โครงการประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ ประจำปี 2569 จัดขึ้นโดย องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหิดล, สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย, สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย, สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด เพื่อพัฒนาทักษะ เสริมสร้างความรู้และประสบการณ์ด้านการผลิตสื่อวิทยาศาสตร์ในรูปแบบการเขียนให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป
เปิดรับสมัครผลงานตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม – 16 มีนาคม 2569 ประกาศผลตัดสินวันที่ 17 มิถุนายน 2569 มอบรางวัล วันที่ 23 สิงหาคม 2569 ณ เวทีกลาง งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ อาคาร 9-11 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
จาก 357 ผลงาน คัดเหลือ 15 ผลงาน
"โครงการนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะเปิดพื้นที่ให้กับเยาวชนและประชาชนได้ถ่ายทอดความรู้ความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการด้านวิทยาศาสตร์ ผ่านงานเขียน เพื่อให้วิทยาศาสตร์เข้าถึงผู้คนได้อย่างง่ายดาย"
สุวรงค์ วงษ์ศิริ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ กล่าวบนเวที
"ในปีนี้มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมทั้งสิ้น 357 ผลงาน คณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกผู้รับรางวัลทั้ง 3 ประเภท รวมทั้งสิ้น 15 รางวัล
ผลงานในครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์ของผู้เขียน ซึ่งได้รับโจทย์ว่าต้องเขียนให้กระชับเท่านั้น แต่ยังต้องได้คีย์เวิร์ด และได้ใจความอย่างรวดเร็ว"
เวทีสร้างนักสื่อสารวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่
"วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน การนำเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์ในรูปแบบ เรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ จึงเป็นวิธีหนึ่งในการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์อย่างสร้างสรรค์ ช่วยให้วิทยาศาสตร์เข้าถึงผู้คนได้ง่ายยิ่งขึ้น"
ศาสตราจารย์ ดร. สุภา หารหนองบัว นายกสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวบนเวที
"เรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ไม่เพียงสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้อ่าน แต่ยังช่วยให้เกิดความเข้าใจในหลักการทางวิทยาศาสตร์ ช่วยลดช่องว่างระหว่างนักวิทยาศาสตร์กับสาธารณชนได้เป็นอย่างดี
โครงการนี้ไม่ใช่เพียงการประกวดเพื่อค้นหาผู้ชนะหรือมอบรางวัลเท่านั้น แต่เป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนได้ฝึกคิด ฝึกฝน และสร้างสรรค์ผลงานที่มีทั้งความถูกต้องทางวิทยาศาสตร์และความงดงามทางวรรณศิลป์ เป็นก้าวสำคัญของการสร้าง นักสื่อสารวิทยาศาสตร์ รุ่นใหม่ หวังว่าสังคมจะสนใจวิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้น และร่วมกันสร้างสังคมวิทยาศาสตร์ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน"
วรรณกรรมกับวิทยาศาสตร์
"สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยได้ร่วมกับโครงการประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ ปีนี้เป็นปีที่ 11 เปิดพื้นที่ให้กับวรรณกรรมอีกแนวหนึ่งซึ่งเชื่อมโยงระหว่างวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี จินตนาการ และชีวิตของมนุษย์ด้วยกัน
ภาพรวมของ เรื่องสั้น ที่ส่งเข้าประกวด วิทยาศาสตร์ไม่ได้ปรากฏอยู่ในฐานะของความรู้เพียงอย่างเดียว แต่ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวและความสัมพันธ์ของมนุษย์"
นรีภพ จิระโพธิรัตน์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย กล่าวบนเวที
"แต่เมื่อกลายมาเป็น เรื่องสั้น กลับเป็นคำถามที่เกี่ยวกับมนุษย์ เช่น เราจะอยู่กับการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เราจะรักษาความทรงจำ ความสัมพันธ์ ความรัก หรือแม้แต่ความเป็นมนุษย์ของเราไว้ได้อย่างไร แสดงให้เห็นว่าวรรณกรรมสามารถทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างศาสตร์กับชีวิตได้
การส่งเสริมวรรณกรรมไทยในวันนี้คือการสร้างพื้นที่ให้คนทุกรุ่นได้ทดลองคิด ทดลองเขียน และค้นหาเสียงของตัวเอง โดยเฉพาะในโลกที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราอย่างรวดเร็ว วรรณกรรม ก็ยิ่งมีความจำเป็นที่จะต้องก้าวเข้าไปพูดคุยกับศาสตร์เหล่านั้น เพราะวิทยาศาสตร์จะช่วยบอกเราว่าอนาคตจะเป็นได้อย่างไร แต่หน้าที่ของวรรณกรรมคือชวนเราถามต่อไปว่าเมื่ออนาคตมาถึงแล้วเราจะเป็นมนุษย์อย่างไร
ทุกเรื่องที่ส่งเข้ามาไม่ว่าจะได้รับรางวัลหรือไม่ ล้วนมีส่วนทำให้พื้นที่ของวรรณกรรมวิทยาศาสตร์ในประเทศไทยกว้างมากขึ้น ทำให้เห็นว่าจินตนาการของนักเขียนในวันนี้กำลังเดินทางไปไกลกว่าที่เราคิด นี่คือความสำเร็จของโครงการประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์"
Cr. โครงการประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์
ไซไฟ พลังแห่งศิลป์ในจินตนาการแห่งศาสตร์
บรรยากาศภายในงานเริ่มต้นด้วยการเสวนาเกี่ยวกับ ไซไฟ หรือเรื่องราวในวิทยาศาสตร์ โลกอนาคต เทคโนโลยี เรื่องราวที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง เป็นพื้นที่ที่วิทยาศาสตร์และศิลปะมาพบกันโดยมีจินตนาการเป็นตัวเชื่อม นรีภพ จิระโพธิรัตน์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย กล่าวในช่วงเสวนาเป็นคนแรกว่า
"นักเขียนรุ่นใหม่จะสร้างจินตนาการที่ไม่แข่งขันกับเรื่องของวิทยาศาสตร์เท่าไร แต่สร้างสถานการณ์ขึ้นมาแล้วพาผู้อ่านเข้าไปในสถานการณ์นั้นโดยที่สถานการณ์นั้นยังมาไม่ถึง ในเรื่องของการตีความ นักเขียนต้องการสื่อสาร ส่งนัยยะ
จริง ๆ เรื่องสั้น มันสั้นแต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะมีคำถามน้อย เรื่องสั้นเรื่องเดียวอาจจะมีคำถามเรื่องเดียวแต่คำถามมันส่งไปได้ไกลมาก เช่น ถ้าคุณสามารถลบความทรงจำได้ คุณอยากจะลบความทรงจำอะไร เราไม่สามารถที่จะรู้ว่าอนาคตจะเป็นอะไร แต่เราสามารถสร้างอนาคตได้จากจินตนาการ นี่คือพลังของศิลป์เข้าสู่ศาสตร์
โครงการประกวดเรื่องสั้นนี้เป็นการเปิดพื้นที่จินตนาการให้กับโลกของนักเขียนรุ่นใหม่ ๆ ที่ส่งผลงานเข้ามาประกวด ทำให้เราได้เจอกับสิ่งใหม่ๆ ได้เห็นความหลากหลาย เป็นพื้นที่จินตนาการที่น่าสนใจ ซึ่งอีก 20 ปีหรือ 50 ปีข้างหน้า มันอาจจะอยู่ในเรื่องสั้นที่ส่งเข้าประกวดนี้ก็ได้"
ไซไฟสไตล์ไทยได้เกิดขึ้นแล้ว
"ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ เราพยายามเป็นกลุ่มคนที่เปลี่ยนโลกให้เป็นโลกที่น่าอยู่ขึ้น เรื่องราวต่าง ๆ ที่คนจะเขียนได้คือศิลปะ ซึ่งอาจจะจับเรื่องราวความเป็นวิทยาศาสตร์ ความเป็นสิ่งที่โลกที่น่าอยู่ขึ้น แต่ในมุมกลับกัน นักวิทยาศาสตร์เองมักค้นพบสิ่งที่คาดไม่ถึงที่ทำให้โลกเป็นโลกที่ไม่น่าอยู่ก็มีหลาย ๆ อย่าง
ความเป็นวิทยาศาสตร์อย่ามองแค่จุดที่เป็นบวกเท่านั้น บางทีสิ่งที่พวกผมทำอาจจะเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง อาจจะเป็นเชื้อโรคหรือเป็นอะไรที่เปลี่ยนโลกให้เลวร้ายขึ้นก็ได้ ต่าง ๆ เหล่านี้มันเป็นสตอรี่ที่น่าสนใจทั้งสิ้น"
รองศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์กิตติพงศ์ สุนทราภา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวในงานเสวนา
การประกวดโครงการนี้ ผมได้เป็นกรรมการมา 10 ปีแล้ว ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงเยอะ ช่วงแรกที่ได้รางวัลจะเป็นเรื่องราวที่เป็นสากลแต่เปลี่ยนชื่อเป็นชื่อคนไทย แต่หลัง ๆ เป็นเรื่องราวที่เข้ากับวัฒนธรรมคนไทย เป็นสิ่งที่คนต่างชาติเขียนไม่ได้ เป็นเอกลักษณ์ที่คนไทยเขียน ผมดีใจมากที่เรื่องราวลักษณะนี้มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมมองว่าอนาคตจะมีเรื่องราวที่คนไทยเขียนเกี่ยวกับวัฒนธรรมคนไทยที่เป็นเอกลักษณ์อย่างนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ "
บทกวีวิลาส ยากง่ายอย่างไร
"ความท้าทายในส่วนของ กวีนิพนธ์ แค่คิดจะเขียนเป็นเรื่องสั้นเป็นภาษาร้อยแก้วธรรมดาก็ยากแล้ว แต่การเขียนเป็นร้อยกรองหรือกวีนิพนธ์นั้นยากกว่า เราให้แต่งกวีนิพนธ์ 80-100 บท เป็นบทกวีขนาดยาว แล้วต้องเลือกว่าจะใช้ฉันทลักษณ์ประเภทใดอีก จะแต่งเป็นกาพย์ กลอน โคลง ฉันท์ ชนิดใดชนิดหนึ่ง หรือผสมกันก็ได้
เราจะเลือกอะไรให้สอดคล้องสัมพันธ์แล้วสามารถสื่อสารทั้งเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ เนื้อหา อารมณ์ ความรู้สึก มีตัวละคร มีจินตนาการ หรือว่าจะพูดถึงอนาคต ตอบคำถามในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง หรืออะไรต่าง ๆ เพื่อให้งานเขียนชิ้นนี้มีความน่าสนใจ ล้วนเป็นความท้าทายทั้งสิ้น"
รองศาสตราจารย์ ดร. สุปาณี พัดทอง นายกสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย กล่าวในช่วงเสวนา
"การเลือกฉันทลักษณ์แต่ละประเภทมีส่วนในการเสริมให้เรื่องเข้าถึงอารมณ์ได้มากขึ้น ฉันทลักษณ์ที่นิยมเลือกใช้กันมากที่สุดจะเป็น กลอนสุภาพ เพราะว่าทั้งคนแต่งและคนอ่านมีความรู้จักและเข้าใจกลอนมากกว่า กลอนเป็นที่นิยมอันดับ 1 เลย นอกจากนั้นจะเป็นกาพย์ยานี อย่าง โคลง ก็มีบ้าง
ผลงานที่ส่งเข้ามาประกวด ทำให้เห็นถึงความมานะพยายามของกวี มีการศึกษาค้นคว้า มีเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องรอบตัวเป็นปัญหาสังคม นำมาสร้างสรรค์ได้อย่างมีวรรณศิลป์ผนวกกับจินตนาการ เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเองก่อน แล้วสร้างต่อไปให้กับผู้อ่านและสังคม
ดิฉันคิดว่างานเหล่านี้เป็นการจุดประกายทางปัญญา ทำให้การพัฒนางานศิลป์ไม่ว่าร้อยแก้วหรือร้อยกรองมันพัฒนาขึ้นไปเรื่อย ๆ ส่งผลเป็นพลังไปขับเคลื่อนและพัฒนาสังคมต่อไป"
Cr. โครงการประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์
เป้าหมายต่อไปคือ ภาพยนตร์สั้น
"องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ทำงานด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์กับสังคมมายาวนาน อยากจะทำให้สังคมไทยเข้าถึงและสนใจเรื่องของวิทยาศาสตร์มากขึ้น
เราเชื่อว่าพลังของวรรณกรรมและบทกวีเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการเล่าเรื่อง เกิด story telling ได้เหมือนตอนเราที่เป็นเด็ก เราอ่านนิทานอ่านเรื่องเล่าเราก็อยากจะเดินตามไปกับเรื่องราวเหล่านั้น ตัวละคร บทละคร ทำให้เรารู้สึกมีส่วนร่วม จึงมีความเชื่อว่าเรื่องเล่าสามารถเข้าถึงคนได้มากกว่า หากว่าเราสามารถนำเรื่องราวของตัวละครที่มีความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับวิทยาศาสตร์ก็จะเป็นโอกาสให้น้อง ๆ เด็ก ๆ หรือคนทั่วไปเข้าถึงเรื่องวิทยาศาสตร์มากขึ้น"
ดร. กรรณิการ์ เฉิน รองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ กล่าวในช่วงเสวนา
"ทุกวันนี้หนังสือไซไฟของต่างประเทศเล่มหนามาก แต่เราก็อ่านจนจบ เราเชื่อว่าพลังของหนังสือ sci-fi fiction จะเป็นพลังที่ทำให้เราเข้าถึงเรื่องวิทยาศาสตร์ได้ดีขึ้น
แล้วเราโชคดีมากที่สมาคมนักกลอนฯได้เข้ามาร่วม เพราะมีน้อง ๆ ที่สนใจเรื่องของกลอนเยอะมาก มันเป็นวิธีสื่อสารแบบหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกสนุก เพราะมันมีเสียง มีสัมผัส และต่อไปเป็นเพลงได้ อย่าง sci-fi fiction ที่เป็นสตอรี่ต่อไปก็เป็นภาพยนตร์ได้ ถ้าเราสามารถเริ่มต้นจากการพิมพ์ มี creator ในการเขียนเรื่องเขียนกลอน ในอนาคตเราก็น่าจะมีสื่อดี ๆ เกิดขึ้นอีกได้หลายด้าน
เวทีนี้เป็นเวทีใหญ่ที่สุดอันหนึ่งของเราในการนำเสนอผลงานการเขียน ที่อาจจะต่อยอดไปเป็นภาพยนตร์ ซึ่งหลายหน่วยงานที่มาในวันนี้ เช่น GDH หรือมหาวิทยาลัยมหิดล ต่างก็มีความมุ่งหมายว่าอยากจะทำเป็นภาพยนตร์สั้น เป็นไซไฟของประเทศไทย
งาน fiction เป็นงานที่ทำให้เรามองไปถึงอนาคต ดังนั้นผลงานที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนอ่านได้ รู้สึกว่าวิทยาศาสตร์มันน่าสนใจ มันเข้าถึงได้ มันใกล้ตัวเรา ทำยังไงให้เราสามารถใช้ผลงานเหล่านี้ชวนผู้อ่านมองไปถึงอนาคต เป็นอนาคตที่เราอยากเห็น ที่เราต้องเฝ้าระวัง ไม่ว่าเรื่องของจริยธรรม เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องเทคโนโลยีบางอย่างที่ควรจะใช้ให้เหมาะสม
ผลงาน fiction ไม่จำเป็นต้องน่ากลัว ไม่จำเป็นต้องเครียด แต่ทำอย่างไรให้อยากอ่าน อ่านแล้วเกิดแรงบันดาลใจ และอยากเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโลกในอนาคตต่อไป"
Cr. โครงการประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์
ผลรางวัล
1. เรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ รุ่นประชาชนทั่วไป
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ปัจฉิมลิขิต (Dead Man’s Cache) โดย สุวิทย์ ทองไชยปกรณ์
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ สถาปัตยกรรมแห่งความทรงจำ โดย เชฏฐ ถิริทินรัตน์
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ ภาพสะท้อนจากเงามืด โดย ยุทธพิชัย ราษฎร์เจริญ
รางวัลชมเชย ได้แก่
Out of Language – ภาษาไม่พร้อมให้บริการ โดย ชัยพฤกษ์ วชิระจงกล
อมตะ : ห้ามตายก่อนได้รับอนุญาต โดย ชูชาติ ครุฑใจกล้า
Cr. โครงการประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์
2. เรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ สำหรับเด็กวัยรุ่น อายุ 12-18 ปี
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เสี้ยวที่หาย – The Story No One Remembers โดย รมณ กมลนาวิน
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ บรรทัดที่ 247 โดย ศักดิ์สิทธิ์ สธนพงศ์
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ รหัสสีทองแห่งขุนเขาบูโด โดย จารุกิตติ์ ตั้งพรเจริญสุข
รางวัลชมเชย ได้แก่
ชีวิตติดซับ โดย โชลา โชล (นามปากกา)
งานของวีรบุรุษ โดย อสิตา เสถียรพันธ์
Cr. โครงการประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์
3. เรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์หัวข้อ Climate Change
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ หิ่งห้อยอวกาศ โดย ภาณุพงศ์ ชาวเวียง
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ โลกร้อนสะเทือนธุรกิจ โดย วชิระ สิงห์คง
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ เรื่องราวของนักพยากรณ์อากาศ (คนสุดท้าย) โดย มิณณา (นามปากกา)
รางวัลชมเชย ได้แก่
คุณปู่ผู้ไม่ยอมอาบน้ำ The Grandfather Who Refused to Bathe โดย รมณ กมลนาวิน
พิพิธภัณฑ์หายนะ โดย ชัยวัฒน์ จงมั่นวัฒนา
Cr. โครงการประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์
Cr. โครงการประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์
Cr. โครงการประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์
Cr. โครงการประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์
Cr. โครงการประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์



