วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2569

Login
Login

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว

ชนชาติไทย มีอารยธรรมที่เจริญมาช้านาน บรรพบุรุษสละชีวิตรักษาแผ่นดินไว้ให้ลูกหลาน มีสรรพตำราต่าง ๆ ที่เป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านหลายสาขา บันทึกเป็นหลักฐานสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

เช่น กฎหมาย ตำราพิชัยสงคราม ตำราช้าง และ ตำราแมว ได้รับการแต่งเป็นกวีนิพนธ์หลายสำนวน  มีคุณค่าทางอักษรศาสตร์และวรรณคดี 

แสดงให้เห็นถึงความคิด ความเชื่อ ของคนไทยที่มีต่อลักษณะของแมว วิธีการเลี้ยงแมว ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงที่สำคัญและผูกพันกับสังคมไทยมาแต่โบราณ

กรมศิลปากร จึงมอบให้ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ โดย กลุ่มภาษาและวรรณกรรม ดำเนินโครงการสัมมนาทางวิชาการเนื่องใน วันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช 2569

เพื่อเผยแพร่ความรู้และคุณค่าความสำคัญของ กวีนิพนธ์ตำราแมว ส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และศึกษาค้นคว้า วรรณคดีไทย ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

มีการถ่ายทอดผ่านระบบ Facebook Live เพจกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 หัวข้อ 'วิฬาร์วรรณนา' กวีนิพนธ์ตำราแมว

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว

แมวไทย มีลักษณะอย่างไร 

"ผมเป็นคนหนึ่งที่รักแมว มนุษย์กับแมวคุ้นเคยกันมานานมาก ย้อนกลับไปหลายพันปีก่อน ชาวอียิปต์รู้จักแมว นำมาทำเป็นมัมมี่ แล้วนับถือเป็นเทพเจ้า

ในความหลากหลายของแมว แมวไทย เป็นแมวสายพันธุ์หนึ่งที่ได้รับความนิยมในการเลี้ยง และคนไทยก็ผูกพันกับแมวมานานมาก

ตอนเด็ก ๆ เคยเรียนในแบบเรียนวรรณคดีที่บอกว่า "แมวเอ๋ยแมวเหมียว รูปร่างปราดเปรียวเป็นนักหนา ร้องเรียกเหมียว ๆ เดี๋ยวก็มา เคล้าแข้งเคล้าขา น่าเอ็นดู"

พนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวเปิดงานพร้อมกับความรู้สึกส่วนตัว

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว

Cr. สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร

"ทำไมคนถึงรักแมว ผมเองก็ตอบไม่ถูก แต่มีคำเล่าว่า ป็นเพราะเราไม่สามารถเป็นเจ้าของจริง ๆ ของมันได้ เรารักแมวแต่บางทีแมวก็ไม่ค่อยรักเรา และไม่มีใครครอบครองเป็นเจ้าของจิตใจจริง ๆ ของแมวได้

ด้วยเหตุที่คนไทยเป็นคนช่างสังเกตและมีความละเอียดลึกซึ้ง อะไรก็ตามที่ผูกพันกับคนไทยมักจะมีเรื่องเล่าหรือมีวิธีปฏิบัติที่เป็นแบบแผน เช่น ตำราสุนัข ตำราไก่ชน ตำรานกเขา ตำราคชศาสตร์

ในตำราแมวไทย คนไทยมีความเชื่อว่าอะไรเลี้ยงแล้วดีให้คุณ หรืออะไรเลี้ยงแล้วจะเป็นโทษ

กรมศิลปากรมีหน้าที่อนุรักษ์ สืบทอด และต่อยอด สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ทำหนังสือเรื่อง ตำราแมว เป็น 4 สีทั้งเล่ม เล่มหนา ราคาสูง 1,500 บาท ในตลาดอ้างว่าหมดแล้วขาย 1,900 บาท แต่จริง ๆ ในกรมฯยังมีขาย

เมื่อเห็นว่าราคาสูงจึงพิมพ์เล่มที่มีเนื้อหาแต่ราคาถูกลงเพื่อให้คนจับต้องสัมผัสได้ออกมา"

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว

สืบสานตำนานแมวไทย จากตำราโบราณสู่สากล

"ตำรับตำราโบราณของไทย มีเยอะแยะมาก และเกือบทุกเล่มมักจะอ้างว่าของตนเองดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นตำรายาหรือตำราทำนาย บางตำราถึงกับตีราคาไว้สูงถึงพันชั่งหรือหมื่นชั่งทองคำ โดยเฉพาะตำรายาที่มักจะบอกว่าถ้ากินยานี้ไม่หายก็ไม่ต้องหาขนานอื่นแล้ว

เรามีตำราโบราณที่เกี่ยวกับ คน สัตว์ และสิ่งของ ตำราสัตว์มีเยอะมาก โดยเฉพาะ ตำราช้าง มีมากที่สุดในบรรดาหมวดตำราสัตว์ รองลงมาคือ ตำราแมว

ในอดีตมีความเชื่อว่าถ้าใครได้เป็นเจ้าของสัตว์ที่มีลักษณะดีตามตำราจะมีความเจริญรุ่งเรือง แต่บางครั้งเราก็ต้องฟังหูไว้หู เพราะความจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป

เช่น เรื่องช้างเผือกที่นำพาไปสู่สงครามจนเสียกรุงศรีอยุธยา หรือตำราเพชรพลอยที่บอกว่าใครมีแล้วจะมีอำนาจ แต่บางทีกลับถูกโจรตัดมือเพื่อชิงแหวนเพชร เพราะสั่งให้ถอดแล้วถอดไม่ออก สะท้อนว่าของมีค่ามักต้องอยู่กับคนที่มีบุญวาสนาจริง ๆ "

อาจารย์บุญเตือน ศรีวรพจน์ ปาฐกถาพิเศษ แมวในวิถีชีวิตสู่ตำราแมวไทย

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว

Cr. สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร

"จุดเริ่มต้นที่ทำโครงการชำระตำราแมวไทยฉบับสมบูรณ์ เกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ผมไปเจอตำราแมวไทยที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษของอาจารย์ Martin R. Clutterbuck ก็นึกแปลกใจว่าทำไมเราถึงไม่มีตำราแมวที่เป็นภาษาไทยสมบูรณ์ ๆ บ้าง

จึงส่งทีมงานไปสำรวจที่หอสมุดแห่งชาติและแหล่งต่าง ๆ จนพบสมุดไทยเกี่ยวกับตำราแมวประมาณ 23-24 เล่ม และที่น่าตกใจคือคนไปขออ่านส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่นและฝรั่ง ส่วนคนไทยมีน้อยมาก

ผมเป็นเด็กบ้านนอก เห็นแมวมาตั้งแต่เด็ก คนโบราณจะเลี้ยงแมวไว้บนเรือนเท่านั้น เพราะข้างล่างมีหมา ในครัวจะมี แม่เตาไฟ ที่เป็นกระบะใส่ดินเอาไว้ตั้งเตา แมวก็จะไปถ่ายตรงนั้นเพื่อให้เจ้าของตักทิ้งได้ง่าย

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว

ที่บ้านผมมีแมวชื่อ ไอ้โทน มันชอบไปขี้ในเตาไฟ จนยายต้องจับเอาใส่กระสอบไปปล่อยไกลถึง 10 กิโลเมตร แต่มันก็ยังอุตส่าห์กลับมาบ้านได้เองในอีกเดือนกว่า ๆ

ผมเคยเห็นการ แห่นางแมว เพื่อขอฝน ซึ่งเชื่อกันว่านางแมวคือตัวแทนของ นางเมขลา ที่ลงมาล่อแก้วให้เกิดฟ้าแลบฟ้าร้องเพื่อจะให้ฝนตก

ในการชำระตำราครั้งนี้ เราพบตำราแมวหลายรูปแบบ ทั้ง ความเรียง กลอน โคลง ฉันท์ กาพย์ รวมแล้วประมาณ 10 เวอร์ชั่น ทำให้เห็นว่า แมวเป็นสัตว์เลี้ยงของคนทุกระดับชั้น

เช่น ตำราที่เป็น คำกาพย์ จะมีความเชื่อแบบชาวบ้านว่าถ้าเลี้ยงแมวตัวนี้แล้วไปดักปลาไหลจะได้เยอะ ส่วนตำราที่เป็น คำกลอน จะสอนให้ดูแลแมวอย่างดี มีกางมุ้งให้อาบน้ำปะแป้ง ถ้าเป็นคำโคลง หรือ คำฉันท์ ก็จะเป็นของคนอีกระดับหนึ่ง

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว

ในส่วนของการทำงานยากลำบากมาก เพราะการคัดลอกในสมัยก่อนมีข้อผิดพลาดเยอะ เช่น ในตำราคำโคลงบทแรกที่ว่า ถวายกรบังเกศ ซึ่งจริง ๆ แล้วน่าจะเป็น ถวายกรบงกช ที่หมายถึงการพนมมือเป็นดอกบัว 

หรือตำรายาที่เขียนว่า น้ำร่อนกระได ซึ่งความจริงหมายถึง น้ำร้อนก็ได้

กระบวนการศึกษา เราต้องคัดเลือกเล่มที่ดีที่สุด โดยดูจากความสมบูรณ์และอายุ ด้วยเทคนิควิชาเฉพาะด้านที่เรียกว่า Paleography เพื่อวิเคราะห์รูปตัวอักษรและอายุ เพื่อเลือกเล่มที่สมบูรณ์และเก่าแก่ที่สุดมาชำระใหม่ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว

จากการสอบทาน ผมมีความเห็นว่าตำราแมวที่เก่าที่สุดน่าจะเป็น ตำราแมวคำกาพย์ ซึ่งอาจเก่าถึงช่วงต้นของสมัยอยุธยาตอนปลายก่อนรัชกาลพระนารายณ์

แต่ฉบับนี้มีปัญหาคือคำขาดหายไปเยอะ บางครั้ง 4 วรรคย่อเหลือ 2 วรรค ต้องนำไปเทียบกับฉบับอื่นเพื่อเติมคำที่หายไป ซึ่งยุ่งยากพอสมควร

ตามตำราว่าไว้ แมวดีคือแมวสีเดียว เช่น สีดอกเลาหรือสีสวาด แมวทองแดง แมวขาวด่างดำ และแมวดำด่างขาว

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว

ส่วนแมวที่ตำรามองว่าไม่ดีหรือ แมวชั่ว คือพวกแมวลายเสือ (พยัคฆา) แมวส้ม แมวหางขอด ซึ่งตำราบอกว่า ให้เร่งปล่อยเสีย แต่ในมุมมองปัจจุบัน ถ้าแมวสุขภาพดีและได้รับการดูแล มันก็สวยทุกตัว

แมวดีตามตำรามันหายาก จึงเกิดการ ย้อมแมว ขาย  มีหลักฐานเป็นโครงสุภาษิตและภาพวาดของขรัวอินโข่งที่วัดพระแก้ว

จริง ๆ แล้วแมวไทยอย่าง วิเชียรมาศ หรือ ศุภลักษณ์ มันคือสายพันธุ์แมวไทยเหมือนกัน ต่างกันที่สี

ส่วนเรื่องลักษณะประหลาดในตำรา เช่น ฟันดำ ฟันแดง ผมมองว่าเป็นเรื่องการสมมติหรือ สายมู มากกว่า เพราะในธรรมชาติเป็นไปไม่ได้ เพราะแมวมันไม่ได้กินหมาก"

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว

Cr. สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร

แมวไทยในมุมมองชาวต่างชาติ

"ผมเรียนจบด้านวรรณคดีไทยจากมหาวิทยาลัยลอนดอน เขียนหนังสือเกี่ยวกับแมวไทยมา 2 เล่ม คือ The Legend of Siamese Cats (1998) และ Siamese Cats Legend and Reality (2004)

ผมเคยร่วมงานกับ Discovery Channel และ Animal Planet เพื่อถ่ายทำเรื่องราวแมวไทย ซึ่งชาวต่างชาติให้ความสนใจมาก

ผมลงพื้นที่ไปศึกษาแมวไทยที่วัดบวรนิเวศและวัดโพธิ์ ซึ่งมีแมวเยอะมาก โดยเฉพาะของพระครูวิบูลญาณกิจ (หลวงปู่) ที่ท่านเลี้ยงแมวมาตั้งแต่หนุ่มจนมรณภาพ

ผมสังเกตเห็นว่าแมววิเชียรมาศและศุภลักษณ์มักเกิดในครอกเดียวกัน เป็นพี่น้องกัน ซึ่งในทางพันธุกรรมมันเกี่ยวข้องกับยีนอัลบิโนและยีนช็อกโกแลต นอกจากนี้ยังไปศึกษา พิธีแห่นางแมว ที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมาด้วย"

Martin R. Clutterbuck เล่าให้ฟังถึงความเกี่ยวข้องกับแมวไทย

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว

"หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของตำราแมวอยู่ในหอสมุดแห่งชาติ และมีฉบับที่พิมพ์ในวัดอนงคาราม

ที่ วัดโพธิ์ มีศิลาจารึกเกี่ยวกับตำราสัตว์ต่าง ๆ รวมถึงแมวดี 17 ชนิด และแมวร้าย 6 ชนิด ตามพระราชประสงค์ของรัชกาลที่ 3 ที่ต้องการรวบรวมความรู้เดิมไว้

นอกจากนี้ยังมีสมุดไทยในต่างประเทศ เช่นที่ British Library และที่เยอรมัน ซึ่งยืนยันได้ถึงความต่อเนื่องของตำราแมวตั้งแต่อยุธยาจนถึงปัจจุบัน

แมวไทยเป็น Natural Breed หรือสายพันธุ์ธรรมชาติที่มีเสน่ห์เพราะมีความเชื่องและบุคลิกภาพดี ปัจจุบันมีการพัฒนาไปสู่การเป็น แมวโชว์ ที่มีการจดทะเบียนสายพันธุ์ (Pedigree) กับองค์กรต่างประเทศอย่าง CFA โดยมีฟาร์มที่ตั้งใจอนุรักษ์อย่างของคุณปรีชาและคุณปิว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจมาก

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว

แมวจรในปัจจุบันอาจไม่ได้อยู่ในรูปแบบสายพันธุ์ที่บริสุทธิ์มาก มีลักษณะเป็น Genesis Point endemic and widespread เราสามารถดึงแมวจรเหล่านี้มาคัดเลือกสายพันธุ์เพื่อให้กลายเป็นแมวประกวดหรือแมวเพาะพันธุ์ได้

ในประเทศไทยมีทัศนคติที่ดีคือ ห้ามฆ่าแมว ซึ่งต่างจากบางเมืองในต่างประเทศ แต่จะคล้ายกับเมืองอิสตันบูลที่ผู้คนรักแมวมาก

หากจะเลี้ยงแมว แนะนำให้เริ่มจากลูกแมว เมื่อได้มาแล้วรีบนำไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์ ซึ่งโรคปกติที่พบในแมวจรคือ Ringworm สำหรับผู้ใจบุญอยากช่วยเหลือแมวที่ถูกมนุษย์ทารุณกรรม มีศูนย์พักพิงของ พระมหาโจ้ ที่วัดรังสิต ซึ่งเพื่อนของผมได้ทำปฏิทินเพื่อนำรายได้บริจาคให้ศูนย์พักพิงในประเทศไทย ที่นี่เราสามารถรักษาแมวที่โดนทารุณกรรมได้ โดยสิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือ ยา สำหรับการผ่าตัดนั้นมีสัตวแพทย์อาสาทำให้ฟรี แต่ค่ายายังต้องมีค่าใช้จ่าย ศูนย์นี้ตั้งอยู่แถวดอนเมือง ใกล้กับมหาวิทยาลัยรังสิต

ส่วนตัวผมเองเลี้ยงแมวฝาแฝดชื่อ Squeak เป็นลูกแมวครอกเดียวกัน แม้จะเป็นแฝด (fraternal twin) แต่พันธุกรรมอาจไม่เหมือนกัน 100% ตัวหนึ่งมีสีอ่อนและอีกตัวมีสีเข้ม 

ที่ชื่อ Squeak มาจากเสียงร้องของเขาตอนเป็นลูกแมว และยังอ้างอิงถึงอาหารอังกฤษที่เรียกว่า Bubble and Squeak ด้วย

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว

ในมุมมองระดับสากล ต่างประเทศมีการแยกแยะสายพันธุ์แมวละเอียดมาก เช่น แมวของผมแม้ไม่มีในตำราแมวไทยดั้งเดิม แต่เป็นตัวอย่างของ Blue Lynx Point ซึ่งมีทั้งยีนของแมวลายเสือ (Tabby) และยีนแต้ม (Point) ของแมววิเชียรมาศ รวมถึงมีตาสีฟ้า

คำแนะนำสำหรับผู้ที่จะซื้อแมวคือ ควรซื้อ 2 ตัวดีกว่าตัวเดียว เพื่อให้เขาช่วยทำความสะอาดซึ่งกันและกันและอยู่เป็นเพื่อนกันไม่ให้เหงาเวลาเราไม่อยู่บ้าน

ส่วนเรื่อง แมวนำโชค นั้น ผมมองว่าการที่ได้แมวสวยงามมาเลี้ยงถือเป็นโชคดีของผู้เลี้ยงเอง แต่ไม่สามารถรับรองได้ว่าจะให้โชคลาภในชีวิตจริงหรือไม่

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว

บทสรุปเกี่ยวกับแมวไทย ประเทศไทยถูกมองว่าเป็น 'Super Power' ในเรื่องแมว ในสายตาชาวต่างชาติ

ผมดีใจที่รัฐบาลกำหนดให้แมวไทยเป็นวาระแห่งชาติและเป็นสัญลักษณ์แห่งชาติ ซึ่งถือเป็นเรื่องดีสำหรับประเทศและสำหรับผมที่ศึกษาเรื่องนี้มา

คนต่างชาติส่วนใหญ่เป็นกลุ่มหลักที่ซื้อหนังสือภาษาอังกฤษของผม และบางคนยังแนะนำให้ผมไปค้นคว้าเรื่องตำนานแมวที่หอสมุดแห่งชาติด้วย"

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว

Cr. สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร

กวีนิพนธ์ตำราแมว

ตามลายพระหัตถ์สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ มีตำรา 3 อย่างที่ไม่ควรพิมพ์ คือ ตำรายา (เว้นแต่จะดีจริง) ตำราพยากรณ์ และ ตำราวิทยาอาคม ซึ่งพระยาอนุมานราชธนก็เห็นพ้องด้วย

ภารกิจการตรวจเช็คและชำระกวีนิพนธ์ตำราแมว ครั้งนี้ถือเป็นเมกะโปรเจกต์ (Mega Project) ด้านวรรณคดี, มีการจำแนกสำนวน (Version) โดยใช้ลักษณะคำประพันธ์ ทั้งโคลง ฉันท์ กาพย์ และกลอน, กระบวนการตรวจตรวจสอบชำระ ให้ได้ตัวบทที่เชื่อถือได้ (Edition)

ทั้งแบบถ่ายถอดและเชิงวิพากษ์ (Critical Edition), การรวบรวมเป็นฉบับสมบูรณ์ รวมถึงรักษาภาพเขียนของเก่าและศึกษาคำศัพท์ ยุคสมัย และสารนอกตัวบท (Paratext) เป็นการส่งเสริมภูมิปัญญาชาติ เพื่อผลักดันให้แมวเป็นสัตว์ประจำชาติ

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว

'มัชชารนีติ' ตำราแมวโบราณ ภาษาบาลี

"อาตมาเป็นวิทยากรมัคคุเทศก์บรรยายประวัติวัดบวรนิเวศวิหาร รวมถึงพระนิพนธ์ของ สมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ที่จัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์อาคารมนุษยนาวิทยาทาน

ความยากของตำราแมวฉบับกรมพระยาปวเรศฯ คือเป็น อักษรขอมภาษาบาลี ซึ่งอ่านยากถ้าไม่แตกฉาน อาตมาจึงใช้ความรู้จากคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาไทย ม.ขอนแก่น มาช่วยด้วย

ต่อมาได้ทำโครงการ สรรพวิทยาในตำราแมวกรมพระยาปวเรศ โดยได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน 

กวีนิพนธ์ตำราแมวของสมเด็จกรมพระยาปวเรศฯ เรียกว่า มัชชารนีติ"

พระมหาวโรตม์ ธมมวโร เล่าถึงการทำงานเกี่ยวกับตำราแมวภาษาบาลี

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว

"ตำราช้าง ม้า แมว มีมาตั้งแต่ก่อนเสียกรุงครั้งที่ 2 แต่สูญหายกระจัดกระจายไปกับการจลาจล จนมีการรวบรวมใหม่ในสมัยรัตนโกสินทร์ เช่น ตำรากาพย์ลักษณะแมวที่กล่าวถึง แมวทองแดง ว่าใครเลี้ยงจะได้ยศถาบรรดาศักดิ์เป็นอำมาตย์มนตรี

ในวัดบวรนิเวศฯ มีตำราแมวที่พิมพ์ในหนังสือดูนกเขาและนกกระจาบ (พ.ศ. 2500) เก็บรักษาในพระตำหนักเดิม ซึ่งมีสมุดไทยที่ระบุว่าจารเมื่อ ร.ศ. 130 (พ.ศ. 2454-2455) 

สมเด็จกรมพระยาปวเรศฯ (พระองค์เจ้าฤกษ์) ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ (วังหน้าใน ร.2) ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ของ ร.5 และสมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ

ผลงานของท่านนอกจาก พระกริ่งปวเรศ แล้ว ยังมีงานด้านการคำนวณพื้นที่สร้าง พระปฐมเจดีย์ องค์ใหม่ เป็นกาพย์ฉบัง 16 เช่น โจทย์พระเจดีย์กลม

สำหรับ มัชชารนีติ เป็นเอกสารอักษรศาสตร์ที่สำคัญ ซึ่งวัดบวรนิเวศฯ ได้ฝากไว้ที่หอพระสมุดวชิรญาณตั้งแต่ปี พ.ศ. 2467 เพื่อรักษาและเป็นต้นฉบับศึกษาเปรียบเทียบในปัจจุบัน

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว

มัชชารนีติ หรือตำราแมว ผลงานของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงนิพพนธ์ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ประมาณปี พ.ศ. 2381 รจนาเป็น ภาษาบาลี เพื่อแสดงเกียรติคุณและฝึกความคล่องแคล่วในการแต่งคาถา รวมถึงเพื่อ แก้ความรำคาญ ด้วย

คำว่า มัชชาร หมายถึงแมวบ้าน ส่วน วิฬาร์ หมายถึงแมวป่า

ต่อมาพบว่าที่วัดปากน้ำภาษีเจริญมีตำราแมวที่เนื้อหาเดียวกันเป๊ะ แต่ต่างกันที่ฉบับวัดบวรฯ เขียนด้วย อักษรขอมหวัด ส่วนฉบับวัดปากน้ำเขียนด้วย อักษรไทย และทั้งคู่เป็นภาษาบาลี

ปัจจุบันได้มีการจัดพิมพ์เผยแพร่เป็นเล่มสีส้ม (ฉบับวัดบวรฯ) และเล่มสีม่วง (ฉบับวัดปากน้ำ) เรียบร้อยแล้ว

การศึกษาเรื่องแมวถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ซึ่งท่านกล่าวไว้ว่าเป็นมงคลตามหลัก มงคล 38 ประการ เพราะเป็นการรักษาภูมิปัญญาของโบราณไว้ไม่ให้สูญหายไป"

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว

ตำราแมวฉบับล่าสุด

"หากย้อนดูตำราแมวที่เคยพิมพ์ เช่น ฉบับวัดอนงคาราม (พ.ศ. 2500) จะพบโคลงสี่สุภาพพูดถึงแมวมงคล 17 ชนิด และมีกาพย์ฉบัง 16 ในตอนท้าย ต่อมามีฉบับวัดบวรนิเวศฯ ที่เป็นภาษาบาลี 

จากการสำรวจในหอสมุดแห่งชาติ พบเอกสารอย่างน้อย 25 รายการ ทั้งสมุดไทยและกระดาษฝรั่ง บางครั้งตำราแมวจะบันทึกรวมกับตำราอื่น เช่น ตำราช้าง ตำรายา หรือโหราศาสตร์

นอกจากนี้ยังได้เอกสารจากเยอรมนี อังกฤษ มช. และศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรด้วย

จนพบว่ามีกวีนิพนธ์ตำราแมวอย่างน้อย 8 สำนวน ได้แก่ กลอน 2 สำนวน, โคลง 3 สำนวน, ฉันท์ 1 สำนวน และกาพย์ 2 สำนวน"

พิทักษ์พงษ์ เก้าเอี้ยน กล่าวถึงการทำงานเกี่ยวกับตำราแมวให้ฟัง

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว

"ตำราแมวคำกลอน สำนวนที่ 1: เก่าถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นหรืออยุธยาตอนปลาย กล่าวถึงแมวมงคล 16 ชนิด และอีก 6 ชนิดให้ดูจากภาพ (รวม 22 ลักษณะ) และแมวโทษ 5 ลักษณะ

ตำราแมวคำกลอน สำนวนที่ 2: เน้นพูดถึงคุณประโยชน์และการเลี้ยงดูโดยรวม โดยบอกให้ดูจากรูปเป็นหลัก มีเนื้อความใกล้เคียงกับสำนวนที่ 1 แต่ปรับปรุงให้สละสลวยขึ้น

ตำราแมวคำโคลง สำนวนที่ 1: เชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดถึงสมัยอยุธยา มีแมวมงคล 17 ชนิด แมวโทษ 6 ชนิด เป็นสำนวนเดียวกับฉบับวัดอนงคาราม

ตำราแมวคำโคลง สำนวนที่ 2: มีแมวมงคล 17 ลักษณะ แบ่งเป็นแมวเอกและแมวโท พบสมุดไทยเพียงฉบับเดียวและไม่มีภาพประกอบ

ตำราแมวคำโคลง สำนวนที่ 3: มีแมวมงคลถึง 42 ลักษณะ และแมวโทษ 14 ลักษณะ ซึ่งเป็นฉบับสำคัญ

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว

ใน มัชชารนีติ มีการจำแนกแมวไว้ 55 ลักษณะ

นอกจากแมวคุณแล้ว ยังมี แมวโทษ 14 ชนิด เช่น แมวกินลูกตัวเอง ซึ่งจะนำความพิบัติมาสู่เจ้าของ

ตำราเน้นย้ำว่า ต้องเลี้ยงดูให้ดีเหมือนลูก ห้ามทุบตี ต้องหาจานเงินจานทองมารองข้าวปลาอาหารให้กิน จัดที่นอน หมอน มุ้งให้อย่างดี

แม้แต่ตอนแมวตายก็ยังมีพิธีกรรม คือต้องใส่หม้อฝังไว้ เมื่อครบปีจึงเก็บกระดูกมาบูชาเหมือนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่อให้ได้รับอานิสงส์และสิริมงคลอย่างต่อเนื่อง"

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว

แมวไทย สัตว์ประจำชาติไทย

เมื่อปีที่แล้ว วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบกำหนดให้แมวไทยเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ ประเภทสัตว์เลี้ยง

ที่ผ่านมาปี 2507-2567 กำหนดให้ ช้างไทย เป็นสัตว์ประจำชาติ, ปลากัดไทย เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ, นาค เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติประเภทสัตว์ในตำนาน, การไหว้ เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติประเภทการทักทายและการแสดงความเคารพแบบไทย

"ในแง่การอนุรักษ์ในปัจจุบัน เราคัดเลือกมา 5 สายพันธุ์ ที่ยังมีอยู่จริงและสายเลือดนิ่ง (ประมาณ 7 Generation) ได้แก่ วิเชียรมาศ, โกญจา, ศุภลักษณ์, สีสวาด (โคราช) และขาวมณี

อย่าง วิเชียรมาศ มีความพิเศษคือมี ยีนแต้ม 8+1 ที่เป็นยีนเด่นและเป็นต้นทางให้ต่างชาตินำไปพัฒนาสายพันธุ์อื่น เช่น แมวฮิมาลายัน

ส่วน ศุภลักษณ์ จะต่างจากแมวเบอร์มิสตรงที่ศุภลักษณ์ไม่มี ยีนหน้ากาก และมีอุ้งเท้าสีส้มอมชมพู ในขณะที่เบอร์มิสอุ้งเท้าจะสีน้ำตาลเข้มหรือดำ"

เศรษฐพล รัตนกิจสุนทร ให้ข้อมูลเพิ่มเติม

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว

Cr. สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร

มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว มารู้จัก ‘แมวไทย’ ให้มากขึ้น ผ่าน ‘วิฬาร์วรรณนา’ กวีนิพนธ์ตำราแมว