เบนซ์–ธนชาติ ศิริภัทราชัย ผู้กำกับโฆษณา นักเขียน ผู้ร่วมก่อตั้ง Salmon House ที่จบการศึกษาด้าน Lens-Based Art จาก School of Visual Arts (SVA) นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
โด่งดังจากผลงานเล่มแรกในชีวิต New York 1st Time ที่กลายเป็นหนังสือ Best seller ตลอดกาลของ สำนักพิมพ์แซลมอน
มีผลงานมากมาย ตั้งแต่ New York 1st Time, The Real Alaska, Dear Portland, Talk with Mister Nelson, once nbon a time, The Meaningful Strangers,
FULL-TIME DIRECTOR, PART-TIME LOSER, FILMMAKER, FAILMAKER, The Morning Flight to Sad Francisco
และ You Ghost Me Every Sadturday Night
ความสดใหม่คือไอเดีย
"จุดเริ่มต้นของการเป็นนักเขียน มาจากการบันทึกเรื่องราวตอนไปอยู่ต่างประเทศ เป็น เด็กใหม่ ที่ทุกอย่างรอบตัวดูแปลกหูแปลกตาไปหมด
ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างการไปตัดผม, การไปซักผ้า หรือการไปปาร์ตี้กับเพื่อนต่างชาติ
ตอนนั้นผมบังคับตัวเองไม่ให้คลุกคลีกับคนไทย เพราะอยากฝึกภาษาอังกฤษ แต่มันก็แลกมาด้วยความเหงาและการสื่อสารที่ติดขัด
ความรู้สึกที่มันพรั่งพรูอยู่ข้างในเลยถูกระบายลงใน Journal ของตัวเอง
ภาพจำของ นักเรียนนอก ในตอนนั้นกับสิ่งที่เจอจริง ๆ ต่างกันมาก ภาพจำในสื่อไทยนักเรียนนอกจะดูเท่ ดูสูงส่ง แต่พอไปเจอจริง ๆ มันกลับรู้สึกซัฟเฟอร์และเปราะบางมาก
ผมอยากบันทึกความรู้สึกอ่อนแอตรงนี้ไว้ พอเอาไปลงออนไลน์ ปรากฏว่าคนชอบอ่านเรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้มาก เช่น การพยายามสื่อสารกับช่างตัดผมต่างชาติเพื่อให้ได้ทรงผมแบบเอเชีย"
Cr. Kanok Shokjaratkul
จากบันทึกสู่หนังสือ
"ดราฟต์แรก แก้เยอะมาก เพราะผมไม่มีเบสิกการเขียน ข้อดีคือผมบันทึกไว้ตั้งแต่วันแรก ๆ ทำให้เก็บความสดใหม่ของอารมณ์ไว้ได้
พอต้องมาเรียบเรียง กองบรรณาธิการจะช่วยดูโครงเรื่องใหญ่และการเชื่อมโยง
ผมมองว่าการเชื่อมระหว่างย่อหน้าเหมือนการตัดต่อหนัง ที่ต้องมี Connecting Point หรือการปูเพลงนำไปสู่ซีนถัดไปเพื่อให้เรื่องมันกลม
ซึ่งการเรียนฟิล์มมีส่วนช่วยในการเขียน ทำให้ผม จำเรื่องเป็นภาพ (Visual) และมีการแตกช็อตในหัวที่ดี
แต่ความท้าทายคือหนังสือ ต้องเปลี่ยนจากภาพมาเป็นตัวหนังสือ (Text)
ซึ่งบางทีถ้าคิดเป็นภาพอย่างเดียวมันจะขาดความรู้สึกเชิงลึกที่กล้องถ่ายไม่ได้"
บรรยากาศในการทำงาน
"ก่อนเริ่มต้นเขียนงาน ไม่ค่อยมีอะไร จะมีก็แต่ตอนเขียนไม่ออก หรือ ตัน มากกว่า
ผมแบ่งเป็นสองระดับ คือ ตันเล็ก กับ ตันใหญ่
ตันเล็ก ผมจะฝืนให้นิ้วยังพิมพ์ต่อไป ห้ามหนีไปเล่นมือถือเด็ดขาด อาจจะพิมพ์บ่นหรือพิมพ์เรื่องอื่นเพื่อให้สมองยังอยู่ในโหมดเขียน
ตันใหญ่ ถ้าหาทางออกไม่ได้จริง ๆ ผมจะเดินออกจากโต๊ะไปเลย ไปออกกำลังกาย ไปวิ่ง หรือปีนผา เพื่อให้สมองเข้าสู่โหมดปล่อยจอย แล้วบางทีไอเดียจะแวบขึ้นมาเองตอนนั้น"
สิ่งที่ท้าทายและเป็นแรงกดดัน
"จากการที่เล่มแรก New York First Time ประสบความสำเร็จมาก ทำให้เล่มต่อมา Alaska กดดันมาก
ผมเขียนเล่มสองด้วยใจที่ไม่เพียวเท่าเดิม เพราะมัวแต่กังวลว่าจะสนุกกว่าเดิมไหม จะหักมุมกว่าเดิมหรือเปล่า เล่มนั้นเสร็จก่อนงานหนังสือแค่ 4 วัน ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเลย
แต่สุดท้ายผมรู้สึกดีใจที่มันออกมา เพราะมันทำให้ผมได้ลองหาลีลาใหม่ ๆ และสำรวจพื้นที่อื่น ๆ ในงานสายนี้"
ขำขื่น กับ 'สังคมไทย' เราเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้
"งานเขียนหลัง ๆ มักมีอารมณ์จิกกัดสังคมมากขึ้น เกิดขึ้นจากการเป็นคนช่างสังเกต และ นิสัยไม่ดี ของผม
เวลาเห็นอะไรเยอะ ๆ เช่น พอดแคสต์ที่ทำเหมือนกันหมด หรือการต่อแถวบน BTS ผมจะเริ่มเห็นจุดเชื่อมโยงแล้วอยากเอามาปั่นต่อ
Mood ในเรื่องสั้นของผมจะเป็นความ ขำขื่น คือมันตลกแบบเศร้า ๆ
เพราะบางอย่างในสังคมเราเปลี่ยนไม่ได้ เลยต้องใช้การตลกเข้าสู้เพื่อเป็นกลไกการรับมือ"
โปรเจกต์ต่อไป
"เขียนนิยายขนาดยาว ยากมาก เหมือนเราเคยรีโนเวทห้องคอนโด (เรื่องสั้น) แล้วอยู่ดี ๆ ต้องไปสร้างบ้านเดี่ยว (นิยายขนาดยาว)
ไอเดียเริ่มมาจากข่าวในญี่ปุ่น เรื่องแก๊งเพื่อนบุกโรงเรียนเก่าเพื่อไปเอาการ์ดโปเกมอนที่ครูเคยยึดไว้ จากตอนนั้นไม่ได้มีค่าอะไร แต่ตอนนี้มันกลายเป็นของมีค่ามาก
ผมสนใจเรื่องการกลับไปหาความทรงจำในวัยเด็กที่ส่งผลต่อปัจจุบัน
ตอนนี้ยังไม่มีชื่อเรื่อง เพราะปกติชื่อเรื่องของผมจะมาหลังสุดหลังจากเห็นภาพรวมทั้งหมดแล้ว
ผมคิดว่า หัวใจ สำคัญของการเป็นนักเขียนคือ วินัย และ การรับมือกับการตัน
เราต้องบังคับตัวเองให้อยู่ตรงหน้ากระดาษตามเวลาที่กำหนด ไม่ว่ามันจะดีหรือไม่ หรือจะตันแค่ไหน เราก็ต้องอยู่กับความอึดอัดนั้นให้ได้และไปต่อเรื่อย ๆ "





