วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

ถอดรหัส 'อ่าน อาน อ๊าน' เมื่อการลงทุน 1 บาท สร้างกำไรชีวิตเด็กไทยได้มากกว่าแค่ 'อ่านออก'

ถอดรหัส 'อ่าน อาน อ๊าน' เมื่อการลงทุน 1 บาท สร้างกำไรชีวิตเด็กไทยได้มากกว่าแค่ 'อ่านออก'

ถอดรหัสโมเดล "อ่าน อาน อ๊าน" ชี้พลังการลงทุนพัฒนาทักษะอ่านเด็กไทย เพียง 1 บาท สร้างผลตอบแทนทางสังคมสูงกว่าแค่ "อ่านออก" แต่ต่อยอดโอกาสการเรียนรู้และคุณภาพชีวิตระยะยาว

ในอดีต "การอ่าน" เปรียบเสมือนก้าวแรกที่สำคัญในการเปิดประตูสู่โลกกว้าง จินตนาการและพัฒนาการของเด็กทุกคน ทว่าในวันนี้ วัฒนธรรมการอ่านเล่มกำลังถูกสั่นคลอนด้วยความสะดวกสบายจากเทคโนโลยีที่เข้ามาถาโถมจนค่อยๆ ทำลายสมาธิและวิถีการเรียนรู้ดั้งเดิม ผ่านวัฒนธรรมการอ่านไปทีละน้อย ซึ่งนำไปสู่คำถามที่น่ากังวลว่า สถานการณ์พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนี้จะส่งผลกระทบและทิ้งรอยแผลไว้กับอนาคตของเด็กไทยอย่างไรบ้าง

ถอดรหัส 'อ่าน อาน อ๊าน' เมื่อการลงทุน 1 บาท สร้างกำไรชีวิตเด็กไทยได้มากกว่าแค่ 'อ่านออก'

ล่าสุด สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ร่วมกับสถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) และภาคีเครือข่าย ได้ร่วมกันเผยแพร่ข้อมูลที่จุดประกายความหวังครั้งใหม่ให้กับสังคมไทย ภายใต้โครงการ "อ่าน อาน อ๊าน : ยกกำลังสุข ปลุกพลังการเรียนรู้" ซึ่งไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นสถานการณ์ความสำคัญของ "หนังสือเล่ม" ในมือเด็กไทย แต่ยังพิสูจน์ให้เห็นถึง "ผลตอบแทนทางสังคม" (Social Return on Investment: SROI) ที่สัมผัสได้จริง และเป็นโมเดลสำคัญที่ช่วยจุดประกายแนวคิดใหม่ในการกอบกู้อนาคตของเด็กไทยผ่านหน้าหนังสือได้

จาก "อ่านไม่ออก" สู่วิกฤติเด็กออกจากระบบ

คำถามที่ว่า ทำไมการอ่านจึงกลายเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของเด็กไทยและสังคมไทยในยุคนี้?

นั่นเพราะความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ เด็กไทย ในวันนี้ซ่อนอยู่ใน "โครงสร้างสมอง" การอ่านไม่ใช่ทักษะที่ติดตัวมาตามธรรมชาติเหมือนการพูด แต่เป็นการทำงานร่วมกันอย่างซับซ้อนของสมองหลายส่วน หากเด็กพลาดโอกาสในช่วง "หน้าต่างแห่งโอกาส" หรือช่วงขวบปีแรกๆ สมองส่วนหน้า (Executive Functions - EF) ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการชีวิตและการยั้งคิดจะไม่ถูกกระตุ้นอย่างที่ควรจะเป็น

พญ.ปุษยบรรพ์ สุวรรณคีรี เจ้าของเพจหมอแพมชวนอ่าน เน้นย้ำว่า การอ่านคือ Quality Time ที่ดีที่สุดของครอบครัว ช่วงวัยทอง 0-5 ปี สมองพัฒนาสูงสุดถึง 90% การอ่านนิทานช่วยสร้างการเชื่อมโยงระหว่างภาพ เสียง และปฏิสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าการดูวิดีโอที่ให้ข้อมูลล้นเกินจนสมองเด็กรับไม่ไหว การอ่านจึงไม่ใช่แค่การรับความรู้ แต่คือการสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในครอบครัว

รศ.จุมพล รอดคําดี กรรมการกํากับทิศทางแผนระบบสื่อและวิถีสุขภาวะทางปัญญา สสส. ร่วมตอกย้ำว่า ในโลกยุค Artificial General Intelligence (AGI) ที่ AI พัฒนาอย่างก้าวกระโดด เด็กไทยกลับเผชิญวิกฤติพัฒนาการล่าช้า ข้อมูลจากสถาบันพัฒนาอนามัยเด็กแห่งชาติ ปี 2566 ระบุว่าเด็กไทยถึง 22.5% มีพัฒนาการสงสัยล่าช้า โดยเฉพาะด้านการใช้ภาษาสูงถึง 74.8% และด้านการเข้าใจภาษา 60.9% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความรุนแรงของสถานการณ์ที่ถูกซ้ำเติมด้วยภาวะการเรียนรู้ถดถอยจากช่วงโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้เด็กจำนวนมากหลุดออกจากระบบการศึกษา (Dropout) เพราะเมื่อรากฐานการสื่อสารไม่แข็งแรง เด็กจะรู้สึกแปลกแยก ขาดความมั่นใจ และมองว่าการเรียนคือความทุกข์ จนสุดท้ายต้องหันหลังให้โรงเรียนไปในที่สุด

ถอดรหัส 'อ่าน อาน อ๊าน' เมื่อการลงทุน 1 บาท สร้างกำไรชีวิตเด็กไทยได้มากกว่าแค่ 'อ่านออก'

"อ่าน อาน อ๊าน" พลิกวิกฤติด้วยกำไรทางสังคม 71%

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ สสส. และภาคีเครือข่ายได้พัฒนานวัตกรรม ผ่านโครงการต่างๆ เช่น โรงเรียนต้นแบบอ่านสร้างสุข และโครงการปฏิบัติการ อ่าน อาน อ๊าน : ยกกำลังสุข ปลุกพลังการเรียนรู้ และในปี 2568 แผนงานฯ ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์และคณะนักวิจัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ดำเนินงานวิจัย การประเมินผลตอบแทนทางสังคม ภายใต้กรอบแนวคิด Theory of Change (TOC), Social Return On Investment (SROI) และ The Life  Experiences Survey (LES) เพื่อสะท้อนต้นทุนและผลตอบแทนทางสังคมของการลงทุนด้านวัฒนธรรมการอ่าน ผลลัพธ์จากการดำเนินงานพบความเปลี่ยนแปลงในหลายประเด็น

ถอดรหัส 'อ่าน อาน อ๊าน' เมื่อการลงทุน 1 บาท สร้างกำไรชีวิตเด็กไทยได้มากกว่าแค่ 'อ่านออก'

สุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานยุทธศาสตร์สร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. เผยผลการศึกษา SROI ร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พบว่า เด็กมีทักษะการสะกดคำและใช้คำศัพท์เพิ่มขึ้น 69.84% ทักษะการเขียนเพิ่มขึ้น 63.49% มีสมาธิจดจ่อดีขึ้น 57.14% การลงทุนในโครงการอ่าน อาน อ๊าน เพียง 1 บาท สามารถสร้างผลตอบแทนทางสังคมกลับคืนมาได้ถึง 1.71 บาท หรือคิดเป็นกำไรทางสังคมสูงถึง 71% นี่คือข้อพิสูจน์ว่าการใช้ชุดหนังสือตามระดับพัฒนาการคืออาวุธสำคัญที่จะอุดช่องว่างพัฒนาการที่ล่าช้าได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

แอนะล็อกไม่เชยแต่ต้องสร้างนวัตกรรมเข้าถึง

ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) มองว่า ห้องสมุดแบบแอนะล็อกดั้งเดิมยังไม่ล้าสมัย และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคงอยู่ แต่จะดีมากหากเรามีกระบวนการนำการอ่านที่เข้าถึงพื้นที่ห่างไกล เพื่อพิสูจน์ให้เห็นผลลัพธ์ของการเรียนรู้ได้จริง โจทย์สำคัญคือจะทำอย่างไรให้หนังสือกระจายไปถึงมือเด็กจนสามารถยืมกลับบ้านได้จริง ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องขยายตัวสู่ต่างจังหวัดให้ลึกถึงระดับอำเภอและตำบล โดยอาจต้องสร้างโมเดลความร่วมมือกับภาคส่วนอื่นมากขึ้น

ถอดรหัส 'อ่าน อาน อ๊าน' เมื่อการลงทุน 1 บาท สร้างกำไรชีวิตเด็กไทยได้มากกว่าแค่ 'อ่านออก'

ดร.สมเกียรติ ชี้ให้เห็นว่าความท้าทายไม่ได้อยู่ที่งบประมาณ แต่อยู่ที่การบริหารจัดการและการสร้างนวัตกรรมเชิงสังคมที่จะนำหนังสือไปหาเด็ก แทนที่จะรอให้เด็กเดินมาหาหนังสือ สิ่งนี้สะท้อนถึงข้อติดขัดเชิงระบบ จึงเสนอให้ใช้นวัตกรรมสังคมขับเคลื่อน เช่นสอดแทรกวัฒนธรรมการอ่านลงในพื้นที่สาธารณะ เช่น ร้านกาแฟ โดยดึงท้องถิ่นและภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วม ไม่รอเพียงความช่วยเหลือจากส่วนกลางคนมีไม่อยากอ่าน คนอยากอ่านไม่มี ในขณะที่เด็กในเมืองเผชิญภาวะกองดอง เด็กในพื้นที่ห่างไกลกลับโหยหาหนังสือ แม้จะมีนวัตกรรมรถห้องสมุดเคลื่อนที่ (Mobile Library) แต่ในพื้นที่ทุรกันดารอย่างโรงเรียนเสาหิน หรือโรงเรียนสละชิงตอง จังหวัดแม่ฮ่องสอน รถเหล่านี้เข้าไม่ถึง เพราะหนทางเป็นดินโคลน

พิทยา พานทอง นายกกิ่งกาชาด อำภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เล่าถึงทางแก้ที่เกิดจากพลังชุมชนว่า หนทางมันลำบาก รถเข้าไม่ถึงแน่นอน เราจึงต้องใช้คนในพื้นที่ ผ่านโครงการยุวอาสาอ่านเล่าพร้อมนิทาน เราดึงครอบครัว โรงเรียน และผู้นำชุมชนเข้ามาเป็นเครือข่าย เพราะหนังสือจะมหัศจรรย์ได้ก็ต่อเมื่อมีคนเปิดอ่านและมีเสียงเล่าขานในชุมชน

เช่นเดียวกับในพื้นที่ชายแดนใต้ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม รศ.ดร.มูฮัมหมัดอาฟีฟี อัซซอลีฮีย์ ประธานเครือข่ายศูนย์ประสานงานส่งเสริมการอ่านชายแดนใต้ เล่าว่า เด็กและเยาวชนชายแดนใต้ล้วนโหยหาการได้อ่านหนังสือสักเล่มที่ช่วยเปิดจินตนาการเรียนรู้ แต่ก็ต้องขวนขวายค้นหาสุดกำลัง อีกทั้งพื้นที่ชายแดนใต้มีบริบทพิเศษในแง่ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ภาษา และวัฒนธรรม จึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจวิถีชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่ เช่น การใช้ภาษามาลายู โดยมีการแปลหนังสือเป็นภาษาท้องถิ่น ควบคู่กับภาษาไทย ตลอดจนบูรณาการกิจกรรม ส่งเสริมการอ่านเข้ากับวิถีชีวิต เช่น จัดกิจกรรมในมัสยิดช่วงเดือนรอมฎอน เป็นต้น

ถอดบทเรียน TK Park สู่พื้นที่การอ่านที่เท่าเทียม

วัฒนชัย วินิจจะกูล รักษาการ รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ และผู้อำนวยการสถาบันอุทยานการเรียนรู้ TK Park กล่าวถึงการสร้าง "นิเวศวัฒนธรรมการอ่าน" ที่ทุกคนเข้าถึงได้ว่า หัวใจสำคัญของการออกแบบแหล่งเรียนรู้ และระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เน้นการพัฒนา คน ทรัพยากร และนโยบาย จำเป็นต้องสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม TK Park มีเครือข่าย 27 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเกิดจากความตั้งใจของพันธมิตรเครือข่าย ที่มีเจตจำนงมุ่งมั่นในการตั้งพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้

ถอดรหัส 'อ่าน อาน อ๊าน' เมื่อการลงทุน 1 บาท สร้างกำไรชีวิตเด็กไทยได้มากกว่าแค่ 'อ่านออก'

ในเมื่อนวัตกรรมการอ่านพิสูจน์แล้วว่าคุ้มค่าและยกระดับการเรียนรู้ได้จริง ข้อสรุปจากเวทีเสวนาจึงเห็นพ้องว่าเรื่องนี้ไม่ควรเป็นเพียงแค่โครงการรายปี แต่ต้องถูกผลักดันให้เป็นนโยบายสาธารณะระดับชาติ โดยเฉพาะการสนับสนุนให้องค์การบริหารส่วนตำบลใช้งบประมาณจัดซื้อหนังสือและสร้างพื้นที่การอ่านและการเรียนรู้ที่จะทั่วถึงและเข้าถึงทุกพื้นที่ในประเทศไทย

ระพีพรรณ พัฒนาเวช นักวิชาการ โครงการฯ อ่าน อาน อ๊าน ร่วมทิ้งท้ายชวนคิดว่า นอกจากการสร้างพื้นที่เรียนรู้และส่งเสริมการอ่านแล้ว เราผู้ใหญ่ทุกคนยังจำเป็นต้องสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการอ่าน นั่นคือเด็กต้องไม่ถูกตัดสิน ไม่ถูกตำหนิ เมื่อเวลาเขาจะเลือกหยิบหนังสือสักเล่มขึ้นมาอ่าน รวมถึงยังฝากการพัฒนาหนังสือที่สนุก และเข้าถึงง่ายเพื่อจูงใจให้คนอยากอ่านมากขึ้นด้วย

ผู้สนใจติดตามชมนิทรรศการ "อ่าน อาน อ๊าน ปลดล็อกวิกฤติพัฒนาการด้านภาษาไทยของเด็กไทย" ได้ที่อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 5-15 มีนาคม 2569 อุทยานการเรียนรู้เครือข่ายจังหวัดยะลา พะเยา สมุทรสาคร และนครราชสีมา ตลอดเดือนมีนาคม 2569 สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ชั้น 3 อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ระหว่างวันที่ 17-31 มีนาคม 2569 และห้องสร้างปัญญาชั้น 2 ตลอดเดือนมีนาคม 2569 หรือเปิดอ่านและดาวน์โหลดฟรีได้ คลิกที่นี่

ถอดรหัส 'อ่าน อาน อ๊าน' เมื่อการลงทุน 1 บาท สร้างกำไรชีวิตเด็กไทยได้มากกว่าแค่ 'อ่านออก'