การเดินทางลงพื้นที่ไปกับ มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ที่จังหวัดนราธิวาสและยะลา เพื่อติดตามการทำงานที่ผ่านมา นำมาเป็นโมเดลต้นแบบไปพัฒนาให้กับพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป
มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ รวมพลังสร้างชุมชนยั่งยืน น้อมนำหลักการทรงงานรัชกาลที่ 9 เป็นแนวทางพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้อยู่รอดอย่างยั่งยืน
ขับเคลื่อน 10 หมู่บ้านต้นแบบตามแนวพระราชดำริ เทิดพระเกียรติในวาระ 100 ปีชาตกาล วันพระบรมราชสมภพฯ ปี 2570
ชู 2 ชุมชน บ้านโคกยามู อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และ บ้านจำปูน อ.รามัน จ.ยะลา เป็นตัวอย่างการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ และปฏิบัติ บนฐานทรัพยากร ในสังคมพหุวัฒธรรม
Cr. Kanok Shokjaratkul
ทางรอด ท่ามกลางวิกฤติ
"ประเทศไทยกำลังเผชิญกับผลกระทบของสงคราม การน้อมนำหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
มาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เข้มแข็ง ยั่งยืน บนพื้นฐานของแนวทางที่สร้างความสมดุล เพียงพอ และมีภูมิป้องกันตนเอง
จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤต เป็นทางรอดให้กับทุกคนได้
หลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ยังได้รับการยกย่องจากสหประชาชาติว่า เป็นแนวทางสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกและแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในเอเชีย ได้อีกด้วย"
กฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ กล่าวในการลงพื้นที่ วันที่ 30 มีนาคม 2569
Cr. Kanok Shokjaratkul
"การน้อมนำแนวปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ไปสู่การปฏิบัติ เป็นพันธกิจที่ มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ และ สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ
ดำเนินงานส่งเสริมองค์ความรู้และการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ เพื่อให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้อย่างเป็นขั้นตอน อยู่รอด พอเพียง ยั่งยืน
โดยพัฒนาครอบคลุมด้านน้ำ, ดิน, อาชีพ, รายได้, ความเข้มแข็งชุมชน และสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ 22 จังหวัด
ในวาระครบรอบ 100 ปีชาตกาล วันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในปี 2570
Cr. Kanok Shokjaratkul
มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ ได้คัดเลือกตัวอย่างชุมชนเข้มแข็งที่น้อมนำแนวพระราชดำริ
ครอบคลุมหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการพัฒนาที่ยั่งยืนไปปฏิบัติใช้อย่างเป็นรูปธรรม
จนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน จำนวน 10 หมู่บ้านใน 10 พื้นที่ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9
แนวทางการคัดเลือกพิจารณาจากปัจจัยที่ประชาชนในพื้นที่สามารถแก้ปัญหาที่ทำกิน ปรับปรุงแหล่งน้ำอุปโภคบริโภค พัฒนาคุณภาพดิน ทำเกษตรแบบพึ่งพาตนเอง ช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ครัวเรือน
ชุมชนมีความพร้อมที่จะพัฒนาไปสู่การพึ่งพาตนเองได้ ขยายการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น"
Cr. Kanok Shokjaratkul
หมู่บ้านต้นแบบการพัฒนา
วิถีชุมชน ที่หล่อหลอมตามแนวพระราชดำริ จึงควรค่าแก่การศึกษาเรียนรู้ และนำไปใช้เป็นต้นแบบ โดยมีหมู่บ้านที่ได้รับการคัดเลือก 10 แห่ง ดังนี้
1. บ้านยอด ตำบลยอด อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน
2. บ้านห้วยม่วง ตำบลแม่นาวาง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
3. บ้านโคกล่าม ตำบลกุดหมากไฟ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี
4. บ้านแสงอร่าม ตำบลกุดหมากไฟ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี
5. บ้านโพนงาม ตำบลโพนงาม อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์
6. บ้านโป่งลึก ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี
7. บ้านบางกลอย ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี
8. บ้านจำปูน ตำบลท่าธง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา
9. บ้านโคกยามู ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส
10. บ้านเหล่าฝ้าย ตำบลเหล่ากวาง อำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ
Cr. Kanok Shokjaratkul
หลักการทรงงานใช้ได้จริง
จากการลงพื้นที่สองจังหวัดในครั้งนี้ ทำให้เห็นว่ามีการนำหลักการทรงงานของรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ดังนี้
บ้านโคกยามู ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส
มีปัญหาเรื่อง 1) ดินเปรี้ยว 2) ที่ดินทับซ้อนกับเขตป่าสงวน 3) ปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อทำเกษตร
เริ่มจาก เข้าใจ : ศึกษาปัญหาวิเคราะห์ดิน / เข้าถึง : สร้างศรัทธาด้วย Quick Win แก้ปัญหาน้ำด้วยการล้างบ่อบาดาล ปรับปรุงดินเปรี้ยวด้วยวิธีแกล้งดินและห่มดิน / พัฒนา : ต่อยอดสู่ความยั่งยืน ด้วยการลดใช้สารเคมี ส่งเสริมการปลูกแตงโม ฟื้นฟูหัตถกรรมงานจักสานกระจูด และพืชทางเลือกอื่นๆ มาผสมผสาน เช่น สมุนไพร ผักสลัด ข้าวโพดอาหารสัตว์ขายทั้งต้น
หลักการทรงงาน 1) ระเบิดจากข้างใน : เริ่มที่ใจคน ให้ความรู้ลดใช้สารเคมี ปลูกพืชผักมูลค่าสูง เช่นผักสลัด สมุนไพร 2) ทำตามลำดับขั้น : เริ่มเล็กเพื่อขยายใหญ่ ทดลองทำจากแปลงตัวอย่างก่อนแล้วขายผลสู่ 66.1 ไร่ 3) การมีส่วนร่วม :ส่งเสริมการรวมกลุ่มให้ประชาชนบริหารจัดการกันเอง
Cr. Kanok Shokjaratkul
บ้านจำปูน ตำบลท่าธง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา
มีปัญหาเรื่อง 1) น้ำ ไม่มีอุปโภค-บริโภค 2) วิกฤติแรงงาน วัยแรงงานย้ายไปรับจ้างต่างถิ่น 3) ปลูกพืชเชิงเดี่ยว ยางพารา อย่างเดียว ผลผลิตข้าวตกต่ำ ไม่เพียงพอบริโภคในครัวเรือน 4) เลี้ยงวัวแบบปล่อย ไปกินผลผลิตชาวบ้าน 5) ปัญหายาเสพติด 6) สุขภาวะเปราะบาง
เริ่มจาก เข้าใจ : สร้างคน ฝึกอบรมเยาวชน ผู้นำ เปลี่ยนวิธีการทำงานมาพึ่งตนเองตามแนวพระราชดำริ แทนที่จะรอการช่วยเหลืออย่างเดียว / เข้าถึง : สร้างความเชื่อมั่น แก้ปัญหาเร่งด่วน น้ำคือชีวิต ขุดบ่อบาดาล กระจายสู่พื้นที่เกษตร / พัฒนา : ต่อยอดทฤษฎีใหม่ เปลี่ยนจากพืชเชิงเดี่ยว ยางพารา เป็นเกษตรกรรมผสมผสาน และรวมกลุ่มเพื่อความยั่งยืน
หลักการทรงงาน 1) ระเบิดจากข้างใน : เริ่มจากความต้องการของคนในชุมชน นำเยาวชนและผู้นำไปเรียนรู้งานนอกพื้นที่ เริ่มพัฒนาระบบน้ำ 2) ศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ : รับฟังความคิดเห็นชาวบ้านนำมาจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้าน 3) การมีส่วนรวมและธรรมภิบาล : ชาวบ้านร่วมวางแผน ต่อท่อส่งน้ำ บริหารจัดการกองทุนน้ำ รวมกลุ่มอาชีพ 4) ทำตามลำดับขั้น : เริ่มจากสร้างพื้นฐานความพอกินพอใช้ (ระดับอยู่รอด) ก่อนขยายไปรวมกลุ่ม (ระดับพอเพียง) และเชื่อมโยงเครือข่ายภายนอก (ระดับยั่งยืน)
Cr. Kanok Shokjaratkul
พัฒนาจากฐานรากสู่ความยั่งยืน
"การทำงานให้ประสบผลสำเร็จมีปัจจัย 2 ส่วน อย่างแรกคือ การยึดแนวพระราชดำริและหลักการทรงงานของรัชกาลที่ 9 โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาแหล่งน้ำและอาชีพ
อย่างที่สองคือ การมีส่วนร่วมของประชาชน ชาวบ้านที่นี่มีความกระตือรือร้น ไม่ได้นั่งรอความช่วยเหลือเพียงอย่างเดียว
แต่พร้อมเรียนรู้และลงมือทำ เช่น การสละแรงงานไปขุดคลองหรือต่อท่อส่งน้ำ มีการเก็บเงินกลุ่มไว้ซ่อมแซมระบบในอนาคต
จุดแข็งของชาวบ้านในพื้นที่ที่เห็นชัดเจนที่สุดคือ การรวมกลุ่มและการเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อส่วนรวม"
กฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ ให้สัมภาษณ์หลังการลงพื้นที่
Cr. Kanok Shokjaratkul
"ยกตัวอย่างเรื่องการทำนา จากเดิมที่ต่างคนต่างทำได้ผลผลิตน้อย แต่พอมาเรียนรู้การคัดพันธุ์ข้าวและวางแผนการปลูกร่วมกันเป็นกลุ่ม ผลผลิตก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ในแง่ของการตลาด เรามีการวางแผนโดยใช้หลัก การตลาดนำการผลิต
เช่น การเลือกปลูกอ้อยในพื้นที่นี้ เพราะอ้อยทนน้ำท่วมและมีตลาดรองรับชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลถือศีลอดของพี่น้องมุสลิมที่ต้องการของหวาน
Cr. Kanok Shokjaratkul
นอกจากนี้ เรายังเชื่อมโยงกับ Modern Trade เช่น แม็คโคร โลตัส บิ๊กซี เลมอนฟาร์ม เพื่อเป็นช่องทางกระจายสินค้าของชาวบ้าน
โดยขอความร่วมมือผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อให้ร้านสะดวกซื้อเหล่านี้รับซื้อผลผลิตในพื้นที่ด้วย
นอกจากเรื่องการเกษตรแล้ว ยังมีปัญหาหรือความท้าทายด้านสังคมอยู่ 2-3 เรื่อง คือเรื่อง ยาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น และปัญหาแม่วัยใส (ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร) ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว
Cr. Kanok Shokjaratkul
อีกเรื่องคือความมั่นคง พื้นที่ 66 ไร่ในนราธิวาสเคยเป็นพื้นที่รกร้างและเป็นที่หลบซ่อนของผู้ก่อความไม่สงบ พอเราเข้าไปพัฒนาให้ชาวบ้านได้ทำมาหากิน ปัญหานี้ก็หมดไป เมื่อชาวบ้านมีกินมีใช้ เขาก็ให้ความร่วมมือกับรัฐมากขึ้น
โมเดลนี้เราได้ขยายผลไปที่ อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา ด้วย เพราะพื้นที่นั้นมีปัญหาขาดแคลนน้ำเหมือนกัน และมีปัญหาช้างป่ารบกวน
เรากำลังเร่งเจาะบ่อบาดาลเพื่อช่วยเกษตรกร 60 ครอบครัวที่ปลูกหม่อนไหมให้สามารถอยู่รอดได้ภายใน 6 เดือน โดยไม่ต้องย้ายกลับเข้าไปในป่าอีก
Cr. Kanok Shokjaratkul
เป้าหมายสูงสุดของการทำงาน เรามีหลักการ 3 ขั้น คือ อยู่รอด, พอเพียง, ยั่งยืน (เหลือใช้)
เมื่อชาวบ้านเข้มแข็งจนสามารถพึ่งพาตนเองได้ เราก็จะถอนตัวออกมา เพื่อให้เขารวมกลุ่มบริหารจัดการกันเอง โดยมีส่วนราชการเป็นพี่เลี้ยงต่อไป
ในปี 2570 เราจะโชว์ผลงานใน 10 หมู่บ้านต้นแบบ เพื่อพิสูจน์ว่า ทฤษฎีของรัชกาลที่ 9 ทำได้จริงและเห็นผลจริง เพื่อให้เป็นคู่มือการเรียนรู้สำหรับพื้นที่อื่นต่อไป
Cr. Kanok Shokjaratkul
ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เรามีคำแนะนำให้กับชาวบ้านว่า ควรลดต้นทุน เช่น สอนให้ชาวบ้านทำปุ๋ยใช้เองจากเศษวัสดุในพื้นที่ แทนการซื้อปุ๋ยเคมีราคาแพง
และสนับสนุนการเก็บเม็ดพันธุ์ข้าวหรือพืชผักเอง เพื่อลดการพึ่งพานายทุนและบริษัทใหญ่
การบูรณาการร่วมกันระหว่างกรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน และกรมส่งเสริมการเกษตรจึงสำคัญมากในการผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จ"
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul





