เปิดเรื่องราวของเกษตรกรผู้ปลูก มันฝรั่ง คู่กับ PepsiCo ฮีโร่ ของอุตสาหกรรมอาหารไทย ด้วยการลงพื้นที่ไปสัมผัสกับแปลงปลูกมันฝรั่งคุณภาพ ที่อ.เชียงคำ จ.พะเยา
การเชื่อมโยงภาคการเกษตรกับภาคการผลิตและการตลาดอย่างเป็นระบบ จากผืนดินในท้องถิ่นสู่กระบวนการแปรรูปที่ได้มาตรฐานระดับสากล
ทุกขั้นตอน เต็มไปด้วยความทุ่มเท ความรับผิดชอบ ความภาคภูมิใจในอาชีพของเกษตรกรไทย นำมาซึ่งการเป็น ฮีโร่ คนสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารโลก
กว่าจะสำเร็จ ใช้เวลามากกว่า 30 ปี
"การลงพื้นที่ในวันนี้ เราต้องการให้ทุกท่านได้มาสัมผัสกับ เส้นทางของผลิตภัณฑ์ อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยมาที่จังหวัดพะเยาเพื่อพบกับเกษตรกรที่ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับเรามานาน
เราอยากให้เห็นถึง ต้นน้ำ และความท้าทายในการเพาะปลูกกว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้น เพราะการปลูก มันฝรั่ง ในไทยไม่ใช่เรื่องง่าย PepsiCo ใช้เวลานานถึง 30 ปี จึงจะประสบความสำเร็จ
โดย 10 ปีแรก ล้มลุกคลุกคลานมาก เพราะเรานำทฤษฎีจากต่างประเทศมาใช้ตรง ๆ ไม่ได้ 10 ปีต่อมา คือการเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศเมืองร้อน และ 10 ปีล่าสุด ที่ธุรกิจเริ่มอยู่ตัวสามารถขยายผลผลิตได้ในระดับที่น่าพอใจ
ความสำเร็จนี้เกิดจากความพยายามของเกษตรกร เพราะ มันฝรั่ง เป็นพืชที่ต้องประคบประหงมอย่างมาก ทั้งเรื่องน้ำ โรค และแมลง ไม่เหมือนพืชอื่นที่ฝากเทวดาเลี้ยงได้"
Cr. Kanok Shokjaratkul
สุริวัสสา สัตตะรุจาวงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และรัฐกิจ ประจำประเทศไทย และอินโดไชน่า บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด หรือ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ผู้ผลิต เลย์ มันฝรั่งทอดกรอบยอดนิยม พูดถึงที่มาของงานวันนี้
"PepsiCo เป็นบริษัทอเมริกันที่มีรายได้ทั่วโลกกว่า 94,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ดำเนินธุรกิจกว่า 200 ประเทศ ปัจจุบันธุรกิจอาหาร (Food) มีขนาดใหญ่กว่าธุรกิจเครื่องดื่มแล้ว
ในไทยเรามีแบรนด์ไอคอนิกมากมาย เช่น เลย์, ตะวัน, ซันไบทส์, ชีโตส รวมถึงกลุ่มเครื่องดื่มเป๊ปซี่, 7-Up และมีผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น หมึกกี่โมง (Konjac Snack) ปรุงสรสหมาล่า ที่กำลังได้รับความนิยม
มี เฟรนช์ฟรายส์แบบถ้วย และผลิตภัณฑ์ถั่วและธัญพืชเพื่อสุขภาพ ที่ออกแบบบรรจุภัณฑ์แยกเป็น 2 ช่องเพื่อรักษาความสดใหม่และความกรอบ
Cr. Kanok Shokjaratkul
บริษัทให้ความสำคัญในเรื่องของ PepsiCo Positive (pep+) ที่ต้องการสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ในทุกจุดที่ธุรกิจดำเนินไป โดยแบ่งเป็น 3 เสาหลักคือ
- Positive Agriculture: ส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน
- Positive Value Chain: ดูแลระบบห่วงโซ่คุณค่า เช่น การใช้โซล่าเซลล์เต็มพื้นที่โรงงานลำพูน หรือการนำความร้อนจากการทอดมาผลิตไฟฟ้าใช้ในออฟฟิศ
- Positive Choices: เพิ่มทางเลือกเพื่อสุขภาพ เช่น การลดโซเดียมในเลย์ลงกว่า 90% ตามเกณฑ์องค์การอนามัยโลก โดยยังคงความอร่อยไว้ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะ
ในส่วนของเกษตรกรรมยั่งยืนในไทย มันฝรั่งที่เราใช้ทั้งหมดเป็น Sustainable Source 100% เราสอนให้เกษตรกรเลิกเผาไร่เพื่อลดปัญหา PM 2.5 และหันมาใช้วิธี ไถกลบ เพื่อเป็นสารอาหารในดินแทน และมีระบบประกันราคาช่วยสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้เกษตรกรอีกด้วย
หัวพันธุ์ มันฝรั่ง ที่เราใช้เป็น Generation ที่ 4 มีที่มาจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (G0)
สาเหตุที่ต้องควบคุมหัวพันธุ์อย่างเข้มงวดและมีการนำเข้าจากต่างประเทศบางส่วน เพราะเราต้องการ สายพันธุ์ที่บริสุทธิ์ เพื่อป้องกันโรคแฝงที่อาจระบาดในดิน ซึ่งหากเกิดขึ้นจะทำให้ดินแปลงนั้นเพาะปลูกไม่ได้ไปอีกหลายปี
Cr. Kanok Shokjaratkul
ความร่วมมือระหว่าง เกษตรกรไทย กับ PepsiCo ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านอาหารและเครื่องดื่มถือเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนให้องค์ความรู้ทางนวัตกรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่
ผสานเข้ากับภูมิปัญญาดั้งเดิมด้านการเกษตร เกิดเป็นแนวทาง เกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู ที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในอนาคต
ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังกดดันระบบอาหารของโลกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เกษตรกรคือกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้ในทุกๆ วัน
PepsiCo จึงยกให้เกษตรกรเป็นเหมือน ฮีโร่ คนสำคัญของอุตสาหกรรมอาหาร เป็นฟันเฟืองสำคัญของห่วงโซ่อาหารที่จะต้องขับเคลื่อนระบบให้เติบโตและยั่งยืน
Cr. Kanok Shokjaratkul
โดยมีหัวใจหลักสำคัญของบริษัท คือ ทีมเกษตร (Agro) ที่ทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกร ถ่ายทอดองค์ความรู้ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรให้แก่เกษตรกร
เราคาดหวังว่าจะขยายแนวทางเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู ฟื้นฟูระบบนิเวศ และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ครอบคลุมพื้นที่ 10 ล้านเอเคอร์ทั่วโลกภายในปี พ.ศ.2573
สำหรับมันฝรั่งที่ปลูกในประเทศไทย 9 จังหวัด มาจากการเกษตรในประเทศ 60% เครือข่ายเกษตรกรกว่า 4,830 ครัวเรือนใน 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน พะเยา ตาก เพชรบูรณ์ สกลนคร นครพนม
ผลิตมันฝรั่งรวมกันประมาณ 100,000 ตัน ต่อปี ส่วนอีก 40% เป็นมันฝรั่งจากต่างประเทศ ทั้งเอเชียและยุโรป"
Cr. Kanok Shokjaratkul
มันฝรั่งไทย ความยั่งยืนและรายได้ของเกษตรกรยุคใหม่
"PepsiCo เริ่มงานกับภาคเกษตรมาตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งผ่านไปกว่า 30 ปีแล้ว เราดูแลทั้งซัพพลายเชน ตั้งแต่การคัดเลือกหัวพันธุ์มันฝรั่ง การส่งเสริมการปลูก ไปจนถึงการรับซื้อเข้าห้องเย็นและส่งมอบให้โรงงาน
จากเดิมที่มีวอลลุ่มเพียง 2,000 ตัน ปัจจุบันเราขยับมาเกือบ 100,000 ตัน ดูแลเกษตรกรกว่า 4,800 ราย ใน 9 จังหวัด เช่น เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา และจังหวัดในภาคอีสาน"
สุดาทิพย์ อินเสาร ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการเกษตร ผู้นำชมในพื้นที่แปลงปลูกมันฝรั่ง เล่าให้ฟัง
"จากสภาพอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เราต้องพยายามหาสายพันธุ์ที่เหมาะกับเขตร้อนและทนโรคมาส่งเสริม
อย่างพันธุ์ Atlantic ที่นิยมกันทั่วโลกเริ่มให้ผลผลิตลดลง เราจึงหันมาใช้สายพันธุ์เฉพาะของเราเองที่มีดอกสีม่วง ซึ่งทนทานกว่าและเก็บรักษาได้นานกว่า
Cr. Kanok Shokjaratkul
เราใช้วิธีการการขุดสุ่มเพื่อประเมินผลผลิตต่อไร่ก่อนเก็บเกี่ยว และมีการตรวจสอบ ค่าแป้ง และ ค่าน้ำตาล เพื่อให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานก่อนส่งเข้าโรงงาน
ช่วงปี 2564-2565 ราคาปุ๋ยพุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัว จากกระสอบละ 800 บาท เป็น 1,800 - 2,900 บาท เนื่องจากปัญหารัสเซีย-ยูเครน และปัญหาค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับสูงขึ้น บริษัทจึงต้องช่วยเพิ่มราคารับซื้อให้สอดคล้องกับต้นทุน
และมุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ จากเดิมเฉลี่ย 2.8 ตันต่อไร่ ขึ้นมาเป็น 3.4 ตันต่อไร่ เพื่อให้เกษตรกรอยู่รอดได้
ในอนาคต เราตั้งเป้าขยายพื้นที่ปลูกปีละประมาณ 10-15% ตอนนี้ทำอยู่ใน 9 จังหวัด และกำลังมองหาพื้นที่ใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น ในจังหวัดพะเยาและน่าน
Cr. Kanok Shokjaratkul
เรามีการทำ MOU กับกระทรวงเกษตรฯ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกมันฝรั่งทดแทนการทำนาปรัง เพราะมันฝรั่งใช้น้ำน้อยกว่าและสร้างรายได้ดีกว่า
ปัจจุบันเราใช้ผลผลิตในประเทศประมาณ 60% ของความต้องการทั้งหมด และพยายามจะเพิ่มสัดส่วนนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ในด้านเทคโนโลยี เรามีโดรนสำรวจ ตรวจเช็กโรคและแมลงในแปลงเกษตรกรอย่างแม่นยำด้วย
Cr. Kanok Shokjaratkul
ในส่วนของการเก็บรักษา มันฝรั่ง เป็นพืชที่ยังมีชีวิตและต้องหายใจ ต้องใช้เทคโนโลยีห้องเย็นที่เหมาะสม และไม่สามารถเก็บในห้องแช่แข็งทั่วไปได้
ปัจจุบันเรามีสายพันธุ์ที่เก็บรักษาได้นานถึง 5-6 เดือน ทำให้เรามีวัตถุดิบป้อนโรงงานได้จนถึงช่วงเดือนสิงหาคมหรือกันยายนของทุกปี
ซึ่งตลอดกระบวนการตั้งแต่เริ่มปลูก การดูแลเรื่องโรคและแมลง ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว เราจะมีเจ้าหน้าที่เกษตรมาคอยดูแลและให้ความรู้กับเกษตรกรอย่างใกล้ชิด"
Cr. Kanok Shokjaratkul
ปลูกมันฝรั่งยังไง ให้ยั่งยืน ?
"ผมเรียนจบวิศวะคอมพิวเตอร์ เคยทำงานที่ IBM และเปิดบริษัทส่วนตัวที่กรุงเทพฯ มา 30 ปี จนเริ่มเบื่อ ก็เลยย้ายมาอยู่บ้านภรรยาที่พะเยาได้ 25 ปีแล้ว
ที่นี่มีมีน้ำตลอดปี แรก ๆ ปลูกข้าวและข้าวโพด แต่ปัญหาคือต้องลงทุนเองทั้งหมด
จน PepsiCo เข้ามาเสนอโครงการมันฝรั่งที่บริษัทลงทุนค่าพันธุ์ให้ก่อน และทำพันธสัญญาประกันราคา ทำให้เราไม่ต้องรับความเสี่ยงเรื่องราคาผันผวนเหมือนพืชอื่น"
Cr. Kanok Shokjaratkul
ภูรินท์ โชติมา เกษตรกรที่ปลูกมันฝรั่ง เล่าถึงการตัดสินใจปลูกมันฝรั่งให้ฟัง
"มันฝรั่งใช้เวลาปลูกสั้นมาก แค่ 3 เดือนก็เก็บเกี่ยวได้ ต้นทุนเฉลี่ยต่อไร่อยู่ที่ 15,000 บาท อย่างปีที่แล้วผมทำ 5 ไร่ ลงทุนไป 80,000 บาท แต่ขายได้ประมาณ 260,000 บาท ภายใน 3 เดือน
เฉลี่ยแล้วมีรายได้เดือนละ 7-8 หมื่นบาท ซึ่งถือว่าดีมากเมื่อเทียบกับการปลูกข้าวโพดที่ราคาไม่แน่นอน"
เกษตรกรยุคใหม่ ต้องใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ มาช่วย
สมัยก่อนเราใช้คนเป็นหลัก เดินไปเป็นแถว ค่อย ๆ เคาะ แล้วใช้จอบใช้แรงเยอะ เพราะรากมันมีดินประกบติดอยู่เต็มไปหมด ซึ่งคนกับเครื่องจักร ใช้เวลาต่างกันเยอะมาก
ถ้าพื้นที่ 2 ไร่ ใช้เครื่องจักร ครึ่งวันก็เสร็จแล้ว แต่ถ้าใช้แรงงานคนต้องใช้เวลาถึง 2 วัน แล้วก็ขึ้นอยู่กับ สภาพอากาศ ด้วย ถ้าอากาศร้อนมากคนก็ทำงานไม่ไหว
Cr. Kanok Shokjaratkul
เมื่อก่อนเวลาปลูกต้องนั่งเคาะกันเป็นจังหวะ เพื่อเตรียมแปลงปลูก เหนื่อยและช้ากว่าสมัยนี้มาก
เวลาหัวมันขยาย ดินที่ปลูกจะมีรอยแตก แสงแดดลอดลงไปสัมผัสกับหัว ทำให้มันเปลี่ยนเป็นสีเขียว ถ้าเป็นรอยเขียวแล้วจะขายไม่ได้เลย เวลาเอาไปทอดมันจะไหม้และขมจนทานไม่ได้
เราต้องคอยแต่งดิน กลบดินไม่ให้เกิดรอยแตก ไม่ให้แสงลอดลงไปได้ ผมจะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า รถอีมุ่น ตีดินให้พูนขึ้นมาปิดรอยแตกพวกนี้
ส่วนขั้นตอน การคัดแยกผลผลิต ผมก็มีเครื่องมือพิเศษ ลงทุนทำ เครื่องร่อน เอง มาใช้คัดขนาด มีลักษณะเป็นรู ๆ ขนาดเท่ากับไซส์ที่เราต้องการ เหมือนกับเครื่องคัดส้ม
ถ้าหัวไหนได้มาตรฐานมันก็จะอยู่ข้างบน เราก็เอาใส่กระสอบได้เลย ส่วนหัวเล็กก็จะตกกลงไปข้างล่าง วิธีนี้ช่วยให้ประหยัดเวลาและสะดวกกว่าการมานั่งเลือกด้วยมือมาก
แต่เครื่องร่อนนี้มีข้อจำกัดอยู่ตรงที่ถ้าผลผลิตเปียกน้ำ ผิวมันจะถลอกได้ง่าย ผิวของมันจะเสียและหัวจะแปรสภาพไป
Cr. Kanok Shokjaratkul
แล้วก็มีการใช้ โดรน พ่นยาและปุ๋ย ซึ่งค่าจ้างโดรนแค่ไร่ละ 100 บาท ถูกกว่าการจ้างคนพ่นยาที่คิดเป็นถัง แถมยังปลอดภัยต่อตัวเกษตรกรเองด้วยเพราะไม่ต้องสัมผัสสารเคมีโดยตรง
ส่วนวิธีดูว่าต้นไหนมีหัวมากหรือน้อยให้ดูที่กิ่งและแขนง ถ้ากิ่งยิ่งเยอะ หัวก็ยิ่งเยอะ แต่ถ้ากิ่งน้อย หัวก็น้อยตามไปด้วย
ใช้เวลาในการปลูกประมาณ 3 เดือน อย่างที่เห็นนี้อายุประมาณ 70 วัน อีก 20 วัน ก็เริ่มเก็บเกี่ยวได้แล้ว
การปลูกมันฝรั่งสร้างรายได้และทำให้เกิดการจ้างงานแรงงานในชุมชน
ในช่วงเก็บเกี่ยวเราต้องจ้างแรงงานถึง 30 คนต่อวัน ช่วยให้คนในพื้นที่ที่มีนาหรือไม่มีนาทำก็สามารถมีรายได้จากการรับจ้างได้ด้วย เป็นวงจรชีวิตที่ช่วยเหลือกันในชุมชน"
ในงานนี้เราได้พบกับเกษตรกรมือใหม่ เพิ่งหัดปลูกมันฝรั่ง สุมิตรา ใจดี เล่าให้ฟังว่า
"เมื่อก่อนเรียนและทำงานที่กรุงเทพฯ แล้วไปเรียนต่อและทำงานที่ต่างประเทศมา 7 ปี พอเห็นพ่อแม่เริ่มอายุมากขึ้นก็เลยอยากกลับมาดูแลท่าน
ปีนี้เป็นปีแรกที่ลงมือทำเอง ปลูกไว้ประมาณ 3 ไร่ แม้จะเพิ่งเริ่มแต่ก็ภูมิใจมาก คาดว่าปีนี้ผลผลิตน่าจะได้เยอะกว่าค่าเฉลี่ยที่พ่อเคยทำ คืออาจจะได้ถึง 4,200 - 4,300 กิโลกรัมต่อไร่"
Cr. Kanok Shokjaratkul
ต้นทางคือเกษตรกรไทย
"มันฝรั่งในแปลงปลูกที่เราเห็นนี้ คือที่มาของผลิตภัณฑ์ เลย์ ซึ่งกว่าจะออกมาวางจำหน่ายในตลาด มีต้นทางมาจากพี่น้องเกษตรกรตัวจริง
เราทำงานร่วมกับทั้งเกษตรกรที่มีประสบการณ์สูงและเกษตรกรรุ่นใหม่ ซึ่งกลุ่มหลังนี้ถือเป็นอนาคตที่สำคัญ ไม่ใช่แค่สำหรับเลย์หรือเป๊ปซี่เท่านั้น แต่เป็นอนาคตของประเทศไทยด้วย
เราให้ความสำคัญกับภาคการเกษตรและเกษตรกรรุ่นใหม่ เพราะเรามองว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย
เรื่องของ ข้าวปลาอาหาร เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยหล่อเลี้ยงสังคมไทยอยู่เสมอ
ขอฝากทั้งผลิตภัณฑ์ของเราและพี่น้องเกษตรกรไว้ด้วยครับ"
อานนท์ สุนทรนนท์ ผู้จัดการฝ่ายเกษตร ประเทศไทย กล่าวส่งท้าย
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul





