SAMMON คือนามปากกาของ หมอแซม หรือ แพทย์หญิง อิสรีย์ ศิริวรรณกุลธร คุณหมอนักเขียนนิยาย-บทซีรีส์วายของเมืองไทย
เป็นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ที่มีผลงานการเขียนนวนิยายอันโด่งดัง การุณยฆาต ซีรีส์แนวสืบสวน-ดราม่าเชิงการแพทย์ (Medical Thriller)
ผลงานส่วนใหญ่ของหมอแซมเป็นนิยายวาย (Boy's Love) ที่โดดเด่นด้วยเนื้อหาแนวสืบสวนสอบสวนทางการแพทย์ที่เข้มข้น
ผลงานของหมอแซมที่หลายคนรู้จักกันดี ได้แก่ การุณยฆาต (Euthanasia) ทริอาช (Triage) พฤติการณ์ที่ตาย (Manner of Death),Transplant (ปลูก ถ่าย ตาย), Diagnosis (การวินิจฉัย), อาชญพันธุกรรม (Q), Grab a Bite ส่งร้อน เสิร์ฟรัก และ สงครามความงาม (Make Me Beautiful)
เป็นทีมเขียนบทของซีรีส์ Make a Wish ภารกิจนายเทวดา (2023) ซีรีส์ยูริ หยดฝนกลิ่นสนิม
ส่วน 4MINUTES เป็นซีรีส์ที่พล็อตเอง เขียนบทเอง คนเดียว
Cr. Kanok Shokjaratkul
คุณหมอกับงานเขียน
"ตอนนี้ทำงานอยู่ที่ โรงพยาบาลนครพิงค์ เป็นแพทย์เฉพาะทาง เวชศาสตร์ครอบครัว (Family Medicine) และเรียนต่อด้าน Palliative Care การดูแลผู้ป่วยระยะท้าย
ซึ่งเป็นการดูแลผู้ป่วยที่รักษาไม่หาย หรือมีชีวิตอยู่ได้อย่างจำกัด โดยจะดูแลจนคนไข้เสียชีวิต รวมถึงดูแลครอบครัวของเขาด้วย
เวชศาสตร์ครอบครัว หรือ หมอแฟมเมด (Fam Med) จะดูคนไข้ในทุกมิติ ทั้งตัวโรค จิตใจ ครอบครัว และพื้นที่ที่เขาอยู่
เราจะลงไปที่ชุมชน เยี่ยมบ้าน และเป็นด่านหน้าที่คนไข้จะเจอเป็นคนแรกในระบบปฐมภูมิ ดูแลได้ทุกโรค ทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุ ถ้าเคสซับซ้อนมากค่อยส่งต่อ"
เริ่มเขียนหนังสือมาตั้งแต่เด็ก ๆ
"ตอนป.4-ป.5 ชอบอ่านวรรณกรรมและนิยายมาก หลงใหลโลกที่ไม่มีอยู่จริงและอยากสร้างโลกขึ้นมาใหม่ด้วยตัวหนังสือ
สมัยนั้นอินเทอร์เน็ตเข้ายาก แซมเลยเขียนลงในสมุดโรงเรียน แล้ววางไว้บนโต๊ะให้เพื่อน ๆ มาเปิดอ่าน เหมือนเป็นแพลตฟอร์ม Manual
สมัยเด็ก ๆ ตอนเริ่มแรกจะเขียนเรื่อง กระต่าย 20 ตัว ที่เลี้ยงไว้ที่บ้าน เล่าเรื่องราวที่เจอในแต่ละวันเหมือนสารคดี
พอช่วง ป.5-ป.6 ก็เริ่มเขียนฟิกชัน เรื่องแรกเป็นแนวโรแมนติกเกี่ยวกับหนุ่มนิวซีแลนด์กับสาวไทย ที่เคยมีอดีตชาติร่วมกัน โดยใช้จินตนาการล้วน ๆ จากหนังสือท่องเที่ยว
ช่วง ม.ปลาย แซมเลือกเรียนสายวิทยาศาสตร์เพราะถนัดและทางบ้านสนับสนุน แล้วก็มาตัดสินใจสอบหมอช่วง ม.5-ม.6
พอเรียนถึงปี 5 ช่วงวนวอร์ดจิตเวช แซมอยากให้คนรู้จัก โรคจิตเภสัช (Schizophrenia) มากขึ้น ไม่อยากให้มองว่าเป็น คนบ้า แต่เป็นความเจ็บป่วยทางกายอย่างหนึ่ง
ก็เลยเริ่มเขียนนิยายลงเว็บ เด็กดี (Dek-D) โดยใช้ นิยายวาย เป็นตัวนำ เพื่อให้คนอ่านเพลิดเพลินและได้รับความรู้เรื่องโรคทางจิตเวชไปพร้อมกัน"
ก้าวสู่การเป็นนักเขียน
"งานเขียนเรื่องแรกชื่อว่า Diagnosis (การวินิจฉัย) แม้จะเป็นเรื่องแรกที่ยังเขียนได้ไม่ดีมาก แต่ก็ภูมิใจมาก
เพราะหลังจากลงเว็บได้ไม่กี่อาทิตย์ สำนักพิมพ์ Hermit ก็ติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์ไปตีพิมพ์ นับเป็นก้าวแรกในฐานะนักเขียนของแซม
หลังจากนั้นก็เขียนเรื่อง พฤติการณ์ที่ตาย (Manner of Death) เป็นเรื่องที่สอง ตอนอยู่ปี 6 เพราะแซมชอบวิชานิติเวช และชอบคอนเซปต์ที่ว่า...
"ศพพูดไม่ได้ แต่ร่องรอยบนร่างกายจะพูดแทนเขา"
แซมอยากเล่าว่าสาเหตุการตาย (Cause of Death) เดียวกัน อาจเกิดจากพฤติการณ์ที่ตาย (Manner of Death) ที่ต่างกันได้ เช่น การแขวนคออาจเป็นการฆ่าตัวตาย หรือฆาตกรรม หรืออุบัติเหตุ ก็ได้"
เทคนิคส่วนตัวในการสร้างผลงาน
"การเป็นคุณหมอจะมีเวลาจำกัด แซมจะใช้วิธี วางโครงสร้าง (Structure) ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ ต้องมีต้น กลาง จบ และทรีตเมนต์ (Treatment) ที่ชัดเจน
รวมถึงวางจุดพล็อตหลักและจุดไคลแมกซ์ไว้ก่อน
เมื่อมีโครงสร้างที่แน่นแล้ว แซมก็สามารถหาเวลาแทรกเขียนได้ทุกที่ที่มีเวลาว่าง
แม้จะแค่ 5 นาทีระหว่างรอคนไข้ หรือช่วงพักเที่ยง แซมจะเปิด iPad พิมพ์ต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดใหม่"
แต่ละเรื่องมีความมุ่งหมาย
"อย่างเรื่อง การุณยฆาต มีที่มาจากการตั้งคำถามว่า "เรามีสิทธิ์เลือกตายได้ไหม?"
แซมอยากสื่อสารและชวนคนอ่านตั้งคำถามว่า ประเทศไทยพร้อมหรือยังสำหรับการเลือกจบชีวิตอย่างสงบ
โดยเล่าผ่านมุมมองที่หลากหลายทั้งหมอ คนไข้ ญาติ และตำรวจ เพื่อให้เห็นมิติต่าง ๆ ของคำว่าการุณยฆาต
โดยส่วนตัว เรื่องการุณยฆาต ในฐานะหมอ Palliative Care แซมไม่รู้สึกขัดแย้งในใจ
เพราะการทำให้คนไข้จากไปอย่างสงบและสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ถือเป็นการรักษาอีกรูปแบบหนึ่ง ไม่ใช่การเร่งให้เขาตาย"
นักเขียน & นักเขียนบท
"ตอนนี้ เขียนบทซีรีส์ด้วย ซึ่งต่างกันมากกับการเขียนนิยาย แทบจะเป็นศาสตร์ใหม่เลย นิยายใช้ภาษาบรรยายที่สละสลวย
แต่บทซีรีส์คือผลิตภัณฑ์ที่ต้องเอาไปถ่ายทำ ต้องคำนึงถึงงบประมาณ สถานที่ และการแสดง แอ็คชั่นต้องชัดเจน
เช่น ตัวละครนั่ง หรือ เดินจากซ้ายไปขวา แซมต้องไปเรียนใหม่และเริ่มจากการเป็นลูกมือก่อน
ซึ่งบางครั้งการเขียนบทนาน ๆ พอกลับมาเขียนนิยาย ภาษาก็จะแข็งขึ้นและห้วนขึ้นเหมือนกัน"
ผลงานเรื่องต่อไป
"ในปีนี้จะมีนิยายเรื่อง สงครามความงาม เป็นเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจแพทย์ความงาม
ที่ต้องการตั้งคำถามว่า ความงามที่แท้จริงคืออะไร และธุรกิจนี้ขับเคลื่อนด้วยอะไรกันแน่
ตอนนี้มีให้อ่านตัวอย่างในเว็บ ReadAWrite แล้ว รูปเล่มน่าจะมาช่วงท้ายปี
ส่วนบทซีรีส์ที่เขียนก็จะมีเรื่อง Play Back the Series
เป็นทั้งนักเขียนและคุณหมอที่เข้าโรงพยาบาลทำงานตรวจคนไข้ตามปกติไปด้วยกัน"
ครั้งหนึ่งเธอเคยให้สัมภาษณ์ว่า...
"รสนิยมทางเพศของตัวละคร ไม่ใช่จุดแบ่งประเภทของงานสร้างสรรค์
หากว่าตัวละครเป็นเกย์แล้วจะต้องเรียกว่า ‘วาย’ แต่จุดแบ่งน่าจะเป็นแนวของเรื่องราว เช่น แนวสืบสวนสอบสวน แนวรอมคอม แนวแอ็คชั่น มากกว่า...
...อยากให้เวลาอ่านนิยายเราไม่ต้องมองว่าเรื่องนี้เป็นวายหรือเปล่า อยากให้ความวายเป็นแค่รสนิยมทางเพศของตัวละคร เป็นนิยายสืบสวนสอบสวน เป็นนิยายสะท้อนสังคม เป็นนิยายคอมเมดี้ดี ๆ เรื่องหนึ่งที่มีตัวเอกเป็น LGBTQ+ เท่านั้นเอง"


