background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ปั้นเชียงใหม่ สู่เมืองผักปลอดภัยในฝัน กับ 'Greentopia'

ปั้นเชียงใหม่ สู่เมืองผักปลอดภัยในฝัน กับ 'Greentopia'

ปฏิบัติการเปลี่ยนพืชเชิงเดี่ยว ทวงคืนระบบนิเวศ เกษตรไร้สารเคมีตกค้าง ผ่านโครงการ "เชียงใหม่กรีนโทเปีย (Chiang Mai Greentopia)" เดินหน้าปั้นเชียงใหม่สู่เมืองผักปลอดภัยในฝัน

"เชียงใหม่" เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งผลิตพืชผัก ผลไม้เมืองหนาวสำคัญของประเทศ แต่ใครเลยจะคิดว่า ทั้งที่ "เชียงใหม่" เป็นหนึ่งในแหล่งผลิตพืชผักจังหวัดใหญ่ แต่กลับมีแหล่งผลิตพืชผักเกษตรอินทรีย์ไม่เพียงพอปากท้องคนทั้งจังหวัด

ที่สำคัญหลายคนอาจไม่รู้ว่า "เกษตรกรผู้ปลูกผักอินทรีย์" เหล่านี้  กลับแทบไม่เคยได้กินผักที่ตัวเองปลูก นั่นเพราะผักส่วนใหญ่ถูกส่งขายออกนอกจังหวัดหมด แล้วคนปลูกผักเชียงใหม่ กินผักจากที่ไหนเล่า? 

"คนเชียงใหม่กินผักจากตลาดเมืองใหม่และตลาดสด ที่ส่วนใหญ่ส่งมาจาก กทม." เสียงบอกเล่าของ ศ.ดร.พวงรัตน์ แก้วล้อม อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะผู้จัดการโครงการ Chiang Mai Greentopia เป็นผู้ให้คำตอบ

เธอเปิดเผยต่อว่า นี่ยังเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คนเชียงใหม่ รวมถึงเกษตรกรปลูกผักเหล่านี้ต้องเผชิญปัญหาสุขภาพจากการมีสารเคมีตกค้างในร่างกายกันไม่น้อย เพราะพิษภัยจากสารเคมีการเกษตรที่ใช้ฉีดพ่นพืชผักหลายชนิดสามารถซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ทั้งจากสัมผัส รับประทาน และสูดดม หากได้รับพิษแบบเฉียบพลันจะมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ท้องร่วง หายใจติดขัด ตาพร่า ซึ่งอาการจะเกิดเร็วหรือมาก ขึ้นอยู่กับปริมาณสารเคมีที่ได้รับ

ปั้นเชียงใหม่ สู่เมืองผักปลอดภัยในฝัน กับ 'Greentopia'

หากในระยะหลัง คนเชียงใหม่เริ่มมีความตื่นตัวเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพของตัวเอง ซึ่งนำมาสู่โจทย์คิดร่วมกันที่ว่า "ทำอย่างไรให้คนปลูกผักส่งคนเมืองมีโอกาสบริโภคผักที่ปลอดภัย" และ "ทำอย่างไรให้ชาวเกษตรเชียงใหม่หันมาปลูกอินทรีมากขึ้น?"

จากความคิดดังกล่าวได้นำมาสู่โครงการสานฝัน ที่จะทำให้คนเชียงใหม่ได้กินผักปลอดภัยเกิดขึ้นจริง เพราะนี่คือปฏิบัติการเปลี่ยนพืชเชิงเดี่ยว ทวงคืนระบบนิเวศ เกษตรไร้สารเคมีตกค้าง กับโครงการที่ชื่อว่า "เชียงใหม่กรีนโทเปีย" Chiang Mai Greentopia หรือนิยามได้ว่า "ห้องปฏิบัติการแปลงทดลองอาหารปลอดภัยเพื่อคนเชียงใหม่"

ปั้นเชียงใหม่ สู่เมืองผักปลอดภัยในฝัน กับ 'Greentopia'

ทวงคืนระบบนิเวศผักปลอดภัย

ศ.ดร.พวงรัตน์ เล่าถึงที่มาว่า โครงการ Chiang Mai Greentopia ได้รับการสนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. โครงการดำเนินการตั้งแต่ปี 2565 ตามยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนนโยบายด้านอาหารเพื่อสุขภาวะของ สสส. 4 ด้าน ได้แก่

  1. สร้างความรอบรู้ด้านอาหารเพื่อสุขภาวะ (Food Literacy) ส่งต่อความรู้ด้านอาหารเพื่อสุขภาวะให้เครือข่ายเกษตรกรอินทรีย์ นำไปสู่การพัฒนาแหล่งผลิตอาหารปลอดภัยในชุมชน เกิดพลเมืองอาหารและชุมชนอาหารกว่า 500 ราย
  2. สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาวะ (Food Environment) เกิดเครือข่ายตลาด ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร โรงแรม กระจายผลผลิตสู่ผู้บริโภคกว่า 200 แห่ง
  3. ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจอาหารชุมชน (Food Economy) เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเอง และสร้างระบบเศรษฐกิจ สร้างรายได้ที่ยั่งยืนในภาคบริการอาหารให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากกลุ่มคนรักสุขภาพ และนักท่องเที่ยว
  4. ส่งเสริมการขับเคลื่อนนโยบายด้านอาหาร (Food Policy Advocacy) ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ เปลี่ยนจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวเป็นเกษตรผสมผสาน สร้างระบบนิเวศเกษตรไร้สารเคมีการเกษตร ลดการเผาภาคเกษตรต้นเหตุ PM2.5 เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพความปลอดภัยตามมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ PGS และมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 9002-2559 ซึ่งการมีหมุดหมายสำคัญคือการจะเป็นต้นแบบการสร้างความมั่นคงทางอาหาร สู่วิถีการบริโภคอาหารอินทรีย์เพื่อสุขภาพอย่างมีส่วนร่วม หวังพัฒนา "ระบบอาหารเพื่อสุขภาวะตลอดห่วงโซ่"

"พอเริ่มลงมือจริง เรากลับพบว่า อ้าว! แล้วจะเริ่มปลูกยังไง จะเอาความรู้ที่ไหน เพราะที่ผ่านมา เกษตรกรอินทรีย์นั้นแยกอยู่กระจัดกระจายกัน ไม่ได้ค่อยมีการรวมกลุ่มกัน แล้วถ้าจะให้เขาไม่ใช้สารเคมีเลยต้องทำไง หากต้องทำวิถีอินทรีย์ สร้างนิเวศเกษตรอินทรีย์ คิดว่าต้องสร้างแหล่งเรียนรู้ปลูกผักอินทรีย์ขึ้น"

ปั้นเชียงใหม่ สู่เมืองผักปลอดภัยในฝัน กับ 'Greentopia'

ถึงการขับเคลื่อนงานนั้นไม่ง่าย แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ หากถูกขับเคลื่อนด้วยพลังความร่วมแรงร่วมใจ

"กรีนโทเปีย" เริ่มจากการคัดเลือกพื้นที่ศึกษาในส่วนของชุมชนเกษตรกร ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยงานท้องถิ่นใน การส่งเสริมการเพาะปลูกแบบอินทรีย์ มีพื้นที่ศึกษาได้แก่ พื้นที่ชุมชนเกษตรกรตําบลบ้านแม อําเภอ สันป่าตอง โดยพื้นที่นี้ได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมจากเทศบาลตําบลบ้านแม มีการกําหนดให้การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์เป็นภารกิจหลัก และมีตลาดกิ่วแลน้อยเป็นสถานที่รวมผักจากเกษตรกรที่ มีการปลูกในท้องถิ่นเป็นแหล่งขายผลผลิตทางการเกษตร

นอกจากมีกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผักอินทรีย์ให้ความร่วมมือกว่า 70 แห่ง โครงการยังได้รับการบริจาคที่ดินจากผู้สนับสนุน 4 ราย นำมาเนรมิตพื้นที่ 17 ไร่ให้กลายเป็นแปลงผัก และห้องแลปกลางแจ้ง ที่มีการเรียนรู้ ทดลองและแลกเปลี่ยนแบบครบวงจร ในพื้นที่ "สวนผักฮักร้องขุ้ม" ในอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่

ปั้นเชียงใหม่ สู่เมืองผักปลอดภัยในฝัน กับ 'Greentopia'

"ร้องขุ้มฟาร์มแล็บ" Lab ทดสอบสารเคมีในพืชผัก

ในพื้นที่สวนผักฮักร้องขุ้ม ซึ่งเป็นพื้นที่หลักในการส่งเสริมความรู้ให้กับ โครงการเชียงใหม่ Greentopia มีการตั้งพื้นที่ห้องปฏิบัติการที่เรียกว่าร้องขุ้มฟาร์มแล็บเพื่อใช้ในการส่งเสริมการให้ความรู้กับเกษตรกร ร้านอาหารและผู้บริโภค โดยมีการทดสอบสารเคมีในพืชผักให้กับเกษตรกร การส่งเสริมให้ใช้ เทคโนโลยีในการช่วยลดสารเคมีในน้ำ ในดิน และการส่งเสริมให้เกิดระบบนิเวศเกษตร ซึ่งจะทําให้เกิดการ แก้ปัญหาสารเคมีตกค้างในพื้นที่การเกษตร ลดการเผา ลดการปลดปล่อย PM2.5 และนําไปสู่การสร้างความ มั่นคงทางอาหารให้กับร้านอาหารแหล่งจําหน่ายผลผลิตทางการเกษตรและผู้บริโภคคนเชียงใหม่ได้

"ร้องขุ้มฟาร์มแล็บ" ยังเป็นศูนย์เรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรและชุมชนได้เข้ามาศึกษาและทดลองใช้นวัตกรรม เพื่อปรับปรุงวิธีการเพาะปลูก นอกจากนี้ยังส่งเสริมแนวคิดเกษตรปลอดภัยและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ผลจากการดำเนินงานประมาณปีกว่าเกิดโนว์ฮาวของชาววิถีผักปลอดภัย ซึ่งได้ผลิดอกออกผลมากมาย กลายเป็นองค์ความรู้ในสวนผักฮักร้องขุ้ม เพราะที่นี่ แม้แต่นาข้าวแต่ละแปลง ดินก็ไม่เหมือนกัน

หลังรู้แล้วว่าปลูกผักดี ปลูกผักสวย ควรปลูกยังไง ความรู้ดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปให้ชุมชนรอบ ๆ และแพร่หลายไปยังเกษตรกรสมาชิกเครือข่ายทั่วเชียงใหม่ ที่นับวันจะขยายเครือข่ายกว้างขวางขึ้น

ไม่เพียงการให้ความรู้เรื่องการปลูกพืช โครงการยังมองเรื่องความยั่งยืน จึงพยายามสร้าง Ecosystem วิถีเกษตรอินทรีแบบครบวงจร โดยยังส่งเสริมให้เกษตรการปรับแนวคิดในเรื่องการเกษตรมุมมองใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำเรื่องการวางแผนการปลูก การต่อยอดและหาตลาดผู้ซื้อมารองรับ 

ปั้นเชียงใหม่ สู่เมืองผักปลอดภัยในฝัน กับ 'Greentopia'

พิสูจน์ผลลัพธ์ผักดี สุขภาพปลอดภัย 

นอกจากการเลือกปลูก/บริโภคผักพื้นบ้านอินทรีย์ที่อุดมไปด้วยสารอาหารและปราศจากสารเคมีการเกษตรเป็นวิธีช่วยลดความเสี่ยงและบรรเทาอาการของกลุ่มโรค NCDs อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว

พญ.วิมาลา วิวัฒน์มงคล แพทย์ประจำศูนย์การแพทย์ศรีพัฒน์ มช. กล่าวว่า สารเคมีการเกษตรที่ใช้ฉีดพ่นพืชผักหลายชนิดสามารถซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ทั้งจากสัมผัส รับประทาน และสูดดม หากได้รับพิษแบบเฉียบพลันจะมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ท้องร่วง หายใจติดขัด ตาพร่า ซึ่งอาการจะเกิดเร็วหรือมาก ขึ้นอยู่กับปริมาณสารเคมีที่ได้รับ หากมีอาการต้องเร่งพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัยโดยทันที หรือหากสะสมสารพิษระยะยาวจะส่งผลอาจทำให้หลอดเลือดเสื่อมสภาพ ขาดความยืดหยุ่น ความดันโลหิตผิดปกติ เสี่ยงเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจขาดเลือด หัวใจเต้นผิดจังหวะ ภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งเป็น 1 ในกลุ่มโรคไม่ติดต่อ (NCDs) สาเหตุของการเสียชีวิตสูงสุดของโลก

"ทั้งตำลึง มะระขี้นก ใบย่านาง กระเจี๊ยบเขียว ฟักทอง ชะพลู มีสารอาหารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ และส่งเสริมสุขภาพ เช่น วิตามินซี วิตามินเอ แร่ธาตุ ที่ช่วยลดระดับน้ำตาลและความดันโลหิต มีใยอาหารสูง ช่วยลดน้ำหนักและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ถือเป็นวิธีที่ปลอดภัย รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลระดับครัวเรือนและระดับประเทศ" แพทย์ประจำศูนย์การแพทย์ศรีพัฒน์ มช. กล่าว

ปั้นเชียงใหม่ สู่เมืองผักปลอดภัยในฝัน กับ 'Greentopia'

จากผลสุ่มตรวจเลือดของชาวเชียงใหม่ 400 คน ล่าสุดเมื่อเดือน ธ.ค. ปี 2567 พบสารเคมีตกค้างในเลือดหลังการขับเคลื่อนโครงการนี้ลดลง นั่นคือเหลือ 66% จากเดิม 90% ในปี 2565 และพบสารเคมีตกค้างในเลือดอยู่ในระดับที่ปลอดภัยเพิ่มเป็น 34% จากเดิม 10% ในปี 2565  ส่งผลให้การจัดอับดับจังหวัดที่ประชากรมีสารเคมีตกค้างในเลือดของ จ.เชียงใหม่ ลดลงมาอยู่อับดับ 4 จากเดิมสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ 

ล่าสุดโครงการยังได้ตั้งเป้าขยายผล โดยเพิ่มระดับปลอดภัยของสารเคมีตกค้างในเลือดให้อยู่ที่ 50% ภายในปี 2568 พร้อมเร่งสร้างความตระหนักรู้ให้ข้อมูลชุมชนเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสุขภาพจากมลพิษและประโยชน์ของการเกษตรอินทรีย์ และขยายผลสร้างพลเมืองอาหารและพื้นที่กระจายผลผลิตที่ปลอดภัยสู่ผู้บริโภคในพื้นที่อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง