เที่ยวอีสาน หยุดยาวปีใหม่ ท่องเที่ยวสายมู เสี่ยงดวง รับโชคใหญ่ สายพญานาค ยล "วัดภูตะเภาทอง" จ.อุดรธานี ชม "รอยฝ่ามือแดง" อายุ 2,500 ปี ขอพร "พญามุจลินท์" เสริมพลังบุญ เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว สู่การเริ่มต้นศักราชใหม่2567
เทศกาลส่งท้ายปีเก่า2566 ตอนรับปีใหม่2567 ใกล้ขึ้นมาอีกแล้ว หลายคนคงนึกถึงวันหยุดยาวเป็นแน่ ซึ่งในปีนี้ ครม.ประกาศ เลื่อนวันหยุดชดเชยปีใหม่ ขยับวันหยุด 29 ธันวาคม 2566 - 1 มกราคม 2567 โดยจะมีวันหยุดยาวรวม 4 วัน เลยทีเดียว
อัปเดต ปฏิทินวันหยุด 2567 วันหยุดปีใหม่ วันหยุดพิเศษตลอดทั้งปี (คลิก)
รู้แบบนี้...ต้องวางแผนเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัว หรือคนรู้ใจกันได้แล้ว แต่หากใครยังไม่มีแพลนเที่ยว หรือกำลังค้นหาเส้นทางเที่ยว โดยเฉพาะสายมู สายพญานาค ที่จะไปเสริมพลังบุญ หนุนพลังใจ กราบไหว้ ขอพร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตของการเริ่มต้นศักราชใหม่ 2567
แนะนำเลย ขึ้นอีสาน ไปจังหวัดอุดรธานี เมืองใหญ่ ศูนย์กลางเศรษฐกิจเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ไทย ลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ พายลความงาม วัดภูตะเภาทอง ต.หนองวัวซอ อ.หนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี
วัดภูตะเภาทอง ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน ในตำบลกุดหมากไฟ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี มีจุดเด่นคือ สระโบกขรณีหรือบ่อน้ำสีคราม เป็นบ่อน้ำที่อยู่คั่นกลางระหว่างหิน 2 ลูก ประตูสู่ขุมทรัพย์ และมีพญานาคราชสีทอง นามว่า "พญามุจลินท์นาคราช" 7 เศียร องค์สีทองเหลืองอร่าม ประดิษฐานอยู่เหนือสระโบกขรณี
โดยมีหลวงพ่อได้สร้างขึ้นตามนิมิต และ “รอยฝ่ามือแดง” ที่ปรากฏให้เห็นตรงหินก้อนใหญ่ เราตั้งชื่อหินนั้นว่าเรือสำเภา เพราะมีรูปร่างคล้ายเรือ สำหรับรอยฝ่ามือแดงนั้น
วัดภูตะเภาทอง ก่อตั้งวัดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2545 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 วัดแห่งนี้สร้างขึ้นตังแต่ พ.ศ. 2534 อายุ 32 ปี แล้ว เดิมมีสภาพค่อนข้างทุรกันดาร เส้นทางคมนาคมขึ้นเขายังไปมาไม่สะดวก แต่ทางวัดก็ได้พัฒนาเรื่อยมา
วัดภูตะเภาทอง มีพระครูเขมกาญจโนภาส (สุพรรณ) เป็นเจ้าอาวาส มีพระสงฆ์ 5 รูป สามเณร 1 รูป เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุตนิกาย เป็นพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้จัดตั้งวัดอย่างถูกต้องกว่า 15 ไร่
พื้นที่ส่วนมากเป็นลานหิน ซึ่งนักวิชาการสันนิษฐานว่า เดิมเป็นทะเล ต่อมาเกิดการยกตัวขึ้นเป็นลานหินและพื้นดิน คาดว่าจะมีกลุ่มคนผู้เลี้ยงสัตว์ หรือนายพรานใช้เป็นเส้นทางในการหากิน เนื่องจากมีการพบรอยฝ่ามือคนข้างหินก้อนใหญ่
ปัจจุบันเปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพียง 4 เดือน โดยก่อนหน้านี้ วัดแห่งนี้จะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของชาวบ้านและเป็นแหล่งศึกษาดูงานของคนต่างพื้นที่
ทั้งนี้ นอกจากจะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแล้ว วัดแห่งนี้ยังมีจุดเด่นที่มีความศักดิ์สิทธิ์ คือ “พญานาคราชสีทอง” ชื่อมุจลินท์ ซึ่งหลวงพ่อได้สร้างขึ้นตามนิมิต และ “รอยฝ่ามือแดง” ที่ปรากฏให้เห็นตรงหินก้อนใหญ่ เราตั้งชื่อหินนั้นว่า "เรือสำเภา" เพราะมีรูปร่างคล้ายเรือ
สำหรับรอยฝ่ามือแดงนั้น เราได้ให้กรมศิลปากรตรวจสอบแล้ว และมีผลยืนยันว่ามีอายุประมาณ 2,500 ปี โดยมีอายุใกล้เคียงกับผาแต้ม ที่จังหวัดอุบลราชธานี ช่วงเสาร์อาทิตย์จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาประมาณวันละ 1,000 คน ส่วนวันธรรมดาก็มีประมาณ 300-400 คน
มีเรื่องเล่ากันว่า ตอนเริ่มสร้างปู่พญานาคเจ้าอาวาสเล่าให้ฟังว่า สถานที่แห่งนี้เก่าและทรุดโทรมมาก จึงได้ว่าจ้างรถแบ็คโฮมาขุดดินตรงจุดที่จะก่อสร้างพญานาค ซึ่งอดีตเป็นคันดินธรรมดาและมีพญานาคเก่าอยู่ 2 องค์
ตอนนั้นหลวงพ่อไม่ได้บอกกล่าว แต่ให้รถมาทำการปรับปรุงเลย เมื่อกำลังจะทำการขุดเครื่องยนต์สตาร์ทติดและดับทันที โดยไม่สามารถติดเครื่องได้อีกเลยจึงจอดรถทิ้งไว้ ช่วงกลางคืนหลวงพ่อฝันว่า มีคนมาพูดว่า ท่านจะทำอะไรทำไมไม่บอกเรา ท่านจะสร้างอะไร ท่านทำลายเราทำไม พอตื่นเช้ามาหลวงพ่อนึกได้ว่าไม่ได้บอกกล่าว จึงตั้งจิตอธิษฐานบอกกล่าว รถแบ็คโฮจึงสามารถทำงานต่อไปได้
ในส่วนของ คาถาบูชาพญามุจลินท์นาคราช มีดังนี้
(ตั้งนะโม 3 จบ) นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ
พร้อมกล่าว "นติตัง พญามะ นาคายะ มุจลินนาคา สาธุโนภัณเต ยะมะยะมะ" (3 จบ)
ว่าแล้วท่องคาถาเรียบร้อยก็เสี่ยงดวง เอาโชคใหญ่ จับลูกปิงปอง ได้ เลขเด็ดงวดนี้ ส่งท้ายปี 2566 หวยงวดนี้ 30 ธันวาคม กันได้เลย
สำหรับการเดินทาง : พิกัดวัดภูตะเภาทอง Google Map (คลิก)





