ใช้ความร่วมมือด้านท่องเที่ยวสร้างเอกภาพในเอเปค | มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด

ใช้ความร่วมมือด้านท่องเที่ยวสร้างเอกภาพในเอเปค | มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด

การประชุมระดับนานาชาติที่จะจัดในวันที่ 18 - 19 พฤศจิกายน 2565 นี้เป็นรายการใหญ่ของประเทศไทย เพราะไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียหรือเอเปค ครั้งที่ 29

ท่ามกลางบรรยากาศความขัดแย้งของขาใหญ่ในโลกคือ สหรัฐอเมริกาฝ่ายหนึ่งและรัสเซียกับจีนอีกฝ่ายหนึ่ง   จนทำให้การประชุมระดับรัฐมนตรีในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมได้สะท้อนให้เห็นถึงความไร้เอกภาพในกลุ่มสมาชิก

แต่การท่องเที่ยวน่าจะเป็นประเด็นหนึ่งที่สามารถสร้างความเห็นชอบเกี่ยวกับความร่วมมือใหม่ๆ ได้ ถึงแม้ว่าจีนจะยังยึดนโยบาย “โควิดเป็นศูนย์” อยู่ แต่ก็มีแนวโน้มว่าจะค่อยๆ ผ่อนคลายนโยบายนี้โดยให้สิทธิแต่ละมณฑลสามารถตัดสินใจและจัดการเองได้ในกลางปีหน้า

เอเปค เป็นเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ซึ่งมีสัดส่วน GDP เกินครึ่งของ GDP โลก แต่มีประชากรไม่ถึงครึ่งของจำนวนประชากรโลก หมายความว่า เอเปคเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีกำลังซื้อสูงโดยเฉลี่ย บรรดาสมาชิกในเขตเศรษฐกิจเอเปคล้วนแต่เป็นลูกค้าสำคัญของไทยด้านการท่องเที่ยวทั้งนั้น

เพราะในเขตเศรษฐกิจนี้ ประเทศสำคัญๆ สำหรับตลาดท่องเที่ยวไทยที่ไม่ได้อยู่ในเขตเอเปค ได้แก่ ยุโรปตะวันตกและอินเดียเท่านั้น

ในปี 2562 เมื่อการท่องเที่ยวไทยถึงจุดสูงสุดปรากฏว่าเฉพาะจีนกับอาเซียนซึ่งเป็นกลุ่มย่อยในเอเปคก็ครอบครองตลาดไทยไปกว่าครึ่งหรือเกินกว่า 20 ล้านคนแล้ว

ในปีนั้นหากรวมเอาตลาดเกาหลี ญี่ปุ่น และรัสเซียก็จะมีขนาดใหญ่เกือบเท่าๆ ตลาดยุโรปตะวันตก ยังไม่นับสหรัฐอเมริกาและแคนาดาซึ่งมาไทยประมาณ1.6 ล้านคนในปี 2562 ก็นับว่าตลาดเอเปคเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดของไทยอย่างแท้จริง

ใช้ความร่วมมือด้านท่องเที่ยวสร้างเอกภาพในเอเปค | มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด

การศึกษาขีดความสามารถของประเทศไทยในประเทศสำคัญๆ ในเอเปคโดยมูลนิธิสถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ สนับสนุนโดย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) พบว่า

ประเทศไทยรวมทั้งประเทศอื่นๆ ในอาเซียนไม่ค่อยสนใจตลาดอาเซียนด้วยกันนัก ทุกประเทศต่างพยายามไขว่คว้าหาตลาดนอกภูมิภาค ดังนั้น โอกาสที่ท่องเที่ยวไทยจะขยายตลาดในอาเซียนจึงยังมีอีกมาก

โดยเฉพาะตลาดมุสลิม โดยใช้กลยุทธ์ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ เริ่มตั้งแต่ต้องมีการรองรับให้เหมาะสมด้านอาหาร ให้มีความสะดวกสบายตามวัฒนธรรมมุสลิมให้มากขึ้น

ใช้ความร่วมมือด้านท่องเที่ยวสร้างเอกภาพในเอเปค | มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด

ส่วนตลาดอเมริกาเหนือซึ่งถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ของโลกเป็นลำดับ 2 และมีการขยายตัวค่อนข้างดีในอาเซียน แต่การขยายตัวในประเทศไทยยังน้อยกว่าที่ควรจะเป็นจึงควรมีการวิจัยตลาดนี้ใหม่เพื่อทำรีแพลนนิ่ง

และในระยะสั้นตลาดสหรัฐ เป็นตลาดรายได้สูงที่ไม่บอบช้ำจากสงครามรัสเซียยูเครนจึงน่าจะเป็นตลาดเป้าหมายในช่วงระยะสั้นคือปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า ซึ่งเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังไม่ถดถอย GDP ก็ยังโตอยู่ และกลุ่มผู้มีรายได้สูงในสหรัฐฯ ก็ไม่ได้รับผลกระทบจากโควิดเท่าไรนัก ในขณะที่อัตราการออมของผู้มีรายได้สูงของสหรัฐฯ ก็ค่อนข้างที่สูงอยู่ 

สำหรับตลาดเกาหลียังมีโอกาสขยายตัวได้อีก ควรมีการทำวิจัยเพิ่มเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตลาดนี้ นอกจากนั้น ยังมีเขตเศรษฐกิจเล็กๆ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ซึ่งทั้งสองเขตเศรษฐกิจนี้มีขนาดตลาดโดยวัดจากค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวสูงกว่าญี่ปุ่นเสียอีก กล่าวคือ ในปี 2562 สิงคโปร์อยู่ในลำดับที่ 12 และฮ่องกงอยู่ในลำดับที่ 13 ในขณะที่ญี่ปุ่นอยู่ในลำดับที่ 16

นอกจากรัฐบาลจีนที่ยังคงประกาศใช้นโยบายที่เข้มงวดอยู่ การท่องเที่ยวในโลกก็เริ่มขยายตัวแล้ว ในประเทศไทยเองก็เห็นสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจน ไทยจึงควรถือโอกาสนี้ในการสร้างความร่วมมือกับเขตเศรษฐกิจเอเปคเพิ่มเติม และน่าจะถือโอกาสนี้สร้างความสัมพันธ์พิเศษกับเขตเศรษฐกิจเอเปคอื่นๆ ที่ยังมีความสำคัญต่ำอยู่เช่น ในเม็กซิโก ชิลี และเปรู เป็นต้น

ใช้ความร่วมมือด้านท่องเที่ยวสร้างเอกภาพในเอเปค | มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด

ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวครั้งที่ 11 ของเขตเศรษฐกิจเอเปคได้ผลักดันแนวคิดท่องเที่ยวเพื่อการฟื้นสร้างการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Regenerative Tourism) ซึ่งเน้นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและให้เกิดอานิสงส์อย่างถ้วนหน้า

โดยข้อเสนอมีอยู่ 3 ข้อด้วยกันคือ

1) สร้างทีมกลยุทธ์สำหรับเขตเศรษฐกิจท่องเที่ยวเอเปคเพื่อขยายความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว

2) ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้ามาลดอุปสรรคในการท่องเที่ยวระหว่างสมาชิกในเขตเศรษฐกิจอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขอวีซ่า

3) ให้มีการประสานนโยบายการตลาดและนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจ โดยการใช้มาตรการทางการคลัง มาตรการเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อฟื้นสร้างและปรับสมดุลการท่องเที่ยวให้ยั่งยืนและเกิดอานิสงส์แก่คนในท้องถิ่น

ในฐานะที่ไทยเป็นประเทศชั้นแนวหน้าด้านการท่องเที่ยว ควรมีบทบาทหลักในการขับเคลื่อนทีมกลยุทธ์ และนำเสนอโมเดลต้นแบบของไทยรวมทั้งถือโอกาสยกระดับมาตรฐานไทยเป็นมาตรฐานเอเปค

ใช้ความร่วมมือด้านท่องเที่ยวสร้างเอกภาพในเอเปค | มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด

เช่นเดียวกันในภาคอุตสาหกรรม ภาคท่องเที่ยวไทยเราก็ได้มีการพัฒนาโมเดล BCG เช่นกัน ส่วนใหญ่ยังเน้นเรื่องเส้นทางท่องเที่ยวที่ใช้พลังงานต่ำ ลดคาร์บอน และลดโลกร้อนอยู่

ส่วนแหล่งท่องเที่ยวชุมชนและผู้ประกอบการขนาดย่อมของเราก็เริ่มมีการศึกษาโมเดลการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบโดย ดร.อัครพงศ์  อั้นทอง และคณะ จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ส่วนภาคเอกชนโดยเฉพาะโรงแรมขนาดใหญ่บางแห่ง ตลอดจนศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เองก็อาจจะเป็นตัวอย่างของศูนย์จัดประชุมที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ท่องเที่ยวไทยควรเร่งสร้างความสัมพันธ์ในระดับมณฑลกับจีนเพื่อจับกระแสนโยบายใหม่ซึ่งจะมาในปีหน้า และควรมีความร่วมมือระหว่างเมืองรองกับเมืองรองด้านท่องเที่ยว และควรมีความร่วมมือเพื่อสร้างเมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

และต้องผลักดันเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านท่องเที่ยวดิจิทัลร่วมกันในกลุ่มเอเปคเพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจรายเล็กของประเทศสมาชิกสามารถเข้าสู่ตลาดเขตเศรษฐกิจโดยตรง

ที่สำคัญก็คือควรผลักดันให้มาตรฐานไทยเป็นมาตรฐานเอเปค สำหรับกิจกรรมที่ไทยมีความเข้มแข็งมากเช่น มวยไทย และสปาไทย รวมทั้งมาตรการ SHA ของไทย

นอกจากการท่องเที่ยวจะเป็นเครื่องมือสร้างเอกภาพในเอเปคแล้ว ท่องเที่ยวไทยก็จะได้เริ่มฟื้นตัวใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิมค่ะ!