วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘ซีไรต์’ ปี 69 ประกาศ Shortlist ‘รวมเรื่องสั้น’ รอบคัดเลือก จำนวน 7 เล่ม

รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (Southeast Asian Writers Award) หรือ ซีไรต์ (S.E.A. Write) เป็นรางวัลประจำปีที่มอบแก่กวีและนักเขียน 10 ประเทศของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน 

มีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องผลงานวรรณกรรมอันทรงคุณค่า ในประเทศไทยมีการประกวดวรรณกรรม 3 ประเภทหมุนเวียนไป ได้แก่ กวีนิพนธ์ รวมเรื่องสั้น นวนิยาย

สำหรับปี 2569 เป็นครั้งที่ 48 เป็นการประกวดวรรณกรรมประเภท รวมเรื่องสั้น

จากการเปิดรับสมัครจนมาถึงวันที่ 10 เมษายน 2569 มีผู้ส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 71 เล่ม

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาให้ผ่านรอบแรก (Longlist) จำนวน 15 เล่ม

ล่าสุด วันที่ 27 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการฯ นำโดย ขจรฤทธิ์ รักษา, แพทย์หญิงชัญวลี ศรีสุโข, ดร.พัฒนเดช กอวัฒนา, ภาณุพงศ์ คงจันทร์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีวรา ผาสุขดี, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สมเกียรติ คู่ทวีกุล และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อรรถพล ปะมะโข ได้พิจารณาคัดเลือกหนังสือที่ส่งเข้าประกวด มีมติเป็นเอกฉันท์ให้เสนอหนังสือรอบคัดเลือก (Shortlist) จำนวน 7 เล่ม ดังนี้ เรียงตามลำดับตัวอักษร เพื่อให้คณะกรรมการตัดสินฯ พิจารณาในรอบต่อไป

1. กะลา-ลัง / รมณ กมลนาวิน / RamonaSays Publisher

2. คอลลาจบรรเลง / แพรพลอย วนัช / วรรณวนัช เตชะศิลป์เจริญ
3. นาคาร้องไห้ / ประเสริฐศักดิ์ ปัดมะริด / สำนักพิมพ์คมบาง
4. ผมจะเล่าเรื่องผีให้คุณฟัง / ชุติเดช ยารังษี / สำนักพิมพ์คมบาง
5. ร่างแปลง : สมรภูมิแห่งความวิปลาสของเนื้อหนัง / วิภาส ศรีทอง / สำนักพิมพ์สมมติ
6. หรือเราถูกเลือกให้แหลกสลาย / ศิริ มะลิแย้ม / แป้นพิมพ์ พับลิชชิ่ง
7. อีหมวยคนหลายใจ และเรื่องสั้นอื่น ๆ / นวพล พิสุทธิวงส์ / สำนักพิมพ์คมบาง

‘ซีไรต์’ ปี 69 ประกาศ Shortlist ‘รวมเรื่องสั้น’ รอบคัดเลือก จำนวน 7 เล่ม

คำประกาศของคณะกรรมการ 

ภาพรวมของหนังสือรวมเรื่องสั้นที่ส่งประกวด สะท้อนให้เห็นความหลากหลายทั้งด้านเนื้อหา แนวคิด รูปแบบ และกลวิธีการเล่าเรื่อง แสดงให้เห็นว่าเรื่องสั้นไทยร่วมสมัยกำลังขยายขอบเขตออกจากขนบเดิม ไปสู่ประเด็นและประสบการณ์ของมนุษย์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ด้านเนื้อหา ครอบคลุมตั้งแต่เรื่องย้อนยุค แฟนตาซี อีโรติก สยองขวัญ ความเชื่อ ศาสนา ปรัชญา และไสยศาสตร์ ไปจนถึงปัญหาสังคมร่วมสมัย ทั้งความขัดแย้งทางการเมือง สิ่งแวดล้อม การทำลายธรรมชาติ และความเปลี่ยนแปลงของโลก

นักเขียนยังให้ความสำคัญกับโลกภายในของตัวละครและความหลากหลายทางสังคมมากขึ้น ทำให้เรื่องสั้นจำนวนหนึ่งก้าวพ้นจากเรื่องเฉพาะบุคคลหรือเฉพาะท้องถิ่น ไปสู่คำถามที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับ ความเป็นมนุษย์และการอยู่ร่วมกันในสังคม ด้านรูปแบบ มีทั้งเรื่องสั้นแบบขนบและงานทดลองที่ผสมผสานวิธีการเขียนจากบทความ สารคดี บันทึก งานวิชาการ และบันเทิงคดีเข้าด้วยกัน นักเขียนทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่จากหลากหลายภูมิภาค ต่างใช้มุมมองและกลวิธีการเล่าที่แตกต่างกัน ทำให้เห็นภาพสังคมไทยทั้งในอดีต ปัจจุบัน และจินตนาการถึงอนาคต

ขณะเดียวกัน ความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและสื่อดิจิทัลก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องอาชีพ รูปแบบการสื่อสาร และความสัมพันธ์ของผู้คน สะท้อนให้เห็นว่าสื่อและเทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังของชีวิต หากกำลังเข้าไปเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและวิถีชีวิตของมนุษย์โดยตรง น่าสังเกตว่าผลงานจำนวนหนึ่งนำประวัติศาสตร์ สังคม และการเมืองมาเชื่อมโยงกับเรื่องราวส่วนบุคคล ทำให้ประสบการณ์ของตัวละครสามารถขยายไปสู่ความทรงจำร่วมของสังคมได้

ขณะเดียวกัน การเผยแพร่ผลงานก็มีความหลากหลาย ทั้งจากเวทีประกวด สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ และงานที่เขียนขึ้นใหม่ สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศทางวรรณกรรมที่เปิดกว้างมากขึ้น

เมื่อพิจารณาโดยรวม หนังสือทั้ง 71 เล่มแสดงให้เห็นว่าเรื่องสั้นไทยร่วมสมัยมีพัฒนาการที่น่าสนใจ ทั้งในด้านการขยายขอบเขตเนื้อหาและการทดลองรูปแบบ นักเขียนไม่ได้เพียงบันทึกความเปลี่ยนแปลงของสังคม หากยังใช้เรื่องสั้นเป็นพื้นที่ในการตั้งคำถามต่อชีวิต ความสัมพันธ์ อำนาจ ความเชื่อ และโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง

จึงกล่าวได้ว่า เรื่องสั้นไทยในปีนี้มีความหลากหลายทั้งในระดับ เรื่องที่เล่า และ วิธีที่เล่า และยังคงแสดงศักยภาพในการทำให้เรื่องราวเฉพาะตัวเชื่อมโยงไปสู่ประสบการณ์ร่วมของมนุษย์ได้อย่างน่าสนใจ

หนังสือรวมเรื่องสั้นที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมดในปีนี้ยังคงยืนยัน และสนับสนุน แนวคิดสำคัญทางวรรณกรรมสองประการ ประการแรก วรรณกรรมคือกระจกเงาของสังคม สังคมเป็นอย่างไร วรรณกรรมก็เป็นอย่างนั้น ประการต่อมา นักเขียนมีหน้าที่ไม่เพียงแต่สะท้อนภาพ แต่ยังได้วิพากษ์วิจารณ์ชีวิตมนุษย์และสังคมอันสับสนยุ่งเหยิงอีกด้วย

‘ซีไรต์’ ปี 69 ประกาศ Shortlist ‘รวมเรื่องสั้น’ รอบคัดเลือก จำนวน 7 เล่ม

กะลา-ลัง

รมณ  กมลนาวิน / RamonaSays Publisher จัดพิมพ์

กะลา-ลัง เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่นำเสนอภาพความเป็นชุมชนผ่านมุมมองของตัวละครอันหลากหลายทั้งในมิติทางชนชั้นและเชื้อชาติ ซึ่งต้องมาดำรงชีวิตในพื้นที่เดียวกันและต่อสู้ดิ้นรนเพื่อการมีชีวิตที่ดีร่วมกัน นำไปสู่ปฏิสัมพันธ์อันสลับซับซ้อนที่มีทั้งการแก่งแย่งและการเกื้อกูล

ผู้เขียนสะท้อนภาพความขัดแย้งได้อย่างคมคาย ไม่ว่าจะเป็นการเอารัดเอาเปรียบภายในชุมชน การกดขี่ขูดรีดจากความเหลื่อมล้ำทางสังคม ตลอดจนความแตกต่างทางค่านิยมของคนต่างรุ่น ซึ่งทั้งหมดมิใช่ภาพจินตนาการอันไกลตัว หากแต่เป็นความจริงใกล้ตัวที่กระตุ้นให้ผู้อ่านกลับมาตระหนักถึงคุณค่าของสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ในวันที่ความผูกพันในชุมชนเริ่มเลือนหายไปท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของสังคมร่วมสมัย 

‘ซีไรต์’ ปี 69 ประกาศ Shortlist ‘รวมเรื่องสั้น’ รอบคัดเลือก จำนวน 7 เล่ม

คอลลาจบรรเลง

แพรพลอย วนัช / วรรณวนัช เตชะศิลป์เจริญ จัดพิมพ์

คอลลาจบรรเลง ถ่ายทอดชีวิตของผู้คนหลากหลายผ่านเรื่องสั้นว่าด้วยความรัก ความสัมพันธ์ ความพังทลาย ความฝัน ความโดดเดี่ยว ตลอดจนความเปราะบางของมนุษย์ในสังคมร่วมสมัย หากมองผ่านชีวิตธรรมดาเหล่านี้กลับพบความร้าวราน ซึ่งผู้ประพันธ์ค่อย ๆ เปิดเปลือกชั้นความหมายที่ซ่อนอยู่ให้ขบคิด ตีความ ตัวละครมีมิติและแรงขับภายใน ประสบการณ์และความคิดถูกหลอมรวมเข้ากับเรื่องราวอย่างแนบเนียน จนเกิดเป็นภาพของมนุษย์ผู้พยายามรักษาศักดิ์ศรี ความหวังและการดำรงอยู่ท่ามกลางโลกที่ไม่แน่นอน

ผู้ประพันธ์ร้อยเรียงความหลากหลายภายใต้เอกภาพ ลีลาภาษามีรสนิยม ถ่ายทอดเรื่องราวอย่างละเมียดละไม ไม่หวือหวา แต่เปี่ยมด้วยพลังชั้นเชิงและสัญลักษณ์ที่ค่อย ๆ เผยนัยแก่ผู้อ่าน บางเรื่องแฝงอารมณ์ขันปนประชดเสียดสี บางเรื่องซ่อนความหม่นเศร้าสะเทือนใจ มีจังหวะรับส่งอารมณ์ ทำให้คอลลาจบรรเลงเป็นท่วงทำนองหลายท่อนที่แตกต่างแต่สอดประสานกันทางความคิด ความหมาย และวรรณศิลป์ อันชวนให้ผู้อ่านหวนมองโลกและความเป็นมนุษย์ด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง 

‘ซีไรต์’ ปี 69 ประกาศ Shortlist ‘รวมเรื่องสั้น’ รอบคัดเลือก จำนวน 7 เล่ม

นาคาร้องไห้

ประเสริฐศักดิ์ ปัดมะริด / สำนักพิมพ์คมบาง จัดพิมพ์

นาคาร้องไห้ เป็นวรรณกรรมสีสันท้องถิ่นเชิงสังคมที่สะท้อนภาพแทนวิถีชีวิต จิตวิญญาณ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของคนอีสาน ที่ถูกกลไกต่าง ๆ ของโลกทุนนิยมทำลายล้างจนแตกสลาย อย่างน่าเศร้าสลดใจ ผ่านชั้นเชิงวรรณศิลป์ที่แปลกใหม่และงดงามสามแบบคือ ชั้นเชิงการเล่าเรื่อง ชั้นเชิงการใช้สัญลักษณ์ และชั้นเชิงการใช้ภาษา ที่ผสมผสานความเป็นท้องถิ่นอีสานกับโลกทุนนิยม และเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างแนบเนียนและแยบยล

นาคาร้องไห้ จึงเป็นประจักษ์พยานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า แม้แผ่นดินและวิถีชีวิตของคนอีสานจะแปรเปลี่ยนไปตามโลกสมัยใหม่ แต่จิตวิญญาณอันเข้มข้นของความเป็นอีสาน จะยังคงโลดแล่นและส่องประกายระยิบระยับอยู่ในโลกวรรณกรรมเช่นนี้...ตลอดมาและตลอดไป

‘ซีไรต์’ ปี 69 ประกาศ Shortlist ‘รวมเรื่องสั้น’ รอบคัดเลือก จำนวน 7 เล่ม

ผมจะเล่าเรื่องผีให้คุณฟัง

ชุติเดช ยารังษี / สำนักพิมพ์คมบาง จัดพิมพ์

ผมจะเล่าเรื่องผีให้คุณฟัง นำเสนอประเด็นหลักเกี่ยวกับมายาคติต่อกลุ่มชุมชนชายขอบของภาคเหนือ ผ่านสัมพันธบทด้วยเรื่องเล่าทางมนุษยวิทยา มนต์ขลังทั้งตำนาน คติชนวิทยา ความเชื่อจากบรรพกาล ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และภูมิปัญญาชาวบ้าน นำไปสู่ผลกระทบต่อการกดทับกลุ่มคนระดับรากหญ้า จากจุดเล็ก ๆ ขยายใหญ่โต อันมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยทั้งความขัดแย้งทางความศรัทธา ศาสนา การเมือง และเศรษฐกิจระดับชาติเพื่อยั่วล้อฉายสภาพปัญหาสังคมด้วยมุมมองที่แปลกใหม่

ผู้เขียนสร้างเอกลักษณ์ของเรื่องเล่าตามแนวสัจนิยมมหัศจรรย์ นำเอาเรื่องราวความเชื่อพื้นบ้านหรือสิ่งที่ปรากฏเหนือธรรมชาติมาตีความใหม่ให้กลมกลืนกับยุคสมัยด้วยเทคนิคสร้างสรรค์ของบทละคร สารคดี เพลงพื้นบ้าน ภาษาถิ่น บทสวด โหราศาสตร์ และบทสนทนาออนไลน์  สอดรับกับบรรยากาศหม่นมัวชวนขนลุก ผสานความขันขื่นของตัวละคร ส่งผลให้รวมเรื่องสั้นชุดนี้มีความโดดเด่นทั้งเนื้อหาและรูปแบบอย่างมีสีสันครบทุกรส

‘ซีไรต์’ ปี 69 ประกาศ Shortlist ‘รวมเรื่องสั้น’ รอบคัดเลือก จำนวน 7 เล่ม

ร่างแปลง : สมรภูมิแห่งความวิปลาสของเนื้อหนัง

วิภาส  ศรีทอง / สำนักพิมพ์สมมติ จัดพิมพ์

ร่างแปลง : สมรภูมิแห่งความวิปลาสของเนื้อหนัง ใช้ความวิปลาสของเนื้อหนังนำไปสู่คำถามพื้นฐานว่ามนุษย์คืออะไร โดยเฉพาะเมื่อร่างกาย ความทรงจำ ความเจ็บป่วย เสียง ความว่างเปล่า และสิ่งที่ไม่อาจเรียกชื่อได้เข้ามาร่วมกำหนดตัวตนของมนุษย์ ผู้ประพันธ์สร้างบรรยากาศที่นิ่งเงียบ เยือกเย็น และกดอารมณ์ ปล่อยให้ความผิดปกติค่อย ๆ ซึมออกมาจากชีวิตธรรมดาสามัญ จนความสยองของร่างกายอันวิปลาสค่อย ๆ แปรเป็นปริศนาเชิงอัตถิภาวะ ว่าขอบเขตที่เราใช้ยืนยันความเป็น เรา นั้น มีอยู่จริงหรือไม่

แม้เนื้อหาของแต่ละเรื่องจะแตกต่างกัน แต่ทั้งหมดมีแกนร่วมอยู่ที่ร่าง ตัวตน และอำนาจในการกำหนดตนเอง ตัวละครในเรื่องมิได้เพียงเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางกายเท่านั้น หากแต่ถูกผลักไปถึงจุดที่เส้นแบ่งระหว่างกายกับจิต ตนเองกับสิ่งอื่น และมนุษย์กับอมนุษย์เริ่มสลายตัว ด้วยเหตุนี้ ร่างแปลง : สมรภูมิแห่งความวิปลาสของเนื้อหนัง จึงสะท้อนแนวคิดหลังมนุษยนิยม (posthumanism) ซึ่งเป็นการรื้อถอนความเชื่อว่ามนุษย์เป็นศูนย์กลาง มีตัวตนเป็นเอกเทศ และครอบครองร่างของตนได้อย่างเบ็ดเสร็จ

‘ซีไรต์’ ปี 69 ประกาศ Shortlist ‘รวมเรื่องสั้น’ รอบคัดเลือก จำนวน 7 เล่ม

หรือเราถูกเลือกให้แหลกสลาย

ศิริ มะลิแย้ม / แป้นพิมพ์ พับลิชชิ่ง จัดพิมพ์

หรือเราถูกเลือกให้แหลกสลาย เป็นรวมเรื่องสั้นผ่านกลวิธีชั้นเชิงทางวรรณศิลป์ที่ผู้เขียนมีความเชี่ยวชาญ สะท้อนชะตากรรม ความเจ็บปวด ความไม่ไว้วางใจ บาดแผลลึกของชาวมุสลิม ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในสังคมที่ยากไร้และไม่เป็นธรรม

ผู้เขียนเรื่องนี้วางตัวเป็นผู้สะท้อนความสูญเสียผ่านเรื่องเล่าจากหลายมุมมอง ไม่ตัดสิน ทำลายล้าง โยนบาป หรือเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง บางเรื่องมีการเยียวยาจิตใจด้วยน้ำใจของผู้คนในชะตากรรมเลวร้ายเช่นเดียวกัน ดูสมจริง และสะเทือนใจ 

‘ซีไรต์’ ปี 69 ประกาศ Shortlist ‘รวมเรื่องสั้น’ รอบคัดเลือก จำนวน 7 เล่ม

อีหมวยคนหลายใจ และเรื่องสั้นอื่น ๆ

นวพล พิสุทธิวงส์  / สำนักพิมพ์คมบาง จัดพิมพ์

รวมเรื่องสั้นนอกกระแส 9 เรื่องที่ผสมผสานแนวสัจนิยม และแนวเหนือจริง เพื่อสะท้อนภาพชีวิตหนุ่มสาวออฟฟิศในเมืองหลวงยุคดิจิทัล ภายใต้ระบบทุนนิยม ผ่านวิธีการเล่าเรื่องที่ไร้สูตรสำเร็จแหวกขนบเดิมอย่างสิ้นเชิง การเลือกใช้ภาษาร่วมสมัยของคนรุ่นใหม่ ควบคู่กับน้ำเสียงอันขมขื่น ช่วยชี้ให้เห็นว่า แม้เทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียจะช่วยอำนวยความสะดวก หรือสร้างความรวดเร็วในการทำงานเพียงใดก็ตาม ทว่ามันกลับทำให้ผู้คนโดดเดี่ยว และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ที่เปราะบางพร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ

ด้วยแนวคิด กลการประพันธ์ ท่วงทำนองการใช้ภาษา และน้ำเสียงดังกล่าว ส่งผลให้หนังสือเล่มนี้สามารถรบกวนจิตใจ และสร้างอารมณ์ขำขื่น ให้แก่ผู้อ่านได้อย่างทรงพลัง

สามารถดูรายชื่อ 71 เล่มได้ ที่นี่

สามารถดูรายชื่อ 15 เล่มได้ ที่นี่