กาแฟไทย มีรสชาติไม่แพ้ชาติใดในโลก และมีคุณภาพดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมกาแฟไทย กำลังเติบโตขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด และไม่หยุดยั้งด้านการพัฒนา
จุดเด่นของกาแฟไทย คือ ประเทศไทยมี ระบบนิเวศ (Ecosystem) ของกาแฟที่สมบูรณ์แบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ตั้งแต่จุดกำเนิด การเพาะปลูก ที่มีคุณภาพ (Cultivation) การแปรรูป (Processing) การคั่ว (Roasting) ไปถึง ตลาดผู้บริโภค ที่แข็งแกร่ง คนไทยนิยมดื่มกาแฟมากขึ้น
เส้นทางกาแฟไทยสู่มาตรฐานระดับโลก
"ธุรกิจของเราเติบโตมาจากการทำหลายอย่าง แต่มาเน้นเรื่องกาแฟเป็นหลัก โดยเริ่มจากการพัฒนาแบรนด์ ตราหัวสิงห์ 3 ดาว
ต่อมาคุณพ่อได้เปลี่ยนมาทำกาแฟคั่วและเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น อโรม่า (Aroma) คือ ความหอมกรุ่น
เราต้องการให้คนเห็นแบรนด์แล้วรู้สึกว่ากาแฟของเราหอม มีความละมุนละไม
เราจะไม่ทำกาแฟสำเร็จรูป (Instant Coffee) แต่มุ่งเน้นที่กาแฟคั่วเป็นหลัก"
กิจจา วงศ์วารี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อโรม่า กรุ๊ป ให้สัมภาษณ์กับกรุงเทพธุรกิจ
Cr. Kanok Shokjaratkul
"ในช่วงเริ่มต้นสมัยก่อน เราเริ่มจากร้าน ดังกิ้นโดนัท ก่อน แล้วขยายเข้าสู่โรงแรมโอเรียลเต็ล
เติบโตมาเรื่อย ๆ จนมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ คือ การได้ร่วมพัฒนาแบรนด์กาแฟ อเมซอน (Amazon) ตั้งแต่ร้านแรก
ต้องขอบคุณ ปตท. ที่มีส่วนช่วยให้ธุรกิจเราขยายจนเติบโต บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่เห็นความสำคัญของธุรกิจกาแฟ จนกลายเป็นเชนที่มีสาขาติดอันดับโลก
ขยายธุรกิจจาก B2B ไปสู่ B2C ด้วยแบรนด์ ชาวดอย มาเกือบ 20 ปี มีวัตถุประสงค์หลัก คือ อยากให้คนไทยได้บริโภคกาแฟดี ในราคาถูก
กาแฟแคปซูล Cr. Kanok Shokjaratkul
เราเป็นรายแรก ๆ ที่ทำกาแฟคุณภาพดีในราคาเข้าถึงได้ ทำให้เกิดความเชื่อถือและได้กลายเป็นซัพพลายเออร์ให้กับเชนต่าง ๆ มากมาย
เราไม่ได้มองเชนอื่นเป็นคู่แข่ง แต่มองว่าเราสามารถส่งต่อ Know-how เพื่อให้เขาเติบโตไปได้เร็วขึ้น
กับการไปต่างประเทศ แบรนด์ชาวดอย มีไปเปิดที่ มาเลเซีย 3-4 สาขา และ กัมพูชา
ส่วนการส่งออกกาแฟไทย เราส่งไปไต้หวันและประเทศอื่น ๆ บ้าง ต้องยอมรับว่าราคาสารกาแฟไทยยังสูงกว่าบราซิลหรืออินโดนีเซีย"
Cr. Kanok Shokjaratkul
กาแฟไทย ไม่แพ้กาแฟชาติไหนในโลก
"จากการจัดงาน Cup of Excellence กรรมการต่างชาติทึ่งว่า ทำไมรสชาติกาแฟไทยถึงดีขนาดนี้ เขา "ว้าว" มากครับ
โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อย่าง เกอิชา (Geisha) ที่เราก็ปลูกได้ดีไม่แพ้ปานามา
ผมเชื่อมั่นว่าในอนาคต กาแฟไทยจะเทียบเคียงกับอาหารไทยในระดับโลกได้
เพราะคนทั่วโลกดื่มกาแฟทุกวัน และการทำให้คนรู้จัก Thai Coffee ในฐานะวัตถุดิบชั้นเลิศเป็นสิ่งสำคัญมาก
จุดเด่นและอัตลักษณ์ของกาแฟไทย นอกจากสายพันธุ์เกอิชาแล้ว คนไทยยังเก่งเรื่อง Process (การแปรรูป) มาก
Cr. Kanok Shokjaratkul
เรามีความละเอียดอ่อนในการหมัก การทำโปรเซสต่าง ๆ จนได้กลิ่นที่มีอัตลักษณ์
เช่น กลิ่นซินามอน หรือกลิ่นชาร์โคล ความละเอียดนี้เหมือนกับความประณีตในการทำอาหารไทย เมื่อคนได้ลองทานแล้วเขาจะรู้สึกว่า "กาแฟไทยใช้ได้เลยนะ"
ในส่วนของทิศทางธุรกิจและสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ตอนนี้เราโฟกัสที่ธุรกิจเดิมที่มีอยู่ก่อนเพราะสภาวะโลกมีความผันผวน (Turbulence) มาก
เราตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 10-15% สิ่งที่กระทบหนักตอนนี้คือเรื่อง ต้นทุนและกำลังซื้อ ทั้งราคาบรรจุภัณฑ์และค่าน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
เราพยายามบริหารจัดการไม่ให้กระทบผู้บริโภคโดยตรง หากส่วนไหนที่ไม่กระทบโครงสร้างราคามากเราก็จะไม่ปรับ แต่ถ้าจำเป็นต้องปรับก็ต้องดูว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่ เพราะสุดท้ายถ้าผู้บริโภคอยู่ไม่ได้ เราก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน"
งานแถลงข่าว World of Coffee Bangkok 2026 Cr. Kanok Shokjaratkul
ยกระดับกาแฟไทยสู่เวทีโลก World of Coffee Bangkok 2026
งานเทศกาลกาแฟระดับโลก กำลังจะมาจัดที่ประเทศไทย เป็นงานกาแฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ครั้งแรกจัดที่เมืองปูซาน เกาหลีใต้ ปี 2024 และ ครั้งที่ 2 จัดที่กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ปี 2025
ครั้งที่ 3 ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ แสดงศักยภาพอุตสาหกรรมกาแฟไทยในการเป็นศูนย์กลางของอาเซียนและเชื่อมโยงตลาดไทยสู่ระดับสากล
วันที่ 7 - 9 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมไบเทค บางนา ฮอลล์ 98 และ 99
"WOC (World of Coffee) ไม่ใช่แค่การจัดแสดงสินค้าทั่วไป แต่เป็นแพลตฟอร์มที่รวมบุคลากร นวัตกรรม และความรู้ด้านกาแฟไว้ในที่เดียว โดยมีจุดประสงค์เพื่อเชื่อมต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ทั่วโลก
Cr. Kanok Shokjaratkul
WOC ก่อตั้งโดย สมาคมกาแฟพิเศษ Speciality Coffee Association (SCA) ตั้งแต่ปี 1999 มีการจัด WOC ทั่วทุกทวีปในโลก เป็นจุดนัดพบของมืออาชีพในวงการ เพื่อเชื่อมโยง เกษตรกร โรงคั่ว บาริสต้า เข้าด้วยกัน
เป็นเวทีแจ้งเกิดของนวัตกรรมล้ำสมัยและมาตรฐานใหม่ของวงการ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือยกระดับคุณภาพกาแฟควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนและความเป็นธรรมให้กับทุกคนในห่วงโซ่กาแฟทั่วโลก"
Mr.Kangmin Kim Project Manager EXPORUM ผู้จัดงาน WOC ทวีปเอเชีย ร่วมกับ SCA กล่าวในงานแถลงข่าว World of Coffee Bangkok 2026 วันที่ 23 เมษายน 2569 ณ Victor Club อาคาร FYI center พระราม 4
"สาเหตุที่เลือกกรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทาง เนื่องจากเอเชียเป็นตลาดกาแฟที่เติบโตเร็วที่สุด และประเทศไทยมีระบบนิเวศ (Ecosystem) ของกาแฟที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ คือมีทั้งการเพาะปลูกที่มีคุณภาพ (Cultivation), การแปรรูป (Processing), การคั่ว (Roasting) ไปจนถึงตลาดผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง
ไฮไลท์และกิจกรรมที่น่าสนใจ
1. World Cup Tasters Championship (WCTC) การแข่งขันชิมกาแฟระดับโลก ซึ่งจะมีแชมป์จากไทย คือ ปุณณภพ สุวรรณจิตร์ จากร้าน Bottomless Coffee Roaster เข้าร่วมด้วย
2. Roaster Village (หมู่บ้านโรงคั่ว) โซนรวบรวมโรงคั่วที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากทั่วโลก เช่น GLITCH TOKYO (ญี่ปุ่น), MEME (สวิสเซอร์แลนด์) EVERHAOS Coffee Roaster แบรนด์กาแฟสาย Light Roast จากเกาะบาหลี อินโดนีเซีย, ONA Coffee (ออสเตรเลีย), Momos Coffee และ Old Ferry Coffee (เกาหลีใต้)
3. โซนชิมและการเรียนรู้ มีห้อง Cupping Rooms, มี Brew Bar บาร์กาแฟที่ชงโดยแชมป์โลกและผู้เชี่ยวชาญ, มีการบรรยาย (Lecture sessions)
4. โซนนวัตกรรม Exhibition Floor เปิดตัวเทคโนลยีล่าสุดจากบริษัทต่าง ๆ กว่า 600 บูธ
5. พบกับแชมป์โลกตัวจริง ที่คัดสรรเมล็ดกาแฟที่ยอดเยี่ยม กระจายตัวอยู่ในโซนต่าง ๆ
เหตุผลที่ต้องมางาน คือ เป็นโอกาสที่จะได้เชื่อมต่อกับผู้เล่นระดับโลก และเราไม่รู้ว่างานนี้จะวนกลับมาจัดที่ประเทศไทยอีกครั้งเมื่อไร เพราะเราต้องจัดหมุนเวียนไปทั่วเอเชีย"
Cr. Kanok Shokjaratkul
โอกาสมาถึงแล้ว ไม่ต้องบินไปต่างประเทศ
"งานนี้เป็นมากกว่างานโชว์สินค้า เพราะเป็นการรวบรวม Global Partner และแบรนด์กาแฟดัง ๆ รวมถึงผู้ส่งออกสารกาแฟจากทั่วโลกมาไว้ในที่เดียว
เราจะได้เห็นมาตรฐานใหม่ๆ และเข้าใจทิศทางของอุตสาหกรรมในระดับโลก
งานนี้ไม่ได้มีแค่แรงบันดาลใจ แต่เป็น Business Opportunity หรือโอกาสทางธุรกิจที่จับต้องได้จริง ซึ่งจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมกาแฟไทยสู่ระดับสากล"
กิจจา วงวารี CEO of AROMA GROUP ผู้สนับสนุนหลัก พูดถึงงาน WOC ในฐานะผู้ประกอบการ
"ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมกาแฟไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก เรากำลังก้าวจากการ แข่งขันด้านราคา ไปสู่การ สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) และพัฒนาคุณภาพให้ถึงมาตรฐานสากล
งานนี้จะทำให้ระบบนิเวศกาแฟไทยแข็งแรงขึ้น เราจะได้เห็นนวัตกรรมระดับโลก เช่น ระบบ Cloud Ordering หรือ Automation ต่าง ๆ ที่จะเข้ามาช่วยผู้ประกอบการยกระดับคุณภาพสินค้า
ผมเชื่อว่าอนาคตของอุตสาหกรรมกาแฟจะขับเคลื่อนด้วย 3 ปัจจัยหลัก คือ
- Connection : การเชื่อมต่อเครือข่ายธุรกิจ
- Innovation : นวัตกรรม เช่น ระบบสั่งซื้อแบบไร้สัมผัส (Contactless ordering) และระบบอัตโนมัติ (Automation)
- Sustainability : การสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน
ซึ่งงานนี้รวมทั้งสามอย่างไว้ด้วยกัน
การมาเยือนของงานกาแฟระดับโลก WOC ปี 2026 เป็นโอกาสสำคัญของอุตสาหกรรมกาแฟไทยทั้งระบบ
สะท้อนมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมกาแฟโลกที่จะเข้ามาปฏิวัติมุมมองและการทำธุรกิจในไทย"
งาน World of Coffee Bangkok 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 พฤษภาคม 2569 ณ ไบเทค บางนา รายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อบัตรเข้างานได้ที่ https://asia.worldofcoffee.org/
Cr. Kanok Shokjaratkul


