วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

‘อัญชัน’ เส้นทาง 'นักเขียนสองภาษา' สู่วรรณกรรมอมตะร่วมสมัย

‘อัญชัน’ เส้นทาง 'นักเขียนสองภาษา' สู่วรรณกรรมอมตะร่วมสมัย

แลนดิ้งกลับสู่ประเทศไทยในรอบสิบปี สำหรับ อัญชัน หรือ อัญชลี วิวัธนชัย นักเขียนรางวัลซีไรต์ ประจำปี 2533 จากผลงานรวมเรื่องสั้นชุด อัญมณีแห่งชีวิต ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

เพื่อมาเปิดตัวหนังสือ The Stalker : ปริศนานักล่า (ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ) และ The Jewels of Life : อัญมณีแห่งชีวิต (ภาษาอังกฤษ)

นักเขียนสองภาษา ถ่ายทอดความเป็นไทยสู่สากล

"เริ่มเขียนหนังสือตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เขียนนิยายให้เพื่อนอ่าน จนเพื่อนไม่ยอมอ่านหนังสือสอบเลย ซึ่งตอนนั้นยังไม่ค่อยชำนาญเท่าไร แล้วก็ไปใช้ชีวิตและสร้างสรรค์ผลงานอยู่ในอเมริกา

การใช้ชีวิตในต่างแดน มีข้อเสียเปรียบ คือ ไม่มี Connection มันโดดเดี่ยวมาก เหมือนโยนจดหมายใส่ขวดลงในมหาสมุทร แล้วหวังว่ามีใครอีกฝั่งเห็น หรือได้รับแล้วแกะมันออกมาอ่าน

ส่วนข้อได้เปรียบ คือ เรามีอิสระ เราเขียนเพราะมี Passion ไม่ต้องเขียนตามกระแส หรือเอาใจใคร การได้ไปดูนั่นดูนี่ บางทีการหลงทางก็ทำให้ได้มุมมองแปลกใหม่ที่ยังไม่มีใครเข้าถึง

อย่างในนิวยอร์กที่อยู่ จะมีทั้งสิ่งเลวร้ายที่สุดและดีที่สุดปะปนกัน นครที่ไม่เคยหลับใหลนี้สร้างนักเขียนอย่างเราขึ้นมาผ่านซอกมุมต่าง ๆ "

อัญชัน เล่าถึงความเป็นมา กว่าจะมาเป็นนักเขียนให้ฟัง

‘อัญชัน’ เส้นทาง 'นักเขียนสองภาษา' สู่วรรณกรรมอมตะร่วมสมัย

Cr. Kanok Shokjaratkul

ประสบการณ์วัยเด็ก สร้างสมความเป็นตัวตน

"ตอนเด็กกับตอนนี้เหมือนเป็นคนละคนกันเลยค่ะ ตอนเด็กเป็นเด็กธรรมดาที่ชอบอ่านหนังสือและชอบตั้งคำถาม

คุณพ่อมีส่วนช่วยมาก ท่านเป็นนักสะสมหนังสือตัวยง โดยเฉพาะหนังสือภาษาอังกฤษ

ที่สำคัญ ชื่อ อัญชัน คุณพ่อเป็นคนตั้งให้ ท่านบอกว่าชื่ออัญชลี งั้นก็ อัญชัน แล้วกัน ท่านชอบเล่าเรื่องผีหรือเรื่องต่าง ๆ ให้ฟังจนเกิดจินตนาการ ส่วนตอนเรียนอักษรฯ จุฬาฯ ก็เข้มข้นมาก ได้เรียนภาษาไทยและบทกวี

จุดเริ่มต้นที่ทำให้เป็นนักเขียน ก็แปลกมาก เกิดจากการไปดูคอนเสิร์ต Michael Jackson แล้วประทับใจการเต้นของเขามาก จนอยากถ่ายทอดความรู้สึกนี้ให้เพื่อนคนไทยได้รับรู้

ก็เลยเขียนส่งไปที่ ลลนา บรรณาธิการในตอนนั้น คุณนันทวัน ได้รับแล้วก็บอกว่าให้ส่งเรื่องสั้นมาอีก

เราก็ส่งเรื่องแรกไปคือ แม่ครับ ปรากฎว่าได้รับคัดเลือกให้เป็นเรื่องสั้นดีเด่นประจำปีของสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย ทำให้เรามั่นใจว่ามาทางนี้ได้"

‘อัญชัน’ เส้นทาง 'นักเขียนสองภาษา' สู่วรรณกรรมอมตะร่วมสมัย

Cr. Kanok Shokjaratkul

จากภาษาไทยสู่ภาษาอังกฤษ

"การเป็นนักเขียนสองภาษา ต้องทุ่มเทและเสียสละชีวิตส่วนอื่นมาก ไม่ใช่แค่พรสวรรค์ แต่เกิดจากการฝึกฝน

ประกอบกับตอนอยู่อเมริกาไม่มีภาษาไทยให้เลือกอ่านมากนัก จึงต้องอ่านภาษาอังกฤษจนซึมซับการใช้ภาษาไปเอง

แรงผลักดันที่ทำให้เริ่มเขียนเป็นภาษาอังกฤษ มาจาก คุณอาทร เตชะธาดา ชวนให้ลองเขียนเรื่องสั้นภาษาอังกฤษลงในนิตยสาร Elite Plus

เรื่องแรกคือ Thanks for Being เป็นเรื่องของคนตาบอด ที่พาคนตาดีออกจากตึกตอนไฟดับ เพื่อบอกว่าคนตาบอดไม่ได้พิการเสมอไปในบางสถานการณ์

‘อัญชัน’ เส้นทาง 'นักเขียนสองภาษา' สู่วรรณกรรมอมตะร่วมสมัย

Cr. Kanok Shokjaratkul

การเขียนงานเป็นภาษาไทยกับภาษาอังกฤษมีความยากง่ายแตกต่างกัน

ภาษาอังกฤษมีความเป็น คณิตศาสตร์ ต้องแม่นไวยากรณ์และโครงสร้าง

ส่วน ภาษาไทย เป็นภาษาของ กวี มีการรับรู้ทางแสง เสียง สี และสัมผัสที่อลังการมาก ภาษาไทยเสียเปรียบเรื่องคำที่เป็นนามธรรม (Abstract) ซึ่งทางฝั่งตะวันตกจะมีศัพท์พวกนี้เยอะกว่า

ปัจจุบันมีผลงานภาษาอังกฤษออกมาแล้ว 6 เล่ม ได้แก่ The Stalker, The Last Breath, Once Upon A Dream, Hispers from the Other World, The Dream Digger, A Message in the Box  วางขายใน Amazon และ Barnes & Noble"

‘อัญชัน’ เส้นทาง 'นักเขียนสองภาษา' สู่วรรณกรรมอมตะร่วมสมัย

เปิดตัวสองเล่มใหม่

"วันนี้มาเปิดตัวหนังสือเรื่อง The Stalker : ปริศนานักล่า ได้รับการรีวิวจากเว็บไซต์ระดับอินเตอร์อย่าง Kirkus Reviews เขาให้คะแนน 5 ดาว ถือเป็นก้าวที่ดีที่ได้นำวัฒนธรรมไทยไปสู่สากล ไม่น้อยหน้าญี่ปุ่นหรืออินเดีย

ผลงานชิ้นนี้เกิดมาจากคำถามที่ว่า ทำไมมนุษย์ถึงต้องมีความทุกข์ ไม่ว่าเขาจะเป็นคนดีหรือคนเลวก็ตาม ทุกคนก็มีความทุกข์หมด

จึงตั้งทฤษฎีใหม่ขึ้นมาเพื่ออธิบายความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ทุกยุคทุกสมัย โดยสมมติถึงตัวละครตัวหนึ่งที่ชื่อว่า The Staler หรือภาษาไทยคือ นักล่า

นักล่านี้ไม่ใช่คน แต่มาจากอีกมิติหนึ่งหรืออีกฝั่งของจักรวาลที่เรียกว่า สสารมืด เขาเติบโตขึ้นมาจากจุดเล็ก ๆ จนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีมิติและต้องการอาหารเพื่ออยู่รอด ซึ่งอาหารของเขาก็คือ ความทุกข์ของมนุษย์

เช่น ตัณหาราคะคือกรดของเขา ส่วนความเกลียดและความโกรธคือคาร์โบไฮเดรตที่สร้างพลังงานมหาศาล ยิ่งเราโกรธเขาก็ยิ่งโตขึ้นจนสามารถครองโลกได้ เพราะหากไม่มีพวกเรา เขาก็อยู่ไม่ได้

ส่วน ศัตรูของนักล่า คือ พระพุทธเจ้า ที่สอนให้คนไม่มีการเกิดและพ้นจากวงจรนี้ แต่ นักล่า ต้องการให้มนุษย์โกรธและรบราฆ่าฟันกัน เขาจึงพยายามรังควานพระพุทธเจ้ามาตลอด

‘อัญชัน’ เส้นทาง 'นักเขียนสองภาษา' สู่วรรณกรรมอมตะร่วมสมัย

ในขณะที่มีเพียงส่วนน้อยที่พ้นน้ำไปได้ ส่วนที่เหลือยังคงเป็นอาหารของเขา และเขาก็เป็นตัวบงการที่กระตุ้นให้เกิดสงครามทุกยุคทุกสมัยเพื่อให้ตนเองอยู่รอดได้

ต้องการสะท้อนว่า นักล่า หรือซาตานตัวนี้ไม่เคยหายไปไหนเลย แต่ตัวเอกในเรื่องได้ค้นพบความจริงจากการสนทนากับนักล่า จนเกิดความสงสารเพื่อนมนุษย์ที่ตกอยู่ในวงล้อแห่งการทำลายล้าง

และพบว่าสิ่งเดียวที่จะสลายนักล่าตัวนี้ได้คือ การให้อภัย ซึ่งทำได้ยากมาก เราก็ให้ความหวังว่ามนุษย์จะไม่พ่ายแพ้

และวันหนึ่งจะมี พระพุทธเจ้าคนที่สอง ลุกขึ้นมาช่วยให้เราหลุดพ้นจากความทุกข์ที่ไม่มีเหตุผลนี้ สะท้อนความจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอย่างเหตุการณ์ในอิสราเอลหรืออเมริกาด้วย

อีกเล่มหนึ่ง คือ The Jewels of Life : อัญมณีแห่งชีวิต รวมเรื่องสั้น 11 เรื่อง ฉบับภาษาอังกฤษ สะท้อนประสบการณ์ชีวิตในแง่มุมที่ต่างกันไป

เดิมทีเขียนเป็นภาษาไทยเมื่อหลายปีก่อนตอนที่ได้รับรางวัล แล้วก็นำมาถ่ายทอดเป็นเวอร์ชันภาษาอังกฤษด้วยตัวเองเมื่อไม่นานมานี้"

‘อัญชัน’ เส้นทาง 'นักเขียนสองภาษา' สู่วรรณกรรมอมตะร่วมสมัย

Cr. Kanok Shokjaratkul

การเขียนคือลมหายใจ

"ถ้าวันหนึ่งเราเขียนหนังสือไม่ได้ ก็ไม่รู้จะอยู่ไปเพื่ออะไร เพราะการเขียนคือ ลมหายใจของเรา

ทางการแพทย์บอกว่านักเขียนบางคนมีอาการ Hypergraphia คือมีความต้องการเขียนอย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลต่อสมองซีกขวาและการปรับตัวด้านอื่นของชีวิต มันคือความสุขที่ต้องแลกมากับความทุกข์ (Suffer)

ความแตกต่างของคนรุ่นก่อนกับคนสมัยนี้คือ สมัยนี้โชคดีที่มีเทคโนโลยีและ AI ช่วยค้นคว้า แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือ สุนทรียภาพ (Metaphysics)

ยุคนี้ทุกอย่างเน้นความรวดเร็ว แข่งขันกันเป็นที่หนึ่ง จนละเลยเรื่องความงดงามของถ้อยคำหรือปัญหาครอบครัวและสังคมที่ควรถูกนำมาพูดถึง

ฝากถึงผู้อ่าน ทั้ง ปริศนานักล่า และ อัญมณีแห่งชีวิต เป็นงานที่ทำด้วยใจรักจริง ๆ เขียนออกมาจากหัวใจและอยากให้ทุกบรรทัดคุ้มค่ากับเงินที่ผู้อ่านเสียไป หวังว่าทุกคนจะได้รับอะไรกลับไปจากการอ่านหนังสือสองเล่มนี้"

‘อัญชัน’ เส้นทาง 'นักเขียนสองภาษา' สู่วรรณกรรมอมตะร่วมสมัย

Cr. Kanok Shokjaratkul

The Stalker : ปริศนานักล่า

"เป็นเล่มที่ตอบคำถามที่ดิฉันเคยสงสัยมาตลอดเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างความเป็นไทยกับสากลในงานของอัญชัน

ในอดีตงานรวมเรื่องสั้น อัญมณีแห่งชีวิต สะท้อนภาพสังคมไทยไว้อย่างเข้มข้นจนคิดว่าเธออาจจะเชื่อมต่อกับโลกตะวันตกไม่ได้

แต่พอมาถึง ปริศนานักล่า อัญชันสามารถนำเอาบริบทสังคมไทยสมัยต้นรัตนโกสินทร์ที่มีความเป็นไทยอย่างยิ่ง มาเชื่อมโยงกับคำถามที่เป็นสากลได้อย่างลงตัว"

ชมัยภร แสงกระจ่าง ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ พูดถึง The Stalker ปริศนานักล่า

"จุดเด่นคือการตั้งคำถามว่า ทำไมมนุษย์จึงต้องมีความทุกข์ เธอฉายให้เห็นว่าความทุกข์เกิดจากกิเลสและการไม่รู้ตัวภายในใจมนุษย์

งานชิ้นนี้ก้าวข้ามขอบเขตของศาสนาพุทธไปสู่คำตอบของความเป็นมนุษย์ในระดับสากล และแสดงให้เห็นว่าโลกทั้งใบนั้นเป็นใบเดียวกัน

นอกจากนี้ยังมีกลวิธีวางปมที่น่าติดตาม และเลือกใช้ชื่อตัวละครที่มีความหมายลึกซึ้ง เช่น ปราณ ที่แปลว่าลมหายใจ

สิ่งที่ทำให้งานเขียนชิ้นหนึ่งกลายเป็น วรรณกรรมคลาสสิก ที่ยั่งยืน คือ วรรณกรรมนั้นมีสิ่งที่ไปถูกจริตกับความเป็นมนุษย์ส่วนใหญ่ และให้คำตอบบางอย่างที่มนุษย์ทั่วไปหาคำตอบไม่ได้"

‘อัญชัน’ เส้นทาง 'นักเขียนสองภาษา' สู่วรรณกรรมอมตะร่วมสมัย

Cr. Kanok Shokjaratkul

The Last Breath : มนุษย์ครึ่งทาง

"งานชิ้นนี้อยู่ในกระแสร่วมสมัยระดับโลกที่เรียกว่า Post-human หรือยุคที่มนุษย์ไม่ได้เป็นศูนย์กลางของเรื่องเล่าอีกต่อไป ในโลกแบบดิสโทเปีย (Dystopia) ที่อัญชันสร้างขึ้น มนุษย์ถูกลดทอนอำนาจและถูกควบคุมโดยสภาพแวดล้อมหรือเทคโนโลยี

แก่นสำคัญคือเรื่องของ เสรีภาพในการหายใจ ในสภาวะที่โลกวิกฤตจนแม้แต่ลมหายใจยังถูกควบคุม อัญชันตั้งคำถามว่า คุณค่าของความเป็นมนุษย์คืออะไร

คำตอบคือ เสรีภาพที่มนุษย์จะสามารถเลือกได้ด้วยตนเอง แม้จะเป็นเพียงการตัดสินใจสูดลมหายใจเฮือกสุดท้ายอย่างมีอิสระก็ตาม"

รศ.ดร. ตรีศิลป์ บุญขจร นักวิชาการวรรณกรรม พูดถึง มนุษย์ครึ่งทาง

"งานของอัญชันเล่มนี้มี ลายเซ็น ที่ชัดเจนในการใช้ความย้อนแย้ง (Paradox) มาท้าทายมายาคติหรือสิ่งที่เราคุ้นชินจนไม่เคยตั้งคำถาม

สิ่งที่ทำให้งานเขียนกลายเป็น วรรณกรรมคลาสสิก ที่ยั่งยืน คือการที่งานชิ้นนั้นเป็น ผู้บุกเบิก และมีคุณค่าเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ คนอ่าน ซึ่งเป็นผู้ให้คุณค่านั้นเอง"

‘อัญชัน’ เส้นทาง 'นักเขียนสองภาษา' สู่วรรณกรรมอมตะร่วมสมัย

Once Upon a Dream : กาลครั้งหนึ่งในความฝัน

"ในมุมมองของนักจิตวิทยา 'Once Upon a Dream : กาลครั้งหนึ่งในความฝัน' เป็นงานเขียนที่ตัวละครเด็กในเรื่องเผชิญกับเหตุการณ์รุนแรงซ้ำ ๆ ในครอบครัวในช่วงวัยที่ต้องการความมั่นคงทางอารมณ์

เมื่อเขาไม่มี เซฟโซน หรือที่พึ่งทางใจ เขาจึงสร้างกลไกการรับมือด้วยการ แยกตัวเอง ออกจากความเป็นจริง เพื่อรักษาจิตใจเอาไว้ จนกลายเป็นสภาวะที่แยกแยะความจริงกับความฝันไม่ออก"

พัชญ์ภารัณ กรณ์วณิชพัชร์ นักจิตวิทยาการปรึกษา ฝ่ายส่งเสริมสุขภาวะนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พูดถึง Once Upon a Dream กาลครั้งหนึ่งในความฝัน

"สิ่งที่นักเขียนสื่อสารออกมาได้ดีคือการแสดงให้เห็นว่า หากมนุษย์ไม่เผชิญหน้ากับความรู้สึกที่เกิดขึ้น แต่เลือกที่จะเก็บกดหรือหลีกหนี บาดแผลนั้นจะเรื้อรังและท่วมท้นใจไปเรื่อย ๆ

สำหรับผม วรรณกรรมที่ดีคือเล่มที่ให้ข้อคิดที่ ทัชใจ และเป็นเหมือนเข็มทิศนำทางในวันที่เราหลงทางหรือไม่รู้จะจัดการใจตัวเองอย่างไร ซึ่งงานของอัญชันทำหน้าที่นั้นได้ดีมาก

สิ่งที่ทำให้งานเขียนชิ้นหนึ่งกลายเป็น วรรณกรรมคลาสสิก ที่ยั่งยืนคือ ประโยคสั้น ๆ ในหนังสือที่เปลี่ยนมุมมองหรือให้กำลังใจคนอ่านได้ ถือเป็นคุณค่ามหาศาลที่ทำให้งานเขียนนั้นยังคงอยู่"

สำหรับแฟน ๆ ที่อยากติดต่อสื่อสารกับอัญชัน สามารถพูดคุยกันได้ที่ Facebook Fanpage  อัญชัน Anchalee Viva (https://www.facebook.com/profile.php?id=61584152855378)

‘อัญชัน’ เส้นทาง 'นักเขียนสองภาษา' สู่วรรณกรรมอมตะร่วมสมัย

Cr. Kanok Shokjaratkul

‘อัญชัน’ เส้นทาง 'นักเขียนสองภาษา' สู่วรรณกรรมอมตะร่วมสมัย

Cr. Kanok Shokjaratkul