งานเปิดตัวหนังสือ ‘สิริรัตนมาตา’ รวมบทกวีนิพนธ์โศกาลัย จากกวีชาวไทยทุกระดับของประเทศไทย โดยสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย
KEY POINTS
- สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทยเปิดตัวหนังสือ ‘สิริรัตนมาตา’ กวีนิพนธ์โศกาลัย เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
- รวมผลงาน 93 บทกวี จากกวี ศิลปินแห่งชาติ และนักวิชาการ ทั่วประเทศ เพื่อแสดงความอาลัยและความจงรักภักดี
- บทกวีมีหลากหลายรูปแบบฉันทลักษณ์ อาทิ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ร่าย และเพลงพื้นบ้าน เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกและบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์
สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย เปิดตัวหนังสือ สิริรัตนมาตา กวีนิพนธ์โศกาลัย น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ณ เวทีกลาง งานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 31 (Book Expo Thailand 2026) ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สุปาณี พัดทอง นายกสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย, รองศาสตราจารย์ ดร.อาทิตย์ ชีรวณิชย์กุล, อาจารย์นพรัตน์ รัตนวิชัย, ดร.สัจภูมิ ละออ ร่วมถ่ายทอดมุมมองแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สะท้อนพลังของกวีนิพนธ์ไทย ถ่ายทอดความอาลัย ความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณผ่านถ้อยคำอันวิจิตรและทรงคุณค่าทางวรรณศิลป์
เป็นการเผยแพร่ผลงานกวีนิพนธ์ไทยสู่สาธารณชน ให้กับผู้สนใจศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับบทกวีไทย ส่งเสริมการอ่านและสืบสานศิลปวัฒนธรรมทางภาษาและวรรณศิลป์ไทยให้คงอยู่สืบไป
กว่าจะมาเป็น สิริรัตนมาตา
"หนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นด้วยความจงรักภักดี สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทยได้ตั้งใจร่วมกันในวาระแห่งความอาลัยที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสู่สวรรคาลัย ในฐานะที่เป็นประชาชนอยู่ใต้พระมหากรุณาธิคุณอันยาวนานของพระองค์ จึงกำหนดว่าเราจะทำหนังสือเล่มหนึ่งเป็นที่ระลึก ตั้งชื่อว่า สิริรัตนมาตา
สิริ มาจากพระนามสิริกิติ์ หมายความว่า สิริมงคล, รัตนะ แปลว่า แก้วมณีมีค่า สื่อความหมายถึง นางแก้ว, มาตา คือ มารดา สื่อความหมายถึง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่คนไทยเรียกท่านว่า แม่ของแผ่นดิน เพราะท่านดูแลเรา มีพระเมตตา มีพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น ดูแลไพร่ฟ้าประชาชนทั้งแผ่นดินเป็นเวลานาน พระชนมายุ 93 พรรษาที่ท่านเสด็จสวรรคต ประชาชนชาวไทยน้ำตาไหลกันทุกคน จึงเกิดหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา"
รองศาสตราจารย์ ดร.สุปาณี พัดทอง นายกสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย พูดถึงที่มาของหนังสือให้ฟัง
Cr. Kanok Shokjaratkul
"สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย มีกรรมการที่ปรึกษาและอนุกรรมการอยู่ทั่วประเทศ ได้คัดสรรสำนวนที่ร่วมกันแต่งจากกรรมการที่ปรึกษาและอนุกรรมการ รวม 93 สำนวน กวีที่เขียนอยู่ในเล่มนี้ มีทั้งศิลปินแห่งชาติ กวี นักกลอน นักวิชาการ ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย
เช่น งานของอาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, อาจารย์บุญเตือน ศรีวรพจน์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประพจน์ อัศววิรุฬหการ, ศาสตราจารย์ ดร.ชลดา เรืองรักษ์ลิขิต, ดร.ถนอมวงศ์ ล้ำยอดมรรคผล, รองศาสตราจารย์ ดร.อาทิตย์ ชีรวณิชย์กุล, ดร.สัจภูมิ ละออ, อาจารย์นพรัตน์ รัตนวิชัย, อาจารย์ปรัชญา พวงเพ็ชร มาร่วมแสดงความจงรักภักดีผ่านกวีนิพนธ์
เรากำหนดขอบเขตว่าเป็นกวีนิพนธ์โศกาลัย ที่แสดงความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ มีพื้นที่ให้คนละ 2 หน้าหนังสือ ไม่จำกัดฉันทลักษณ์ เพราะว่ากวีมีความถนัดที่แตกต่างกัน ในเล่มนี้จึงมีทั้ง โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ร่าย เพลงพื้นบ้าน แต่ละบทมีความงดงาม ซาบซึ้ง กวีของเรามาจากทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย ก็เหมือนกับเป็นตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศ
Cr. Kanok Shokjaratkul
ขอยกตัวอย่าง บทแรกของบทกวีชื่อว่า เสด็จสู่สวรรคาลัย ของ รองศาสตราจารย์ นภาลัย สุวรรณธาดา มาอ่านให้ฟัง
ยี่สิบเอ็ดนาฬิกายี่สิบเอ็ดนาที
ยี่สิบสี่ตุลาหกแปดฉนำ
สิ้นสมเด็จพระพันปีผู้มีธรรม
ราษฎร์ร้องร่ำชลนัยน์อาลัยลา
อีกบทหนึ่งเป็นของอาจารย์ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ บทกวีชื่อว่า ฝากฟ้าดิน ยกบทแรกมาอ่านให้ฟังว่า
สุริยันจันทรายังอาทร
รอนรอนเรืองรามอร่ามหล้า
สู่สวรรคาลัยครรไลลา
ทรงฝากฟ้าดินไว้กับใจเมือง
อีกบทหนึ่งเป็นของกวีรุ่นใหม่ เมธาวี ก้านแก้ว ชื่อว่า นับตั้งแต่ทราบข่าวตอนเช้าตรู่
นับตั้งแต่ทราบข่าวตอนเช้าตรู่ ก็สะท้านทุกอณูที่รู้สึก สรรพสิ่งวิ่งไหวในสำนึก แต่ส่วนลึกกลับมืดดับมิรับรู้ จอยังฉาย แถลงการณ์สวรรคต นิ้วยังกดค้างที่รีโมตอยู่ หยาดน้ำตากลับถั่งอย่างพรั่งพรู แค่ชั่วครู่กลับระรัวไปทั่วกาล ประมวลภาพในทรงจำย้อนรำลึก คือสำนึกและภักดีที่แผ่ซ่าน ราชกิจทรงกอปรก่อบริบาล ความเป็นอยู่ทุกหมู่บ้านเนิ่นนานมา
จากตัวอย่างสั้น ๆ แค่ 3 บทที่ยกมา จะเห็นว่ามีข้อมูลที่บันทึกประวัติศาสตร์ บันทึกอารมณ์ความรู้สึก บันทึกความทรงจำที่ทรงคุณค่า อยู่ในหนังสือเล่มนี้ กวีทั้ง 93 คน เลือกผลงานชิ้นที่ดีที่สุดนำมาลงในสิริรัตนมาตา ถ่ายทอดฝีไม้ลายมือ ทุกถ้อยคำในเล่มนี้น่าอ่านอย่างยิ่ง"
Cr. Kanok Shokjaratkul
ขาดทุนของฉัน คือกำไรของแผ่นดิน
"ปกติมีโอกาสเขียนร้อยกรองบทอาศิรวาทเฉลิมพระชนมพรรษาให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ เป็นประจำ เมื่อถึงเวลาที่เราเศร้าโศกกันทั้งประเทศ ก็น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและสิ่งที่พระองค์ได้ทรงทำไว้เพื่อประชาชนชาวไทย นึกถึงพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน พรรณนาอยู่ในร้อยกรองของเราก็คงจะไม่หมด เพราะสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำไว้หลากหลายมากมาย
สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดในพระราชดำรัสของพระองค์ท่านก็คือ ขาดทุนของฉัน คือกำไรของแผ่นดิน ไม่ได้พูดเพียงแค่ว่าพระองค์ท่านสละความสุขส่วนพระองค์ แต่ใช้คำความเปรียบว่า เวลาที่เราทำอะไรเพื่อคนอื่น คนมักจะมองว่าทำอย่างนี้คุ้มค่าหรือเปล่า ก็เลยพูดง่าย ๆ บอกว่า ขาดทุนของฉัน คือกำไรของแผ่นดิน
หากเราคิดอย่างลึกซึ้ง เราเป็นคนไทยคนหนึ่ง เสียสละบ้างได้ไหม ขาดทุนตัวเองได้ไหม ฝากสิ่งที่ดีงามให้กับประเทศชาติบ้านเกิดเมืองนอนของเราได้ไหม นี่เป็นพระราชดำรัสที่รู้สึกว่ากระทบใจมากที่สุด เลยนำมาเป็นแนวคิดสำคัญในการแต่งบทกวีในเล่มนี้"
รองศาสตราจารย์ ดร.อาทิตย์ ชีรวณิชย์กุล พูดถึงแนวคิดบทกวีของตัวเองให้ฟัง
Cr. Kanok Shokjaratkul
"หนังสือ สิริรัตนมาตา เป็นงานร้อยกรองแบบ กวีนิพนธ์โศกาลัย ตามการศึกษาของอาจารย์จตุพร มีสกุล บอกไว้ว่า กวีนิพนธ์โศกาลัยจะมีลักษณะผสมผสานกันของวรรณกรรม 3 ประเภท
1. เป็นวรรณกรรมบันทึก เช่นของอาจารย์นภาลัย สุวรรณธาดา ที่บันทึกว่า ท่านสวรรคตวันไหน เวลาใด ซึ่งไม่ใช่แค่บันทึกธรรมดาแต่เป็นกวีนิพนธ์ ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า อารมณ์สะเทือนใจ
2. มีลักษณะของวรรณคดีนิราศ คือการคร่ำครวญ การระลึกถึงบุคคลอันเป็นที่รัก หรือเหตุการณ์ที่ทำให้ระลึกถึง รู้สึกพลัดพรากจากผู้นั้นหรือเหตุการณ์นั้น ๆ ไปแล้ว ขนบนี้มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา
3. มีลักษณะเป็นวรรณคดีเฉลิมพระเกียรติ เป็นบทกวีนิพนธ์ที่กล่าวถึงเจ้านายพระบรมวงศ์
สิริรัตนมาตาคือความจงรักภักดี ที่กลั่นกรองเอาความสามารถและความรู้สึกในจิตใจของแต่ละคนออกมาเป็นถ้อยคำ ฉันทลักษณ์ต่าง ๆ อย่างของท่านนายกสมาคมฯก็แต่งเป็นลิลิต อาจารย์ชมัยภร บางคมบาง แต่งเป็นร่าย บางคนแต่งเป็นเพลงพื้นบ้าน เพลงพวงมาลัย เพลงฉ่อย
แต่ละท่านมีลีลาการใช้ภาษาที่แตกต่างกันไป เลือกใช้ฉันทลักษณ์ที่ตัวเองถนัด ใช้ถ้อยคำ ใช้สัญลักษณ์ ใช้คำยากนิดหนึ่ง สื่อถึงพระแม่ของแผ่นดินที่เสด็จไปทุกท้องถิ่น ไปหาลูก ๆ ในพื้นที่ทุรกันดาร คนในเมืองจะเห็นพระองค์ท่านผ่านทีวี สื่อต่าง ๆ ที่มันทะลุจอมาถึงจิตใจของเรา
กวีแต่ละท่านกล่าวถึงพระราชกรณียกิจ เรื่องศิลปาชีพ เรื่องการปลูกป่า เรื่องสิ่งแวดล้อม โขน พระราชพิธี เสียงปี่กลอง เสียงปี่พาทย์นางหงส์ พันธุ์ไม้ที่เป็นพระนาม เช่น โมกราชินี หรือพันธุ์ไม้ที่พระราชทานนาม เช่น ดุสิตา นำมาร้อยเรียงเพื่อฉายภาพพระมหากรุณาธิคุณ ขอยกตัวอย่างบทกวีที่ชอบที่สุดในเล่มนี้ ชื่อว่า ภาพอมตะ ของอาจารย์ถนอมวงศ์ ล้ำยอดมรรคผล มาอ่านให้ฟัง
พุทธศักราชสองพันสี่ร้อยเก้าสิบสาม
งานอภิเษกสมรสงดงามแต่เรียบง่าย
ทั่วเขตแคว้นดุจสวรรค์พรรณราย
ไทยทั้งหลายรักสมเด็จพระบรมราชินี
ไม่มีคำยากเลย พูดถึงจุดเริ่มต้นของพระองค์ท่านที่ทรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมราชินี นับแต่นั้นจนถึงนาทีสุดท้าย คือความประทับใจสำหรับประชาชนธรรมดาคนหนึ่งที่ได้เห็นภาพข่าวหรือได้เข้าเฝ้า
นับแต่นั้นทรงงานไม่ว่างเว้น ฉันได้เห็นมาแต่เยาว์อย่างถ้วนถี่ บำเพ็ญราชกรณียกิจคู่พระบารมี ดูทีวีแทบทุกวันฉันยิ่งรัก ทรงแต่งพระองค์แต่ละชุดสุดแสนงาม ยิ้มพระสรวลทุกยามแม้เหนื่อยหนัก เพียรสงเคราะห์พสกนิกรไม่ผ่อนพัก ไทยทุกเผ่าเคารพรักเกินพรรณนา เมื่อได้เฝ้าฯ หลายโอกาสยิ่งพูนภักดิ์ พระเมตตาการุณย์นักเกินจักหา ภาพอมตะพระบรมราชินีนาถติดตรึงตรา ราวกับว่าทรงมีชีวิตนิจนิรันดร์
วรรคสุดท้ายน้ำตาจะไหล ผมชอบวรรคสุดท้ายมากที่สุด คือ ราวกับว่าทรงมีชีวิตนิจนิรันดร์ มันลึกซึ้งมาก เป็นภาพที่เป็นแรงบันดาลใจ เหมือนพระองค์ท่านยังทรงมีชีวิตอยู่ สิ่งที่เราระลึกถึงไม่ใช่เพียงพระรูปกายภายนอก แต่เป็นพระคุณของพระองค์ท่าน
บทกวีทุกบทกลั่นกรองความรู้สึกแท้จริงภายในจิตใจ ใช้ความสามารถอย่างสุดฝีมือ สามารถนำไปวิเคราะห์ วิจัย หรือเอาไปเป็นแบบอย่างได้ เป็นสิริรัตนมาตาอันสูงส่งที่เราถวาย ในวาระที่เราร่วมรำลึกถึงพระองค์ท่าน"
ยากก้ำเกินเอ่ยคำว่า สวรรคาลัย
"ผมได้รับมอบหมายจากท่านนายกสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทยให้ออกแบบปก ตอนแรกก็หนักใจว่าจะทำยังไงให้เรียบง่ายแต่สมพระเกียรติ ใช้เวลาประมาณ 3-4 วัน พอได้ฟังเพลงลายสักการะ ที่พระองค์ท่านเสด็จสกลนครที่มีดอกไม้เยอะ ๆ ก็ได้แรงบันดาลใจว่า น่าจะมีดอกไม้และมีภาพพระองค์ท่าน ก็เลยรังสรรค์ภาพปกนี้ออกมา
ผมได้แต่งคำประพันธ์ในเล่มนี้ด้วย ชื่อว่า ยากก้ำเกินเอ่ยคำว่า สวรรคาลัย แรงบันดาลใจมาจากพระองค์ท่านทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน ทรงโปรดวรรณคดี ก็นำส่วนของวรรณคดี ไตรภูมิพระร่วง มาเกี่ยวข้องกัน"
อาจารย์นพรัตน์ รัตนวิชัย พูดถึงที่มาของปกหนังสือและบทกวีให้ฟัง
Cr. Kanok Shokjaratkul
"โปรดเถิดพระอรุณอย่าหุนหัน อย่าด่วนผันชักม้าสู่ฟ้าใหม่ โอ้ว่าพระอาทิตย์ผู้ฤทธิไกร โปรดเห็นใจชะลอรถงดโคจร หมายจะชมพระนาถไท้ให้เต็มตื้น หมายจะชื่นพระบุญญาผลานุสรณ์ หมายจะเชิดพระบารมีศรีนคร หมายจะช้อนพระกิตติยาห่มฟ้าไทย ด้วยใจหมายมิคลายมั่นคืนวันมืด ช่างเย็นยืดโลกธาตุหวั่นหวาดไหว ยี่สิบสี่ตุลามาสเพียงขาดใจ สี่ทวีปเทวษไห้ฤทัยทวี มณฑารพจะโรยราอาลัยร่วง ป่าภูหลวงจะเยียบย่ำน้ำตาปรี่ ไหมทุกเส้นจะเหน็บหนาวร้าวฤดี พัสตราภรณ์จะหมองสีทวีระทม โขนสมเด็จจะอาดูรทูนถวิล ศิลป์แผ่นดินจะเทวษธุมเกตุห่ม พุ่มพฤกษ์พรรณจะผลัดใบไพรระงม ฟ้าจะล่มดินจะทรุดโลกหยุดเดิน พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลาดห้วงชีวิตนั้นซ้องสรรเสริญ ชินแต่ใช้น้อมส่ง ทรงพระเจริญ ยากก้ำเกินเอ่ยคำว่า สวรรคาลัย"
เทพสรวงแห่งปวงชน
"ท่านนายกสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทยโทรมาหาผม บอกว่า อยากได้เสภา 1 บท ผมก็แต่งให้ ปรากฏว่าบทนี้มีคนร้องทั้ง ทศพล หิมพานต์, น้องครีม อาร์สยาม โดยตัดตอนที่ผมเขียนมาถ่ายทอดเป็นเพลงลูกทุ่งชื่อ อาลัยพระพันปีหลวง เป็นกลอน 1 บท ฟ้าวินาศ จันทร์หมอง ดินร้องไห้ หยาดวาวใสไหลแก้มแสนอาลัย เพลงพญาโศกเพลงเศร้าหนาวกมล ดวงใจชนสู่สวรรคาลัย
ทำไมฟ้าถึงวิโยค/วินาศ จันทร์หมอง ดินร้องไห้ ตามความเชื่อเทวราชา พระมหากษัตริย์เหมือนพระอาทิตย์ พระราชินีเหมือนพระจันทร์ เมื่อเสด็จสวรรคตกลับสู่สวรรค์ ฟ้าจึงวิโยคคร่ำครวญ จันทร์หมองเพราะเปลี่ยนภพจากดินสู่ฟ้า ดินร้องไห้เปรียบเหมือนชาวบ้านประชาราษฎร์ธรณีกันแสงร้องไห้นั่นเอง"
ดร.สัจภูมิ ละออ พูดถึงบทกวีที่เขียนในหนังสือเล่มนี้ให้ฟัง
Cr. Kanok Shokjaratkul
"สิริรัตนมาตา เป็นการรวมอารมณ์ความรู้สึกของเหล่ากวี ตั้งแต่ กวีระดับชาวบ้านทั่วไป ไปถึงระดับประเทศ มีทั้งนักกลอนดีเด่น กวีได้รับรางวัล กวีศิลปินแห่งชาติ กวีเหล่านี้มีอารมณ์ความรู้สึกอย่างไรต่อการเสด็จนิวัติสวรรค์ของพระพันปีหลวง บันทึกไว้ในโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ร่าย เพลงพื้นบ้าน เพลงกล่อมเด็ก เป็นการบันทึกอารมณ์ความรู้สึกของชาวไทยที่มีต่อพระองค์
บทกวีนี้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แด่พระองค์ที่ทรงงานหนัก โครงการต่าง ๆ เหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าถือ ย่านลิเภา ไหมแพรวา ศิลปาชีพต่าง ๆ
ทรงงานหนักน้อมนำราชดำริ ดอกผลผลิเพื่อฟ้าประชาผอง ป่ารักน้ำล้ำคุณพูนสุขปอง ธารไหลล่องเลี้ยงหล่อต่อชีวี โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ คนอาศัยไพรดงพงสุขศรี ป่าเอื้อคนคนรักป่าฟ้าปรานี กษัตรีโอบเอื้อเกื้อนิกร ไหมแพรวาผ้าไทยลายเลิศลักษณ์ ทรงอนุรักษ์พัฒนางามกว่าก่อน แต่ละคืบแต่ละวาเอกอาภรณ์ สื่อสะท้อนรากเหง้าของเผ่าชน ย่านลิเภากระเป๋าถือโลกลือขาน เครื่องจากสานหัตถกิจไพสิฐผล ทรงเปลี่ยนพืชเป็นทองก้องสากล ศาสตร์หายจนราวฟ้าส่งทรงประทาน สร้างศิลปาชีพ เสริมศิลปะชาติ บรมนาถเน้นเติมเพิ่มสุขศานต์ หัตถศิลป์หัตถศาสตร์หัตถการ โลกเล่าขานอัตลักษณ์ประจักษ์ไกล ทรงงานหนัก น้อมนำราชดำริ ดอกผลผลิเพื่อปวงชนผลยิ่งใหญ่ พระพันปีหลวงดวงใจไทย ประณตไท้บรมนาถฉัตรประชา"
Cr. Kanok Shokjaratkul





