โครงการเจ้าชายน้อยภาษาถิ่นไทย ร่วมกับ สมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแหงประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ และ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร จัดงานเปิดตัวหนังสือ เจ้าชายน้อย ฉบับภาษาบาลี และของที่ระลึกจากมูลนิธิรามาธิบดี คอลเลคชั่น เจ้าชายน้อย วัดโพธิ์
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569 ณ โรงเรียนสุขุมาลยธัมมุทิส วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ
โดยมี รองศาสตราจารย์ คุณหญิงวงจันทร์ พินัยนิติศาสตร์ อุปนายกสมาคมครูภาษาฝรั่งเศส แห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ กล่าวรายงาน, สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร กล่าวสัมโมทนียกถา,
ฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย, ฌ็อง-มาร์ก พร็อพสต์ ผู้ก่อตั้ง มูลนิธิ ฌ็อง-มาร์ก พร็อพสต์ เพื่อเจ้าชายน้อย, นิโกลาส์ เดลซาลล์ ตัวแทนเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิอ็องตวน เดอ แซ็งเต็กซูเปรี เพื่อเยาวชน และพรรณสิรี คุณากรไพบูลยศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดี เข้าร่วมงาน
Cr. Kanok Shokjaratkul
มีกิจกรรมการอ่าน เจ้าชายน้อย เป็นภาษาฝรั่งเศส – ไทย – บาลี
โดย โตมา โบ๊ด (ภาษาฝรั่งเศส), งามพรรณ เวชชาชีวะ (ภาษาไทย), รองศาสตราจารย์ดร.ณัชพล ศิริสวัสดิ์ และ ดร.อรุณวรรณ คงมีผล ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะอักษรศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย (ภาษาบาลี)
ต่อด้วยเสวนา เรื่อง เจ้าชายน้อย ในแสงแห่งพุทธธรรม - Le Petit Prince à la lumière du buddhisme
โดย พระมหาสฐิรวิช สมฺภโว วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ผู้แปล, ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน, รองศาสตราจารย์ ดร.จุฑารัตน์ เบญจฤทธิ์ อดีตอาจารยภาควิชาภาษาฝรั่งเศส คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, สุพจน์ โล่ห์คุณสมบัติ ผู้ก่อตั้งโครงการเจ้าชายน้อยภาษาถิ่น ดำเนินรายการโดย ทรงกลด บางยี่ขัน
Cr. Kanok Shokjaratkul
'เจ้าชายน้อย'ในมิติภาษาบาลี
"เจ้าชายน้อย เป็นผลงานของ อ็องตวน เดอ แซ็งแตกซูเปรี ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ตีพิมพ์กว่า 200 ล้านเล่ม และแปลเกือบ 600 ภาษา
ความสำเร็จนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนเล่ม แต่อยู่ที่แนวคิดปรัชญาที่ยังคงร่วมสมัย
บริบทตอนที่เขียนคือปี ค.ศ. 1942 ช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะที่ฝรั่งเศสถูกเยอรมันยึดครอง แซ็งแตกซูเปรี จึงลี้ภัยไปอยู่นิวยอร์ก
งานเขียนยุคนั้นนำเสนอแนวคิด มนุษยนิยม ที่เน้นคุณค่าและศักดิ์ศรีของมนุษย์ การเป็นมนุษย์ที่มีคุณค่าคือต้องเป็นผู้กระทำ (L'homme d'action) ที่สอดคล้องกับอุดมการณ์สังคม
เช่นเดียวกับเจ้าชายน้อยที่มีความรับผิดชอบต่อดอกกุหลาบของเขา"
รองศาสตราจารย์ ดร.จุฑารัตน์ เบญจฤทธิ์ กล่าวถึงเจ้าชายน้อย
Cr. Kanok Shokjaratkul
"เรื่องนี้ใช้วิธีเล่าแบบ นิทานเปรียบเปรย (Allegory) ตัวละครต่าง ๆ เป็น อุปลักษณ์ (Metaphor) หรือตัวแทนของความคิด เช่น พระราชาที่หลงอำนาจ หรือชายที่หลงตัวเอง
โครงสร้างเรื่องคือ การเดินทางทางจิตวิญญาณ ที่เจ้าชายน้อยหนีปัญหาจากดอกกุหลาบไปเรียนรู้พฤติกรรมมนุษย์ตามดาวต่าง ๆ
จนมาถึงโลกและได้พบสุนัขจิ้งจอกที่เป็นเหมือน กูรู สอนความจริงของชีวิตว่า
"เราจะมองเห็นได้ชัดแจ้งด้วยหัวใจ สิ่งที่เป็นสาระสำคัญนั้นไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตา"
Cr. Kanok Shokjaratkul
ตอนจบที่เจ้าชายน้อยยอมตายเพื่อกลับดาว เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านและเกิดใหม่ทางจิตวิญญาณหลังจากได้เรียนรู้ความจริงของชีวิตแล้ว
เมื่อมองในแง่ของปรัชญาตะวันออกหรือเชิงพุทธ จะเห็นการนำเสนอโลก 2 ใบ คือ โลกภายใน (จิตวิญญาณ) และ โลกภายนอก (กาย หรือ ขันธ์)
ตัวเจ้าชายน้อยมาจากโลกของจิตที่บริสุทธิ์ หรือ จิตประภัสสร
ตอนที่เจ้าชายน้อยจะตาย เขาบอกนักบินว่าเขายกกายไปไม่ไหวเพราะมัน หนัก ซึ่งตรงกับหลักพุทธที่สอนว่า ขันธ์ เป็นภาระที่หนัก เพราะมีการยึดติด
Cr. Kanok Shokjaratkul
ดอกกุหลาบ ก็เป็นสิ่งชั่วคราว (Éphémère) ไม่จีรัง ทะเลทราย คือโลกภายนอก ส่วน บ่อน้ำ คือโลกของจิตที่สร้างความสดชื่นเจ้าชายน้อยต้องละ อัตตา และ มานะ เพื่อกลับไปดูแลดอกกุหลาบ
ในมุมมองพุทธ ตอนจบอาจเป็นการที่เจ้าชายน้อยละตัวตนได้สิ้นเชิง จนบอกกุหลาบว่าเราต่างเป็นอิสระต่อกัน และไม่ต้องรอประโลมความเศร้าด้วยการดูพระอาทิตย์ตกวันละ 40 รอบอีกต่อไป แต่กลับคืนสู่ ความว่าง ตามธรรมชาติ
อยากให้อ่านเจ้าชายน้อยด้วยความบันเทิงก่อนในรอบแรก แล้วค่อยอ่านซ้ำด้วยความรัก แสงแห่งธรรมจะค่อย ๆ เรืองรองขึ้นมาจากการตีความด้วยจริตของแต่ละคนเอง"
Cr. Kanok Shokjaratkul
ความยากในการแปลคือต้องตีความ
"อาตมาอ่าน เจ้าชายน้อย ครั้งแรกเมื่อ 20 ปีที่แล้วตอนเรียนเอกภาษาญี่ปุ่นที่ธรรมศาสตร์ ตอนนั้นอ่านเพื่อฝึกภาษาและมองว่าเป็นแค่การผจญภัยของการ์ตูน
แต่พอได้บวชและเรียนบาลีจนจบประโยค 9 แล้วกลับมาอ่านอีกรอบ จึงเห็นความพิเศษ
อาตมาเชื่อมโยงตัวละครกับ กิเลส เช่น พระราชาคือ มานะ (ความถือตัว) และ โมหะ (ความหลงในอำนาจ) นักธุรกิจที่นับดาวคือ โลภะ (ความโลภ) นักภูมิศาสตร์ที่พูดแต่เรื่องที่ฟังมาโดยไม่เคยสัมผัสจริงคือ อวิชชา
ส่วนสุนัขจิ้งจอกเปรียบเหมือน กัลยาณมิตร ที่ให้ปัญญาเรื่อง ความสันโดษ คือความพอใจในสิ่งที่ตนมี
เจ้าชายน้อยหนีออกมาเพราะไม่พอใจในดอกกุหลาบดอกเดียวที่มีอยู่ แต่สุดท้ายก็ได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่เขามีอยู่นั่นแหละสำคัญที่สุด"
พระมหาสฐิรวิช สมฺภโว พูดถึงเบื้องหลังการทำงาน
Cr. Kanok Shokjaratkul
"กระบวนการแปล อาตมาแปลจากฉบับภาษาไทยของคุณแพรณัฐที่แปลตรงจากฝรั่งเศส ตั้งใจให้เป็นภาษาที่ไม่อ่านยากจนเกินไป
ความยากคือต้องตีความ สภาวธรรม ไม่ได้แปลตามตัว ศัพท์ที่ยากที่สุดคือ ชั่วโมง กับ นาที เพราะอินเดียสมัยก่อนบอกเวลาเป็น ยาม
อาตมาต้องปรึกษาอาจารย์ชาวศรีลังกาจนได้คำว่า โหรา (ชั่วโมง) และ มุหุต (นาที)
ส่วนชื่อเรื่องภาษาบาลีคือ จุลราชปุตตวัตถุ แปลว่า เรื่องราวของเจ้าชายตัวน้อย
Cr. Kanok Shokjaratkul
เจ้าชายน้อย ฉบับภาษาบาลี อักษรโรมัน มีความน่าสนใจอย่างแรกคือ เป็นการแปลวรรณกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับคัมภีร์ทางพุทธศาสนาเลย
ต้องขอบคุณอาจารย์จุที่เป็นบรรณาธิการ และทีมงานอาจารย์ที่สอนประโยคของอาตมาด้วย
ในมุมมองของอาตมา ฉากที่นักบินอยู่กลางทะเลทรายคนเดียวและมองเห็นความตายอยู่ข้างหน้า มันสะท้อนเรื่องอารมณ์ของคนที่ต้องระวังความคิดเมื่ออยู่คนเดียว อดีตที่เคยประสบมาจะกลับมาตลอดเวลา
ตัวละครต่าง ๆ ในเรื่องอาจเปรียบได้กับบุคคลในอดีตของผู้เขียน ที่เขาเคยพบเจอและรู้สึกว่ามีชีวิตที่ไร้สาระ จนกระทั่งเขาได้พบใครบางคนที่ทำให้เกิดปัญญา และตระหนักได้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ดังเช่นดอกกุหลาบดอกแรก"
Cr. Kanok Shokjaratkul
ภาษาบาลีอาจช่วยเพิ่มความหมายให้ลึกซึ้งขึ้น
"ในมุมมองนักอักษรศาสตร์และนักประวัติศาสตร์ สำหรับเรา วรรณกรรมคือเรื่องของมิติแห่งความเข้าใจ
สิ่งที่ทำให้คนชอบเจ้าชายน้อยเพราะมันเข้าถึงง่าย แต่สื่อถึงสิ่งที่จับต้องไม่ได้
เรามองเห็นเรื่องของ ความสันโดษ และการแสวงหาบางอย่างเพียงลำพัง
ช่วงที่นักเขียนเครื่องบินตกในทะเลทรายซาฮารา เขาพบความเงียบและความเหงาที่ทำให้เกิดความกระจ่าง เห็นความสำคัญของชีวิตและความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์
ความโดดเดี่ยว ทำให้เราเห็นอะไรชัดเจนขึ้น ทั้งความเสียดาย และความเศร้า
อย่างตอนที่เจ้าชายน้อยอยู่กลางทะเลทรายแล้วงูบอกว่า "อยู่ท่ามกลางผู้คนก็เหงาเหมือนกัน"
หรือตอนที่เขาเรียกหาเพื่อนบนภูเขา แต่ได้ยินเพียงเสียงสะท้อนของตัวเอง
การอยู่คนเดียวทำให้เขาคิดถึงดอกกุหลาบและตระหนักว่าเขาพร้อมจะกลับบ้านแล้ว"
ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน กล่าวถึงเจ้าชายน้อย
Cr. Kanok Shokjaratkul
"ตอนแรกเราไม่กล้าพูดเรื่องนี้เพราะบาลีเป็นภาษาที่คนไทยถือว่าศักดิ์สิทธิ์และเข้าถึงยาก
แต่พอคุยกับหลวงพี่ เราเห็นความสำคัญของการทำให้ภาษาบาลีได้ไปต่อ โดยใช้เจ้าชายน้อยที่คนเข้าถึงได้เป็นตัวกลาง
เราชอบคำว่า วิญญาณ ที่ในทางพุทธคือ ความรับรู้ (Awareness)
เจ้าชายน้อยมีความรับรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เขาต้องปกป้อง
การอ่านภาษาบาลีอาจช่วยให้เราเข้าใจความหมายของสิ่งรอบตัวได้ลึกซึ้งขึ้น
อยากให้อ่านเจ้าชายน้อยแบบไม่มีกรอบว่าอะไรผิดหรือถูก และมองภาพรวมว่าแต่ละเรื่องราวเชื่อมโยงกันอย่างไร ความสันโดษ ความเหงา และมิตรภาพ มันสะท้อนถึงกันและกันในทุกตอน"
Cr. Kanok Shokjaratkul
ตั้งใจทำ ถวายเป็นพุทธบูชา
"เจ้าชายน้อย (The Little Prince) หรือ Le Petit Prince ในภาษาฝรั่งเศส เป็นวรรณกรรมคลาสสิกระดับโลก ได้รับการแปลมากกว่า 500 ภาษาทั่วโลก
โครงการเจ้าชายน้อยภาษาถิ่น จัดพิมพ์เจ้าชายน้อยมาแล้ว 5 ภาษา คือ ภาษาล้านนา (อักษรธรรมล้านนา) ภาษาปกาเกอะญอ (อักษรไทย) ภาษาเขมรสุรินทร์, ภาษามลายู (อักษรยาวี) และภาษามอร์แกน
ล่าสุด ภาษาบาลี พิมพ์ออกมาแล้วจะแจกจ่ายไปตามวัด เพื่อให้ผู้ศึกษาเปรียญธรรมได้มีทางเลือกในการฝึกภาษาบาลีผ่านวรรณกรรมดี ๆ และเนื้อหาของเจ้าชายน้อยเองก็เทียบได้กับหลักธรรมหลายข้อ
Cr. Kanok Shokjaratkul
และเป็นฉบับทูลเกล้าฯ ถวาย เนื่องในปีเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีกด้วย
จัดพิมพ์ออกมา 2 ปก ปกแรก อาจารย์ยักษ์ - สมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร นายช่างประณีตศิลป์ จากสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ท่านเป็นผู้ออกแบบพระบรมโกศของรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง มาช่วยออกแบบให้
อีกปก มีชื่อว่า โสกันต์ ออกแบบโดย อาจารย์หทัย บุนนาค จิตรกรรุ่นใหญ่ผู้เชี่ยวชาญงานไทยและพุทธศิลป์ ผู้ได้รับการประกาศยกย่องให้เป็น ครูศิลป์ของแผ่นดิน
สุพจน์ โลห์คุณสมบัติ พูดถึงความเป็นมาของการทำเจ้าชายน้อยในภาษาต่าง ๆ
Cr. Kanok Shokjaratkul
"มีการมองว่าเจ้าชายน้อยเป็น Adult fairy tale มาตั้งแต่เริ่มตีพิมพ์ในปี 1943 การใช้ตัวละครแทนประวัติและประสบการณ์ชีวิตของผู้เขียนเองที่มีความรักที่ซับซ้อน เหมือนมีโลกหลายใบ มันจึงไม่ใช่แค่นิทานสำหรับเด็กอย่างเดียว
การแปลเจ้าชายน้อยเป็นภาษาถิ่นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเป็นทุนการศึกษาให้เด็ก ๆ พอได้คุยกับหลวงพี่สฐิรวิช จึงอยากทำภาษาบาลีซึ่งเป็นภาษาสากล
แม้จะมีคนค้านเรื่องการเอาภาษาศักดิ์สิทธิ์มาแปลวรรณกรรมเหมือนตอนทำภาษายาวี แต่เราเห็นว่ามีประโยชน์
Cr. Kanok Shokjaratkul
การทำงานยากมาก โดยเฉพาะเรื่องฟอนต์ (Font) อย่างภาษาปกาเกอะญอที่ไม่มีฟอนต์มาตรฐาน ต้องวางทีละตัว
ส่วนภาษาบาลีเราโชคดีที่ได้คณะกรรมการที่เข้มแข็งทั้งพระและฆราวาสมาช่วยตรวจสอบ
ในแต่ละครั้งที่เราเริ่มทำในแต่ละภาษา เราจะมอบโอกาสหรือเชิญชวนศิลปิน รวมถึงเด็ก ๆ มาลองวาดเจ้าชายน้อยในจินตนาการ ทำให้ปกเจ้าชายน้อยของเราเป็นพื้นที่สร้างจินตนาการให้ศิลปินไทย
รายได้จากการจำหน่ายหนังสือทุกบาททุกสตางค์ นำมาจัดกิจกรรม มอบเป็นทุนการศึกษา และช่วยเหลือผู้ยากไร้ตามโอกาส ซึ่งทำต่อเนื่องมาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559
ส่วนโปรเจกต์ต่อไปที่เรากำลังทำคือ เจ้าชายน้อยฉบับอักษรเบรลล์สำหรับคนตาบอด ซึ่งตอนนี้แปลเสร็จเรียบร้อยแล้ว และกำลังให้ศิลปินใช้จินตนาการสร้างสรรค์ภาพปกอยู่ครับ"
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul





