background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'เที่ยวกรุงเทพฯ' แบบ LOW Carbon นั่งเรือไฟฟ้าไป 'ตลาดนางเลิ้ง' ของอร่อยเพียบ

'เที่ยวกรุงเทพฯ' แบบ LOW Carbon นั่งเรือไฟฟ้าไป 'ตลาดนางเลิ้ง' ของอร่อยเพียบ

"เที่ยวกรุงเทพฯ" แบบรักษ์โลก LOW Carbon ด้วยเรือไฟฟ้า ล่องเรือฟรี! ไปปักหมุดที่ "ตลาดนางเลิ้ง" แหล่งรวมร้านอร่อยระดับตำนาน ร้านเก่าแก่บางร้านขายมานาน 60-70 ปี

วันหยุดยาวช่วงปลายปีแบบนี้ ใครอยากออกไปเที่ยวกรุงเทพฯ แบบไม่ต้องเหนื่อยมาก เน้นเที่ยวพักผ่อนชิลๆ แบบ One day Trip แนะนำให้ลองไปเที่ยวรักษ์โลกแบบ LOW Carbon ในเส้นทาง “ล่องเรือคลองผดุง (เที่ยว) กรุง (ให้) เกษม” ด้วยเรือไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดไม่มีมลพิษกระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมชมบรรยากาศบ้านเรือนและกลุ่มอาคารโบราณอันสวยงามตลอดสองฝั่งคลอง 

การล่องเรือไฟฟ้าท่องเที่ยวในคลองผดุงกรุงเกษมนั้น นักท่องเที่ยวสามารถแวะขึ้นท่าน้ำต่างๆ ได้จำนวน 11 ท่าด้วยกัน ซึ่งแต่ละท่าก็มีจุดท่องเที่ยวชุมชนหลายแห่ง ยกตัวอย่างครั้งนี้ กรุงเทพธุรกิจ จะพาไปปักหมุดเที่ยวที่ย่าน “ตลาดนางเลิ้ง” ซึ่งนอกจากจะเดินทางสะดวกสบายแล้ว ยังได้ชิมของอร่อยจากร้านดังระดับตำนานที่มีให้เลือกมากมายอีกด้วย

'เที่ยวกรุงเทพฯ' แบบ LOW Carbon นั่งเรือไฟฟ้าไป 'ตลาดนางเลิ้ง' ของอร่อยเพียบ

  • "เที่ยวกรุงเทพฯ" ด้วยเรือไฟฟ้า เปิดวิธีเดินทางง่ายๆ แถมนั่งฟรี! 

อย่างที่บอกไปว่าเส้นทางท่องเที่ยวครั้งนี้ สามารถเดินทางไป-กลับ ได้ภายในวันเดียวด้วยรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ขึ้นจากต้นทางจากสถานีใดก็ได้ แล้วมาลงปลายทางที่ “สถานีหัวลำโพง” เดินออกที่ประตูทางออกหมายเลข 2 จากนั้นเดินออกมานอกสถานีเล็กน้อย ข้ามถนนมายัง “ท่าเรือสถานีรถไฟหัวลำโพง” ซึ่งจะมีเรือไฟฟ้าคอยให้บริการอยู่ 

ความพิเศษคือ บริการล่องเรือไฟฟ้าในเส้นทางคลองผดุงฯ ที่ดำเนินการโดยกรุงเทพมหานคร และบริษัทกรุงเทพธนาคมจำกัดนั้น นักท่องเที่ยวสามารถ “นั่งฟรี” ได้ตลอดสาย เช็กตารางเรือและการให้บริการได้ที่ KrungthepThanakom หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1672 โดยช่วงเวลาการให้บริการ ได้แก่
- วันจันทร์-ศุกร์ มีให้บริการเฉพาะช่วง 6.00-9.00 น. และ 16.00-19.00 น. (เรือออกทุก 20 นาที) 
- วันเสาร์-อาทิตย์, วันหยุดนักขัตฤกษ์ ให้บริการตั้งแต่เวลา 8.00-19.00 น. (เรือออกทุก 1 ชม.)

'เที่ยวกรุงเทพฯ' แบบ LOW Carbon นั่งเรือไฟฟ้าไป 'ตลาดนางเลิ้ง' ของอร่อยเพียบ

 

  • ชมวิว “ชุมชนยศเส-โบ๊เบ๊” อาคารเก่าแก่ที่แต่งแต้มสีสันใหม่

หลังจากลงเรือไฟฟ้าจาก “ท่าเรือสถานีรถไฟหัวลำโพง” แล้ว เราก็จะเดินทางล่องไปตามคลองผดุงฯ โดยมีจุดหมายปลายทางที่ “ท่าเรือนครสวรรค์” ซึ่งเส้นทางล่องเรือสายนี้จะผ่าน “ชุมชนตลาดโบ๊เบ๊” ตลาดขายส่งเสื้อผ้าราคาสุดคุ้ม จุดนี้จะได้ชมกลุ่มอาคารเก่าของ “ชุมชนยศเส-โบ๊เบ๊” ที่ถูกแต่งแต้มสีสันใหม่ให้สดใสสะดุดตาทั้งสีฟ้า สีชมพู สีเหลือง กลายเป็นอีกหนึ่งภาพวิวขณะล่องเรือที่สวยงามน่าชมไม่น้อยเลย

นั่งเรือชิมวิวสองฝั่งคลองไปเรื่อยๆ ประมาณ 15 นาทีก็มาถึง “ท่าเรือนครสวรรค์” แล้ว เราขึ้นเรือจากท่านี้ แล้วเดินข้ามถนนไปหาของอร่อยๆ รับประทานให้จุใจกันที่ “ตลาดนางเลิ้ง” 

'เที่ยวกรุงเทพฯ' แบบ LOW Carbon นั่งเรือไฟฟ้าไป 'ตลาดนางเลิ้ง' ของอร่อยเพียบ

 

  • สัมผัสกลิ่นอายความเก่าแก่แต่ทรงเสน่ห์ของ "ตลาดนางเลิ้ง"

สำหรับตลาดนางเลิ้ง เป็นตลาดบกในยุคแรกๆ ของไทย มีอายุกว่า 120 ปี แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหน แต่บรรยากาศในตลาดแห่งนี้ ยังคงมีร่องรอยแห่งความเจริญรุ่งเรืองในอดีตให้รำลึกถึง เช่น อาคารเก่าที่ได้รับอนุรักษ์ไว้, ร้านค้าเก่าแก่ดั้งเดิม, ร่องรอยสถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือน, โรงหนังเก่าแก่ (ยังอยู่ในระหว่างการซ่อมแซม), ศาลเจ้าและศาลกรมหลวงชุมพรฯ เป็นต้น 

โดยเฉพาะ “ศาลเจ้าตลาดนางเลิ้ง” เป็นศาลที่มีความเก่าแก่เกือบร้อยปี แต่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าก่อสร้างขึ้นในปีใด ทราบเพียงว่ามีมาตั้งแต่ก่อนช่วงปี พ.ศ. 2502 ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศาลรวมเทพเจ้าจีนหลายองค์ มีทั้งเจ้าแม่กวนอิม เทพกวนอู ปุนเถ่ากง เทพไฉ่ซิงเอี้ย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี “พระรูปกรมหลวงชุมพรฯ” ที่ถูกย้ายมาจากศาลเดิม ณ ข้างกำแพงวังของท่าน (ครั้งหนึ่งบริเวณนั้นมีการก่อสร้างตึก ธ.ก.ส. จึงต้องย้ายองค์ท่านมาประดิษฐานที่ศาลเจ้าตลาดนางเลิ้งแทน) ซึ่งชาวบ้านก็เคารพศรัทธาเช่นกัน

'เที่ยวกรุงเทพฯ' แบบ LOW Carbon นั่งเรือไฟฟ้าไป 'ตลาดนางเลิ้ง' ของอร่อยเพียบ

อีกหนึ่งจุดเด่นของย่านนางเลิ้งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ และกลายเป็นที่จดจำของเหล่านักชิมทั่วประเทศไปแล้ว นั่นก็คือ อาหารเฉพาะถิ่นในตลาดนางเลิ้ง ที่นี่มีร้านอาหารเก่าแก่ ของทานเล่น ขนมหวาน เครื่องดื่ม ฯลฯ เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองทุกวัน (แนะนำให้มากินช่วงเวลาก่อนเที่ยง หลังเที่ยงไปบางร้านของหมดเร็วมาก) มีหลายร้านที่เปิดขายมายาวนานมีอายุถึง 60-70 ปี

 

  • 5 ร้านอร่อยระดับตำนานใน "ตลาดนางเลิ้ง" ที่ห้ามพลาดชิม!

สำหรับร้านอาหารไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดชิม ได้แก่

1. ไส้กรอกปลาแนมตลาดนางเลิ้ง : เจ้าของร้านปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 4 ที่สืบทอดธุรกิจไส้กรอกปลาแนมของครอบครัวมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 อาหารว่างชนิดนี้เป็นอาหารเก่าแก่ในวังสมัยก่อน เป็นสูตรที่ถ่ายทอดกันมาร่วม 86 ปี (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2480) 

'เที่ยวกรุงเทพฯ' แบบ LOW Carbon นั่งเรือไฟฟ้าไป 'ตลาดนางเลิ้ง' ของอร่อยเพียบ

2. ส.รุ่งโรจน์ เป็ดพะโล้-เป็ดตุ๋น : เริ่มขายมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 จากเดิมขายแต่ก๋วยเตี๋ยวเป็ด ปัจจุบันมีเมนูใหม่เพิ่มขึ้นอีกหลากหลาย ด้วยรสชาติความอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้ในปี พ.ศ. 2517 ได้รับใบรับรองเชลล์ชวนชิม จากหม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์

'เที่ยวกรุงเทพฯ' แบบ LOW Carbon นั่งเรือไฟฟ้าไป 'ตลาดนางเลิ้ง' ของอร่อยเพียบ

3. ข้าวแช่เพชรบุรี : เริ่มขายมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 จุดเด่นคือสูตรข้าวแช่มาจากต้นตำรับเมืองเพชรบุรีแท้ๆ เพราะเจ้าของร้านเป็นคนเมืองเพชรที่มาอาศัยอยู่ในตลาดนางเลิ้ง อีกทั้งส่วนผสมของเครื่องเคียงต่างๆ จะใช้น้ำตาลมะพร้าวจากเมืองเพชรเป็นหลัก

4. เนื้อตุ๋นนางเลิ้ง : เป็นเนื้อตุ๋นเครื่องยาจีนที่เสิร์ฟมาคู่กับทั้งข้าวสวยหรือเส้นก๋วยเตี๋ยวต่างๆ เริ่มขายมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2499 ปัจจุบันดูแลกิจการโดยเจ้าของร้านรุ่นที่ 3

'เที่ยวกรุงเทพฯ' แบบ LOW Carbon นั่งเรือไฟฟ้าไป 'ตลาดนางเลิ้ง' ของอร่อยเพียบ

5. นันทาขนมไทย : ขายขนมไทยโบราณหลากหลายชนิดที่ได้สูตรตกทอดมาจากรุ่นคุณปู่ ซึ่งเคยเป็นต้นเครื่องอยู่ที่วังหลัง โดยเริ่มขายมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 จุดเด่นคือขนมทุกชนิดจะใส่มาในกระทงใบเตยทรงสี่เหลี่ยม เน้นวัตถุดิบคุณภาพดีใส่สวนผสมให้ถึงเครื่องเพื่อคงรสชาติดั้งเดิมเอาไว้

'เที่ยวกรุงเทพฯ' แบบ LOW Carbon นั่งเรือไฟฟ้าไป 'ตลาดนางเลิ้ง' ของอร่อยเพียบ

 

  • พักหลบร้อนในคาเฟ่ Buddha & Pals ก่อนจบทริปแบบอิ่มใจที่ "วัดเทวราชกุญชร" 

หลังจากอิ่มอร่อยกับเมนูอาหารคาวหวานสไตล์ชุมชนนางเลิ้งแล้ว หากใครอยากหาสถานที่หลบไอร้อนของแดดแรงๆ ในช่วงบ่าย แนะนำให้ไปนั่งชิมเครื่องดื่มเย็นๆ ในคาเฟ่ที่ชื่อว่า “Buddha & Pals” ซึ่งตั้งอยู่ในโฮลเทล “KANVELA House” ที่นี่มีเครื่องดื่มทั้งชา กาแฟ และค็อกเทลนานาชนิดให้เลือกดื่มด่ำ เมนูแนะนำได้แก่
- Kanvela59 (กาแฟน้ำผึ้งมะนาว 130 บาท)
- His & Her (ชามะนาวสตรอว์เบอร์รีโซดา 135 บาท)
- Calm Rosie Tea (ชา Cold brew กลิ่นกุหลาบ 135 บาท) เป็นต้น

สำหรับการเดินทางไปร้านนี้ จากซุ้มประตูตลาดนางเลิ้งให้ข้ามถนนกลับมาทางเดิม แล้วเลี้ยวขวาเดินตามทางเดินริมถนนไปไม่ไกล จะเจอป้าย “ถนนกรุงเกษม” แล้วเลี้ยวซ้าย ตรงไปอีกนิดก็ถึงแล้ว ตัวร้านเป็นอาคารตึกแถวเก่าอายุร้อยปี นำมารีโนเวทใหม่ในสไตล์วินเทจเน้นปูนเปลือยและเฟอร์นิเจอร์ไม้โทนอบอุ่นสุดคลาสสิก 

'เที่ยวกรุงเทพฯ' แบบ LOW Carbon นั่งเรือไฟฟ้าไป 'ตลาดนางเลิ้ง' ของอร่อยเพียบ

'เที่ยวกรุงเทพฯ' แบบ LOW Carbon นั่งเรือไฟฟ้าไป 'ตลาดนางเลิ้ง' ของอร่อยเพียบ

นั่งหลบร้อนในห้องแอร์เย็นๆ สักพักแล้ว หากใครอยากเที่ยวต่อในช่วงบ่ายแก่ๆ ก็สามารถกลับไปรอลงเรือไฟฟ้าเพื่อล่องเรือไปขึ้นที่ “ท่าเทียบเรือตลาดเทวราช” เพื่อเดินเชื่อมไปยัง “วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร” วัดแห่งนี้ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีไฮไลต์คือพระอุโบสถที่มีพระประธานได้รับพระราชทานนามว่า “พระพุทธเทวราชปฏิมากร” ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วาดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ในแต่ละส่วนก็ถ่ายทอดเรื่องราวที่น่าสนใจในพุทธประวัติต่างๆ 

ถัดมาเป็น “พิพิธภัณฑ์สักทอง” ภายในประดิษฐานรูปปั้นเหมือนสมเด็จพระสังฆราช 19 พระองค์ นอกจากนั้นยังมีรูปปั้น “องค์เทวราชเนรมิต” ซึ่งอยู่ใกล้กับพิพิธภัณฑ์ หรือหลายคนเรียกกันว่า “องค์เทพทันใจ” ปัจจุบันได้รับความนับถือมาก มีนักท่องเที่ยวสายมูทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาสักการะขอพรกันอย่างล้นหลาม เอาเป็นว่าใครเป็นสายมูก็สามารถมาขอพรเรื่องหน้าที่การงานกับองค์ท่านได้ ถือเป็นการจบเส้นทางท่องเที่ยวทางเรือแบบ One day Trip ได้อย่างอิ่มท้อง อิ่มบุญ และอิ่มใจ

'เที่ยวกรุงเทพฯ' แบบ LOW Carbon นั่งเรือไฟฟ้าไป 'ตลาดนางเลิ้ง' ของอร่อยเพียบ