สรุป 30 เรื่องจุดเปลี่ยน Gen Z เรื่อง การเงิน ชีวิต ธุรกิจ ‘ยืดหยุ่น’ แต่ ‘มั่นคง’ ในมุมมองของ ‘โอ๊ต โคตรคูล, เปา I Have CPU และเพ็บ จากหมี่ไก่ฉีก Emily's จากเวที The GenZeries การเงินดี ไม่มี Z เรียส
ในยุคที่ความผันผวนทางเศรษฐกิจโลกส่งผลกระทบต่อทุก “เจเนอเรชัน” เวที Bitkub Meetup 2026: The GenZeries การเงินดี ไม่มี Z เรียส รวม 3 ตัวตึงทั้งด้านการเงิน การใช้ชีวิต การทำธุรกิจในยุคนี้อย่าง คุณโอ๊ต ปราโมทย์ ผู้ก่อตั้ง และ CEO บริษัท โคตรคูล จำกัด, คุณเปา พีรดนย์ เหมยากร ผู้ก่อตั้ง iHAVECPU และคุณเพ็บ นัยนชนก ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ผู้ก่อตั้ง Emily's เพื่อชี้จุดเปลี่ยน และแนวทางสำหรับ Gen Z ที่ต้องการก้าวขึ้นเป็น ‘คนของอนาคต’
30 Keys Takeaway ถอดรหัสความคิด จากตัวจริงสู่คนของอนาคต
การทำงานกับ ‘คนรุ่นใหม่’
1.“แมวสีอะไรไม่สำคัญ ขอให้จับหนูได้พอ”
เมื่อคุยเรื่องการทำงานของเด็กรุ่นใหม่ที่อยู่ภายใต้แรงกดดัน และความไม่เข้าใจกันของช่วงวัยในที่ทำงาน เปาพูดถึงการทำงานควรโฟกัสที่ผลลัพธ์ ให้ตรงตามเป้าหมาย โดยไม่ต้องยึดติดกับวิธีการหรือไลฟ์สไตล์ของพนักงาน
2.Job Description ต้องชัด
เปามองว่าการทำงานกับคนรุ่นใหม่ต้องระบุหน้าที่ ความต้องการ และวันหยุดให้ “เคลียร์” ตั้งแต่แรก เพื่อลดปัญหาการสื่อสาร
3. อย่าข้ามช็อตในการทำธุรกิจ
เปาบอกว่าก่อนจะมองหาความสำเร็จหวือหวาอย่างการทำ TikTok การไลฟ์สดที่มีคนดูมากมาย จุดเริ่มต้นต้องจัดการพื้นฐานหน้างาน เช่น ความสะอาด และการจัดระเบียบให้ดีเสียก่อน
4. มนุษย์ที่ยืดหยุ่นสูงคือผู้ชนะ
โอ๊ตมองว่าทักษะสำคัญคือ “ความยืดหยุ่น” จะช่วยให้เราสามารถทำงานร่วมกับคนได้ทุกรุ่น และเอาตัวรอดได้ในทุกสภาพแวดล้อม
5. เลิกกำหนดคนด้วยเจเนอเรชัน
การทำงานท่ามกลางคนหลากหลายเจเนอเรชัน โอ๊ตมองว่า
“ทุกเจนล้วนมีปัญหาในแบบของตัวเอง” การเหมารวมว่าเจนไหนปวดหัวกว่ากันจะสร้างกำแพงในการทำงานร่วมกัน
6. หาตรงกลางให้เจอ
เมื่อมีช่องว่างระหว่างเจเนอเรชันในที่ทำงาน โอ๊ตมองว่า ทุกเจนต้องหา “จุดตรงกลาง” เพื่อสร้างความเข้าใจ ผู้นำต้องปรับตัว และพนักงานก็ต้องปรับตัวเข้าหาองค์กร เพื่อให้เกิดความสุขในการทำงานร่วมกัน
7. อย่าปรุงก๋วยเตี๋ยวในชามคนอื่น
ในเรื่องของการทำงานที่ไม่ได้แบบที่คิด เปามองว่าอย่าเอาบรรทัดฐานหรือความคิดตัวเองไปตัดสินหรือบงการชีวิตคนอื่น เพราะทุกคนต่างโตแล้ว และมีแนวคิดเป็นของตนเอง
‘ทำธุรกิจ’ อย่าลืมคิดเรื่องการเงิน
8. แยกบัญชีบริษัท และบัญชีส่วนตัวให้ชัด
โอ๊ตเล่าประสบการณ์ตรงของคนที่ไม่มีความรู้ด้านการเงินแต่ต้องมาตั้งบริษัท สิ่งที่ได้เรียนรู้จากต้องทำบริษัทแรกๆ คือ การไม่แยกบัญชี ซึ่งจะทำให้เราไม่เห็น “รายได้ที่แท้จริง” และเป็นจุดเริ่มต้นของการ “ล้มเหลวทางการเงิน”
9. เงิน 100 บาท ไม่ใช่ของเราทั้งหมด
โอ๊ตขยายความเพิ่มว่า การทำธุรกิจ ในรายรับหรือ “รายได้” มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงเสมอ ทั้งค่าบำรุงรักษา ค่าลิขสิทธิ์โปรแกรม และต้นทุนอื่นๆ การที่เราได้มา 100 บาท ไม่ได้แปลว่าเราใช้มันได้ทั้งหมด 100 บาท
10. ภาษีคือ เรื่องที่มองข้ามไม่ได้
โอ๊ตพูดว่า หลายคนที่เพิ่มเริ่มธุรกิจมักจะละเลยเรื่อง “ภาษี” และมองข้ามมันไปเลย ดังนั้นต้องจัดการเรื่องภาษีอยู่กับตลอดเวลา ต้องบริหารจัดการให้ดี
11. วางรากฐานให้แข็งแรงก่อนขยายธุรกิจ
โอ๊ตเล่าถึงการขยายธุรกิจจากพนักงาน 4 คน มาเป็นพนักงาน 60 คนในตอนนี้ ซึ่งเขามองว่าเร็วเดินไป เลยแนะนำว่าอย่ารีบขยายเพียงเพราะเห็นยอดขายดี แต่ต้องมีเงินสำรองเพื่อประคองธุรกิจในวันที่ขายไม่ดีด้วย
12. กล้าใช้คนอื่นเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ตัวเอง
เมื่อถึงจุดที่ธุรกิจกำลังจะโต เปาบอกว่าเราต้องตัดใจจากคนที่ทำทุกอย่าง ต้องเปลี่ยนจากคนลงมือทำทุกอย่างทั้งการเป็น Admin, ตอบแชต และแพ็กของ มาเป็นผู้บริหารที่กล้าวางใจให้คนอื่นทำแทน
13. โฟกัสงานที่ใช้ High Energy
ในวันที่คุณจะเป็นผู้นำ หรือเจ้าของธุรกิจ พี่เปามองว่า ต้องกล้าที่จะโยนงานที่มี Impact ต่ำให้คนอื่นทำ เพื่อเหลือพลังสมองไว้คิดงานที่มีมูลค่าหลักสิบล้านหรือร้อยล้าน เดินหน้าต่อในอนาคต
14. ความล้มเหลวแรก อาจนำไปสู่ ‘ความสำเร็จแรก’
คนรุ่นใหม่มักจะตั้งคำถามว่า “ต้องทำธุรกิจอะไรถึงจะสำเร็จ?” คุณเพ็บเล่าถึง “ความผิดพลาด” จากธุรกิจเดิมคือ การทำร้านชา แต่สามารถเป็นบทเรียนชั้นดีให้ธุรกิจใหม่อย่าง Emily’s หมี่ไก่ฉีก จนประสบความสำเร็จได้ในปีล่าสุดมีรายได้หลักร้อยล้าน
15.โมเดล Pre-order ช่วยลดความเสี่ยง
การรับเงินลูกค้ามาก่อนแล้วค่อยผลิต ช่วยให้ธุรกิจเริ่มต้นได้โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนก้อนใหญ่ในคราวเดียว
เติมแพสชันให้ ‘คนรุ่นใหม่’
16. วินัยคือ เครื่องยนต์ แพสชันคือ เชื้อเพลิง
เปาบอกว่า “การมีวินัย” จะพาเราไปถึงเป้าหมายได้แม้ในวันที่เราไม่มีอารมณ์อยากทำ หรือไม่มีแพสชัน
17. ความสม่ำเสมอคือ สูตรลับที่ไม่มีทางลัด
เพ็บ และเปาเห็นตรงกันว่า การทำธุรกิจหรือการทำตามเป้าหมายให้สำเร็จนั้น ต้องการชั่วโมงบินที่เข้มข้น และความต่อเนื่องในการลงมือทำอย่างยาวนาน
18. การเป็น ‘หนี้’ คือ แรงผลักดัน
โอ๊ตเล่าว่า ในโลกระบบทุนนิยม “ความรับผิดชอบ” ต่อหนี้สิน และรายจ่าย ทั้งค่าบ้าน, ค่าไฟ, เงินเดือนลูกน้องทำให้เราท้อไม่ได้
19. ผู้นำไม่มีสิทธิท้อ
โอ๊ตเล่าให้ฟังว่า เมื่อมีลูกน้องที่ต้องดูแล ผู้นำต้องหยุดเดินไม่ได้เพราะมีหลายชีวิตที่รอการตัดสินใจ และไอเดียใหม่ๆ ของเราอยู่ เช่น วันไหนมีปาร์ตี้ สังสรรค์ ตำแหน่งและหน้าที่มันบังคับให้เราห้ามท้อ
20. ต้องยอมเสียสละ
สิ่งที่ทั้ง 3 คนเห็นเหมือนกันคือ ความสำเร็จแลกมาด้วยการเสียสละเวลาส่วนตัว สุขภาพ หรือการปาร์ตี้กับเพื่อน เพื่อมุ่งมั่นทำธุรกิจให้รอด
21. ความชอบต้องทำให้เกิดรายได้
โอ๊ต และเปารู้สึกว่า หากสิ่งที่รักไม่สามารถเลี้ยงชีพได้ ควรเก็บไว้เป็นงานอดิเรก และหางานหลักที่สร้างรายได้มาประทังชีวิต
“บางครั้งคุณอาจจะไม่ได้ชอบ แต่ต้องอยู่กับมัน”
22. ทำให้เหนือกว่าคนอื่นในสิ่งเดียวกัน
เปาบอกว่าแม้จะชอบในสิ่งที่เหมือนคนอื่น แต่เราต้องทำมันให้เข้มข้น และเยอะกว่าคนอื่นถึงจะโดดเด่น
23. อย่าเปรียบเทียบ Timeline ของตัวเองกับใคร
ทุกคนมีเส้นทาง และจังหวะชีวิตที่ต่างกัน ความสำเร็จตอนอายุ 50 ก็ยังไม่สายเกินไป
24. แข่งกับตัวเองเมื่อวานก็พอ
ลดการเปิดโซเชียลเพื่อเปรียบเทียบกับคนอื่น แล้วหันมาพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน
25.ซื่อสัตย์กับความฝันตัวเอง
เปาบอกว่า ถ้าอยากรวยก็ต้องยอมเหนื่อยทำงานหนักเพื่อให้รวย อย่าหลอกตัวเองด้วยคำพูดสวยหรูแต่ไม่ลงมือทำ
26. ออกไปใช้ชีวิตเยอะๆ เพื่อหา Inspiration
โอ๊ตบอกว่า แรงบันดาลใจทางธุรกิจซ่อนอยู่ทุกที่ ทั้งในการเดินทาง อาหาร หรือแม้แต่ความอกหัก
27. Work-Life Balance อาจไม่มีจริงในช่วงสร้างตัว
ทั้งสามคนไม่เชื่อเรื่อง work-life balance ในช่วงเริ่มต้น หากต้องการก้าวหน้า ต้องยอมทุ่มเทเวลาให้งานมากกว่าปกติ สมดุลจะมาเองเมื่อธุรกิจมั่นคง
28. พักผ่อนอย่างมีประสิทธิภาพ
การพักผ่อนที่ดีคือ การได้ทำสิ่งที่ชอบแล้วยังได้งานหรือได้เงินไปพร้อมกัน เช่น การสตรีมเกม
29. อย่าใช้ชีวิตตามคำสอนของโค้ชเพียงอย่างเดียว
โอ๊ตมองว่า ทุกคนมี “จุดแข็ง” และเส้นทางที่ต่างกัน อย่าให้ใครมาตัดสินว่าเราต้องเป็นอย่างไร
30. ตัวคุณในอนาคตกำลังรอคุณอยู่
เปา และโอ๊ตต่างมีเส้นทางที่ไม่ต่างกันมาก เหนื่อยทำงานหนักในช่วงที่มีแรง เพื่อความสบายในอนาคต ดีกว่าต้องเหนื่อยเอาชีวิตรอดไปตลอดชีวิต
จุดเปลี่ยน Gen Z และการเป็น ‘คนของอนาคต’
จุดเปลี่ยนสำคัญของ Gen Z คือ การก้าวข้าม "กับดักความรวยที่ฉาบฉวย" และ "การเปรียบเทียบในโซเชียล" และถ้าคุณเป็นคนที่อยากถูก หรือเป็นคนของอนาคตต้องเป็นผู้ที่มี "ความยืดหยุ่นสูง" สามารถเชื่อมโยงคนต่างวัยเข้าด้วยกันได้โดยไม่มีอคติ และที่สำคัญที่สุดคือ การมี "วินัยที่อยู่เหนืออารมณ์"
“มนุษย์ที่มันมีความยืดหยุ่นสูงเว้ย มันอยู่ตรงไหนก็ได้ น้องจะไปทำงานบริษัทไหนก็ได้ จะไปอยู่ในเจ้านายที่มันมีความงี่เง่าแบบไหนก็ได้ เพราะเราเป็นคนยืดหยุ่นไง” โอ๊ต ปราโมทย์
"ไม่จำกัดว่าคุณต้องเปรียบเทียบไทม์ไลน์ตัวเองกับใคร ไม่ต้องรีบประสบความสำเร็จ สำเร็จตอน 50 ก็ยังไม่สาย แข่งกับตัวเองเมื่อวานก็พอ" เพ็บ Emily's
"แพสชันก็คือ เป็นเชื้อเพลิง วินัยก็คือ เครื่องยนต์ ทุกอย่างมันต้องต่อเนื่องกัน ทั้งสกิล ความรู้ ความสามารถ และความไม่ย่อท้อ"เปา I have CPU
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


