การเดินทางไปกับรถยนต์บนถนนในเมืองไทย จากเชียงรายถึงอยุธยา ที่มีระยะทางกว่า 1,100 กิโลเมตร เพื่อทดสอบสมรรถภาพของรถยนต์ BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV ว่าจะทำได้หรือไม่ ในเงื่อนไขที่ว่า One Tank, One Charge
เริ่มต้นกันที่สนามบินดอนเมือง ขึ้นเครื่องบินไปที่จังหวัดเชียงราย เพื่อพบกับ เรเว่ ที่นำ BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV รุ่น Standard มาให้สัมผัสเป็นครั้งแรก ในกิจกรรมทดลองขับบนเส้นทาง เชียงราย - อยุธยา
BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV เป็นรถยนต์ซีดานขนาดกลางรุ่นแรกของไทย ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) หรือ DM-i SUPER PHEV
มาพร้อมกันสองรุ่นคือ Standard และ Dynamic สามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้าระยะทางสูงสุด 85 กิโลเมตร* ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด
Cr. Kanok Shokjaratkul
เราไปถึงเชียงราย ก็รับประทานอาหารเที่ยง จากนั้นก็เดินทางไปรับฟังข้อมูลของรถยนต์ ที่โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย
ต่อด้วยขั้นตอนสำคัญ ร่วมเป็นสักขีพยานการปิดถังน้ำมันและไฟฟ้าของรถทุกคันด้วยสติ๊กเกอร์ ป้องกันการเปิด
เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนพร้อมออกเดินทาง ทั้งหมดมี 39 คัน และผู้เข้าร่วม 88 คน
เมื่อธงสตาร์ทเริ่มโบกสะบัด รถคันแรกก็ขับออกไป ต่อด้วยคันที่ 2 3 4 ของเราเป็นคันที่ 7
บันทึกลงเวลาออกที่ 08:08 น. ต้องไปถึงจุดแรก The Common จ.ลำปาง ภายในเวลา 11:30 น.
เขาบอกว่าให้ทำตัวสบาย ๆ เราก็ชิล ๆ แวะปั้มน้ำมัน เข้าห้องน้ำ 2 รอบ ซื้อกาแฟ
เมื่อถึงจุดเช็คพ้อยท์แรก ปรากฎว่า เรามาช้ากว่ากำหนด จึงต้องเปลี่ยนแผน รับประทานอาหารเที่ยงเสร็จแล้ว ต้องขับเร็วกว่านี้
จุดที่สอง Ripple Coffee จ.อุตรดิตถ์ ต้องไปถึงเวลา 14:30 น. เรามาถึงก่อนเวลา รับกาแฟเสร็จแล้วรีบออกเดินทางทันที
The Common จ.ลำปาง Cr. Kanok Shokjaratkul
มีข้อสังเกตว่า รถที่เราขับเป็นรถใหม่ ยังไม่ได้ติดฟิล์ม กันแดดไม่ได้ เราต้องหาเสื้อกันแดดมาใส่และทาครีมกันแดดเพิ่มเพื่อป้องกัน
อีกทั้งถ้าระยะทางไกล ควรมีขนม ของขบเคี้ยว กาแฟ ลูกอมกาแฟ หรือของเปรี้ยว ๆ จะทำให้ตาสว่าง ตื่นตัวได้ตลอดการเดินทาง และไม่เบื่อ
จุดที่สาม Livist Resort เพชรบูรณ์ ต้องไปถึงเวลา 18:00 น.
Ripple Coffee จ.อุตรดิตถ์ Cr. Kanok Shokjaratkul
ดูเหมือนว่าการทดสอบครั้งนี้เริ่มจริงจังขึ้นแล้ว เราขับเร็วขึ้น และไม่แวะพักที่ไหนเลย แม้กระทั่งห้องน้ำ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการขับเร็วหรือเพิ่มความเร็วกระทันหันจะทำให้น้ำมันหมดเร็ว เราต้องบริหารจัดการคิดเรื่องเซฟน้ำมันไปด้วย ต้องไม่ช้าไม่เร็วเกินไป สม่ำเสมอ น้ำมันจะได้ไม่หมดเร็ว
เมื่อถึงจุดหมาย ก็พบว่า เรามาถึงก่อนกำหนด 10 นาที ทำให้ดีใจ ยกกระเป๋าเข้าที่พัก รับประทานอาหารเย็น แล้วก็พักผ่อน
Cr. Kanok Shokjaratkul
วันที่สองของการเดินทาง วันนี้ทุกคนทุกคนดูเร่งรีบกันมาก และจริงจังกันมากขึ้น
เนื่องจากเมื่อวาน มีผู้ทำเวลาไม่ได้ตามกำหนด คือมาช้ากว่ากำหนด จำนวน 11 คัน ทำให้เหลือเพียง 28 คัน ที่เข้ารอบและมีโอกาสได้รางวัล ทุกคนจึงทำหน้าที่ต่อไป
จุดแรกของวันนี้ คือ BlueKoff coffee and Eatery ลพบุรี ต้องไปถึงเวลา 11:15-12:30 น. มีปัญหาเกิดขึ้น เมื่อกูเกิลแมพบอกว่าร้านอยู่สระบุรี แต่ในกิจกรรมบอกว่าอยู่ลพบุรี ทำให้ไม่แน่ใจว่าใช่ที่เดียวกันไหม
BlueKoff coffee and Eatery สระบุรี Cr. Kanok Shokjaratkul
ในที่สุดเราก็มาถึงตามกำหนดเวลา ร้านอยู่สระบุรี มีพื้นที่ติดกับลพบุรี เมื่อขับเลยร้านไปนิดเดียวก็เป็นลพบุรี ทำให้หลายคนเข้าใจว่าร้านนี้อยู่ที่ลพบุรี
รับประทานอาหารเที่ยงกันอย่างรวดเร็ว ทำเวลากันทุกคน ไม่มีใครช้าเลย ทุกคนรีบกันหมด เพื่อเดินทางต่อไปที่จุดที่สอง KESARA Café จ.สิงห์บุรี เวลา 15:45 น.
เรานั่งด้านหลัง สะดวกสบาย กว้างขวาง มีช่องแอร์ตรงกลางด้านหลัง เวลาขึ้นเขาลงเขา รถเกาะถนนได้ดี ไม่วืดไปวืดมา
Cr. Kanok Shokjaratkul
จุดที่สาม จุดสุดท้าย เป็นการตัดสินผลการขับรถทั้งหมด ที่ PTT Station หันตรา จ.อยุธยา ต้องไปให้ถึงเวลา 16:45-17:30 น.
เราไปถึงทันเวลา จุดสุดท้ายแล้ว เจ้าหน้าที่แกะสติกเกอร์ที่ปิดฝาถังน้ำมันออก ตรวจดูทุกอย่าง พบว่า น้ำมันยังเหลืออยู่นิดหน่อย
ซึ่งถ้าเราขับจนน้ำมันหมด ระบบจะตัดไปใช้ไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ เท่ากับว่า การเดินทางครั้งนี้เราใช้น้ำมันเป็นหลัก และน้ำมันก็ยังไม่หมดด้วย
Cr. Kanok Shokjaratkul
ส่วนตัวเลขที่วิ่งมาทั้งหมดอยู่ที่ 1,118 กิโลเมตร เมื่อสิ้นสุดการเดินทาง ถือว่าทำได้ตามเป้าหมาย One Tank, One Charge ทำได้จริง 1,100 กิโลเมตร
สิ่งสำคัญสำหรับการขับรถทางไกล
เราพบว่า 1 ร่างกายของคนเราสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะทำอะไร หรือการขับรถทางไกล ร่างกายต้องได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม อีกทั้งสุขภาพก็ต้องดี ไม่กินอะไรผิดสำแดงทำให้ท้องเสียต้องแวะปั้มบ่อย ๆ
2 การเตรียมตัว ด้านเสื้อผ้า ก็ต้องมีเสื้อกันแดด หมวกกันแดด เพราะแดดตอนขับรถจะแรงมาก ยิ่งถ้ารถคันนั้นยังไม่ได้ติดฟิล์มด้วย ก็เหมือนไม่มีอะไรป้องกันเลย ซึ่งครีมกันแดดและเสื้อแขนยาวกันแดด ช่วยป้องกันผิวไม่ให้เกิดฝ้าได้
3 ขนม ของขบเคี้ยว เครื่องดื่ม ช่วยให้การขับรถทางไกลไม่น่าเบื่อ ช่วยแก้ปัญหาง่วงนอนได้ ทำให้มีแรงขับต่อไปได้เรื่อย ๆ
4 ต้องมีคนช่วยขับ หากขับรถทางไกล ไม่ควรขับคนเดียวนาน ๆ หลายชั่วโมง เพราะร่างกายจะล้า ทำให้การตัดสินใจผิดพลาด และเมื่อรู้ตัวว่าไม่ไหว ก็ต้องจอดแล้วบอกให้อีกคนมาช่วยขับแทน
Cr. Kanok Shokjaratkul
ทดสอบเพื่อให้เห็นความจริง
"เรเว่ เพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภคชาวไทยด้วย BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV สองรุ่นใหม่ Dynamic และ Standard เพื่อตอบรับความสนใจในรถยนต์ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด ที่เพิ่มสูงมากขึ้นในตลาด
และเพื่อเป็นการพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพของขุมพลัง DM-i SUPER PHEV ให้เป็นที่ประจักษ์ จึงมีการจัดทริปทดลองขับไกลกว่า 1,100 กิโลเมตรเป็นครั้งแรก ให้ผู้บริโภคเห็นว่า BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV ตอบทุกโจทย์การใช้งาน
Cr. Kanok Shokjaratkul
ทั้งในเมืองที่ขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน สำหรับลูกค้าที่ขับไปทำงานไม่เกิน 85 กม. และยังตอบโจทย์สายเที่ยวต่างจังหวัด ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
ด้วยคุณสมบัติใช้เชื้อเพลิงเต็มประสิทธิภาพ และความสะดวกสบายของห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน"
ประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวถึงการจัดกิจกรรมครั้งนี้
Cr. Kanok Shokjaratkul
ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ประหยัด ยั่งยืน
"BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV ไม่เพียงแต่ช่วยคุณประหยัดค่าเชื้อเพลิงเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมความยั่งยืนในด้านทรัพยากร เพราะขุมพลัง DM-i SUPER PHEV พัฒนาขึ้นโดยการคำนึงถึงความยั่งยืนเป็นหลัก
จึงมีเป้าหมายใช้เชื้อเพลิงทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้เกิดประโยชน์สูงสุดไปพร้อมกับการรักษาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก จึงมีอัตราการสร้างมลพิษที่ต่ำกว่ารถยนต์สันดาปทั่วไป"
ประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวเสริม
Cr. Kanok Shokjaratkul
BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV รุ่น Standard
รูปลักษณ์โดดเด่น ด้วยไฟหน้า Full LED แบบ STARLIGHT พร้อมระบบเปิดปิดอัตโนมัติ กระจังหน้าไร้กรอบแบบ DOT MATRIX ไฟท้ายรมดำ แบบ DOT MATRIX พร้อมแถบ LED Lightbar ล้อมีขนาด 17 นิ้ว อัลลอยทูโทน ห้องโดยสารกว้างขวาง ระยะฐานล้อ 2,718 มิลลิเมตร ยาวที่สุดใน Segment เดียวกัน
พร้อมด้วย BYD Intelligent Cockpit รวมการสั่งการระบบต่าง ๆ ไว้ในตำแหน่งเดียวกันบนคอนโซลกลาง หน้าจอเรือนไมล์ขนาด 8.8 นิ้ว จอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay® และ Android Auto™ ด้านหลังมีช่องปรับอากาศตรงกลาง สามารถพับพนักพิงเบาะได้แบบ 60/40 เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระท้าย มีระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) AEB, FCW, ICC และ LDP
Cr. Kanok Shokjaratkul
BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV รุ่น Dynamic
ครบครันด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว ลำโพง 6 ตำแหน่ง เบาะหนังสังเคราะห์ ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง BYD Digital Key ใช้สมาร์ทโฟนและสมาร์ทวอทช์ปลดล็อคประตูแทนกุญแจ กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ด้านหลังมีที่พักแขนพร้อมที่วางแก้ว 2 ช่อง
ทั้งรุ่น Standard และ Dynamic ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) แบบ DM-i SUPER PHEV หรือ Dual Mode-intelligent ใช้เชื้อเพลิงเต็มประสิทธิภาพ เน้นการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก ตอบสนองฉับไวไร้เสียงรบกวนจากเครื่องยนต์ รองรับทั้งการชาร์จไฟและเติมเชื้อเพลิง
Cr. Kanok Shokjaratkul
ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ มอเตอร์ไฟฟ้า160 กิโลวัตต์ แรงบิดรวม 300 นิวตันเมตร มาพร้อม BYD Blade Battery ขนาด 13.08 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ปลอดภัย ทนทาน ประสิทธิภาพสูง แม้ขับขี่ด้วยไฟฟ้าอย่างเดียว เป็นระยะทาง 85 กิโลเมตร* แต่ใช้เชื้อเพลิงเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยอัตราสิ้นเปลือง 28.6 กิโลเมตรต่อลิตร* แม้ขณะแบตเตอรี่ต่ำ
ปิดท้ายกิจกรรมครั้งนี้ด้วยการเปิดเผยตัวเลขราคา รุ่น Dynamic 659,900 บาท และรุ่น Standard 599,900* บาท (*จำนวน 3000 คันแรกเท่านั้น)
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul





