เสิร์ฟเสน่ห์วิถีไทย! ม้าก้านกล้วย งูกินหาง ปลาตะเพียนสาน การละเล่น-งานหัตถกรรมไทย ครองใจต่างชาติในงานประชุม IMF-World Bank 2026
KEY POINTS
- ประเทศไทยนำเสนอการละเล่นและหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น ม้าก้านกล้วย และปลาตะเพียนสาน เพื่อแสดงซอฟต์พาวเวอร์ในงานประชุม IMF-World Bank 2026
- การแสดงได้ประยุกต์การละเล่นไทยอย่าง "เล่นกระทบไม้" สไตล์อีสาน และงานหัตถกรรมต่างๆ ให้เป็นโชว์ร่วมสมัยที่น่าตื่นตาตื่นใจ
- จุดเด่นของงานคือการสร้างกิจกรรมให้ผู้ร่วมประชุมชาวต่างชาติได้ลงมือสานปลาตะเพียนและร้อยมาลัยด้วยตนเอง เพื่อสร้างความประทับใจและประสบการณ์ร่วม
ใครว่างานประชุมเศรษฐกิจและการเงินระดับโลก จะต้องมีแต่บรรยากาศตึงเครียดเสมอไป? บนเวทีการประชุม IMF-World Bank 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ยังมีอีกมุมหนึ่งของงานที่ประเทศไทยนำเสนอการแสดงทางวัฒนธรรม ซึ่งช่วยสร้างเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และความสนุกสนานให้แก่แขกต่างชาติที่มาร่วมงานได้เป็นอย่างดี กลายเป็นไฮไลต์เด็ดที่ทำเอาหลายคนลืมภาพงานประชุมแบบเดิมๆ ไปเลย
กรุงเทพธุรกิจ ชวนชมอีกหนึ่งมุมของซอฟต์พาวเวอร์ไทยที่ถูกหยิบยกขึ้นมาสร้างความครึกครื้นบนเวทีการแสดงกลางงาน IMF-World Bank 2026 นั่นคือเรื่องราวของ "การละเล่นและงานหัตถกรรมไทย" ที่ร้อยเรียงเอาวิถีชีวิต ความผูกพัน และศิลปะพื้นบ้านมาจัดวางใหม่ให้เข้าถึงจิตวิญญาณผู้คนทุกชาติทุกภาษา
เบื้องหลังเสียงปรบมือและความตื่นตาตื่นใจของโชว์ชุดนี้ มาจากวิสัยทัศน์ของ อ้น - พงษ์พันธ์ เพชรทอง หัวหน้าวงเพชรจรัสแสง ที่ได้รับโจทย์สำคัญจากกระทรวงการคลังในการเนรมิตภูมิปัญญาใกล้ตัว ให้กลายเป็นการแสดงร่วมสมัยที่ตรึงสายตาและสร้างประสบการณ์ร่วมได้อย่างน่าประทับใจ
การละเล่นไทย: จังหวะสนุกแฝงการเล่าเรื่อง ภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น
สำหรับโชว์ต่างๆ ตลอดทั้ง 7 วัน ทีมเพชรจรัสแสงได้โจทย์จากผู้ใหญ่ในกระทรวงการคลังให้ออกแบบโชว์ที่เน้นวัฒนธรรมไทยในทุกๆ มิติ ทางทีมจึงเริ่มจากการดึงเอาศักยภาพของวิถีชีวิตไทยรอบๆ ตัว มาใช้ออกแบบการแสดงในทุกๆ ชุดที่ผ่านมา
หากมองในภาพรวมทั่วโลก หลายประเทศก็จะมีวัฒนธรรมการละเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง อย่างเกาหลีใต้เองเขาก็นำเสนอการละเล่นท้องถิ่นของเขาในซีรีส์สควิดเกม สำหรับประเทศไทยก็เช่นกัน สิ่งที่อยู่คู่กับความทรงจำและความสุขมาทุกยุคสมัย ก็คือ วิถีชีวิตและการละเล่นพื้นบ้านไทยๆ อย่าง ขี่ม้าก้านกล้วย, การสาวเส้นไหม, งูกินหาง, รีรีข้าวสาร และ มอญซ่อนผ้า
อย่างไรก็ตาม การจะยกสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาแสดงบนเวทีการประชุมระดับโลก จะเป็นเพียงการเล่นสนุกทั่วไปไม่ได้ ทีมเพชรจรัสแสงจึงนำโจทย์นี้มาตีความใหม่ด้วยการแต่งบทเพลงเฉพาะตัว สร้างแพตเทิร์นและเรียบเรียงโครงสร้างให้กลายเป็น "การแสดงการละเล่น" ที่ร้อยเรื่องราวได้อย่างลงตัว
"เราอยากเห็นเด็กๆ มาร่วมเล่นกับเราด้วย ก็เลยได้เชิญชวนน้องๆ นักเรียนจากโรงเรียนวัดลาดกระบัง มาร่วมแสดงกับนักแสดงมืออาชีพของทีมเพชรจรัสแสง เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติได้เห็นกับตาบนเวทีเลยว่า ประเทศไทยมีการสืบทอดภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น" พงษ์พันธ์ อธิบาย
การแสดง 'กระทบไม้' หนึ่งในการละเล่นสไตล์อีสาน
ความสนุกสนานถูกเร่งจังหวะให้คึกคักยิ่งขึ้นด้วย "การแสดงกระทบไม้" ซึ่งแตกต่างจาก "รำกระทบไม้" ของภาคกลางอันอ่อนช้อยในบทเพลงของครูมนตรี ตราโมท ที่คุ้นเคยกันดีตามแบบฉบับกรมศิลปากร
เพราะบนเวที IMF-World Bank 2026 ครั้งนี้ ทีมเพชรจรัสแสงเลือกหยิบการแสดงกระทบไม้สไตล์ "ภาคอีสาน" มาถ่ายทอดใหม่ในจังหวะเร้าใจ สนุกสนาน และท้าทายกว่าเดิม พร้อมเพิ่มลูกเล่นด้วยการโซโล่เครื่องดนตรีพื้นบ้านหลายชนิด เพื่อถ่ายทอดวิถีชีวิตและอัตลักษณ์อีสานได้อย่างมีเสน่ห์ จนสร้างความแปลกใหม่และเรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมได้อย่างล้นหลาม
การแสดงผสมผสาน "หัตถกรรมไทย" อีกหนึ่งโชว์ที่ต่างชาติว้าวมาก!
นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งโชว์ถัดมา ทีมเพชรจรัสแสงนำพาผู้ชมก้าวเข้าสู่เรื่องราวของ "งานหัตถกรรมไทย" ซึ่งเกิดจากความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติในบ้านเรา โดยทีมงานเลือกหยิบยกชิ้นงานที่เป็นตัวแทน Soft Power อันเด่นชัดขึ้นมานำเสนอให้ชาวต่างชาติเข้าใจได้ง่ายทันทีที่มองเห็น
ไม่ว่าจะเป็น งานจักสานไม้ไผ่ให้เป็นข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ, ของเล่นไทยอย่าง ปลาตะเพียนสาน, การร้อยมาลัยดอกมะลิ, โชว์อุปกรณ์จับปลาพื้นบ้าน, งานประณีตศิลป์วาดหัวโขน, งานวาดภาพลายไทย ฯลฯ
ทั้งนี้ จุดเด่นสำคัญของการทำโชว์สไตล์เพชรจรัสแสงในทุกชุด ก็คือ การไม่ปล่อยให้ผู้ชมเป็นเพียงแค่ "คนยืนดู" แต่สร้างการมีส่วนร่วมไปด้วยกัน เพื่อสร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้ง เช่น การนำดอกไม้สดและทางมะพร้าว นำมาจัดกิจกรรมร้อยดอกมะลิและสานปลาตะเพียนบริเวณหน้าเวทีขณะโชว์ เพื่อให้ต่างชาติได้ร่วมทำเองกับมือ
"ชาวต่างชาติเขาว้าวมาก เพราะเขาไม่ได้แค่นั่งดูเฉยๆ แต่เขาได้ลองสานปลาตะเพียน ได้ลองร้อยดอกมะลิด้วยมือตัวเอง พอร้อยเสร็จเขาก็ดึงไปอวดเพื่อนข้างๆ ว่ามันดีมาก สิ่งนี้ทำให้เขาเกิดความรู้สึกอิ่มเอม เกิดความเชื่อมโยงและความผูกพันระหว่างประเทศเขากับประเทศเรา
ผมเชื่อว่าพอพวกเขากลับประเทศไป เขาจะนึกถึงเรื่องราวดีๆ ของประเทศไทยแน่นอน สำหรับเพชรจรัสแสง การทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความเป็นไทย และมีส่วนร่วมจนมีความสุขนั้นคือเป้าหมายของเรา" พงษ์พันธ์ ย้ำ
ส่งต่อความภาคภูมิใจ จากหัวใจคนไทยสู่กลางใจคนทั้งโลก
การนำการละเล่นและงานหัตถกรรมพื้นบ้านมาปรากฏอยู่บนเวทีระดับโลกอย่าง IMF-World Bank 2026 จึงเป็นคำตอบที่สะท้อนว่า คำว่า Soft Power ของไทยนั้นมีความประณีต ละเอียดอ่อน และทรงคุณค่าในแบบที่ยังคงมีมุมมองใหม่ๆ ให้ค้นหาอีกมากมาย
"พูดถึงเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ไทย เราไม่ได้ภูมิใจในฐานะศิลปินเพียงอย่างเดียว แต่ภูมิใจในฐานะคนไทยที่ได้นำอัตลักษณ์ไทยมาทำให้ชาวต่างชาติได้เห็นว่า เรามีซอฟต์พาวเวอร์อีกมากมายที่ยังไม่เคยปรากฏตัว และวันนี้มันได้มาปรากฏอยู่บนเวทีระดับโลก โดยที่เราไม่ต้องบินไปแสดงถึงต่างประเทศ แต่คนนานาชาติเดินทางมานั่งดูเราถึงที่
เพียงแค่นักแสดงถ่ายทอดมันให้ออกมาดี ทำให้ชัดเจน ให้ถึงอารมณ์ และเข้าไปนั่งอยู่กลางใจของคนดูได้ นั่นคือความสำเร็จสูงสุดของการทำโชว์" พงษ์พันธ์ กล่าวทิ้งทาย





