สวนลุมพินี เป็นสวนสาธารณะระดับย่านใจกลางกรุงเทพมหานคร มีขนาดพื้นที่ 360 ไร่ ล้อมรอบด้วยถนนทั้ง 4 ด้าน คือ ถนนพระรามที่ 4 ถนนราชดำริ ถนนวิทยุ และถนนสารสิน เป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของประเทศไทย
พ.ศ. 2468 เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชสมบัติครบ 15 ปี ประกอบกับเศรษฐกิจตกต่ำหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง จึงมีพระราชดำริที่จะจัดงานแสดงพิพิธภัณฑ์สรรพสินค้าและทรัพยากรธรรมชาติ ดังเช่นประเทศตะวันตกที่ทำได้ผลมาแล้ว ในชื่องานว่า สยามรัฐพิพิธภัณฑ์
ทรงเลือกบริเวณทุ่งศาลาแดง ที่ดินส่วนพระองค์ที่เหลือจากการแบ่งไปให้เป็นพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปแล้ว เป็นสถานที่จัดงาน ทรงสละพระราชทรัพย์เป็นทุนประเดิมในการเตรียมสถานที่ พร้อมทั้งหารายได้จากการออกสลาก รายได้จากการจัดงาน และเงินบริจาคจากประชาชน
โดยมีพระราชดำริว่าเมื่อเลิกการจัดงานแล้ว สถานที่จัดงานดังกล่าวควรจัดทำเป็นสวนพฤกษชาติ เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาและใช้พักผ่อน พระราชทานชื่อว่า สวนลุมพินี ตามชื่อสถานที่ประสูติแห่งพระโคตมพุทธเจ้า ณ ตำบลลุมพินีวัน ประเทศเนปาล
Cr. Kanok Shokjaratkul
แต่เนื่องด้วยพระองค์เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 ก่อนกำหนดเปิดงาน 2 เดือน งานดังกล่าวจึงถูกยกเลิกไปเนื่องจากอยู่ในช่วงถวายความอาลัย
พ.ศ. 2471 สวนลุมพินีได้ถูกรื้อฟื้น โดยนายพลตำรวจตรี พระยาคทาธรบดีสีหราชบาลเมือง ข้าราชบริพารในรัชกาลที่ 6 ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เช่าพื้นที่ด้านทิศใต้ของสวนลุมพินีจำนวน 90 ไร่ ทำเป็น วนาเริงรมย์ มีลักษณะคล้ายสวนสนุก มีแสดงมหรสพ ขายอาหาร การละเล่น แข่งว่าว วิ่งวัว ชิงช้า ม้าหมุน ส่วนพื้นที่เหลืออีก 270 ไร่ มีรับสั่งให้ใช้เป็นสวนสาธารณะ วนาเริงรมย์เปิดได้ไม่นานก็ถูกทิ้งร้าง
พ.ศ. 2478 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล มีการปรับปรุงสวนลุมพินีให้กลับมาเป็นสวนสาธารณะอีกครั้ง มีการสร้างสนามกีฬาสำหรับเด็ก จัดตั้งสวนเพาะชำขยายพันธุ์ไม้ตกแต่ง
ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง สวนลุมพินีกลายเป็นที่ตั้งของค่ายทหารญี่ปุ่น
Cr. Kanok Shokjaratkul
สวนลุมพินี พ.ศ. 2489
หลังสงครามโลกครั้งที่สองสงบลง สวนลุมพินีถูกนำกลับมาใช้เป็นสถานที่จัดงานระดับชาติ เช่น งานฉลองรัฐธรรมนูญ การประกวดนางสาวไทย รางวัลตุ๊กตาทอง และโชว์จากต่างประเทศต่าง ๆ
"อนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 สร้างโดยสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ตอนแรกจะสร้างในโรงเรียน แต่เมื่อเรื่องเผยแพร่ออกไป ก็เห็นควรว่าควรตั้งในที่สาธารณะเพื่อให้คนทั่วไปได้สักการะ
ในปี 2482 จอมพล ป. พิบูลสงคราม เห็นชอบ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระมหากษัตริย์ไทย 8 พระองค์ และมีกำหนดจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ก่อนเป็นองค์แรก
ประดิษฐานที่หัวมุมด้านตะวันตกเฉียงใต้ของสวนลุมพินี เริ่มก่อสร้าง 1 มกราคม 2484 สร้างเสร็จ 7 มิถุนายน 2484 เปิด 27 มีนาคม 2485 อุทิศแด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทางเข้าหลักของสวนลุมเป็นสี่เหลี่ยมคางหมู และทางเข้าจะอยู่ หัวมุม ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของการออกแบบผังจากยุโรป
มีทฤษฎีว่าสมัยก่อนรถม้าเลี้ยว 90 องศาไม่ได้ หรือทฤษฎีการซ่อนทางเข้าหลัก สไตล์นี้ได้รับความนิยมมากในไทย เช่น มิวเซียมสยาม หรือบ้านเจ้านายปลาย ร.5 ต้น ร.6"
ศาสตราจารย์ ดร. ชาตรี ประกิตนนทการ จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวนำชม ในงาน สวนลุมพินี สวนของเมือง เรื่องของผู้คน : Lumpini Park Story of the City Story of the People วันเที่ 17 มกราคม 2569 ณ สวนลุมพินี
Cr. Kanok Shokjaratkul
แลนด์มาร์คสำคัญของย่านสีลม
"อนุสาวรีย์นี้ เป็นผลงานประติมากรรมของอาจารย์ ศิลป์ พีระศรี แบบเป็นทางการชิ้นแรกในสยาม ตอนที่เข้ามาประเทศไทยใหม่ ๆ ยังไม่ได้รับความเชื่อถือว่าจะปั้นเหมือนไหม สมเด็จกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ (สมเด็จครู) จึงให้ปั้นหน้าท่านเองก่อน ปรากฏว่าปั้นเหมือนมาก จึงได้รับงานปั้นรัชกาลที่ 6
ประติมากรรมนี้มีหลายแบบร่าง เช่น ชุดเสือป่า หรือแบบยืนผ่อนคลายถือหมวก แต่รัฐบาลขณะนั้นกลัวท่านร้อนจึงขอให้ ใส่หมวก
สไตล์งานผสมผสานระหว่างศิลปะสมัยใหม่ของยุโรปกับกลิ่นอายความศักดิ์สิทธิ์แบบพระพุทธรูปไทย อนุสาวรีย์นี้สร้างเสร็จปี 2485 กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่เปลี่ยนภูมิทัศน์ย่านนี้ไปทั้งหมด
ย่านนี้เป็นเส้นความเจริญใหม่ ตั้งแต่รัชกาลที่ 6 ทรงให้ตั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการย้ายสถานีวิทยุมาที่ศาลาแดง ห้างร้านทันสมัยอย่าง ห้างอับดุลราฮิม ที่เคยอยู่บำรุงเมืองก็นำเข้าสินค้าตะวันตกและย้ายมาที่ถนนพระราม 4 การสร้าง สยามรัฐพิพิธภัณฑ์ (ซึ่งเป็นเหมือนงาน Expo) ที่นี่ จึงเป็นเมกะโปรเจกต์เพื่อดึงระบบสาธารณูปโภค ทั้งไฟฟ้าและประปา เข้ามาพัฒนาพื้นที่ย่านนี้ทันที”
ตามกำหนดการของงานเสวนาฯจะนำชม 3 สถานที่ของสวนลุมพินี คือ (1)อนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 (2) หอนาฬิกาสยามรัฐพิพิธภัณฑ์ (อยู่ระหว่างซ่อมแซม ทำให้ไม่ได้ชม) (3) ลุมพินีสถาน
Cr. Kanok Shokjaratkul
ลุมพินีสถาน ฟื้นคืนชีวิตแล้ว!
"ลุมพินีสถาน ซึ่งเพิ่งบูรณะเสร็จ สร้างขึ้นในปี 2495 เพื่อใช้ในงานฉลองรัฐธรรมนูญและงานแสดงสินค้านานาชาติ
เดิมที กทม. มีแผนจะบูรณะตั้งแต่ปี 2562-2563 แต่กังวลเรื่องโครงสร้างเพราะคิดว่าสร้างตั้งแต่ปี 2478 และอาจเป็นฐานรากไม้ จึงเคยมีไอเดียจะรื้อหลังคาออกให้เป็น Outdoor Amphitheater แต่สุดท้ายมีการสืบค้นข้อมูลและขุดสำรวจจนนำมาสู่การบูรณะครั้งนี้
เวทีนี้สำคัญมาก เพราะเป็นตัวขับเคลื่อนวัฒนธรรมลีลาศในสมัยนั้น แม้ลีลาศจะมีมาก่อน แต่ที่นี่มีนวัตกรรมที่ดึงดูดวัยรุ่นและคนในสังคม
Cr. Kanok Shokjaratkul
บันทึกที่ชัดเจนคือพ.ศ. 2499 ที่ Benny Goodman มาแสดง และใช้งานเวทีไฮดรอลิกแห่งนี้ ถือเป็นงานฉลองรัฐธรรมนูญครั้งสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่มาก โดยมีสหรัฐอเมริกาเข้ามามีส่วนร่วมด้วย
ตรงบริเวณบันไดที่แยกกัน ในปีพ.ศ. 2500 ถูกใช้เป็นเวทีจัดงานมอบรางวัลตุ๊กตาทองครั้งแรก ในคลิปวิดีโอประวัติศาสตร์ จะเห็นผู้ได้รับรางวัลเดินขึ้นบันไดไปรับรางวัลแล้วเดินลงมาด้านล่าง
ในทางอนุรักษ์มีการประเมินลำดับคุณค่า บันไดและระบบไฮดรอลิกของเวทีนี้มีคุณค่าสูงและสำคัญมากในทางประวัติศาสตร์"
Cr. Kanok Shokjaratkul
เวทีประวัติศาสตร์และนวัตกรรมไฮดรอลิกแห่งกรุงเทพฯ
นับเป็นโอกาสพิเศษที่หาได้ยากยิ่ง เพราะปกติไม่ได้เปิดให้ชม ลงบันไดลึกลงไปถึงใต้ดิน ด้านล่าง เป็นโครงสร้างของเวที พร้อมกับระบบไฮดรอลิกขับเคลื่อนเวทีให้หมุนไปมา
"ระบบไฮดรอลิกแห่งนี้คือ หัวใจ ที่ทำให้วัฒนธรรมลีลาศในไทยช่วงปี 2490 กว่า ๆ จนถึงช่วงสงครามเย็น กลายเป็นเรื่องที่ ฮอต และเป็น Talk of the Town เพราะเวทีมันหมุนได้
มันคือนวัตกรรมที่ดึงดูดวัยรุ่นคนรุ่นใหม่ในสมัยนั้นให้มารวมตัวกัน และเมื่อมีวง สุนทราภรณ์ มาเล่นประจำ ก็ยิ่งทำให้วัฒนธรรมนี้กระจายตัวมากขึ้น หากไม่มีระบบไฮดรอลิกนี้ พื้นที่นี้อาจไม่เป็นอย่างที่เป็นอยู่"
Cr. Kanok Shokjaratkul
จากนั้นเดินขึ้นไปเยี่ยมชมบริเวณชั้นสองและพื้นที่โดยรอบ
"บนเพดานมีการติดตั้งโครงไฟใหม่ให้เข้ากับสไตล์เดิม และสิ่งที่เพิ่งค้นพบจากการเปิดฝ้าคือ โครงสร้างไม้ (Truss) ด้านบน ซึ่งสวยงามมาก สถาปนิกตั้งใจจะโชว์โครงไม้ส่วนนี้เพื่อให้บรรยากาศภายในอาคารสวยงามยิ่งขึ้น
พื้นที่นี้มีลักษณะเป็นสตูดิโอเก่า สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในเพจ Revitalizing Bangkok ที่เคยจัดงานเมื่อช่วงปีพ.ศ. 2566 (สองปีที่แล้ว) แม้จะมีรอยรั่วบ้างเวลาฝนตก แต่ในภาพรวมสถานที่ตั้งและอนุสาวรีย์ในบริเวณนี้ก็ได้รับอิทธิพลมาจากงานศิลปะในยุคก่อนหน้า"
Cr. Kanok Shokjaratkul
กรุงเทพมหานคร เตรียมจัดงาน สวนลุม 100 ปี
"ลุมพินีสถาน อาคารแห่งนี้เคยร้างมาก่อน ผลวิจัยโครงสร้างสถาปัตยกรรมช่วงปี 2560 บอกว่าฐานรากมีปัญหา เสาเข็มอาจจะทรุด
พอเราเข้ามา ก็ให้ อาจารย์ชาตรี ช่วยดูเรื่องคุณค่าอาคาร และให้สำนักการโยธาสำรวจใหม่ วิศวกรสรุปว่า แค่ซ่อมก็พอ เพราะชำรุดเพียงบางเสา ทำให้เราเก็บคุณค่าดั้งเดิมไว้ได้ทั้งหมด"
ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เล่าถึงการปรับปรุงอาคารลุมพินีสถานให้ฟัง
Cr. Kanok Shokjaratkul
"การ Renovate นี้ พยายามเก็บวัสดุเดิมไว้ เช่น ปาร์เก้เดิม (พื้นที่ชั้นหนึ่ง) และไม้ชั้น 2 ที่นำไปขัดใหม่ หลังคาก็ใช้วัสดุเดิม มีการติดตั้งระบบไฮดรอลิกให้เปิดประตูได้สุดเพื่อให้ลมผ่าน และไม่ต้องเปิดแอร์ตลอดเวลา เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม
ไฮไลท์ของที่นี่คือ เวทีหมุนได้ ที่เราเห็นอยู่นี้เป็นเวทีเดิม ระบบกงล้อและไฮดรอลิกเดิม เพียงแค่ซ่อมแซมเท่านั้น เวทีนี้มี 2 ฝั่ง ทำให้โชว์ต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องหยุด"
จากปกติเวลาเปลี่ยนวงดนตรี ต้องหยุดให้วงใหม่ขึ้นมาเซ็ตอัพ แต่เวทีนี้ไม่ต้องทำอย่างนั้น วงดนตรีต่อไปสามารถเซ็ตอัพได้เลยแล้วพอถึงเวลาเปลี่ยนก็หมุนเวทีเอาด้านในออกมา เล่นต่อกันไปได้เลย ไม่มีการสะดุด
Cr. Kanok Shokjaratkul
"สำหรับพื้นที่ข้างบนชั้นสอง กทม. มีแผนจะทำเป็นพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับจัดกิจกรรมต่างๆ ปัจจุบันอาคารลักษณะนี้มักจะขาดคนดูแล เราก็ย้ายสำนักงานของกองสังคีต (สังกัดสำนักวัฒนธรรม) บางส่วนมาอยู่ที่นี่ เพื่อให้เป็นพื้นที่สำหรับซ้อมดนตรีทั้งด้านในและด้านนอก และมีเจ้าหน้าที่ที่เข้าใจเรื่องศิลปะการแสดงคอยดูแลและให้บริการ
ผู้ที่สนใจจะมาจัดงานเกี่ยวกับดนตรี หรือหากใครสนใจใช้พื้นที่ในรูปแบบไหนก็มาพูดคุยกันได้
คาดว่า ลุมพินีสถาน จะสามารถเปิดใช้งานได้อย่างเป็นทางการในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งจะมีงานสวนลุม 100 ปี และการแสดงดนตรีจากกองสังคีต"
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
.................................
อ้างอิง : ข้อมูลบางส่วนจากวิกิพีเดีย





