วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม 2569

Login
Login

เตรียมรับมือ'ซูเปอร์เอลนีโญ' อากาศแปรปรวน ร้อนแล้งกว่าเดิม

ปลายปี 2569 จะเจอซูเปอร์เอลนีโญ ปรากฏการณ์เอลนีโญระดับรุนแรง และปี 2570 การเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศคาดว่าจะร้ายแรงกว่าเดิม

ทั้งๆ ที่ต่างรู้ว่า โลกไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว แม้ไม่อาจหลีกเลี่ยงภัยพิบัติจากโลกรวน ทางเลือกการปลูกต้นไม้จริงจังเพื่อลดความร้อนในเมืองหรือนอกเมืองน่าจะเป็นอีกทางหนึ่ง แต่ในประเทศไทยไม่เคยวางระบบจัดการเรื่องต้นไม้อย่างจริงจังเหมือนสิงคโปร์ 

สิงคโปร์ ประเทศที่มีพื้นที่ใกล้เคียงกับจังหวัดภูเก็ต ปลูกต้นไม้มาอย่างต่อเนื่องหลายสิบปี และเห็นผลกลายเป็นเมืองสีเขียวที่ลดอุณหภูมิความร้อนได้จริง เพราะ ลี กวน ยู กำหนดเรื่องนี้ไว้ในนโยบายผังเมือง ตัั้งแต่ปีค.ศ. 1967 และทำอย่างต่อเนื่อง แต่ประเทศไทยแผนล่วงหน้าปีสองปี เชื่อว่าน่าจะมี แต่ขาดการลงมือทำจริงจัง เพื่อบรรเทาเบาบางความร้อนลงบ้าง  

สถานการณ์โลกรวนปี 2569 นักวิชาการไทยหลายคนออกมาให้ข่าวอย่างต่อเนื่องว่า ร้อนแล้ง และไฟป่า หากเทียบกับสามปีที่ผ่านมา ถือว่าปีนี้ร้อนที่สุดในประวัติการณ์ และไม่ใช่แค่เมืองไทย แถบยุโรป อเมริกา ที่ไม่เคยหวั่นไหวกับความร้อน ในปีนี้ คนฝรั่งเศสเสียชีวิตจากคลื่นความร้อนช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม โดยเฉพาะคนสูงวัยมากกว่าปกติ 

หรือประเทศในแถบยุโรป เมื่อมาเจอคลื่นความร้อน อุณหภูมิกว่า 40 องศาเซลเซียส  จากประเทศไม่เคยจำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศ กลายเป็นจำเป็นต้องใช้ และยังอีกหลายประเทศที่เจอคลื่นความร้อน ต้องงดทำงานกลางแจ้งช่วงแดดจัดๆ 

ว่ากันว่า ปี 2570 อากาศจะร้อนมากกว่านี้ เพราะปลายปี 2569 จะเจอซูเปอร์เอลนีโญ  ปรากฏการณ์เอลนีโญในระดับรุนแรงมาก เมื่ออุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกแถบเส้นศูนย์สูตรสูงขึ้นเกินกว่าปกติ 2 องศาเซลเซียส 

เรื่องเหล่านี้ส่งผลให้อากาศและสภาพภูมิอากาศทั่วโลกแปรปรวนอย่างรุนแรง เพิ่มความเสี่ยงเรื่องภัยแล้ง คลื่นความร้อน และผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมและเศรษฐกิจในวงกว้าง

และส่งผลกระทบรุนแรงต่อสภาพอากาศปี 2570  มีการพยากรณ์อากาศไว้ว่า จะเป็นครึ่งปีที่ร้อนแล้งที่สุดปีหนึ่ง 

ที่สำคัญหน่วยงานรัฐ ตั้งรับกับสภาพอากาศแปรปรวน ความเสี่ยงฝนตกหนักในหลายพื้นที่หรือภาวะร้อนแล้งบ้างหรือยัง

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ออกมาเตือนภัยพิบัติอย่างต่อเนื่องในเฟซบุ๊คของเขา  ในช่วงปลายปี 2569–2570 โลกและประเทศไทยอาจเข้าสู่ ยุคอากาศร้อนจัดถาวร ส่งผลให้คลื่นความร้อน ภัยแล้ง ฝนสุดขั้ว และน้ำท่วมเกิดบ่อยขึ้น 

ผู้เชี่ยวชาญเสนอให้เร่งปรับตัวจากการรับมือแบบตั้งรับ สู่การบริหารความเสี่ยงเชิงรุก ด้วยระบบเตือนภัยที่แม่นยำ การจัดการน้ำเชิงรุก และการสร้างความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้ประชาชนและมีความเป็นไปได้มากกว่า 90% (JAMSTEC) ประมาณปลายปีนี้จนถึงต้นปีหน้าที่ปรากฎการณ์ซูปเปอร์เอลนีโญ (Super El Nino) จะเกิดขึ้น “วิกฤตภูมิอากาศสองเด้ง” ระหว่าง Super El Nino กับ โลกเดือด ดังนั้นเราจึงควรตั้งอยู่ในความไม่ประมาท อะไรก็เกิดขึ้นได้ และคาดการณ์สภาพอากาศได้ยากเพราะไม่เคยเจอ

ทั้งๆ ที่เรามีหน่วยพยากรณ์อากาศ เฝ้าติดตามสภาพอากาศที่มีความแปรปรวนต่อเนื่อง แต่ทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติจะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในเรื่องการช่วยชีวิตคนในลักษณะตั้งรับ ไม่ใช่การทำงานเชิงรุก ซึ่งเรื่องโลกรวนและสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลายสื่อก็ได้ย้ำเตือนและนำเสนอมาต่อเนื่อง และนักวิชาการได้เสนอทางออกในการแก้ปัญหาไว้แล้ว