วันพุธ ที่ 7 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประสบการณ์ญี่ปุ่นรับมือโลกรวน: เมื่อเรนบอมบ์ ไฟป่า ร้อนเกินขีด กลายเป็นปกติสามัญใหม่

เมื่อสภาพภูมิอากาศแปรปรวนกลายเป็นเรื่องปกติใหม่ ญี่ปุ่นปรับตัวรับมือภัยพิบัติเชิงรุก ทางการใช้มาตรการตั้งศูนย์พักพิงคลายร้อน พัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า และปรับกลยุทธ์วิธีดับไฟป่า

KEY POINTS

  • ญี่ปุ่นกำลังเผชิญภัยพิบัติรุนแรงจากสภาพภูมิอากาศแปรปรวนที่กลายเป็นเรื่องปกติใหม่ เช่น ฝนถล่มหนัก (เรนบอมบ์), คลื่นความร้อนจัดเกิน 40 องศาเซลเซียส และไฟป่าที่เกิดบ่อยขึ้นแม้ในเขตหนาว
  • ทางการญี่ปุ่นยอมรับความปกติใหม่นี้ โดยมีการบัญญัติศัพท์เฉพาะสำหรับปรากฏการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว เช่น "ก๊กโชบิ" สำหรับวันร้อนจัด และ "เซนโจโคซุยไท" สำหรับแนวฝนตกหนักแช่นิ่ง
  • ญี่ปุ่นปรับตัวรับมือเชิงรุกด้วยมาตรการที่เป็นรูปธรรมหลายด้าน เช่น การออกกฎหมายจัดตั้งศูนย์พักพิงคลายร้อน, พัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า, ส่งเสริมพันธุ์ข้าวทนร้อน และปรับปรุงยุทธวิธีดับไฟป่า

ช่วงปลายสิงหาคม กันยายน และต่อเนื่องถึง 3 ตุลาคมที่ผ่านมา กรุงโตเกียวมีฝนตกต่อเนื่องนาน 37 วัน เป็นความผิดปกติ แต่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก… สามารถกล่าวได้ว่าประเทศญี่ปุ่นมีประสบการณ์เผชิญภัยธรรมชาติและภัยพิบัติแปลกแตกต่างจากประสบการณ์เดิม อันคาดว่าเป็นผลจากภูมิอากาศแปรปรวน มากที่สุดประเทศหนึ่ง

ด้วยภูมิศาสตร์เป็นเกาะ มีภูเขาทอดยาวตั้งกลางมหาสมุทรที่อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ปรากฏการณ์ผิดปกติที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า สามารถกล่าวได้ว่าญี่ปุ่นเป็นด่านหน้าของความแปรปรวนภูมิอากาศโลกก็ได้

เรนบอมบ์ (Rain Bomb)

อย่างเหตุล่าสุดที่เพิ่งเกิดเมื่อ 13 สิงหาคม 2026 ที่จังหวัดชิบะ ใกล้กับโตเกียว เกิดฝนถล่มหนักมาก 351 มม. ภายใน 24 ชม. ที่สถานีวัดระดับฝนชิบะ ขณะที่พื้นที่อื่นตามแนวฝนทอดยาวก็เผชิญฝนถล่มรุนแรงในระดับไล่เลี่ยกัน เฉลี่ย 400-600 มม. ระบบสัญจรเดินทางหยุดชะงัก ประชาชน 4 แสนคนถูกสั่งอพยพ เป็นข่าวใหญ่ทั่วโลกพาดหัว Rain Bomb สื่อสารถึงเหตุการณ์นี้

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของเรนบอมบ์ ย้อนหลังไปปีเดียวเมื่อ สิงหาคม 2025 เกิดเหตุผิดปกติ 2 เรื่องต่อเนื่องกัน คือ  เกิดอุณหภูมิร้อน 40 องศาเซลเซียสทั่วไป (ซึ่งระดับนี้กลายเป็นปกติร้อนใหม่ไปแล้ว) ที่เมืองทามานะ จังหวัดคุมาโมโตะ ก็เจอฝนบอมบ์ตกหนักถึง 404 มม. ในเวลาเพียง 12 ชั่วโมง (สถิติสูงสุดของพื้นที่) และมวลฝนสะสมทะลุ 560 มม. ในเวลาไม่กี่วัน

ย้อนไปอีกปี 2023 เดือนสิงหาคม (อีกแล้ว) เป็นปรากฏการณ์ใหม่อีกเช่นกัน เมื่อซูเปอร์ไต้ฝุ่นชานชาน (Typhoon Shanshan) ขึ้นฝั่งจังหวัดมิยาซากิและคาโกชิมะ แต่เคลื่อนตัวช้ามาก กลายเป็นพิบัติภัยแช่อยู่กลางเกาะ มวลฝนพุ่งสูงเกิน 400-600 มม. ในช่วง 24-48 ชม. สร้างสถิติฝนตกหนักที่สุดครั้งหนึ่งของเกาะคิวชู

อุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้เรียกชื่อปรากฏการณ์ฝนแช่นิ่งเป็นแนวยาวว่า "เซนโจโคซุยไท" สื่อต่างประเทศเรียก Linear Precipitation Zones เกิดจากไอน้ำมหาศาลระเหยจากทะเลที่ร้อนขึ้น เข้ามากระแทกกับแนวปะทะอากาศ ทำให้เกิดกลุ่มเมฆฝนก่อตัวเป็นสายยาวแช่นิ่งอยู่เหนือพื้นที่เดิมหลายชั่วโมง ฝนตกหนักเกิน 300 มม. ใน 24 ชม. ที่สถานีวัด หรือวัดค่าเฉลี่ยทั่วไปมากกว่า 500 มม. ซึ่งสถานการณ์นี้เริ่มกลายเป็นปกติใหม่ของญี่ปุ่นไปแล้ว

ประสบการณ์ญี่ปุ่นรับมือโลกรวน: เมื่อเรนบอมบ์ ไฟป่า ร้อนเกินขีด กลายเป็นปกติสามัญใหม่ ที่มาภาพประกอบ : สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งประเทศญี่ปุ่น ได้ตั้งชื่อฝนตกหนักในจังหวัดชิบะว่า "ฝนตกหนักชิบะ สมัยเรวะ 8 สิงหาคม"

ความร้อนพุ่ง 

ญี่ปุ่นยังเผชิญกับภาวะอากาศร้อนจัด ซึ่งนี่ก็ไม่ธรรมดาเลยสำหรับประเทศที่อยู่ในเขตอบอุ่น (Temperate Zone) ระหว่างละติจูด 30-45 องศาเหนือ อุณหภูมิระดับ 40°C ขึ้นไป คือความผิดปกติระดับวิกฤติ สามารถใช้ศัพท์วิชาการ Abnormal หรือ  Extreme Event  ได้ 

ต้องอธิบายว่าประเทศเขตอุ่น Temperate Zone ต่างจากประเทศเขตร้อน Tropical Zone แบบบ้านเรา ญี่ปุ่นมีฤดูร้อน ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วง 4 ฤดู แบบยุโรป ดังนั้นอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียสจึงผิดปกติเอามาก ๆ แต่ในหลายปีมานี้ก็เกิดมีอากาศร้อนรุนแรงเกิน 40 องศาฯ หลายครั้งแล้ว !

จนในที่สุด กรมอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นก็ยอมรับความปกติใหม่ของอุณหภูมิเกิน 40 องศาฯ เพิ่มศัพท์เรียก “ก๊กโชบิ” - "Kokushobi" ในประกาศทางการสำหรับวันร้อนจัดเกินขีดที่ว่า

แต่ความร้อนจัดเกิน 40 องศา°C ยังไม่หยุดอยู่แค่ทางการยอมรับ เพราะเกิดมีวันที่ร้อนจัดเกิดนอกฤดูร้อน (กรกฎาคม-สิงหาคม) คือได้เกิดที่เมืองอิเสซากิ (จังหวัดกุมมะ) วัดอุณหภูมิได้ถึง 40.2°C ในวันที่ 25 มิถุนายน 2024  ซึ่งถือเป็น ครั้งแรกในประวัติศาสตร์การบันทึกของญี่ปุ่น ที่อุณหภูมิทะลุ 40°C ตั้งแต่ยังไม่เข้าสู่เดือนกรกฎาคม เพราะปกติเดือนมิถุนายนควรจะเป็นช่วงฤดูฝนที่พรำ ๆ และอากาศแค่เพียงอบอ้าวของปลายใบไม้ผลิเท่านั้น

ไฟป่า

คอลัมน์นี้เคยเขียนถึงเหตุไฟป่าที่นาน ๆ ทีจะเกิดในญี่ปุ่น ด้วยเพราะฤดูกาลเริ่มแปรปรวน ไฟในป่าเป็นสิ่งที่ต้องห้าม เพราะประเภทของป่าในญี่ปุ่นไม่ใช่ป่าผลัดใบ เป็นปฏิปักษ์กับไฟ แต่ก็เริ่มมีเหตุไฟป่าเกิดบ่อยขึ้น

ที่ถูกเพ่งเล็งมากคือไฟป่าที่เกิดบนเกาะฮอกไกโด ซึ่งเป็นเขตหนาวตอนเหนือสุด สภาพภูมิอากาศของฮอกไกโดเป็นเขตกึ่งหนาว (Subarctic) อัตราเสี่ยงไฟป่าต่ำ แต่เมื่อโลกร้อนขึ้น หิมะละลายเร็วผิดปกติ จากเดิมมันควรละลายเป็นธารรินไหลลงมาปลายฤดูใบไม้ผลิ (มิถุนายน) ส่งผลให้หน้าดินสูญเสียความชื้นเร็วกว่ากำหนดก่อนเข้าฤดูร้อน นั่นก็หมายถึงพอเข้าฤดูร้อนป่าก็แห้งแล้ง 

ไม่เพียงเท่านั้น ป่าพรุและพื้นที่ชุ่มน้ำของเขตนี้ก็เกิดมีไฟป่ามากขึ้น คลื่นความร้อนและฝนทิ้งช่วง จึงมักเกิดไฟป่าในเขตป่าหนาวและป่าพรุ เช่น แถบเอกาชิโมโตะ และกุสชิโระ รวมถึงเขตอิวาเตะ

การปรับตัวสู้โลกรวน

ญี่ปุ่นมองเห็นอาการผิดปกติของดินฟ้าอากาศ และพยายามปรับตัวรับมือมานานพอสมควร ในขณะที่ชาติอื่น ๆ ยังแค่แก้กฎหมายการปล่อยคาร์บอน เพราะไปรับฉันทามติร่วมมา แต่ญี่ปุ่นไปไกลกว่านั้น โดยยึดเหตุที่ประสบกับตัวเองจริงมาเป็นประเด็นปัญหา เช่น เกิดมีแนวทางการประเมินผลกระทบน้ำ และทรัพยากรธรรมชาติ (MLIT & MOE Guidelines) 

โดยมีหน่วยงานหลักคือ กระทรวงที่ดินฯ (MLIT) ร่วมกับกระทรวงสิ่งแวดล้อม (MOE) ดำเนินการออกแนวปฏิบัติใหม่ ให้องค์กรท้องถิ่นประเมินความเสี่ยงโครงสร้างพื้นฐานระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะ "มวลน้ำและฝนบอมบ์" ต่อระบบประปา เขื่อน และแม่น้ำ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างรับมือล่วงหน้า ซึ่งประเด็นนี้ไทยน่าจะสนใจนำมาปรับใช้ รวมถึงออกแนวทางปฏิบัติ Nature-based Solutions (NbS) หรือการใช้ธรรมชาติช่วยรับมือภัยพิบัติ เช่น การฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ ป่าพรุ และพื้นที่รับน้ำธรรมชาติ เพื่อชะลอมวลน้ำและลดความเสี่ยงไฟป่าในเขตหนาว (ประเด็นนี้ไทยเราก็ยังติดกรอบกฎหมายเฉพาะตามแท่งหน่วยงาน กรม ปภ. หรือ อปท. ไม่สามารถเข้าไปปรับพื้นที่ป่า หรือ พรุ พื้นที่อื่นนอกอำนาจตามกฎหมายของตน)

หากมองย้อนกลับไป 5-6 ปีก่อน ตั้งแต่เริ่มเผชิญฝนบอมบ์ขนาดใหญ่ในช่วงแรก ๆ  ปี 2019 ญี่ปุ่นก็ได้ปรับปรุงระบบเตือนภัยการอพยพภัยพิบัติเป็น 5 ระดับ (Evacuation Levels 1-5) โดยกำหนด Level 4 คือสั่งอพยพทันที (Evacuate) และเพิ่ม Level 5 คือ ภัยพิบัติเกิดขึ้นแล้ว ต้องเร่งรักษาชีวิตอย่างฉุกเฉิน

ปี 2020-2021 ในระหว่างที่อุณหภูมิเริ่มไต่แตะ 40 องศาฯ ส่งสัญญาณโลกร้อนก็เกิดมีการยกระดับแผนส่งเสริมเกษตร-ประมงรับโลกร้อน โดยกระทรวงเกษตรฯ (MAFF) ส่งเสริมข้าวสายพันธุ์ทนความร้อนสูง เช่น Sai no Kizuna และ Nikomaru เพื่อแก้ปัญหาเมล็ดข้าวขุ่น ข้าวแตกเสียหายจากแดดเผา พร้อมออกแนวทางส่งเสริมการประมงปลาสายพันธุ์ใต้ (ปลาบุริ) บนเกาะฮอกไกโด

ปี 2021 กระทรวงสิ่งแวดล้อมร่วมกับ JMA ประกาศใช้ระบบเตือนภัยโรคลมแดดทั่วประเทศเป็นครั้งแรก เมื่อคาดการณ์ค่าดัชนีความร้อน (WBGT) แตะระดับ 33

ปีเดียวกันนั้น กรมอุตุฯ JMA เริ่มแจ้งเตือน 'เซนโจโคซุยไท' (Senjo-kousuitai) - Linear Precipitation Zones หรือเหตุการณ์แนวปะทะรับฝนแช่ล่วงหน้า และต้องชมเชย JMA ว่ามีความพยายามปรับตัวสื่อสารสังคมรับภัยพิบัติใหม่ ๆ เช่นตัวอย่างกราฟิกแนว เซนโจโคซุยไท ที่สื่อสารออกมา มีวงกลมชี้เป้าพื้นที่ได้รับผลกระทบ

เท่านั้นไม่พอ ยังมีแถบระดับพยากรณ์ปริมาณฝนขวามือ วัดระดับน้ำเป็น มม. ต่อ 3 ชม. คือถ้าแดงมากก็แปลว่าฝนตกหนักมาก ซึ่งทำให้คำนวณระดับผลกระทบต่อพื้นที่นั้นๆ ได้ง่าย (ดูตัวอย่างที่ ledge.ai)

ประสบการณ์ญี่ปุ่นรับมือโลกรวน: เมื่อเรนบอมบ์ ไฟป่า ร้อนเกินขีด กลายเป็นปกติสามัญใหม่
ที่มาภาพประกอบ : กราฟิกกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น JMA สื่อสารพื้นที่เสี่ยงฝนแช่ เรนบอมบ์

อธิบายภาพ: แผนที่สภาพอากาศของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (Japan Meteorological Agency) ซึ่งวิเคราะห์ปริมาณฝนสะสมในช่วง 3 ชั่วโมง และการเกิด "แถบฝนตกหนักเป็นแนวยาว" (Linear Precipitation Zone / 線状降水帯) แสดงปริมาณฝนตกจนถึงวันที่ 4 กรกฎาคม 2020 เวลา 03:00 น. เกิดปริมาณฝนสะสมสูงเกิน 150 มม. ในเวลาเพียง 3 ชั่วโมง ถือเป็นสถานการณ์อันตรายสูงสุดที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม

ปี 2022 JMA นำซูเปอร์คอมพิวเตอร์ประมวลผลร่วมกับดาวเทียม Himawari เปิดตัวระบบพยากรณ์ และออกประกาศแจ้งเตือนกลุ่มเมฆฝนสายยาวแช่นิ่งล่วงหน้า 0.5-2 ชั่วโมงเป็นครั้งแรก

ปี 2023 รัฐสภาญี่ปุ่นผ่านการแก้ไขกฎหมาย ว่าด้วยการปรับตัวต่อสภาวะภูมิอากาศ บังคับให้เทศบาลท้องถิ่นจัดตั้ง "Cooling Shelters" (ศูนย์พักพิงคลายร้อน) และกำหนดมาตรการเตือนภัยฉุกเฉินขั้นสูงสุดบังคับใช้ระบบ 'Special Heatstroke Alert' และ Cooling Shelters ทั่วประเทศ ซึ่งนี่ก็เป็นผลจากอุณหภูมิเกิน 40 องศาอีกเช่นกัน

ปี 2024 กฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้จริง เริ่มใช้ระบบเตือนภัยความร้อนฉุกเฉินระดับสีแดง (เมื่อ WBGT คาดการณ์ว่าจะทะลุ 35) และสั่งเปิดศูนย์พักพิงหนีความร้อนในห้างสรรพสินค้าและอาคารสาธารณะฟรีทันที เมื่อมีการเตือนภัย และยกระดับแผนกู้ภัยไฟป่าเขตหนาวและการใช้โดรน (มองกลับมาที่ประเทศไทย เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ล่าสุด สถานีรถไฟฟ้าที่มีผู้โดยสารตกรถและหนีน้ำหนีฝนติดอยู่จำนวนมาก กลับถูกลอยแพเชิญออกจากสถานีเพราะหมดเวลาเดินรถ)

ปี 2024-2025 กระทรวงมหาดไทยฯ (MIC) ร่วมกับกองกำลังป้องกันตนเอง (JSDF) บรรจุยุทธวิธีดับไฟป่าใต้ดิน (ป่าพรุ) ในฮอกไกโด นำโดรนตรวจจับความร้อนใต้ดินมาใช้ และปลดล็อกระเบียบให้ส่งเฮลิคอปเตอร์ทหารทิ้งน้ำดับไฟป่าได้ทันที

ญี่ปุ่นเป็นด่านหน้าเผชิญความแปรปรวนภูมิอากาศโลก ที่เจอแล้วและกำลังพยายามปรับตัว ซึ่งไทยสามารถนำมาเป็นบทเรียนได้ไม่มากก็น้อย ในการเผชิญความผิดปกติของภูมิอากาศมาหลายเหตุการณ์เช่นกัน


 

..........................................

เขียนโดย บัณรส บัวคลี่ คอลัมน์จุดประกายความคิด กรุงเทพธุรกิจ