเที่ยว 'สังขละบุรี' เมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม

พระพุทธโลกนารถศาสดา

ชวนเที่ยว 'สังขละบุรี' เมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม

วิวยามเย็น

ชวนเที่ยว 'สังขละบุรี' เมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม

วิวสามประสบ

และเห็นวิววัดจมน้ำ ในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นหมู่บ้านสังขละบุรีทั้งเมืองที่มีทั้งวัด โรงพยาบาล สถานีตำรวจและสถานที่สำคัญในการดำรงชีวิตของชุมชนชาวไทย มอญและกะเหรี่ยง ก่อนที่ทั้งหมดที่ว่ามานั้นจะถูกน้ำท่วมเพราะการสร้างเขื่อน ชาวบ้านจึงอพยพและไปตั้งรกรากใหม่ในบริเวณสังขละบุรีปัจจุบัน