รวมเรื่องประทับใจในความทรงจำของชาวโรงเรียนราชินี เมื่อกาลเวลาได้พราก "พระองค์ภา" เจ้าหญิงองค์น้อยๆ ที่อยู่ในความทรงจำของรุ่นพี่และรุ่นน้องโรงเรียนราชินี
นกน้อยคล้อยบินไปบนฟ้า
ท้องนภากว้างใหญ่ไกลหนักหนา
เปรียบเสมือนดังกาลเวลา
ที่จะพาฉันพรากจากเธอไป
- พัชรกิติยาภา -
ขอเริ่มต้นบทความด้วยพระนิพนธ์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา (พระองค์ภา) ขณะยังเป็นนักเรียนโรงเรียนราชินี ที่นำมาจัดพิมพ์ในหนังสือศตวรรษราชินีสถาน ที่ระลึก100 ปีแห่งการพระราชทานกำเนิดโรงเรียนราชินี
ขอบคุณภาพจาก โรงเรียนราชินี
เชื่อว่าหลายท่านคงเคยได้อ่านบทพระนิพนธ์นี้มาบ้างแล้ว แต่เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้งในวันนี้คงเกิดความรู้สึกบีบหัวใจอย่างบอกไม่ถูกที่กาลเวลาได้พราก “พระองค์ภา” เจ้าหญิงองค์น้อยๆ ที่อยู่ในความทรงจำของรุ่นพี่และรุ่นน้องโรงเรียนราชินีขณะทรงศึกษาตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ไปจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 รวดเร็วเกินไป
ขอบคุณภาพจาก โรงเรียนราชินี
พระองค์ภา : ช่วงเวลาในโรงเรียนราชินี
ช่วงเวลาสิบกว่าปีที่ทรงใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนราชินี ทรงสร้างความทรงจำให้กับคุณครู นักเรียน และบุคลากรภายในโรงเรียนมากมาย ก่อนที่เราจะไปกล่องความทรงจำของรุ่นพี่ และกลุ่มพระสหายร่วมรุ่น ขออัญเชิญพระนิพนธ์ของพระองค์ภา ที่ทรงเขียนถึงชีวิตในโรงเรียนราชินี ไว้ในหนังสือศตวรรษราชินีสถาน ที่ระลึก 100 ปีแห่งการพระราชทานกำเนิดโรงเรียนราชินี มีใจความตอนหนึ่งว่า
“เมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่เรียนอยู่โรงเรียนราชินี ก็มีทั้งสุขและเศร้าเคล้ากันไป ที่จำได้ดีก็มีอยู่หลายช่วง ที่จำได้สนุกมาก คือ ช่วงที่ออกไปทัศนศึกษาตามต่างจังหวัดหลายครั้งหลายหน ทุกครั้งก็จะนั่งรถกันไปแต่เช้า กินขนมกันบนรถ คุยกันเสียงดังจนครูดุเอา
ครั้งที่ไปเที่ยวที่เขาวัง จังหวัดเพชรบุรี มีเพื่อนบางคนตื่นเต้นมากที่ได้เจอลิง ไม่ทราบว่าที่ตื่นเต้นนี่เพราะไม่เคยเห็นลิง หรือเป็นเพราะกลัวลิงจะกัดเอา แต่สุดท้ายลิงก็กระเจิงไปเพราะแพ้ฤทธิ์เด็กนักเรียนโรงเรียนราชินี
ขอบคุณภาพจาก โรงเรียนราชินี
ต่อมาเมื่อแยกย้ายกันไปศึกษาต่อก็ห่างๆ กับเพื่อนๆ ไปนานๆ ก็กลับมาเยี่ยมโรงเรียนสักครั้ง ก็ได้ข่าวความเปลี่ยนแปลงของเพื่อนๆ และโรงเรียนราชินีอยู่เป็นระยะๆ จนบัดนี้ก็ได้เรียนปริญญาเอกจนจะจบแล้ว ก็ถือได้ว่าเป็นศิษย์รุ่นเก๋าอยู่ไม่น้อย
การได้กลับมาเจอเพื่อนๆ ในงานเลี้ยงรุ่น แล้วมานั่งคุยกันต่อที่บ้าน มีเพื่อนคนหนึ่งเริ่มร้องเพลงพิกุลแก้ว ก็เลยร่วมร้องกันอีกครั้ง
ความไพเราะของเพลงนี้ทำให้นึกขึ้นได้ว่า สิ่งสำคัญจากโรงเรียนราชินีที่ได้เรียนรู้ นอกเหนือจากวิชาความรู้ทางวิชาการ คือ มิตรภาพและบทเรียนชีวิตที่ได้จากทั้งครูบาอาจารย์ เพื่อนๆ พี่น้อง รวมทั้งบุคลากรทุกคนในโรงเรียนราชินีแห่งนี้
ประสบการณ์ที่ผ่านมาในโรงเรียนได้สอนให้เราทั้งหลายตระหนักในหน้าที่ที่พึงมีต่อคนรอบข้างและตนเอง ซึ่งสิ่งนี้เองทำให้สังคมส่วนรวมมีการพัฒนาและก้าวหน้าไปดังที่ควรเป็น”
ขอบคุณภาพจาก โรงเรียนราชินี
ทรงเป็นความชุ่มชื่นใจของชาวราชินี
ครูสุภกัญญา ชวนิชย์ ผู้จัดการโรงเรียนราชินี และศิษย์เก่ารุ่นที่ 78
"ในช่วงที่พระองค์ท่านทรงเข้าศึกษาในชั้นอนุบาล 2 ครูเรียนอยู่ชั้น ม.ศ. 5 สิ่งที่พวกเราพี่ๆ พยายามจะทำกันอยู่บ่อยๆ คือไปแอบมองท่าน แม้ไม่มีธุระก็พยายามหาธุระที่จะไปตึกอนุบาลเพื่อไปแอบมองท่าน เวลาท่านนอนกลางวันใส่ชุดนอนนักเรียนอนุบาลสีขาวช่างน่ารัก
อีกความทรงจำหนึ่งที่ติดตามากๆ คือในช่วงเช้าที่ท่านเสด็จมาโรงเรียนท่านจะต้องไปกราบพระบรมราชินยานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ องค์พระราชกำเนิดโรงเรียนราชินี ทรงมีตุ๊กตาผ้าสีขาวตัวเล็กๆ ในอ้อมกอด น่าจะเป็นตุ๊กตาเพื่อนรักที่ท่านพามาโรงเรียนทุกวัน เป็นภาพที่รุ่นพี่ติดตาเป็นพิเศษ การมีพระองค์ท่านอยู่ในโรงเรียนนั้นเป็นความชุ่มชื่นของนักเรียนราชินีหลายรุ่น เสียดายที่ได้อยู่พร้อมกับท่านเพียงแค่ปีเดียว
เมื่อกลับมาช่วยดูแลงานที่โรงเรียน มีโอกาสได้เข้าเฝ้าครั้งสุดท้ายวันที่ 7 ธันวาคม ปี 2565 วันนั้นเข้าเฝ้าพร้อมหม่อมหลวงประทิ่นทิพย์ นาครทรรพ ท่านผู้จัดการกิตติคุณและอดีตผู้จัดการโรงเรียนราชินี เมื่อท่านทรงเห็นคุณครูประทิ่นทิพย์ ทรงเข้ามาเคารพคุณครู มีพระปฏิสันถารด้วยพระพักตร์สดใส ท่านทรงมีพระจริยวัตรที่งดงามมากต่อคุณครูเป็นภาพประทับใจที่เห็นแล้วน้ำตารื้นขึ้นมาทุกครั้งที่คิดถึง”
ทรงเป็นนักอ่าน และมีจิตใจเป็นนักสู้
ครูวัชราภรณ์ สนองคุณ ผู้ช่วยครูใหญ่ฝ่ายธุรการโรงเรียนราชินี และศิษย์เก่าราชินีรุ่น 76
"ครูมีโอกาสสอนพระองค์ภา 2 ครั้ง ในการเตรียมตัวไปประกวดการอ่านออกเสียงภาษาไทย จัดโดยธนาคารศรีนคร ขณะทรงเรียนอยู่ชั้น ป.6 กับตอน ม.3
ท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องของการอ่านจริงๆ ตอน ป. 6 ครูจะหาบทอ่านเป็นแบบฝึกหัดมาให้ปรากฏว่าท่านอ่านได้หมด ทำให้ต้องไปหาบทที่ยากขึ้น”
จึงเป็นที่มาของพระองค์ภาที่รับสั่งถามครูว่า
พระองค์ภา : ปกติบทนี้สอนสำหรับชั้นอะไรคะครู
ครูวัชราภรณ์ : ไว้สอน ม. 6 เพคะ
พระองค์ภา : โอ้โห...แล้วพี่ม. 6 อ่านได้ไหมคะ
ครูวัชราภรณ์ : ก็มีอ่านได้บ้าง ไม่ได้บ้างเพคะ
“ทรงอ่านได้หมดจริงๆ ท่านทรงเล่าให้ครูฟังว่าที่วัง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสร้างห้องสมุดไว้มีหนังสือเยอะมาก ท่านบอกว่า ภาชอบอ่านหนังสือมากค่ะครู
ท่านชอบหนังสือภาษาไทย วรรณคดี ชอบทุกอย่างอ่านได้หมด
ตอน ม.3 ทรงเข้าประกวดแข่งขันรายการเดิมอีกครั้ง ถ้าจำไม่ผิดท่านได้ที่ 2 วันที่ไปประกวดครูไปด้วย ก่อนท่านขึ้นอ่าน มีนักเรียนคนหนึ่งอ่านได้ชัดเจนเก่งมาก ท่านอยู่บนเวทีทรงหันมามองครูที่อยู่ข้างล่าง เหมือนกับบอกว่าจะสู้เขาได้ไหม แต่ว่าไม่ได้รับสั่งอะไรเลย แต่เราเข้าใจว่าท่านอาจรู้สึกว่าเขาก็เก่งนะ ครูได้แต่พยักหน้าให้กำลังใจท่านจนกระทั่งทรงอ่าน ปรากฏว่า ท่านอ่านกระตุก 1 คำ พอเสด็จลงจากเวทีมาท่านก็บอกว่าภาอ่านผิด 1 คำ ครูก็บอกว่าไม่เป็นไรเพคะคำเยอะมากผิด 1 คำก็ไม่เป็นไร
ถามว่าท่านเป็นนักสู้ไหม ในการเข้าแข่งขันก็พร้อมแข่งขันพร้อมใช้ความสามารถ และมีการเตรียมตัวทำการบ้าน ถึงแม้ว่าจะมีภารกิจในการตามเสด็จเยอะในช่วงนั้น แต่ถือว่าทรงทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี เป็นเรื่องที่ครูรู้สึกประทับใจ"
พระสหายตั้งแต่ชั้น อนุบาล 1
เล็ก- ศิริกาญจน์ อริยมหาพงศ์ (ชื่อเดิม ศศิกานต์ อภัยวงศ์) พระสหายร่วมรุ่น ราชินี 91
“ตั้งแต่จำความได้เห็นท่านที่ไหนก็จะเห็นเล็กกับก้อย (ณิศรา สุพันธุ์วนิช) เสมอ เราโตมาด้วยกันทำทุกอย่างด้วยกัน เรียกว่าตัวติดกันจริงๆ จำไม่ได้ว่าทำไมติดกันขนาดนั้น
เล็กเกิดต้นปี ก้อยเกิดกลางปี พระองค์ท่านเกิดปลายปี เล็กเหมือนเป็นพี่ที่คอยดูแลเวลาไปไหนก็จะไปด้วยกันทุกกิจกรรมตั้งแต่เล็กๆ
บางวันหลังเลิกเรียนท่านก็จะชวนไปเล่นด้วยต่อที่พระที่นั่งอัมพรฯ แล้วคุณแม่ค่อยไปรับตอนเย็นๆ กิจกรรมมีตั้งแต่อ่านหนังสือ เล่นตุ๊กตา เล่นว่าว ขี่จักรยาน จนไปถึงปีนต้นไม้ ซึ่งพระองค์ทรงพระซนไม่ธรรมดาจริงๆ จนข้าราชบริพารยกให้ท่านเป็นหัวหน้าแก๊ง
เวลาที่ท่านต้องเสด็จต่างประเทศ เล็กกับก้อยจะไปส่งเสด็จที่ดอนเมืองแทบทุกครั้ง ท่านก็เป็นเพียงเด็กน้อยแต่เมื่อต้องเสด็จงานก็มีหน้าที่อีกแบบ เล็กกับก้อยจะคอยส่งกำลังใจให้ท่านเสมอ
ก้อย - ณิศรา สุพันธุ์วนิช และ เล็ก - ศิริกาญจน์ อริยมหาพงศ์ พระสหายร่วมรุ่นตั้งแต่ชั้นอนุบาล
ความน่ารักของท่าน คือ เล็กเป็นคนแพ้กุ้งซึ่งท่านก็แพ้เหมือนกัน เล็กแพ้กุ้งแต่กินฮานามิได้ ท่านก็อยากจะทานฮานามิมาก ท่านก็ทานฮานามิแล้วก็ทานยาแก้แพ้ไปด้วย สุดท้ายท่านหายแพ้กุ้งไปเลยแต่เล็กยังแพ้อยู่ ท่านจะคอยดูแลว่าอันนี้เล็กทานไม่ได้เพราะท่านเคยเห็นเล็กแพ้กุ้งจนปากเจ่อ หลอดลมบวม
ตอนเรียนชั้นประถมเล็กแขนหัก 2 ครั้ง ท่านเห็นว่าเราเล่นอะไรเดี๋ยวแขนก็หัก ท่านจะคอยดูแลไม่ให้เล็กเล่นผาดโผนมากเพราะว่าท่านจะผาดโผนกว่า ท่านชอบปีนต้นไม้มากเวลาที่อยู่วังอัมพรจะเป็นผู้นำปีน องครักษ์รู้ว่าท่านซนมากจึงให้ท่านเป็นหัวหน้าแก๊งแล้วคอยตามท่าน
ชีวิตวัยเด็กที่โรงเรียนของท่านปกติมาก ทานข้าวก็ทานด้วยกัน ช้อนร้อยพวง (ช้อนส้อมรับประทานอาหารที่ร้อยเก็บเป็นพวง) ก็เหมือนกันไม่มีสิทธิพิเศษ นอนก็นอนด้วยกัน กินนมไม่หมดก็แอบเทนมทิ้งด้วยกัน
เราไม่ต้องใช้ราชาศัพท์ใช้คำแทนตัวเองว่า ‘เรา’ กับท่าน ด้วยความเป็นเด็กราชินีพอเริ่มโต เราก็รู้ว่าถ้าเราเล่นกันเองก็ไม่ต้องใช้ราชาศัพท์ แต่ว่าพอเราไปออกงานเราต้องให้ความเคารพท่านให้อย่างสมพระเกียรติท่าน ถอนสายบัว หมอบ กราบ ใช้ราชาศัพท์ เวลาเป็นเพื่อนกันเราก็จะใช้ภาษาแบบเพื่อน
พระองค์ภา ขณะทรงจะเข้ มีเล็กและก้อยอยู่ด้านหลัง
ตอนเรียนวิชาดนตรีไทย ท่าน เล็ก และก้อย เลือกเรียนจะเข้เหมือนกัน เพราะท่านลองสีซอด้วงแล้วเสียงดังอี๊อ่อ ท่านบอกว่าไม่น่าไหว ลองตีขิมก็ตีจนสายขิมขาด สุดท้ายมาเรียนจะเข้ จำได้ว่าพวกเราซ้อมกันหนักมาก เพราะว่าจะต้องไปแสดงที่ศูนย์วัฒนธรรม
นอกจากเรียนในชั่วโมงดนตรีที่โรงเรียนแล้ว ทุกวันอังคารกับพฤหัส เราจะไปซ้อมกันต่ออีก 2 ชั่วโมงที่พระที่นั่งอัมพร ซ้อมกันจนนิ้วบุบ กระดูกตรงมือปูดเลย คุณครูที่มาสอนดุมาก ขนาดเล็กที่เป็นเด็กค่อนข้างเรียบร้อยยังเกร็ง บางวันอยากจะโดดการซ้อมไปตีแบดกัน แต่ก็ฮึบๆ ซ้อมก่อนแล้วค่อยไปเล่นกันเนอะ
พระองค์ภา ทรงเป็นดรัมเมเยอร์ ขณะเรียนชั้นอนุบาล 2
ยิ่งรูปที่ท่านเป็นดรัมเมเยอร์ ตอนนั้นเด็กน่าจะอนุบาล 2 ท่านเคยเห็นพี่ๆ ที่เป็นดรัมเมเยอร์ควงคทาแล้วโยนขึ้น มันเท่มากๆ เลย ทรงอยากจะควงและโยนขึ้นและรับให้ได้แบบพี่ๆ ซ้อมกันหลายรอบ คทาหล่น บุบไปไม่น้อย สุดท้ายคุณครูและพี่ๆ ต้องร้องขอว่า เอาเพียงแค่ถือโยกไปมาก็พอเพคะ เกรงว่าคทาจะหล่นมาฟาดพระองค์ท่าน
“วันแต่งงานของเล็ก ท่านทรงบอกกับพี่ป๊อบสามีของเล็กว่า ห้ามทำให้เพื่อนเราเสียใจนะ” เล็ก- ศิริกาญจน์ อริยมหาพงศ์
พอโตมาก็มานึกย้อนว่าตอนนั้นอนุบาล 2 แค่ถือคทาไม่ให้หล่น เดินให้ตรงจังหวะกับขบวนก็น่าจะพอแล้ว เล็กกับก้อยแค่เดินตามยังท้อ แต่ถ้าท่านสู้ เราก็เป็นกองหนุนให้เสมอ
เล็กอยากให้คนเห็นมุมนี้ของท่านด้วยว่าท่านไม่ได้ ได้อะไรมาง่ายๆ บางคนชอบบอกว่าท่านเป็นเจ้ามักจะได้สิทธิ์พิเศษ แต่สำหรับเล็กแล้ว เจ้าอยู่บนความหวัง นอกจากจะต้องทำให้สำเร็จแล้ว ยังต้องทำให้ได้ดีด้วย เล็กกับก้อยที่อยู่ตรงนี้มากับท่านเลยรู้ถึงความกดดันและความพยายามของท่านมาตลอดตั้งแต่เล็ก”
ตั้งโต๊ะฉีดวัคซีน
หริ - ภัคกร นุติทวัฒน์ (ชื่อเดิม สิรินารถ ปาลวัฒน์) พระสหายร่วมรุ่นราชินี 91 กล่าวถึงความทรงจำเมื่อครั้งวันฉีดวัคซีนให้ฟังว่า
“ที่หน้าห้องฉีดวัคซีนจะมีโต๊ะขององครักษ์ ท่านก็เล่นเป็นโต๊ะฉีดวัคซีนก่อนเข้าห้องจริง คือท่านรับบทเป็นหมอท่านหนึ่งแล้วเอาวงเวียนมาจิ้มแขนเพื่อนก่อน เพื่อนก็เล่นด้วยมาต่อแถวให้ท่านฉีดวัคซีน แต่ไม่ได้เจ็บไม่ได้มีบาดแผลอะไรนะคะ
เย็นวันนั้นที่บ้านก็ได้รับโทรศัพท์จากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ คุณแม่รับสายตอนแรกก็ตกใจ ท่านโทรมาขอโทษที่ลูกท่านแกล้งเพื่อน
วันรุ่งขึ้นก็นัดมาโรงเรียน พระองค์หญิงตรัสกับพระองค์ภาว่า
‘พ่อเขาเป็นตำรวจนะ เอาวงเวียนไปจิ้มแขนลูกเขาแม่จะถูกจับนะ’ คือพ่อของเล็กและของหริเป็นตำรวจทั้งคู่ ท่านสอนลูกว่าไปทำลูกคนอื่นไม่ได้นะ จำได้ว่าหลังจากนั้นท่านเชิญทุกคนที่พระองค์ภาเล่นเป็นหมอแล้วเอาวงเวียนจิ้มแขนไปเล่นที่วัง”
ความทรงจำที่ประทับใจต่อพระองค์ท่านมีมากมาย
“ทุกวันเกิดของเพื่อนท่านจะมีการ์ด มีโน้ตให้ วันวาเลนไทน์เราไม่ป๊อบพอที่จะได้รับสติ๊กเกอร์ ท่านจะนำสติ๊กเกอร์มาติดให้ช่วยเยียวยาจิตใจเพื่อนที่ไม่ป๊อบ
นอกจากนี้เวลาคุณแม่ที่รับเสด็จท่านในจังหวัดที่คุณแม่รับราชการเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านก็จะยกมือไหว้ก่อนเหมือนเห็นแม่เพื่อน
ท่านเป็นคนที่ให้กำลังใจทุกคน จำได้ว่าวิชาทำอาหาร วันนั้นทำทอดมันข้าวโพดคนอื่นทำสวยหมด แต่ของหริล้มเหลวมาก ท่านก็เอาช้อนมากอบให้เป็นชิ้นแล้วชิมบอกว่าอร่อยดี”
จำเราไม่ได้เหรอ
ชมพู่ - มณีนพ มุตตามระ พระสหายร่วมรุ่น ราชินี 91
“พู่เข้ามาเรียนราชินีตอน ม. 1 อยู่ห้องม.1/2 ห้องเดียวกับท่าน ด้วยความที่เราเป็นคนร่าเริงสนุกสนานท่านก็คงชอบเราก็ไปเล่นซนด้วยกันหลายครั้ง ท่านชวนวิ่งหนีองครักษ์บ้าง พออยู่ม.2 ม.3 ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันแต่ยังทักทายกันปกติ จนห่างหายไปเรียนมหาวิทยาลัย น่าจะประมาณเรียนปี 2 ท่านอยู่ธรรมศาสตร์ พู่อยู่ศิลปากร
ที่หน้าศิลปากรจะมีร้านอาหารเก๋ๆ ชื่อ หน้าพระลาน วันหนึ่งพู่เดินขึ้นไปชั้น 2 ของร้านเห็นท่านนั่งอยู่กับเพื่อนธรรมศาสตร์
พู่ก็ไม่กล้าเข้าไปทักท่านเพราะว่าไม่ได้เจอกันนานกลัวว่าท่านจะจำไม่ได้ สักพักหนึ่งท่านก็ลุกขึ้นเดินมาหาแล้วพูดว่า พู่ใช่ไหม จำเราไม่ได้เหรอ
พู่ตอบท่านไปว่า ท่านคะ ในโลกใบนี้ไม่มีใครจำท่านไม่ได้หรอกค่ะ ท่านก็หัวเราะนิดนึงแล้วบอกว่าทำไมไม่มาทัก แล้วเราก็คุยกันเล็กน้อย
จำได้ว่าตอนม.1 ท่านเขียนในเฟรนด์ชิปให้ว่า 'ถึงเธอจะเป็นเด็กใหม่แต่เราก็สนิทกันพอสมควร อย่ายอมแพ้ อย่า ถอย ไม่ดีหรอก' ทำให้นึกย้อนกลับไปว่าเราอาจบ่นกับท่านว่า เราเพิ่งเข้ามาใหม่ ปรับตัวยาก ท่านคงให้กำลังใจจึงเขียนคำนี้ขึ้นมา
ลงท้ายท่านเขียนเบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่เป็นพระที่นั่งอัมพรสถาน ยังแซวท่านว่าเขียนจดหมายส่งไปที่นี้ถึงไหมคะ ท่านหัวเราะบอกว่าถึงจริงๆ
วันธรรมดาที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง
เต้ - ณัฐกานต์ สุรกิจบรรหาร พระสหายร่วมรุ่น ราชินี 91
ม.3/1 กับครูดาราพรรณ อยู่โพธิ์ ครูประจำชั้น
“เต้อยู่ห้องเดียวกับท่านตอน ม.3/1 มีครูดาราพรรณ อยู่โพธิ์ เป็นครูประจำชั้น เต้ผู้ทักได้ทุกคน รู้จักแทบทั้งรุ่น ไม่รู้เหมือนกันว่าเริ่มสนิทกับพระองค์ภาตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกที ก็กลายเป็นเพื่อนเล่นที่ไปไหนมาไหนด้วยกันแบบงง ๆ
จากเดินเล่นในโรงเรียน กลายเป็นได้ตามเสด็จไปงานต่าง ๆ ไปวังอัมพรฯ ไปงานดอกไม้ที่ฮิลตัน อย่างเกร็งสุด โดนบรีฟหนักสุด ไปงานสังสรรค์กับพระญาติของท่าน ไปเที่ยวสยามฯ และแดนเนรมิต จนคุณครูต้องเพิ่มบทเรียนเรื่องมารยาทให้เป็นพิเศษ
มีอยู่ครั้งหนึ่งเป็นวิชาศิลปะ เต้เป็นคนวาดรูปไม่ค่อยเก่งแล้วก็เบื่อ ท่านก็เบื่อ เลยบอกว่าเราไปห้องน้ำกันเถอะ ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจว่าจะโดดเรียน แต่พอไปถึงห้องน้ำที่โรงเรียนราชินี อ่างล้างหน้าจะใหญ่เราสามารถจะยกตัวขึ้นไปนั่งบนขอบอ่างได้ ก็นั่งคุยกันเพลินจนลืมไปเลยว่าเราต้องกลับไปเข้าห้องเรียน
คุยจนเขาตามหากันทั้งโรงเรียน คือองครักษ์เข้าไปตามในห้องน้ำไม่ได้เพราะว่าเขาเป็นผู้ชาย ทุกคนก็ตกใจตามหากันไม่มีใครนึกว่าจะไปนั่งเม้าท์มอยกันอยู่ในห้องน้ำ พอออกมาก็โดนดุทั้งคู่ค่ะ เพราะว่าเวลาคุณครูดุไม่เคยละเว้นใคร แต่เต้จะโดนหนักหน่อย
“เล่นอะไรซักอย่าง แล้วท่านอยากลองเป็นม้า อยากทดสอบความแข็งแรง ข้าพเจ้าก็ตัวเล็กซะด้วยสิ” เต้ - ณัฐกานต์ สุรกิจบรรหาร
เรื่องที่ท่านไปเสด็จไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลประทับใจที่สุด เพราะไม่คาดคิดเลยว่าเราแค่ไปผ่าตัดไส้ติ่งแล้วท่านเสด็จมาเยี่ยมที่โรงพยาบาล ตอนนั้นเราเด็กมากครอบครัวก็ตื้นตันใจมาก ทางโรงพยาบาลมาแจ้งว่าให้ย้ายห้องนะเดี๋ยวพระองค์ภาจะเสด็จมาเยี่ยม ท่านประทานแจกันดอกไม้เขียนการ์ดให้มานั่งคุยเป็นเพื่อน ตอนนั้นเราก็ยังเด็กเราก็กังวลว่าเราผ่าตัดไปแล้วเราจะเป็นแผลไหมกลัวว่าจะไม่สวย ท่านก็มาให้กำลังใจ
พอย้อนกลับไปก็เป็นสิ่งที่เราไม่คาดคิดเลยว่าเราก็คนธรรมดาท่านจะสละเวลามาเยี่ยมเราถึงโรงพยาบาล
พระองค์ภา กับหม่อมหลวงประทิ่นทิพย์ นาครทรรพ ท่านผู้จัดการกิตติคุณและอดีตผู้จัดการโรงเรียนราชินี
ถ้าพูดถึงในแง่ของเพื่อนราชินีต้องกราบขอบพระคุณโรงเรียน คุณครูหม่อมหลวงประทิ่นทิพย์ คุณครูทุกท่านที่ช่วยกันอบรมสั่งสอนนักเรียนทุกคน เหนือสิ่งอื่นใดกราบพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ พระองค์ไม่เคยสอนให้ท่านอยู่เหนือประชาชน มีแต่ให้ท่านโน้มตัวลงมาหาประชาชน ไม่ใช่แค่เต้ที่รู้สึกเพื่อนในรุ่น รุ่นพี่รุ่นน้อง แม้แต่ผู้ให้บริการในโรงเรียน เช่น พี่ภารโรง ท่านสุภาพอ่อนโยน ไม่เคยมีกิริยาที่ไม่ดีกับทุกคน
เราก็เหมือนนักเรียนทุกโรงเรียน ที่เรามีเพื่อนสนิท มีวันที่เราต้องตั้งใจเรียน มีวันที่เราเบื่อแล้วก็เราหนีไปเล่นซนบ้าง เวลาเลิกเรียนเราก็จะชวนกันไปกินลาบหมูของโรงเรียน เป็นมื้อเย็นก่อนกลับบ้าน
ท่านเป็นคนขี้อ้อนเวลาเจอรุ่นพี่ที่ท่านชอบ คือ สมัยนี้เขาจะใช้คำว่าติดสกินชิป จะเห็นจากรูปถ่ายกับรุ่นพี่ ถ้าเจอรุ่นพี่ท่านจะอ้อน แต่ถ้าเป็นเพื่อนกับรุ่นน้องท่านจะไม่อ้อน จะเป็นโมเมนต์ที่น่ารัก
ภาพความทรงจำของนักเรียนราชินีจะรู้สึกถึงความอ่อนโยน ใจดีของท่าน วันเวลาที่โรงเรียนคือวันธรรมดาวันหนึ่ง ไม่ได้รู้สึกพิเศษว่าท่านคือ พระองค์ภา
เราเรียนห้องเรียนติดพัดลมธรรมดาร้อนๆ อยู่ด้วยกัน กินข้าวหม้อเดียวกัน อาหารแบบเดียวกัน ยืนกลางแดดร้อนๆ เข้าแถวก็ต้องยืนด้วยกัน ไปเข้าค่ายทำกิจกรรมก็นอนเต็นท์ด้วยกัน ท่านไม่ได้นอนดีกว่าคนอื่นๆ ทุกวันจึงเป็นวันธรรมดาที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งและล้ำค่ามากๆ
อีกหนึ่งในน้ำพระทัยที่ครอบครัวเต้ไม่มีวันลืม คือ ปี 2548 คุณแม่เต้เสีย ท่านมีน้ำพระทัยที่เปี่ยมล้นมากๆประทานพวงมาลาวางหน้าศพ นับเป็นมงคลชีวิตสูงสุดมากๆ เพราะคุณแม่เป็นแม่บ้านธรรมดา ถึงแม้คุณแม่จะเสียไปแล้ว แต่สำหรับครอบครัวเราที่ยังอยู่ คือความปลาบปลื้มในน้ำพระทัยและยังเก็บรักษาพวงมาลาไว้จนถึงวันนี้”
เรื่องเล่าจากดินแดนพุทธภูมิ
ชเพชร ชลานุเคราะห์ ศิษย์เก่าราชินีรุ่น 80 กล่าวถึงความทรงจำเมื่อครั้งได้ตามเสด็จถวายงานที่ประเทศอินเดีย 8 วัน โดยทำหน้าที่เป็นช่างภาพนิ่งคนเดียวในงานนี้
“ปี พ.ศ. 2554 คณะนักศึกษาหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บ.ย.ส.) ได้เดินทางไปยังพุทธสถานสำคัญ เช่น พุทธคยา พาราณสี สาวัตถี กุสินารา และลุมพินี เพื่อตามรอยพระพุทธเจ้า
ในการเดินทางครั้งนี้ มีพระสงฆ์ 39 รูปที่อุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา
หนึ่งในคณะคือ พระองค์ภา ซึ่งเสด็จร่วมเดินทางในฐานะนักศึกษา บ.ย.ส. รุ่นที่ 16 เพื่อสักการะพุทธสถานสำคัญตลอด 8 วัน
พระองค์ภาและคณะได้ร่วมพิธีใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ณ พุทธคยา ก่อนเดินทางตามรอยพระพุทธเจ้าไปยังเมืองต่าง ๆ
ที่ นครสาวัตถี พระองค์เสด็จไปสักการะวัดพระเชตวันมหาวิหาร และทรงเป็นประธานวางศิลาฤกษ์อาคารธรรมสภาเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ณ วัดไทยเชตวันมหาวิหาร
อาคารแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้ศึกษาพระธรรม ปฏิบัติธรรม และจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา รองรับผู้คนได้ราว 2,500 คน
ในโอกาสนั้น พระองค์ภาทรงประกอบพิธีสำคัญหลายอย่าง ทั้งถวายราชสักการะ ถวายเครื่องไทยธรรม ตักบาตร รดน้ำต้นไม้ และทรงติดตามงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในอินเดียอย่างใกล้ชิด
การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ เพราะพระองค์ภาทรงเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ไทยพระองค์แรกที่เสด็จสักการะพุทธสถานสำคัญครบทั้ง 4 ตำบล
พระองค์ภาได้เดินทางต่อไปยังกุสินาราและลุมพินี เพื่อศึกษาพุทธประวัติและสักการะสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาต่อไป
ต่อมามีนิทรรศการแสดงภาพทั้งหมดที่เราถ่ายที่สยามพารากอน ท่านเสด็จเปิดงานและชมนิทรรศการ ท่านทรงเป็นกันเองที่สุด ซึ้งใจถึงทุกวันนี้ เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตเราที่สุด หลังจากนั้นมีโอกาสได้ถวายงานถ่ายภาพที่กรุงเทพฯ อีก 2 -3 งานค่ะ”
ทรงน่ารักและร่าเริงมาก
ประไพพัตร โขมพัตร ศิษย์เก่าราชินี รุ่น 78
“ตอนทำงานใหม่ๆ รับผิดชอบข่าวบันเทิง ช่วงที่ ปุ๋ย -ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ได้รับตำแหน่ง ได้เข้าไปใกล้พระองค์ท่าน ไม่ได้สัมภาษณ์อะไรจริงจัง แต่เก็บเสียงและบรรยากาศช่วงนั้น ทรงน่ารักร่าเริงมาก
หลังจากนั้นได้มีโอกาสไปถ่ายทำงานของคณะนักศึกษาหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บ.ย.ส.)ที่อินเดีย ท่านเสด็จไปในคณะด้วยในฐานะที่ทรงอบรม บยส.รุ่นนั้น
ก็ยังเหมือนเดิม เรียบง่าย ทานอาหารเหมือนทุกคน เสด็จร่วมไปกับคณะใหญ่ทุกที่ หลายเมือง จากที่เกร็งช่วงแรกก็ทำให้หายเกร็งผ่อนคลาย มีความสุขมากที่ได้ไปทำงานที่เป็นมงคลชีวิต
ตอนหลังได้จัดงานเกี่ยวกับยาเสพติดหลายครั้ง ทรงเป็นองค์ประธาน เฝ้ารอเลยที่จะได้จัดงานนั้นๆ ทรงใส่ใจรายละเอียดของนิทรรศการที่จัด ทอดพระเนตรอย่างตั้งใจ ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้ทำงานเล็กๆ แต่มีคุณค่าทางใจยิ่งใหญ่มหาศาล”
“พระองค์ภา” กับเรื่องราวในวันธรรมดาอันแสนล้ำค่าเหล่านี้จะอยู่ในความทรงจำของชาวราชินีตลอดไป
สถิตกลางใจปวงประชา ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์
ข้าพระพุทธเจ้า ชาวราชินี


