บ้านพระพิทักษ์ยุทธภัณฑ์ เป็นบ้านพักอาศัยเก่าแก่ที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมช่วงปลายสมัยรัตนโกสินทร์ ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมตะวันตกผสานกับเรือนไทย สร้างขึ้น พ.ศ. 2480 มีอายุ 88 ปี
โครงสร้างอาคารเป็นบ้านไม้สองชั้นยกใต้ถุนสูง ชั้นล่างของบ้านบางส่วนเปิดโล่งใช้เป็นพื้นที่เอนกประสงค์หรือพื้นที่รับลม ส่วนชั้นบนเป็นพื้นที่อยู่อาศัย
รูปแบบสถาปัตยกรรมไทยผสมตะวันตก ได้รับความนิยมในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20
มีลักษณะสำคัญ ได้แก่ หน้าจั่วประดับลายไม้ฉลุ, หน้าต่างบานสูงแบบตะวันตก, ระเบียงรอบตัวบ้านช่วยระบายอากาศ
Cr. Kanok Shokjaratkul
สะท้อนอิทธิพลของสถาปัตยกรรมตะวันตกที่เข้ามาในประเทศไทยในช่วงการปฏิรูปประเทศสมัยรัชกาลที่ 5
เป็นบ้านของ พันเอก พระพิทักษ์ยุทธภัณฑ์ (ทอง สุวรรณเหม) อดีตปลัดกรมบัญชีทหารบก เกิดวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2422 อ.เมือง จ.นครราชสีมา เริ่มรับราชการ พ.ศ. 2437 เสมียนกรมทหารบก มณฑลนครราชสีมา หลัง พ.ศ. 2457 ย้ายไปกรมยกบัตรทหารบก สมุห์บัญชี รพ. สภากาชาด, กรมแพทย์สุขาภิบาล เป็นอดีตปลัดกรมบัญชีทหารบก ออกจากประจำการหลัง พ.ศ. 2475 ถึงแก่อนิจกรรม วันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2500 อายุ 78 ปี
แสดงถึงการตั้งถิ่นฐานของข้ารับราชการระดับกลางยุค ร.5 ถึง ร.7 ในพื้นที่ในเขตเมืองเก่ารัตนโกสินทร์ ที่ตรอกตึกดิน ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
Cr. Kanok Shokjaratkul
ฟื้นคืนชีวิต 'บ้านพระพิทักษ์' ต้นแบบพัฒนาสินทรัพย์
"ในนามของบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เรามีบทบาทบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (NPA)
ซึ่งไม่ได้มองเรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว มุ่งเน้นสร้างประโยชน์ต่อสังคมตามนโยบาย ESG และ CSR In-process
การพัฒนาจะเกิดคุณค่าได้อย่างแท้จริง ต้องตั้งอยู่บนความเข้าใจบริบทพื้นที่ ประวัติศาสตร์ และผู้คน
จึงเป็นที่มาของ โครงการทรัพย์แผ่นดิน ต้นแบบการฟื้นฟูสินทรัพย์เพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ประสานความเชี่ยวชาญด้านสินทรัพย์เข้ากับองค์ความรู้ด้านสถาปัตยกรรม
บ้านพระพิทักษ์ยุทธภัณฑ์จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างคุณค่าอย่างแท้จริง ทั้งต่อองค์กร ชุมชนตรอกตึกดิน และประเทศชาติในระยะยาว"
วสันต์ เทียนหอม กรรมการอิสระ ประธานกรรมการตรวจสอบ และประธานคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน BAM กล่าวในงานแถลงข่าวและพิธิลงนาม (MOU) โครงการทรัพย์แผ่นดิน บ้านพระพิทักษ์และย่านตรอกตึกดิน วันที่ 9 เมษายน 2569 ณ บ้านพระพิทักษ์ ตรอกตึกดิน ถนนดินสอ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
Cr. Kanok Shokjaratkul
ให้ทรัพย์สินได้เปล่งความดีงาม
"เราซื้อทรัพย์สินเข้ามาปีละจำนวนมาก บางครั้งก็มีทรัพย์สินที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ติดมาด้วย
บ้านหลังนี้ เมื่อได้มาสัมผัส มีความรู้สึกว่า "อย่าขายเลย" ซึ่งมูลค่าขายอาจจะไม่กี่สิบล้าน
เราน่าจะนำมาทำเป็น โมเดลต้นแบบ ในหลักการ 3 ประสาน คือ BAM (เจ้าของทรัพย์), ผู้เชี่ยวชาญ (สถาบันอาศรมศิลป์) และ คนในชุมชน
เพื่อให้ทรัพย์สินนี้เปล่งเสียงความดีงามให้กับแผ่นดินอีกครั้ง
สะท้อนความตั้งใจของ BAM ในการยกระดับการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้เป็น เครื่องมือแห่งการสร้างมูลค่าใหม่ ที่เชื่อมโยงมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน
ตั้งใจให้พื้นที่แห่งนี้เป็น ย่านศิลปะและการออกแบบที่มีชีวิต พร้อมผลักดันเป็นแลนด์มาร์กการท่องเที่ยวแห่งใหม่ เชื่อมต่อเศรษฐกิจกับย่านเมืองเก่าโดยรอบ"
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM กล่าว
Cr. Kanok Shokjaratkul
ร่วมกันพัฒนาให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
"นี่เป็นหนึ่งโอกาสสำคัญที่ สถาบันอาศรมศิลป์ จะได้ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับย่านเมืองเก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานคร
โดยมี บ้านพระพิทักษ์ ในการขับเคลื่อน ผ่านการพัฒนาที่ผสานมุมมองหลากหลายและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตลอดจนภาควิชาชีพด้านต่าง ๆ เช่น ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม การออกแบบเมือง และการบริหารจัดการ ร่วมกันฟื้นฟูย่านให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
ขอบคุณ BAM ที่เล็งเห็นคุณค่าของสินทรัพย์ ไม่ใช่เพียงในมิติมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่รวมถึงคุณค่าทางสังคม วัฒนธรรม ศักยภาพในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน"
อาจารย์ธีรพล นิยม ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันอาศรมศิลป์ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท สถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อม อาศรมศิลป์ จำกัด สถาบันอาศรมศิลป์ กล่าว
Cr. Kanok Shokjaratkul
บ้านต้นแบบเพื่อชุมชนและสังคม
"การมองศักยภาพของพื้นที่บริเวณ ตรอกตึกดิน เราต้องมองให้เห็น ชั้นของเวลา บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญ ทั้งศาลาว่าการ กทม. เสาชิงช้า และย่านเมืองเก่า
ผมเรียกที่นี่ว่า เมืองคนเดิน เมืองที่เคลื่อนไปอย่างช้า ๆ มีความเก่าแก่ที่สะเทือนใจ และมีเสน่ห์มาก
การฟื้นฟูครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปิดประตูทำอยู่ฝ่ายเดียว แต่ต้องเชื่อมโยงกับชุมชน
เราต้องการให้โครงการนี้ งอกงามและโตได้เอง อย่างยั่งยืน ไม่ใช่ต้องคอยเติมเงินอุดหนุนตลอดเวลา เพื่อเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป"
อาจารย์ขวัญสรวง อติโพธิ จากสถาบันอาศรมศิลป์ กล่าว
Cr. Kanok Shokjaratkul
เสียงสะท้อนจากชุมชน
เมื่อจบจากการแถลงข่าวแล้ว ก็ต่อกันด้วยการเสวนา หัวข้อ มุมมองจากชุมชนต่อความยั่งยืน
"ชุมชนของเรามีการรวมตัวกันมานานหลายชั่วอายุคนแล้ว ในสมัยก่อนบรรยากาศที่นี่อบอุ่นมาก ภาพจำในวัยเด็กคือการเข้ามาเล่นในบ้านพระพิทักษ์ ซึ่งมีต้นชมพู่มะเหมี่ยว ที่อร่อยมาก
เราเคยเข้ามาเล่นซ่อนแอบ และเป็นคนส่งจดหมายให้พี่ ๆ ในยุค 80-90
ต่อมาเมื่อไม่มีการส่งเสริมเรื่องการเดินทางหรือการท่องเที่ยว กิจการร้านอาหารฝรั่งในย่านนี้ก็ค่อย ๆ ซบเซาและหายไปพร้อมกับยุคสมัย
กับโครงการฟื้นฟูบ้านพระพิทักษ์ที่ BAM และสถาบันอาศรมศิลป์กำลังดำเนินการ ทางชุมชนรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ดีมากและชาวชุมชนยินดีมาก
ตั้งแต่วันแรกที่มีเจ้าหน้าที่และน้อง ๆ นักศึกษาจากธรรมศาสตร์และจุฬาฯ ลงมาเก็บข้อมูลแผนที่ชุมชน
ศนิสา ฉายาช่าง (เลขาประธานชุมชนตรอกศิลป์-ตรอกตึกดิน) กล่าวในงานเสวนา
Cr. Kanok Shokjaratkul
เราหวังว่าโครงการนี้จะช่วยให้คนในชุมชนมีความสุขและมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการ
อยากให้ดึงผู้เฒ่าผู้แก่มามีส่วนร่วม เช่น การชงกาแฟ หรือแต่งชุดไทยโบราณถ่ายรูป เพื่อให้คนในย่านได้พัฒนาไปพร้อมกัน
อยากฝากท่านรองผู้ว่าฯ ว่าในอีก 8 เดือนข้างหน้าเมื่อโครงการของ BAM ดำเนินการไป เราอยากเห็นความก้าวหน้าและการกระจายรายได้สู่ชุมชน
อยากให้มีกิจกรรมต่อเนื่องเพื่อลดปัญหายาเสพติดและสร้างพื้นที่เรียนรู้อาชีพให้คนในย่านอย่างยั่งยืน"
Cr. Kanok Shokjaratkul
กรุงเทพมหานครพร้อมสนับสนุน
"กรุงเทพมหานครรู้สึกยินดีมาก ต้องขอบคุณ BAM และอาศรมศิลป์ที่เห็นความสำคัญของอาคารประวัติศาสตร์
ปัญหาหลักของ กทม. คือเราไม่สามารถใช้งบประมาณหลวงไปทำนุบำรุงบ้านที่เป็นของเอกชนได้โดยตรง
การที่เอกชนเข้ามาช่วยดูแลจึงเป็นโจทย์สำคัญที่ช่วยรักษาเมืองเก่าไว้ได้
โครงการนี้สอดคล้องกับแนวคิด ย่านสร้างสรรค์ ที่เราเน้นความรู้สึกของคนในย่าน มากกว่าขอบเขตการปกครองของรัฐ
โดยให้ชาวบ้านเป็นเจ้าของและกำหนดทิศทางย่านของตนเอง"
ศานนท์ หวังสร้างบุญ (รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร) กล่าวในงานเสวนา
Cr. Kanok Shokjaratkul
เรามองการพัฒนาเป็น 3 ส่วน คือ Hardware, Software, Peopleware
ฮาร์ดแวร์ เขตจะสนับสนุนเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ปรับปรุงทางเดินให้เดินง่าย น้ำไม่ท่วม นำสายไฟฟ้าลงดิน หรือทำท่าเรือ
ซอฟต์แวร์ สนับสนุนกิจกรรมและงบประมาณตามแผนของย่าน
พีเพิลแวร์ คือคนในชุมชนที่เป็น เจ้าของย่าน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สุด
เราอาจจะเชื่อมโยงย่านนี้เข้ากับโครงการอื่น ๆ เช่น ถนนคนเดินมหรรณพ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง
การทำงานนี้คนเดียวทำไม่ไหว ต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งผู้ประกอบการ ร้านค้า ชุมชน เอกชน และรัฐ
ใครอ่อนแรงตรงไหนอีกคนต้องช่วยเติมเพื่อให้เกิดความยั่งยืน
ตรอกศิลป์ ตรอกตึกดิน มีศักยภาพมาก กทม. จะช่วยประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จักย่านนี้มากขึ้น"
Cr. Kanok Shokjaratkul
พลิกฟื้นมรดก สร้างโอกาสให้ชุมชนอย่างยั่งยืน
จากสินทรัพย์รอขาย สู่คุณค่าทางจิตวิญญาณและชุมชน
"จุดเริ่มต้นและความตั้งใจของโครงการ มาจากตอนที่เราสำรวจสินทรัพย์ในบัญชีหรือ ตู้กับข้าว ของ BAM เราพบว่ามีทรัพย์หลายชิ้นที่มีคุณค่าและความงดงามในเชิงศิลปวัฒนธรรมอย่างมาก เช่น เรือนไทยหรือเรือนปั้นหยาแห่งนี้
ปกติแล้วเวลาเรารับทรัพย์มา เราจะมองหาผู้ซื้อก่อนเป็นอันดับแรก แต่เมื่อผมได้มาเดินตรวจร่วมกับพี่น้องและอาจารย์ธีรพล นิยม ผมรู้สึกว่ามันมี เสียงเรียกจากจิตวิญญาณของบ้านหลังนี้ ว่าไม่ควรถูกขายเปลี่ยนมือเพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไป
และเราเห็นว่าชุมชนรอบข้างมีความแออัดและบางครั้งมีธุรกิจสีเทาปะปนอยู่ เราจึงคิดว่ามันจะดีกว่าไหม ถ้าเราคืนคุณค่านี้ให้ชุมชนสามารถเลี้ยงตัวเองได้"
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM ให้สัมภาษณ์กับ กรุงเทพธุรกิจ
Cr. Kanok Shokjaratkul
"เรามีทรัพย์ แต่ไม่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษา จึงเชิญผู้เชี่ยวชาญจาก สถาบันอาศมศิลป์ และ Urban Alley เข้ามาให้แนวคิดและช่วยบูรณะบ้านให้งดงามเหมือนในอดีต
เราต้องการสร้างงาน และให้คนในชุมชนเข้ามาเป็น หุ้นส่วน ด้วยการขายทรัพย์แบบผ่อนชำระระยะยาว 30-50 ปี ให้กับวิสาหกิจชุมชน
สมมติว่าชุมชนผ่อนปีละ 1 ล้านบาท BAM จะคืนเงินจำนวนนั้นกลับไปในรูปแบบของ CSR Funding เพื่อให้เขาใช้ดำเนินโครงการต่อได้
Cr. Kanok Shokjaratkul
เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างแรงบันดาลใจและให้โอกาส คนตัวเล็ก ๆ ที่เคยฝันสลาย ให้บ้านหลังนี้กลับคืนคุณค่าสู่สังคมไทยอีกครั้ง
ขั้นตอนถัดไปคือการสนับสนุนงบประมาณในการบูรณะเพิ่มเติม โดยเฉพาะส่วน Back of the House เพื่อรองรับการเปิดเป็น โรงเรียนสอนทำอาหารไทยโบราณและขนมไทยโบราณ
นอกจากนี้ อาคารด้านข้างจะถูกพัฒนาเป็น Boutique Hotel ขนาดเล็กประมาณ 10-15 ห้อง เพื่อเป็นโมเดลการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของชุมชน
ในภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบากทุกคนได้รับผลกระทบ เราจะบริหารหนี้เสียและบริหาร ความฝันที่แตกสลาย เราคุ้นชินกับการทำงานบนความทุกข์มาตลอด 27 ปี
Cr. Kanok Shokjaratkul
ผมอยากให้กำลังใจว่า ทุกคนสามารถเข้ามาปรับโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืนกับเราได้
นอกจากนี้ เรายังมีโครงการ ทรัพย์มหาชน และ ทรัพย์มหาชน พลัส เพื่อช่วยให้ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ตัวเล็ก ๆ ได้มีบ้านหลังแรกเป็นของตัวเอง
เราหวังว่าโครงการ ทรัพย์แผ่นดิน จะเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนร่วมธุรกิจ AMC อื่น ๆ อีกกว่า 80 แห่ง
ใน ตู้กับข้าว ของเรายังมีทรัพย์ที่คล้ายกันอีกประมาณ 4-5 หลัง อยู่ที่ แพร่, เชียงใหม่, ตรัง และสงขลา
หากโครงการ Flagship ที่บ้านพระพิทักษ์นี้ประสบความสำเร็จ เราจะใช้โมเดลนี้ ในจังหวัดอื่นๆ เพื่อเปลี่ยนทรัพย์ร้างให้มีจิตวิญญาณและสร้างธุรกิจให้ชุมชนเลี้ยงตัวเองได้ ต่อไป"
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul





