ชื่อเสียงของยู้ ลูกชิ้นปลา แทบไม่ต้องกล่าวถึง ที่น่าสนใจคือ วิธีคิดของทายาทรุ่น 3 กับการพัฒนาก้างปลาสู่อาหารเสริมในรูปแบบแคลเซียม
ถ้าพูดถึง ยู้ ลูกชิ้นปลา เยาวราช ร้านก๋วยเตี๋ยวปลาที่เปิดมากว่า 80 ปี เป็นที่เลื่องลือ ทั้งเรื่องความอร่อยของลูกชิ้นปลาและน้ำซุป รวมถึงความรวดเร็วในการทำก๋วยเตี๋ยวขั้นเทพ
ล่าสุดทายาทรุ่น 3 ยู้-ดร.เกยูร โชคล้ำเลิศ ประธานกรรมการบริหาร บจก.ยู้ ฟิชบอล สืบสานตำนานยู้ ลูกชิ้นปลา เยาวราช
มาเล่าบนเวทีธนาคารกสิกรไทยในงาน EARTH JUMP 2026 ที่นอกจากประเด็นใหญ่ๆ เรื่องเศรษฐกิจกับการทำเพื่อโลก ยังมีเวที Cool Biz ธุรกิจของเหล่า Young Gen ที่ทำให้โลกนี้เย็นจัง
หลายธุรกิจที่ดูเหมือนเล็กๆ แต่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยได้และยังรักษ์โลกแบบยั่งยืน เหมือนเช่นการต่อยอดจากธุรกิจลูกชิ้นปลา แตกหน่อเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบแคลเซียมจากก้างปลา โดยมีผลงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ไทยรองรับ
ในตอนท้ายๆ ของการบรรยาย ยู้บอกว่า ความยั่งยืนที่สำคัญคือ การส่งต่อวิธีคิด ความซื่อสัตย์ และความตั้งใจที่จะทำสิ่งดีๆ ต่อผู้คน
หากย้อนมาถึงวิธีคิดเริ่มต้น หลายคนมองเห็นยู้ลูกชิ้นปลา แค่ก๋วยเตี๋ยวและยอดขาย แต่ยู้มองเห็นสิ่งที่แตกต่าง ถ้าธรรมชาติสร้างปลามาเป็นตัว แล้วทำไมมนุษย์ใช้ปลาเพียงบางส่วน..."
ก่อนหน้านี้เธอก็ไม่ได้สนใจก้างปลาทะเล ของเหลือจากการทำลูกชิ้นที่ไม่มีมูลค่า กระทั่งบริษัทญี่ปุ่นมาขอซื้อติดต่อกันกว่าสิบปี ก็นึกสงสัย แต่ก็ไม่ได้เริ่มต้นในทันที ผ่านไปหลายปีมีโอกาสปรึกษานักวิจัย กระทั่งสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ยูเอ็นซี (UNC) นวัตกรรมแคลเซียมจากปลาทะเล ออกมาจำหน่าย
- เล่นกับลูกชิ้นตั้งแต่เด็ก
ย้อนไปถึงชีวิตวัยเด็ก คนที่เกิดในครอบครัวคนจีน ส่วนใหญ่ต้องช่วยกันทำงานในบ้าน ยู้มีหน้าที่นับลูกชิ้นส่งไปจังหวัดต่างๆ
"ตอนเด็กๆ ของเล่นยู้ไม่ใช่ตุ๊กตา แต่เป็นลูกชิ้น ฮื่อก้วย ตอนนั้นเราเห็นครอบครัวขายของได้ แต่ไม่รู้ว่าเขาแก้ปัญหาเรื่องการเงินอย่างไร บางเรื่องคิดว่าง่าย แต่จริงๆ แล้วเป็นความพยายามทั้งชีวิตของพ่อและแม่ นี่คือผลลัพท์ของคนทำงานหนักทุกวัน และพ่อแม่บอกเราว่า ถ้าจะทำธุรกิจต้องอดทน "
ในวัยยี่สิบกว่าๆ เมื่อเรียนจบจากอังกฤษ ก็คิดว่าจะกลับมาสานต่อธุรกิจครอบครัว เพราะคลุกคลีกับร้านก๋วยเตี๋ยวมาตั้งแต่เด็ก และเห็นว่า พนักงานบางคน ฝีมือไม่ธรรมดาสามารถทำก๋วยเตี๋ยว 40 ห่อเสร็จภายในหนึ่งนาที
"ตอนนั้นพ่อแม่บอกว่า ให้มาเป็นลูกน้องคนอื่นก่อนเป็นเถ้าแก่ จากนั้นยู้เปิดร้านโดยใช้ชื่อว่า ยู้ ลูกชิ้นปลา พ่อแม่ก็บอกว่า สามเดือนเจ๊งแน่ ไม่เคยมาที่ร้านเลย
ทุกโอกาสคือการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ตอนนั้นทำทุกอย่างเพื่อให้ร้านเติบโต ไม่เว้นแม้กระทั่งสายมู กระทั่งขายดีขึ้น พ่อแม่ก็มาช่วย เมื่อดูแลพนักงานมากขึ้น ทำให้คิดถึงครอบครัว พวกเขาทำยังไงถึงขายสูตรเดิมมากว่า 80 ปี
ตอนนั้นพัฒนาเท่าไร ก็อร่อยไม่เท่าที่พ่อแม่ทำ ทั้งๆ ที่อากงอาม่าไม่รู้เรื่องวิทยาศาสตร์ ไม่รู้ว่าปลาส่วนไหนโปรตีนสูง เขารู้แค่ว่าคนกินเข้าไปแล้วดี ก็คือความจริงใจและรักลูกค้า นั่นแหละธุรกิจยั่งยืน"
เมื่อเข้าใจธุรกิจครอบครัวมากขึ้น และเดินตามรอยสูตรดั้งเดิม จนขยายร้านกว่า 20 สาขา เปิดโรงงานเพิ่ม แต่สิ่งที่ภูมิใจกลับไม่ใช่ยอดขาย แต่เป็นครอบครัวที่ยืนเคียงข้างมาตลอด
"แนวคิดนี่ส่งต่อมาถึงเรา สิ่งที่สำคัญคือความจริงใจ ไม่ใช่แค่ความอร่อย จนวันหนึ่งก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่า นอกจากลูกชิ้นปลาแล้ว เราจะขายอะไรได้อีก อยากทำให้ธุรกิจไปไกลและยั่งยืน ถ้าปลาหนึ่งตัวใช้เนื้อแค่ 30-40 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือทิ้ง บริษัทญี่ปุ่นมาขอซื้อเพื่อนำไปทำคอลลาเจน "
เมื่อคิดได้ว่า หนังปลาเหลือใช้สามารถพัฒนาต่อยอดได้ จึงได้ร่วมมือกับนักวิจัยทำผลิตภัณฑ์แคลเซียมจากก้างปลา 100 กิโลกรัมได้แคลเซียมไม่ถึง 7 ขีด ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมวลกระดูกมนุษย์ให้คนกระดูกบางและกระดูกพรุนภายใต้แบรนด์ UNC โดยได้รับทุนวิจัยจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ พัฒนานำไปประกวดแข่งขัน จนได้รางวัลมากมาย มีสิทธิบัตรเป็นของตัวเอง ขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ
แค่ธุรกิจยู้ ลูกชิ้นปลา ที่มีสาขามากมายและโรงงานผลิต ก็เรียกว่าประสบความสำเร็จแล้ว แต่สามารถต่อยอดหนังปลา ก้างปลา เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มเสริมอาหารด้านแคลเซียม เพราะเชื่อว่า ความยั่งยืนไม่ใช่แค่การรักษาธุรกิจ แต่เป็นการสร้างบางสิ่งบางอย่างที่มีคุณค่า


