วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

8 คำถามที่ต้องรู้ เกี่ยวกับ ‘ลิขสิทธิ์’ ในวรรณกรรมไทย

8 คำถามที่ต้องรู้ เกี่ยวกับ ‘ลิขสิทธิ์’ ในวรรณกรรมไทย

ลิขสิทธิ์วรรณกรรมไทยในยุคดิจิทัลและ AI มีการดัดแปลง ลอกเลียน และละเมิดลิขสิทธิ์ เกิดขึ้นอย่างหลากหลายมากมาย จนจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน

ในด้านความรู้เรื่องกฎหมายและลิขสิทธิ์ในผลงาน เจ้าของผลงานหรือผู้สร้างสรรค์งานเองก็ไม่มีความรู้ รู้ไม่เท่าทัน

ทั้งที่เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้สร้างสรรค์งาน (ทุกประเภท) ควรต้องรู้ อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ควรปฏิบัติตามกฎหมาย

ซึ่งไม่ควรมีการละเมิดลิขสิทธิ์ใด ๆ เกิดขึ้นในสังคมใด เพราะสิ่งนี้ นับเป็นปัญหาและบ่อนทำลายการสร้างสรรค์งานของวงการนั้น ๆ ที่อยู่ร่วมสังคมเดียวกัน

โดนฟ้อง เลยต้องรู้

"ต้องสารภาพว่าเมื่อก่อนไม่รู้เรื่องลิขสิทธิ์เลย ยุคที่เริ่มเขียนใหม่ ๆ ปี ค.ศ. 2000 กว่า ๆ เราแค่พิมพ์งานส่ง ไม่ได้สงสัยอะไร

จนกระทั่งวันหนึ่งถูกฟ้องว่าไปลอกงานเขา ต้องไปขึ้นศาล เพราะเราไม่ยอมความ เรายืนยันว่าไม่ได้ลอก

จนเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ในชั้นศาล ซึ่งศาลด้านวรรณกรรมจะมี 2 ชั้น คือศาลชั้นต้นกับศาลฎีกา เราชนะทั้ง 2 ศาล"

8 คำถามที่ต้องรู้ เกี่ยวกับ ‘ลิขสิทธิ์’ ในวรรณกรรมไทย

Cr. Kanok Shokjaratkul

กนกวลี พจนปกรณ์  อดีตนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ในนามสมาคมผู้จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เล่าให้ฟัง ในงานเสวนา จริยธรรม ศักดิ์ศรี ลิขสิทธิ์ ในงานวรรรณกรรม วันที่ 30 มกราคม 2569 ที่จัดโดยสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย 

"พิสูจน์ได้อย่างไร ? เรามีหลักฐานการเขียน ที่พิสูจน์ได้ว่าเราเขียนก่อนงานของเขา โดยต้องไปรื้อต้นฉบับจากหอสมุดแห่งชาติ

เพราะในสมัยก่อน นักเขียนจะใช้วิธีใส่ซองจดหมายแล้วส่งกลับมาหาตัวเองเพื่อเป็นหลักฐานต้นฉบับ

แต่ถ้าเป็นปัจจุบัน เราใช้ Digital Footprint เช่น การเซฟไฟล์แยกเป็น Day 1, Day 2 หรือฉบับแก้ไขที่ 1, 2, 3 ซึ่งจะสืบหาเจ้าของได้ง่ายกว่า

8 คำถามที่ต้องรู้ เกี่ยวกับ ‘ลิขสิทธิ์’ ในวรรณกรรมไทย

Cr. Kanok Shokjaratkul

อยากชักชวนให้นักเขียนทุกคนใส่ใจเรื่องนี้ เพราะมันคือ ความมั่นคงในอาชีพ เมื่อก่อนเรามักฝากเรื่องนี้ไว้กับสำนักพิมพ์ แต่ตอนนี้เราต้องรู้ด้วยตัวเอง สิทธิ์นี้จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิตและส่งต่อให้ลูกหลานได้อีก 50 ปีหลังเสียชีวิตด้วย

ในยุคนี้มี AI มันเป็นเพียงเครื่องมือเหมือนปากกาหรือคอมพิวเตอร์ มันอาจช่วยจุดประกายหรือช่วยงานที่เป็น Muscle work ได้

แต่ถ้าจะให้แทนที่มนุษย์ 100% ในงานที่ลึกซึ้งหรือภาษาที่สละสลวย ยังเป็นไปไม่ได้ เพราะภาษา AI มักจะไม่ลื่นไหลและดูประหลาด

ที่สำคัญ ตอนนี้วรรณกรรมไทยเริ่มมีที่ยืนในเวทีโลก อยากฝากให้สมาคมนักเขียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันดูแลเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะกรณีที่ ไทยละเมิดไทย เอง

และความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับสนธิสัญญามาราเกซ (Marrakesh Treaty) ที่ให้สิทธิ์ผู้พิการ คนตาบอด ผู้บกพร่องทางการอ่าน สามารถเข้าถึงผลงานสร้างสรรค์มีลิขสิทธิ์ได้ ซึ่งบางคนนำไปใช้นอกเหนือจาก 14 องค์กรที่กำหนด จนนักเขียนเสียผลประโยชน์"

8 คำถามที่ต้องรู้ เกี่ยวกับ ‘ลิขสิทธิ์’ ในวรรณกรรมไทย

Cr. Kanok Shokjaratkul

งานแปล ในมุมของนักแปล 

"ถ้าเป็นงานจากต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะไม่ดีลกับตัวบุคคล (Individual) แต่จะผ่านสำนักพิมพ์ เพราะเขาต้องการความมั่นใจในการผลิตและจัดจำหน่าย

สัญญาแปลมี 2 แบบ คือ เหมาจ่าย (ลิขสิทธิ์เป็นของสำนักพิมพ์) กับ จ่ายเปอร์เซ็นต์ (ลิขสิทธิ์การแปลอาจอยู่ที่เรา) ซึ่งแบบหลังจะส่งผลดีในระยะยาวมากกว่า

ในสัญญาซื้อลิขสิทธิ์ต่างประเทศยุคหลัง ๆ ระบุชัดเจนเลยว่า ห้ามใช้ AI ในการแปล 

เพราะผู้อ่านต้องการงานที่เป็น Human Craft หรือสิ่งที่มีจิตวิญญาณของมนุษย์อยู่

8 คำถามที่ต้องรู้ เกี่ยวกับ ‘ลิขสิทธิ์’ ในวรรณกรรมไทย

Cr. Kanok Shokjaratkul

ลิขสิทธิ์ หรือ Copyright คือสิทธิ์ในการทำสำเนา และเป็นทรัพย์สินทางปัญญา

ถ้าเราไม่เคารพความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายลิขสิทธิ์ งานวรรณกรรมก็จะไม่มีผลตอบแทนที่คู่ควรให้กับผู้สร้าง" 

ดาวิษ ชาญชัยวานิช นักแปลดีเด่น รางวัลสุรินทราชา พ.ศ. 2564 ในนามสมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย  แสดงความคิดเห็น

8 คำถามที่ต้องรู้ เกี่ยวกับ ‘ลิขสิทธิ์’ ในวรรณกรรมไทย

Cr. Kanok Shokjaratkul

8 คำถาม ที่ต้องรู้

  • 1. หัวใจสำคัญของกฎหมายลิขสิทธิ์

"มีอยู่ 3 ข้อหลัก คือ ทำซ้ำ, ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชน 

เมื่อคุณสร้างสรรค์งานขึ้นมา คุณคือเจ้าของสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการทำสิ่งเหล่านี้ ใครจะเอาไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ได้"

เขมศิริ นิชชากร ผู้อำนวยการกองป้องปราบการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญยา บอกถึงรายละเอียด 

  • 2.งานแปล กับ การดัดแปลง

"การแปล คือ การดัดแปลง ไม่ว่าจะแปลจากไทยเป็นต่างประเทศ หรือต่างประเทศเป็นไทย ต้องขออนุญาตเจ้าของโดยตรง

หากแปลโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการละเมิด แต่ถ้าได้รับอนุญาตแล้ว ผู้แปลก็จะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานแปลสำนวนนั้น ๆ ด้วย

8 คำถามที่ต้องรู้ เกี่ยวกับ ‘ลิขสิทธิ์’ ในวรรณกรรมไทย

Cr. Kanok Shokjaratkul

  • 3. ให้ AI แปลหรือสร้างงาน นับเป็นลิขสิทธิ์ไหม

"ศาลทั่วโลก ทั้งอเมริกา เกาหลี และจีน ตัดสินไปในทิศทางเดียวกันว่า 'ลิขสิทธิ์' คุ้มครองการสร้างสรรค์ของมนุษย์เท่านั้น

ดังนั้นงานที่ AI generate ออกมาเพียว ๆ จะไม่ได้รับความคุ้มครอง เว้นแต่จะมีการแก้ไขหรือสร้างสรรค์ต่อยอดโดยมนุษย์อย่างมีนัยสำคัญ เช่น เคสที่อิตาลีที่มีการแก้ไขงานมากกว่า 1,500 ครั้ง ศาลจึงอนุญาตให้เคลมสิทธิ์ได้"

  • 4. เส้นแบ่งระหว่าง 'แรงบันดาลใจ' กับ 'การลอก' 

"ศาลจะดูที่ เจตนา และ รายละเอียด  ถ้ามาทั้งแผง ทั้งพารากราฟ หรือดำเนินเรื่อง Step by Step เหมือนกันเป๊ะ นั่นคือลอก 

แต่ถ้าเป็นแค่พล็อต (Plot) เช่น การข้ามภพไปอดีต หรือเรื่องแฝด ซึ่งเป็นพล็อตส่วนกลาง แบบนี้ถือเป็นแรงบันดาลใจได้

8 คำถามที่ต้องรู้ เกี่ยวกับ ‘ลิขสิทธิ์’ ในวรรณกรรมไทย

Cr. Kanok Shokjaratkul

  • 5. การใช้งานโดยชอบธรรม Fair Use

"หลักการคือ ต้องไม่กระทบต่อสิทธิ์และผลประโยชน์ของเจ้าของ มักใช้เพื่อการศึกษา วิจัย หรือห้องสมุด โดยต้องไม่มีเรื่องเชิง พาณิชย์ เข้ามาเกี่ยวข้อง

และยังมีเรื่อง Moral Right (สิทธิศีลธรรม) ที่ปกป้องชื่อเสียงเกียรติยศของผู้สร้างสรรค์ด้วย เช่น กรณีที่ตัวละครถูกเอาไปทำจนเสื่อมเสีย เจ้าของก็มีสิทธิ์ปกป้องได้

ในเรื่องการใช้งานลิขสิทธิ์ เรามีช่องว่างที่เรียกว่า Fair Use (การใช้งานโดยชอบธรรม) ซึ่งต้องพิจารณาให้ แฟร์ ทั้งผู้ใช้และเจ้าของสิทธิ์

โดยส่วนใหญ่ Fair Use จะเอื้อให้ประเทศกำลังพัฒนาเข้าถึงงานเพื่อการศึกษา วิจัย หรือผู้ด้อยโอกาส

แต่เมื่อใดก็ตามที่มีเรื่อง การค้า เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น การตีพิมพ์ขาย มันจะเกินขอบเขตของ Fair Use ไปทันที"

  • 6. ลิขสิทธิ์สาธารณะ Public Domain

"มีนักแปลถามว่า กำลังจะทำหนังสือเล่มหนึ่งของนักเขียนอเมริกัน ซึ่งกฎหมายสหรัฐฯ คุ้มครอง 70 ปีหลังเสียชีวิต แต่บ้านเราคุ้มครอง 50 ปี

เพื่อนนักกฎหมายแนะนำว่า "พิมพ์ไปเลยในไทย ของเราคุ้มครองแค่ 50 ปี แต่อย่าเอาลงออนไลน์"

แบบนี้ทำได้ไหม และ ทำไมไทยไม่ขยายความคุ้มครองเป็น 70 ปี เพื่อประโยชน์ของลูกหลานนักเขียน

ตอบว่า  "กฎหมายลิขสิทธิ์คุ้มครองตามเขตราชอาณาจักร  ในเมื่อไทยคุ้มครอง 50 ปี ก็ยังเป็นไปตามนั้น ส่วนเรื่องการขยายเป็น 70 ปี เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่าย

หากสมาคมนักเขียนต้องการผลักดัน ก็ควรต้องรวมตัวกันเพื่อ Push ประเด็นนี้ เพื่อแสดงว่าเรากำลังก้าวจากประเทศกำลังพัฒนาไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว"

สรุปได้ว่า ถ้าตีพิมพ์เป็นภาษาไทยขายเฉพาะในราชอาณาจักรไทยก็ทำได้ตามเกณฑ์ 50 ปี แต่ห้ามนำขึ้นระบบออนไลน์เพราะจะกลายเป็นประเด็นระหว่างประเทศทันที

8 คำถามที่ต้องรู้ เกี่ยวกับ ‘ลิขสิทธิ์’ ในวรรณกรรมไทย

Cr. Kanok Shokjaratkul

  • 7. การลอกไอเดียในงาน Pitching 

ตัวแทนจากสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยถามว่า ปีที่ผ่านมามีการอบรมการเขียนและการ Pitching เยอะมาก 

กรณีคนส่งประกวดแล้วได้รางวัล แต่เนื้อหาไปตรงกับสิ่งที่คนอื่นเคย Pitching ไว้ในงานอบรม เราจะพิสูจน์หรือมีลิขสิทธิ์ในงาน Pitching นั้นอย่างไร

ตอบว่า  "การสร้างสรรค์งาน (รวมถึงงานที่นำไป Pitching) ได้รับความคุ้มครองทันทีโดยอัตโนมัติ

เพื่อความปลอดภัย เราอาจใช้ Digital Footprint หรือลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นหลักฐาน อย่างไรก็ตาม ต้องดูเงื่อนไขของโครงการที่ไป Pitch ด้วยว่าใครเป็นเจ้าของสิทธิ์ตามข้อตกลง

หากเกิดปัญหาถูกละเมิด สมาคมนักเขียนฯสามารถช่วยได้ หรือสามารถส่งเรื่องมาที่ กรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อทำการ ไกล่เกลี่ย โดยผู้เชี่ยวชาญ หรือหากคุยกันไม่จบจริง ๆ ก็สามารถนำเรื่องขึ้นศาลเพื่อให้เป็นคดีตัวอย่างได้

  • 8. การละเมิดลิขสิทธิ์การแปลหนังสือ ในสมัยก่อน 

ผู้เข้าฟังเสวนาถามว่า ในอดีต วงการแปลบ้านเราอยู่กันแบบพี่น้อง ยังไม่มีกฎหมายลิขสิทธิ์ จึงมีวรรณกรรมส่วนหนึ่งถูกแปลโดยไม่ชอบ ต่อมามีกฎหมายลิขสิทธิ์ ถูกนำมาใช้อย่างจริงจัง เราจะแก้ปัญหานี้ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้อย่างไร" 

ตอบว่า  "จริง ๆ แล้ว กฎหมายลิขสิทธิ์ไทยมีการบังคับใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537

และถ้าถอยไปไกลกว่านั้นเรามีกฎหมายมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 หรือแม้แต่สมัยรัชกาลที่ 5

จึงอยากถามกลับว่า "ช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ยาวนานพอแล้วหรือยัง?"

เราไม่ควรหยิบเอาข้อยกเว้นมาใช้เป็นข้ออ้างเพื่อไม่เคารพกฎหมาย"

8 คำถามที่ต้องรู้ เกี่ยวกับ ‘ลิขสิทธิ์’ ในวรรณกรรมไทย

Cr. Kanok Shokjaratkul

บทสรุปของงานเสวนาในครั้งนี้คือ การสร้าง ความตระหนักรู้ (Awareness) ให้กับทุกคน

ทุกคนควรเคารพซึ่งกันและกัน เพราะหากเคารพซึ่งกันและกันแล้ว ปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ก็จะไม่เกิดขึ้น

สำหรับงานแปล 

1 นักอ่านจะรู้สึกดีไหมหากรู้ว่าหนังสือที่ตัวเองซื้อไม่เคยไปถึงนักเขียนหรือสนับสนุนนักเขียนที่เขารักเลย 

2 หนังสือที่ซื้อลิขสิทธิ์มาถูกต้อง จะมีสัญญาบังคับว่า ต้องแปลให้ตรงตามต้นฉบับและเก็บใจความให้ครบถ้วนที่สุด ห้ามดัดแปลง

3 ความแตกต่างของหนังสือที่แปลโดยไม่มีลิขสิทธิ์ คือจะไม่ใส่ใจในต้นฉบับ และไม่สนใจอะไรเลย

8 คำถามที่ต้องรู้ เกี่ยวกับ ‘ลิขสิทธิ์’ ในวรรณกรรมไทย

Cr. Kanok Shokjaratkul