ผลงาน “ร่างแปลง : สมรภูมิแห่งความวิปลาสของเนื้อหนัง“ โดย วิภาส ศรีทอง จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์สมมติ คว้ารางวัลซีไรต์ประจำปี 2569 โดยถือเป็นดับเบิ้ลซีไรต์ของวิภาส
งานประกาศรางวัลรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (Southeast Asian Writers Award) หรือ ซีไรต์(S.E.A. Write) เป็นรางวัลประจำปีที่มอบแก่กวีและนักเขียน 10 ประเทศของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน
สำหรับประเทศไทย วันนี้ (9 ต.ค. 69) คณะกรรมการได้แถลงผลรางวัล ให้กับผลงานเรื่องสั้น “ร่างแปลง : สมรภูมิแห่งความวิปลาสของเนื้อหนัง” โดย วิภาส ศรีทอง จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์สมมติ คว้ารางวัลในปีนี้ไป
โดยถือเป็นดับเบิ้ลซีไรต์ของวิภาส หลังจากเมื่อปี 2555 ได้ซีไรต์จากผลงาน “คนแคระ” ในประเภทนวนิยาย
วิภาส ได้เอ่ยในงาน พบนักเขียนรางวัลซีไรต์ รอบคัดเลือก ปี 2569 เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 จัดโดย สมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย โดยเล่าถึงเส้นทางการเป็นนักเขียนของตัวเองว่า
"ผมเขียนงานตั้งแต่สมัยมัธยม เริ่มมาจากการอ่านไซไฟ และวรรณกรรมเพื่อชีวิต พอเข้ามหาวิทยาลัย ก็ส่งไปตามนิตยสารต่าง ๆ มติชน เนชั่น สยามรัฐ เขียนไปเรียนไป 10 ปี ออกมาทำงาน เปิดร้านอาหาร รับแปลงานบ้าง รวมเล่มครั้งแรกกับคุณวาดรวี ผมเขียนไม่เยอะ แต่ทำมาค่อนข้างต่อเนื่อง เขียนมา 10 กว่าเรื่อง ส่วนใหญ่เป็นนิยาย เรื่องสั้นมี 3-4 เล่ม
เล่มนี้เป็นงานที่ผมฝืนตัวเองน้อยที่สุด เป็นงานที่อยากเขียนมานานแล้ว ผมชอบงาน Body Horror แต่ Horror สไตล์ผมไม่ใช่ Horror ตลาด ผมเขียนเรื่องสั้นสไตล์นี้มาแบบประปราย นักเขียนทุกคนจะมีความ obsession อะไรบางอย่างส่วนตัว ผมก็ obsess เรื่องนี้มา"
"มันโผล่ในเรื่องสั้นบ้าง ในนิยายบ้าง อย่างล่าสุด มีความเป็น Body Horror อยู่เหมือนกันระดับหนึ่ง มาจากเรื่องสั้นเรื่องแรกที่ผมเขียนตอนอายุ 17 ชื่อเรื่อง ซาก แกนกลางของเรื่องนี้คือสัตภาวะ 3-4 เรื่องแรกนี่เขียนติดกันเลยไม่ได้เขียนส่งไปที่ไหน รวมได้ 8 เรื่องส่งไปสำนักพิมพ์สมมติ
งานค่อนข้างกินลึกมากกว่า ความกลัวแบบสโลว์เบิร์นนิดหนึ่ง ผมคิดว่าร่างกายมันเป็น เมตามอร์โฟซิส (Metamorphosis) เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างขอบเขตของร่างกาย ขอบเขตของคนเรากับโลกภายนอก ทำให้เห็นว่า ศูนย์กลางคือ สัตภาวะ สิ่งที่เราเผชิญรอบ ๆ ตัว เช่น ความร้อน ความเครียด เศรษฐกิจ เสียง มันเข้ามาแล้วมันทำอะไรบางอย่างกับเรา มันทำให้อารมณ์ความสัมพันธ์ของเรากับร่างกายเราเปลี่ยนแปลงไป
แต่ละเรื่องคือการแสดงออกว่าตัวละครแต่ละตัวมันแสดงออกมาอย่างไรกับความสัมพันธ์ร่างกายที่พร่าเลือน บางคนก็นิ่งเงียบไป บางคนก็หมกมุ่นกับร่างกายไปเลย บางคนเส้นแบ่งธรรมชาติกับร่างกายไม่แน่นอน เบลอไปเลย เป็นเรื่องที่ผมอยากลองอะไรใหม่ ๆ ที่มันเอนเตอร์เทนมากขึ้น หลายคนบอกว่าอ่านง่ายขึ้น"





