วงสนทนาธรรมะและต้นไม้ : พระอาจารย์ชยสาโร พระอาจารย์ไพศาล และผู้รู้เรื่องต้นไม้ ชักชวนทำบุญวิถีใหม่ วันวิสาขบูชาปีนี้ และวันสำคัญทางศาสนา ลองหันมาเวียนเทียนด้วยต้นไม้
“อาตมาผูกพันกับบัว ต้นไม้ชนิดนี้สอนธรรมได้หลายอย่าง ใบบัวแม้จะมีน้ำขัง แต่ไม่แปดเปื้อน พระพุทธเจ้าให้ฝึกจิตเหมือนใบบัว ไม่มีอะไรทำให้ใจแปดเปื้อนได้ ใบบัวหันเข้าหาแสงตลอดเวลา นั่นเป็นแสงแห่งธรรม” พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ประธานกรรมการ มูลนิธิปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ และเจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิ เล่า
ส่วน พระอาจารย์ชยสาโร (พระพรหมพัชรญาณมุนิ) กล่าวถึงต้นไม้ว่า "บริเวณที่พักอาตมา(สถานพำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี จ.นครราชสีมา)ปลูกต้นไม้หลายพันต้น อาตมาชอบความอดทนของต้นมะฮอกกานี ขึ้นชื่อว่าต้นไม้อาตมาชอบทั้งหมด"
อาจารย์นพพร นนทภา ผู้ก่อตั้งเครือข่ายประชาชนปลูกป่าขุนดง และโรงเรียนปลูกป่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น Forest Plantation School ครูบาอาจารย์ที่รู้เรื่องต้นไม้และการปลูกป่าเป็นอย่างดี และสอนคนทั้งประเทศปลูกต้นไม้ตามหลักการสากล กล่าวว่า
“ในชีวิตผมผูกพันกับต้นไม้ที่เห็นตั้งแต่เกิด (กาฬสินธุ์) พันธุ์ไม้พื้นถิ่นที่กินได้ อย่างยอดอ่อนกระโดนหรือจิกน้ำ ไม่ว่าน้ำจะท่วมหรือฝนแล้ง ต้นจิกน้ำก็ไม่ตาย เปรียบเสมือนคนอีสานอย่างผม ทำอะไรต้องอดทน ถ้ามีปัญญาก็เอาตัวรอด”
ส่วน อิน บูโดกัน (ณัฐรินภรณ์ พรหมมินทร์) นักร้องและครูสอนร้องเพลง เล่าถึงต้นมะม่วงพันธุ์ทองดำที่ผูกพันตั้งแต่เด็ก บ้านเกิดที่ปู่ย่าอาศัยอยู่ที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา มะม่วงบางคล้าสมัยนั้นดังมาก เวลาไปเยี่ยมญาติหรือเพื่อนจะเอามะม่วงทองคำไปฝาก"
เหล่านี้คือ วงสนทนาที่มูลนิธิปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ และสวนโมกข์กรุงเทพฯ จัดขึ้นเพื่อเชื่อมโยงต้นไม้กับหลักธรรม โดยใช้ชื่อว่า กล้า เพาะ สุข
ต้นไม้ที่ให้ทั้งความร่มเย็นและร่มเงา เป็นเสมือนเครื่องฟอกอากาศในธรรมชาติ ดังนั้นการเวียนเทียนในวันสำคัญทางพุทธศาสนา หากเปลี่ยนมาใช้ต้นไม้เวียนเทียนแทนธูปเทียน แล้วนำกลับไปปลูกที่บ้านหรือที่ต่างๆ ก็จะเพิ่มอากาศดีๆ ให้โลกใบนี้ ไม่เพิ่มฝุ่นพีเอ็ม 2.5 และไม่ต้องสูดดมควันธูปและเทียนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
และนี่คือ ภาระกิจของมูลนิธิปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 โดยมีพระไพศาล วิสาโล เป็นประธานกรรมการ
ในวันวิสาขบูชา 31 พฤษภาคม 2569 และวันสำคัญทางพุทธศาสนาอยากให้คนไทยหันมาเวียนเทียนด้วยต้นไม้มากขึ้น
วันวิสาขบูชาปีนี้ มูลนิธิปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ เชิญชวนเป็นเจ้าภาพต้นไม้ เพียงต้นละ 50 บาท โดยปีนี้กระจายกล้าไม้ 8,000 ต้นในวัดทั่วประเทศ 300 แห่ง (ดูได้ที่เฟซบุ๊คปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ)
- ต้นไม้กับธรรมะ
เมื่อนึกถึงต้นไม้ในชีวิต มีทั้งต้นไม้ที่อยากปลูก ต้นไม้ในความทรงจำ และต้นไม้ที่ต้องปลูก ยกตัวอย่างต้นพุดน้ำบุศย์ เมื่อออกดอกสีขาวจะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ทำให้คนปลูกรู้สึกเบิกบาน เมื่อต้นไม้ส่งความรักดีๆ มาถึงเรา
ส่วนเฟื่องฟ้า ต้นไม้ที่ทนทรหดและอดทน แม้จะอยู่ท่ามกลางแดดจัด และดินไม่สมบูรณ์ ก็ยังแตกกิ่งก้าน ผลิดอกสีสดใสให้ชื่นชม เสมือนจะบอกเราว่า ในสถานการณ์ที่ไม่สมบูรณ์แบบ ถ้าคนเรามีใจที่มั่นคงอดทน เรื่องร้ายๆ ก็จะผ่านไปได้ ฯลฯ
ต้นไม้นอกจากให้ความสวยงาม ความร่มเย็น บางชนิดยังทนร้อน ทนแล้ง เพื่อให้มนุษย์ได้ชื่นชมดอกและผล ถ้ามองว่าถึงเวลาก็ให้ผลผลิตตามธรรมชาติ ก็เป็นสิ่งที่คนทั่วไปมอง แต่สามารถมองทางธรรมได้ เหมือนที่พระอาจารย์ไพศาล เล่าต่อว่า
"ดอกบัวอันงดงามถูกนำไปบูชาพระพุทธเจ้า ในบทกวี ท่านติช นัท ฮันห์ เขียนไว้ว่า ไม่มีโคลนตม ไม่มีดอกบัว ถ้าคนเราไม่มีทุกข์ ก็ไม่บรรลุธรรม บัวเป็นต้นไม้ที่สอนธรรมได้อย่างลึกซึ้ง"
ในมุมนักนิเวศวิทยาป่าไม้ เฉกเช่นอาจารย์นพพร มองว่า ต้นไม้ทุกต้นมีคุณค่าทางระบบนิเวศ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน
"ผมตั้งเฟซบุ๊คขุนดง พันธุ์ไม้ฟรี 24 ชั่วโมง ไว้แจกเมล็ดพันธุ์ให้คนสนใจทั่วประเทศ คนในเครือข่ายช่วยกันแจกเมล็ดพันธ์ทุกอย่างที่มี แล้วสอนวิธีปลูก ชีวิตที่ผ่านมาผมให้ความรู้ทางวิชาการ ไม่หลอกคนว่าเป็นไม้มงคล ไม่ว่าจะปลูกป่าโคกหนองนา หรือวนเกษตร ก็ให้ความรู้เรื่องป่าไม้ ปี 2558 ตั้งโรงเรียนปลูกป่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น Forest Plantation School สอนภาคปฎิบัติเรื่องต้นไม้"
ส่วน อิน บูโดกัน นอกจากความผูกพันกับมะม่วงที่บ้านเกิดจังหวัดฉะเชิงเทรา แม้จะย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ ก็ยังชอบปลูกต้นไม้ โดยสามีขันอาสาเป็นคนปลูก ส่วนตัวเธอช่วยดูแลและชื่นชม
"ชอบปลูกไม้กินได้ อินชอบสีแดง สามีก็จะหาไม้พันธุ์สีแดงๆ อาทิ ชมพู เชอรี่ มะละกอ ฝรั่งไส้แดง มาปลูกเอาใจภรรยา เมื่อสองปีที่แล้วซื้อบ้านใหม่ เงินส่วนหนึ่งที่อยากเอาไปตกแต่งบ้าน สามีตัดสินใจซื้อต้นไม้ทั้งหมด ก็เลยไม่คุยกันหนึ่งสัปดาห์ เขาบอกว่า ทุกอย่างที่ซื้อจะออกดอกออกผล แม้จะใช้เวลาในการดูแล แต่เราจะเก็บกินแล้วมีความสุข"
- ต้นไม้ไม่ตามใจเรา
"การปลูกต้นไม้ก็เหมือนการทำงานสักอย่าง ต้องรู้จักกาลเทศะ และต้องรู้ว่าต้องปลูกที่ไหน" พระอาจารย์ชยสาโร เล่าถึงการภาวนาท่ามกลางต้นไม้น้อยใหญ่
ไม่ต่างจาก พระไพศาล การปลูกต้นไม้เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งในวัด ท่านบอกว่า เวลาปลูกต้นไม้ คนทั่วไปก็อยากให้โตเร็วๆ ออกดอกออกผล แต่ต้นไม้ไม่ตามใจเรา
"บางทีเรารดน้ำพรวนดิน ต้นไม้อาจไม่โตก็ได้ เพราะมีเหตุปัจจัยมากกว่านั้น เช่น ดินฟ้าอากาศ ความชื้น แมลง การปลูกต้นไม้จึงสอนให้เราเห็นการทำงานก็อย่างหนึ่ง ความสำเร็จก็อย่างหนึ่ง ไม่ใช่ว่าเพียรพยายามแล้วจะประสบความสำเร็จเสมอไป ไม่เหมือนการต่อเก้าอี้ เราสามารถทำให้ตรงสเปคได้ ถ้าวางแผนและออกแบบดี
แต่การดูแลต้นไม้ บางทีก็นอกเหนือเหตุปัจจัย เหมือนการปฏิบัติธรรม ถ้าฝึกจิตเหมือนช่างไม้ เราจะทุกข์ เราจะบังคับจิตให้สงบอย่างที่ต้องการ
แต่ถ้าฝึกจิตเหมือนชาวสวน เราพยายาม แต่ผลจะออกมาอย่างไรไม่อาจรู้ได้ เพราะจิตและต้นไม้ไม่ใช่ของเรา จะบังคับให้เป็นอย่างที่ต้องการไม่ได้
ภาษิตจีนบอกไว้ว่า ความพยายามอยู่ที่มนุษย์ ความสำเร็จอยู่ที่ฟ้า การปลูกต้นไม้ เราทำได้แค่ทุ่มความใส่ใจและพยายาม ผลที่ออกมาไม่อยู่ในอำนาจของเรา ไม่สามารถรับประกันความสำเร็จได้ "
ส่วนครูบาอาจารย์ที่สอนคนปลูกต้นไม้ทั่วประเทศ อาจารย์นพพรบอกว่า คนไทยมีใจอยากปลูกป่า แต่ไม่ค่อยมีความรู้ ปลูกแล้วพลาด เราปลูกป่าทุกปี แต่ไม่ได้ป่า ไม่เห็นเป็นรูปธรรม
"จากที่สอนคนเรื่องต้นไม้มาเยอะ เราอยากให้เปลี่ยนเทคนิคเดิมๆ จากภาพที่เห็นจากทีวีหรือในอีเว้นท์ ให้เห็นในแบบที่ปลูกป่าได้จริง เรามีเป้าหมายปลูกป่า ปลูกต้นไม้ ก็อยากให้โลกหยุดร้อน"
- ปลูกต้นไม้เพื่ออนาคตที่ดี
ลองนึกถึงต้นไม้ใหญ่อายุหลายร้อยปี ที่หลายคนปลูกและไม่ทันได้เห็นต้นไม้แผ่กิ่งก้านสาขาสวยงามก็จากไปแล้ว แล้วทำไมยังอยากปลูก
พระอาจารย์ชยสาโร ยกตัวอย่าง สถานที่ท่องเที่ยวในอังกฤษ รอบๆ ปราสาทที่คนส่วนใหญ่เข้าชม มีต้นไม้ใหญ่ในสวนสาธารณะ บางต้นอายุหลายร้อยปี
"ตอนนั้นคนปลูกก็มองไม่เห็นว่าต้นไม้จะความงามอย่างไร ก็คงต้องใช้จินตนาการ เพราะตอนนั้นคนปลูกสามารถทำบางอย่างที่เขาเองก็ไม่เห็นผลงาน เป็นคุณธรรมน่าประทับใจ ทำให้ได้เห็นต้นไม้อายุกว่าสองร้อยปีตั้งแต่สมัยล่าอาณานิคม
ดังนั้นเมื่อสอนให้คนอยู่กับปัจจุบัน ก็ควรรู้จักอดีตและมองอนาคตด้วย ถ้าทิ้งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เราไม่มีอนาคต ไม่มีความผูกพันกับบรรพบุรุษ ทำให้รู้สึกอ้างว้าง
อย่างการปลูกต้นไม้ แม้ตัวเราไม่เห็นต้นไม้เติบใหญ่ ก็ไม่เป็นไร ซึ่งเป็นคุณธรรมทางพุทธศาสนา พวกเขานึกถึงอนุชนรุ่นหลัง การปลูกต้นไม้ของเรา เราคือวัฒนธรรมที่ให้ความหมายกับต้นไม้และธรรมชาติ ฝากไว้ให้คนในอนาคต"
ส่วนพระไพศาล นอกจากช่วยรักษาป่าในพื้นที่ ยังช่วยจัดการเรื่องไฟป่า บอกว่า คนที่มาช่วยดับไฟป่า พวกเขาจะท้อไม่ได้ ถ้าท้อจะทำให้ป่าถูกทำลายมากขึ้น
เรื่องนี้ไม่ต่างจากโรงเรียนปลูกป่าของอาจารย์นพพร สอนให้คนปลูกป่ามานับครั้งไม่ถ้วน เพราะอยากให้คนเข้าใจเรื่องการปลูกป่าอย่างถ่องแท้ ที่สำคัญต้องรู้จักพื้นที่ถิ่นที่อยู่อาศัย รู้ว่า แห้งแล้ง หรือน้ำท่วม รู้จักทิศทางแสงและลม
"เราจะแก้ปัญหาเรื่องต้นไม้ตามหลักวิชาการ สอนให้เข้าใจพื้นที่ คนเราต้องรักต้นไม้ในถิ่นที่อยู่ก่อน ไม่ใช่ว่านำกุหลาบพันปีดอยอินทนนท์มาปลูกที่สวนรถไฟ ถ้าเรารู้จักนิสัยต้นไม้ตามระบบนิเวศ ก็จะง่ายในการปลูกและดูแล"
- ลองให้ต้นไม้เลือกเรา
ต้นไม้กล่อมเกลาจิตใจให้อ่อนโยน ยิ่งปลูก ยิ่งรักธรรมชาติ พระไพศาล เชื่อว่า ต้นไม้บ่งบอกถึงตัวตนของเราอย่างหนึ่งได้ด้วย
"เวลาอาตมาพาคนเข้าป่าจะให้คนสังเกตต้นไม้ใกล้ๆ ตัว ทำใจให้สงบ อาตมาเชื่อว่า ต้นไม้สอนธรรมให้เราได้ หรือบอกอะไรบางอย่างแก่เรา
ถ้าเราสื่อสารกับต้นไม้บางต้นได้ ลองให้ต้นไม้เลือกเรา เหมือนการรับสัตว์สถานสงเคราะห์มาเลี้ยง ต่อไปจะมีแนวโน้มใหม่ให้สุนัขเลือกเจ้าของ อาตมาเชื่อว่า ถ้าเราทำใจสงบๆ ต้นไม้จะเลือกเรา มีอะไรบางอย่างที่เราอาจคล้ายกับต้นไม้
เราต้องรู้จักสื่อสารกับต้นไม้ อย่างอาตมาเองก็เคยสงสัยว่า การสวดมนต์ในศาลา กับการสวดมนต์ท่ามกลางต้นไม้ จะแตกต่างกันไหม ถ้าเรามีจิตสัมผัสเกี่ยวกับต้นไม้ จะทำให้เราได้รับความสงบเย็นจากธรรมชาติ ได้ฟังธรรมจากธรรมชาติ
ในการปฎิบัติธรรมใบไม้ที่ร่วมหล่นทับถมกัน ก็สอนให้เราไม่ประมาทในสังขาร ต้นไม้ที่เขียวครึ้มช่วยปลุกใจ ครูบาอาจารย์อย่างหลวงปู่มั่น ท่านเข้าป่า สดับฟังเสียงจากธรรมชาติ เสียงนก เสียงกา ท่านฟังเป็นเสียงธรรมได้หมด"
......................
ดูรายละเอียดเวียนเทียนด้วยต้นไม้ได้ที่เฟซบุ๊ค ปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ

