คนเมืองคอน เรียกวัดพระมหาธาตุว่า “วัดพระธาตุ” ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีนี้ (2569) โดยมีความแตกต่างจากมรดกโลกทางวัฒนธรรมทั้ง 5 แห่งที่ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร คนเมืองคอน (นครศรีธรรมราช) ส่วนใหญ่เรียกว่า วัดพระธาตุ เป็นโบราณสถาน สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ศูนย์รวมจิตใจของคนเมืองนี้และคนทั้งประเทศ
เนื่องจากพระบรมธาตุเจดีย์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า และเป็นโบราณสถาน มีสถาปัตยกรรมที่มีอายุกว่าพันปี รวมถึงสืบทอดประเพณีเก่าแก่ไว้จนถึงปัจจุบัน ทำให้มีพุทธศาสนิกชนจากทั่วโลกแวะเวียนมาสักการะ
เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ยูเนสโก ประกาศรองรับ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครศรีธรรมราช ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกลำดับที่ 9 ของไทย
และเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งแรกของภาคใต้ รวมถึงเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 ของประเทศไทย โดยคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ประกาศไว้ ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี
- มรดกโลกมีชีวิต
ก่อนหน้านี้ เมื่อ 17 ปีที่แล้ว(ปีพ.ศ. 2552) ประเทศไทยยื่นขอให้วัดพระมหาธาตุ โบราณสถานแห่งนี้ขึ้นเป็นมรดกโลก ในช่วงเวลานั้นทางกรมศิลปากรมีการขุดค้นทางโบราณคดี เพื่อใช้ในการจัดการเอกสารข้อมูลการขึ้นทะเบียน เพื่อพิสูจน์โบราณสถานและโบราณวัตถุที่ขุดพบ เพื่อศึกษาตามแนวทางวิทยาศาสตร์ในการจัดทำเอกสารยื่นเรื่องเป็นมรดกโลก
วัดพระมหาธาตุ มีความแตกต่างจากแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมทั้ง 5 แห่ง(อ่านล้อมกรอบ) แม้วันเวลาจะผ่านมากว่าพันปี ปัจจุบันยังเป็นศูนย์รวมจิตใจ และเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ มีประเพณีที่ชาวพุทธสืบสานต่อมาจนถึงปัจจุบัน
เพราะแรงศรัทธา เพื่อบูชาพระธาตุในทุกๆ ปี อาทิ ประเพณีรำโนราบูชาพระธาตุ ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ทำให้โบราณสถานแห่งนี้ยังมีชีวิต และที่สำคัญบริหารจัดการโดยคนเมืองคอน ซึ่งต่างจากมรดกโลกทางวัฒนธรรมของไทยแห่งอื่นๆ ที่ดูแลจัดการโดยกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
“สิ่งสำคัญของมรดกโลกคือ จะทำอย่างไรให้คนมาเยือน มีธรรมะของพระพุทธเจ้าติดตัวกลับไป ไม่ใช่แค่มาเยี่ยมชม อยากให้ได้มรดกธรรม ไปด้วย เพราะมรดกโลกเป็นแค่สื่อหรือสัญลักษณ์ให้คนเข้าถึงมรดกธรรม คนมาเยือนที่เร่าร้อนมาถึงแล้วรู้สึกเย็นกายเย็นใจ
เราต้องมีการจัดการวางแผน ต้องรักษาของเดิม ไม่ปฏิเสธของใหม่ ขณะเดียวกันไม่ทำลายของเก่า ที่นี่ไม่ใช่สมบัติวัด แต่เป็นสมบัติของชาติ ” พระเมธีวชิราภิรัต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุ กล่าวไว้ใน “ศิลป์ Stories” รายการของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
รวมทั้งเป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณและประเพณีที่มีชีวิต เช่น ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ชาวนครจะร่วมมือร่วมใจกันบริจาคเงินตามกำลังศรัทธานำเงินที่ได้ไปซื้อผ้ามาเย็บต่อกันเป็นแถวยาวนับพันหลา
ผ้าที่ขึ้นไปห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์นั้นจะเรียกว่า ผ้าพระบฎ หรือพระบต นิยมใช้สีขาว สีเหลือง สีแดง สำหรับผ้าสีขาวนั้น จะนิยมเขียนภาพเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธประวัติเอาไว้ ตั้งแต่ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ซึ่งขบวนแห่ผ้าขึ้นธาตุ มีมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ผู้ก่อตั้งอาณาจักรนครศรีธรรมราช
ต่อมามีการผสมผสานทั้งวัฒนธรรมและความเชื่อของพราหมณ์ ฮินดู พุทธมหายานและพุทธเถรวาท โดยประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ จัดในทุกๆ ปีช่วงวันวิสาขบูชาและวันมาฆบูชา ซึ่งจะมีชาวพุทธทุกสารทิศมาร่วมงาน
เหมือนเช่นที่กล่าว วัดพระมหาธาตุ ต่างจากมรดกโลกทางวัฒนธรรมของไทยทั้ง 5 แห่งที่เป็นเพียงโบราณสถานที่อนุรักษ์ไว้ แต่ไม่มีผู้สืบทอดมีการประกอบศาสนกิจเฉกเช่นวัดแห่งนี้ที่มีกิจกรรมสัมพันธ์กับผู้คน
- พระธาตุไร้เงา
องค์พระบรมธาตุเจดีย์ เมืองนครศรีธรรมราช สันนิษฐานตามแนวทางโบราณคดีว่า สร้างในศตวรรษที่ 14-16 อายุกว่าพันปี ราวๆ ยุคอาณาจักรสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยา และตอนนั้นนครศรีธรรมราชเป็นเมืองประเทศราช ตามตำนานเชื่อว่า เจดีย์องค์เดิมเป็นเจดีย์รูปแบบศรีวิชัย ภายหลังสร้างเป็นเจดีย์ทรงลังกา ปลียอดหุ้มด้วยทองคำแท้
ส่วนสาเหตุที่เรียกว่า พระธาตุไร้เงา เพราะเมื่อใดที่แสงแดดตกกระทบองค์พระธาตุ จะไม่มีเงาทอดไปถึงพื้น ไม่ว่าพระอาทิตย์จะตกกระทบทิศไหนก็ตาม จึงดูเหมือนพระธาตุไม่มีเงา ส่วนเจดีย์องค์เล็กรายล้อมรอบองค์เจดีย์พระธาตุมีประมาณ 149 องค์ เป็นเจดีย์ที่ลูกหลานบรรพบุุรุษได้สร้างไว้
ว่ากันว่า รูปแบบองค์พระเจดีย์พระมหาธาตุมีอิทธพลต่อเจดีย์หลายองค์ในภาคใต้ และไม่ได้ส่งอิทธิพลความเชื่ออย่างเดียว ยังมีตำนานในหลายแห่งที่เชื่อมโยงกัน
“พื้นที่หลายแห่งในภาคใต้ อาจไม่มีพื้นที่เหมือนเจดีย์พระมหาธาตุ แต่คนในชุมชนพยายามเล่าว่า วัดพวกเขามีตำนานความเกี่ยวข้องกับวัดพระธาตุ ตำนานต่างๆ ของวัดในภาคใต้ พยายามจะผูกโยงกับวัดพระมหาธาตุที่มีความศักดิ์สิทธิ์ คติทั่วไปที่คนภาคใต้นิยม
ที่น่าสนใจคือ ศรัทธาและความเชื่อที่ผู้คนมีต่อวัดแห่งนี้ มีการผสมผสานความเชื่อที่หลากหลายทางศาสนา และปัจจุบันยังสืบทอด
โดยเฉพาะประเพณีรำโนราบูชาพระธาตุ ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ เป็นจุดเด่นที่คณะกรรมการมรดกโลก พิจารณาประกาศให้วัดพระมหาธาตุ เป็นแหล่งมรดกโลก" ภัทรพงษ์ เก่าเงิน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช กล่าวถึงความเป็นมาสู่เส้นทางมรดกโลก วัดพระมหาธาตุฯ นครศรีธรรมราช กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
นอกจากองค์เจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่โดดเด่นของวัดแห่งนี้ ยังมีสถาปัตยกรรมพระวิหารหลวง พระอุโบสถที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ สร้างในสมัยอยุธยา หน้าบันแกะสลักรูปช้างสามเศียร และพระนารายณ์ทรงครุฑ ภายในประดิษฐานพระศรีศากยมุนีศรีธรรมราชที่งดงาม สร้างสมัยอยุธยาตอนต้น
ส่วนวิหารคด ล้อมรอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์ และมีพระพุทธรูปจำนวนมากประดิษฐานรอบวิหารจากฝีมือช่างสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ และวิหารธรรมศาลา ศาลาด้านตะวันออกของพระบรมธาตุเจดีย์ เพื่อใช้ประกอบพิธีทางศาสนา สร้างในสมัยอยุุธยาตอนต้น
ทั้งหมดคือ เรื่องราวของมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่คนยุคหนึ่งสร้างวัดวาอารามด้วยความศรัทธาและความเชื่อ และอยากให้คนรุ่นหลังได้เห็นความงามของสถาปัตยกรรมและโบราณสถาน
- เกณฑ์มรดกโลกระดับสากล
คุณค่าความโดดเด่นระดับสากล ที่ทำให้วัดพระมหาธาตุ ผ่านเกณฑ์ของยูเนสโกมี 2 ข้อด้วยกัน ก็คือ
เกณฑ์ข้อที่ 2 แสดงถึงอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ ฮินดู พุทธศาสนามหายาน และพุทธศาสนาเถรวาท ที่มีต้นแบบมาจากศิลปะปาละในนาลันทา ชวาภาคกลาง ลังกา และมอญจากภาคใต้ของเมียนมา และส่งอิทธิพลให้กับศาสนสถานในประเทศไทย มาเลเซีย และแหล่งอื่น
ด้วยระบบความเชื่อที่หลากหลาย ซึ่งได้ผสมผสานระหว่างความเชื่อพื้นเมืองดั้งเดิม ความเชื่อในศาสนาฮินดู และพุทธศาสนาในกาลต่อมา เห็นได้จากการบูชา การทำบุญ และประเพณีประจำปี
ลักษณะที่มีเอกลักษณ์ของประเพณีที่ยังสืบทอดอยู่ในอารามแห่งนี้ เช่น ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ การแสดงโนรา การบูชาบรรพบุรุษ พิธีพราหมณ์ งานศิลปะเฉพาะถิ่น
จึงเห็นควรว่า ควรประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 ของประเทศไทย และเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกในภาคใต้
- แหล่งมรดกโลกของไทย
ประเทศไทยมีแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก ทั้งหมด 9 แห่ง
แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ 3 แห่ง คือ
1. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง (พ.ศ. 2534)
2. กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ (พ.ศ. 2548)
3. กลุ่มป่าแก่งกระจาน (พ.ศ. 2564)
แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม 6 แห่ง คือ
1. นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา (พ.ศ. 2534) ราชธานีเก่าแก่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองและโบราณสถานสำคัญ
2. เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร (พ.ศ. 2534) ครอบคลุมพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร
3. แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี (พ.ศ. 2535) แหล่งอารยธรรมโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่สำคัญ
4. เมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ (พ.ศ. 2566) แหล่งมรดกโลกยุคทวารวดีและวัฒนธรรมขอมโบราณ
5. อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี (พ.ศ. 2567) แหล่งหินตั้งและเพิงผาประวัติศาสตร์ยุคก่อนประวัติศาสตร์
6. วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช (พ.ศ. 2569) ศูนย์รวมจิตใจและสถาปัตยกรรมพุทธศาสนาที่สำคัญของภาคใต้



