เรื่องเล่าท้องถิ่นจำนวนไม่น้อยไม่ได้อยู่ในตำรา แต่อยู่ในความทรงจำของผู้เฒ่าผู้แก่ คนทำอาชีพดั้งเดิม หรือคนในชุมชนที่ยังจำตำนาน ประเพณี ภูมิปัญญา อาหารพื้นบ้าน และวิถีชีวิตของพื้นที่ได้ เมื่อเวลาผ่านไป เรื่องเล่าเหล่านี้อาจค่อย ๆ เลือนหายไปพร้อมกับคนรุ่นเก่า หากไม่มีวิธีส่งต่อให้คนรุ่นใหม่ในภาษาที่เข้าถึงง่ายพอ
โจทย์นี้ถูกหยิบมาเป็นหัวใจของโครงการ Youth Board Game Designer for Thai Cultural Soft Power Project 2026 ภายใต้หัวข้อ “เรื่องเล่าบ้านฉัน สู่กระดานเกมโลก” จัดโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับสมาคมผู้ผลิตและออกแบบบอร์ดเกม หรือ Publisher and Designer Board Game Association: PUDEBGA เพื่อชวนเยาวชนไทยกลับไปค้นหาเรื่องเล่าจากบ้านเกิดของตนเอง แล้วต่อยอดเป็นบอร์ดเกมสร้างสรรค์
บอร์ดเกมในโครงการนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเกมเพื่อความสนุก แต่ถูกวางให้เป็นสื่อร่วมสมัยที่ช่วยพาเรื่องเล่าชุมชนออกจากความทรงจำของคนรุ่นเก่า ไปสู่ประสบการณ์ของผู้เล่นรุ่นใหม่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมเปิดโอกาสให้ทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นต่อยอดเป็นซอฟต์พาวเวอร์ไทยในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
เรื่องเล่าท้องถิ่นกำลังรอคนรุ่นใหม่กลับไปฟัง
นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม มองว่า ปัจจุบันคนรุ่นใหม่เล่นเกมผ่านโทรศัพท์มือถือและสื่อออนไลน์จำนวนมาก ขณะที่บอร์ดเกมเป็นอีกหนึ่งสื่อที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เพราะไม่ได้ให้เพียงความสนุก แต่ยังช่วยฝึกทักษะ พัฒนาสมอง พัฒนาความคิด และสร้างการเรียนรู้ได้จริง
ในมุมของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม การพัฒนาคนให้เป็นคนดีและมีความสุข ต้องมีสื่อที่ทำให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้เรื่องใกล้ตัว โดยเฉพาะประเพณี เรื่องเล่า และวัฒนธรรมของท้องถิ่นตนเอง การนำเรื่องเล่าท้องถิ่นมาทำเป็นบอร์ดเกมจึงช่วยสร้างความสนุก ความตื่นเต้น และดึงความสนใจของคนรุ่นใหม่ให้กลับมาเรียนรู้รากของตนเองได้มากขึ้น
นายสุรพันธ์ ยังเห็นว่า บอร์ดเกมเป็นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ไทย กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจึงสนับสนุนการพัฒนาเยาวชนในทุกภูมิภาค ให้นำเรื่องเล่าจากพื้นที่ของตนเองมาต่อยอดเป็นผลงานสร้างสรรค์ เพื่อให้การพัฒนาเยาวชนและทุนวัฒนธรรมเกิดขึ้นครอบคลุมทั่วประเทศ
ประวัติศาสตร์ไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ในตำรา
รศ.ดร.ชาติชาย มุกสง อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ให้มุมมองว่า การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไม่ควรถูกจำกัดอยู่กับการท่องจำชื่อคน เหตุการณ์ หรือปี พ.ศ. แต่ควรเป็นกระบวนการทำความเข้าใจมนุษย์ เข้าใจตัวเอง และเข้าใจชุมชนรอบตัว เพราะเรื่องใกล้ตัวที่สุดมักเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเรียนรู้
แม้โลกกำลังเดินหน้าไปกับ AI ดิจิทัล และกระแสโลกาภิวัตน์ แต่เรื่องเล่าท้องถิ่นไม่ได้ลดความสำคัญลง เพราะมนุษย์ยังต้องการอัตลักษณ์ ความแตกต่าง และเรื่องราวที่บอกได้ว่า “เราเป็นใคร” เรื่องเล่าจากชุมชนจึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงข้อมูลเก่า แต่เป็นทุนวัฒนธรรมที่สามารถนำมาต่อยอดเป็นสื่อสร้างสรรค์ได้ หากออกแบบให้เหมาะกับยุคสมัย
อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.ชาติชาย ให้ข้อสังเกตว่า การนำวัฒนธรรมมาใช้ต้องเคารพเจ้าของความรู้และคนในพื้นที่ เพราะเรื่องเล่าท้องถิ่นเกี่ยวข้องกับความทรงจำ ความภูมิใจ และอัตลักษณ์ของชุมชนโดยตรง นักออกแบบจึงต้องฟังคนต้นเรื่อง เข้าใจบริบท และระวังไม่เหมารวมความหลากหลายของท้องถิ่นให้เหลือเพียงภาพจำง่ายๆ
บอร์ดเกมเปลี่ยนความทรงจำของชุมชนให้เล่นได้
สำหรับสมาคมผู้ผลิตและออกแบบบอร์ดเกม โครงการนี้ไม่ได้มองเยาวชนเป็นเพียงผู้เข้าประกวด แต่เป็นนักออกแบบรุ่นใหม่ที่ต้องเรียนรู้ทั้งความสนุกของเกม และความหมายของเรื่องที่หยิบมาเล่า
นายทรงสิทธิ์ แพรเพ็ชร์ นายกสมาคมผู้ผลิตและออกแบบบอร์ดเกม ระบุว่า สมาคมมีพันธกิจในการส่งเสริมและพัฒนานักออกแบบเกมไทย ให้มีศักยภาพทัดเทียมตลาดสากล และเห็นว่าเยาวชนไทยมีความคิดสร้างสรรค์สูง โครงการนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนเยาวชนจากผู้เล่นหรือผู้ใช้สื่อ ไปสู่การเป็นผู้สร้างผลงานของตนเอง
จุดแข็งของบอร์ดเกมอยู่ที่การจำลองสถานการณ์ให้ผู้เล่นเข้าไปมีส่วนร่วมกับเรื่องราว ไม่ใช่เพียงรับข้อมูลทางเดียว ผู้เล่นต้องเข้าใจบทบาท เป้าหมาย เงื่อนไข และผลลัพธ์จากการเล่น เมื่อเล่นซ้ำ เรื่องราวที่นักออกแบบต้องการสื่อสารจะค่อยๆ ถูกซึมซับผ่านประสบการณ์ของผู้เล่นเอง
ด้วยเหตุนี้ กระบวนการ Bootcamp จึงเป็นหัวใจของโครงการ เพราะเยาวชนจะได้เรียนรู้ตั้งแต่การสกัดเรื่องเล่าท้องถิ่น การออกแบบกลไกเกม การสร้างต้นแบบ และการทดสอบกับผู้เล่นจริง โดยมีผู้เชี่ยวชาญและนักออกแบบบอร์ดเกมมืออาชีพ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เข้ามาให้คำปรึกษา
จากผู้เล่นสู่ผู้สร้าง เมื่อเยาวชนออกแบบวัฒนธรรมด้วยตัวเอง
นายภัทรชัย วินิจจะกูล รักษาการรองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ และผู้อำนวยการสถาบันอุทยานการเรียนรู้ มองว่า โครงการลักษณะนี้เป็นตัวอย่างของการใช้พื้นที่เรียนรู้เพื่อสนับสนุนเยาวชนและชุมชนให้ขยับจากผู้ใช้หรือผู้เล่น ไปสู่ผู้สร้างสรรค์ผลงานของตนเอง
การทำงานกับทุนวัฒนธรรมจึงไม่ควรมองเพียงผลงานปลายทาง แต่ต้องคิดเป็นระบบนิเวศ ตั้งแต่ต้นทางคือชุมชนเจ้าของเรื่อง ไปจนถึงปลายทางคือผู้เล่นที่จะได้รับประสบการณ์จากสื่อนั้น เกมที่ดีจึงต้องเชื่อมกลับไปยังฐานทุนทางวัฒนธรรม และขณะเดียวกันก็ต้องคิดต่อว่าเกมจะเดินทางไปถึงใคร และสร้างผลกระทบอย่างไร
เมื่อบอร์ดเกมถูกออกแบบให้ทั้งสนุกและมีเนื้อหาทางวัฒนธรรมอยู่ข้างใน มันจึงมีโอกาสทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างชุมชนกับคนรุ่นใหม่ ระหว่างท้องถิ่นกับโลกภายนอก และระหว่างการอนุรักษ์กับการต่อยอดเชิงเศรษฐกิจ
เรื่องเล่าบ้านฉัน.. อาจไปไกลถึง 'กระดานเกมโลก'
เป้าหมายของโครงการไม่ได้หยุดอยู่ที่การคัดเลือกผู้ชนะ แต่ต้องการผลักดันผลงานที่โดดเด่นให้มีโอกาสต่อยอดไปสู่การผลิตและจัดจำหน่ายจริง ทั้งในเชิงพาณิชย์และการสื่อสารในระดับสากล
หากทำได้ บอร์ดเกมซอฟต์พาวเวอร์ไทยจะไม่ใช่เพียงกิจกรรมประกวดของเยาวชน แต่เป็นหนึ่งในช่องทางที่ทำให้เรื่องเล่าชุมชนเดินทางได้ไกลกว่าเดิม จากวงสนทนาในท้องถิ่น สู่โต๊ะเล่นเกมของผู้คนต่างพื้นที่ และอาจไปถึงผู้เล่นต่างประเทศที่รู้จักประเทศไทยผ่านประสบการณ์การเล่น มากกว่าการอ่านคำอธิบาย
โครงการเปิดรับสมัครเยาวชนสัญชาติไทย อายุ 15-25 ปี สมัครเป็นทีม 1-3 คน พร้อมอาจารย์ที่ปรึกษา 1 คน โดยให้นำเรื่องเล่า อัตลักษณ์ หรือวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจ มาพัฒนาเป็นไอเดียบอร์ดเกม และนำเสนอผ่านวิดีโอความยาวไม่เกิน 3 นาที
ทีมที่ผ่านการคัดเลือก 32 ทีมจาก 4 ภูมิภาค จะได้เข้าร่วม Board Game Bootcamp 3 วัน 2 คืน ก่อนเข้าสู่กระบวนการ Playtest, Mentoring และ Pitching ต่อคณะกรรมการ โดยโครงการนี้จะเปิดรับสมัครถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2569
จากนั้นจะจัดเวทีนำเสนอผลงานระดับประเทศพร้อมพิธีประกาศรางวัลวันที่ 19-20 กันยายน 2569 รางวัลรวม 200,000 บาท สอบถามเพิ่มเติมทางอีเมล [[email protected] (mailto:[email protected]) โทร. 061-440-8503 หรือ Facebook: Publisher and Designer Board Game Association

