เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองเวนิส ประจำปี 2023

เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองเวนิส ประจำปี 2023

Yorgos Lanthimos ใช้ ‘มายาภาพยนตร์’ รังสรรค์โลกแฟนตาซีใบใหม่ให้ Poor Things จนสามารถคว้า ‘รางวัลสิงโตทองคำ’ ไปครอง เจาะลึกผลรางวัล ‘เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองเวนิส’ ประจำปี 2023 ไปกับ ‘กัลปพฤกษ์’ ว่าหนังแต่ละเรื่องมีอะไรดีจึงคว้ารางวัลในสายต่าง ๆ ไปครอง

 

หลังจากได้จัดฉายหนังสายประกวดจำนวน 23 เรื่อง และสาย Orizzonti หรือ Horizons เส้นขอบฟ้า สำหรับหนังที่มีเนื้อหาลีลาใหม่ ๆ จำนวน 18 เรื่อง ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 8 กันยายน 2022 ไปจนครบถ้วนแล้ว ทาง ‘เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองเวนิส’ ก็ได้ประกาศผลรางวัลทั้งหมดไปในพิธีปิดเทศกาลเมื่อค่ำคืนวันที่ 9 กันยายน ซึ่งผลรางวัลโดยส่วนใหญ่ก็ดูจะตรงใจกับเหล่านักวิจารณ์ที่ได้กะเก็งไว้ โดยมีรายละเอียดของแต่ละรางวัลกันดังนี้

 

เริ่มที่รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในสาย Orizzonti ซึ่งได้แก่ หนังเล็ก ๆ จากประเทศฮังการี เรื่อง Explanation for Everything ของผู้กำกับ Gabor Reisz เล่าเรื่องราวชีวิตเยาวชนที่ออกจะร่วมสมัยไปกับสภาพสังคมการเมืองประเทศไทยในปัจจุบัน

 

โดยจับเรื่องราวไปที่ Abel เด็กหนุ่มที่ต้องสอบไล่ปากเปล่าในวิชาประวัติศาสตร์ แต่เขาดันติดเข็มกลัดสัญลักษณ์ทางการเมืองเข้าห้องสอบไปด้วย เมื่อเขาสอบไม่ผ่านในรอบแรก จึงเกิดเป็นคำถามใหญ่ขึ้นมาว่า เป็นเพราะ Abel แสดง ‘ความกล้า’ ในความคิดเห็นทางการเมืองจนไม่ถูกจริตจิตใจผู้ควบคุมการสอบหรือไม่ กลายเป็นวาระแห่งชาติที่สังคมกดดันให้มีการจัดสอบให้ Abel ใหม่

แต่เรื่องไม่ได้มีแค่นั้น เมื่อ Abel นอกจากจะเป็นนักเรียนใกล้สำเร็จการศึกษาแล้ว เขายังมีใจให้กับ Janka เพื่อนนักเรียนหญิงร่วมชั้น ซึ่งเคยตกหลุมรักและแอบมีความสัมพันธ์กับครูสอนประวัติศาสตร์คู่กรณีของ Abel นั่นเอง

หนังเล่าเรื่องราวว้าวุ่นของเด็กวัยรุ่นที่เรื่องราวความรักและการเมืองมักจะต้องเข้ามารบกวนจิตใจพวกเขาเสมอ ด้วยเนื้อเรื่องที่น่าจะถูกใจคนดูในวงกว้าง จนหนังประสบความสำเร็จคว้ารางวัลใหญ่ในสายรองนี้ไปได้ในที่สุด

 

 

มาที่รางวัลสำหรับสายประกวดหลักรางวัลแรกคือ บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ซึ่งได้แก่ เรื่อง El Conde หนังขาวดำจากค่าย Netflix ของผู้กำกับ Pablo Larrain จากชิลี ซึ่งเขาเขียนบทร่วมกันกับ Guillermo Calderón

 

เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองเวนิส ประจำปี 2023

 

เรื่องนี้นับว่ามีเนื้อหาอิงประวัติศาสตร์ที่ออกจะประหลาดพิสดาร โดยเล่าเรื่องราวให้พลเอก Augusto Pinochet อดีตประธานาธิบดีรัฐบาลเผด็จการทหารของประเทศชิลี ในช่วงปี 1973-1990 มีชีวิตในช่วงบั้นปลายกลายเป็นผีดิบแวมไพร์อายุ 250 ปี ที่ต้องโบยบินโฉบเฉี่ยวบนท้องนภาเพื่อหาโลหิตสด ๆ มาดื่มกิน

 

 

หนังได้เล่าย้อนไปจนถึงช่วงรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ในฝรั่งเศส ที่ Pinochet เคยใช้ชีวิตอยู่ กระทั่งถึงช่วงของการปฏิวัติใหญ่ ก่อนจะย้ายมาปกครองชิลีในเวลาต่อมา โดยผู้ที่บอกเล่าเนื้อหาเรื่องราวทั้งหมดนี้ ก็คืออดีตนายกรัฐมนตรีหญิง Margaret Thatcher! ทำให้ El Conde เป็นเรื่องราวนิยายภูติผีเชิงสัญลักษณ์ที่วิพากษ์วิจารณ์ชีวิตการเป็นผู้นำของ Pinochet เอาไว้ได้อย่างเจ็บแสบยิ่ง

 

ส่วนรางวัลทางการแสดงในปีนี้ ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงอาจดูจะเป็นบทที่ไม่ใคร่จัดจ้านหรือมีสีสันอะไรสักเท่าไหร่ อย่างฝ่ายชาย Peter Sarsgaard จากเรื่อง Memory ของผู้กำกับ Michel Franco ก็แสดงเป็น Saul ชายผู้มีปัญหาทั้งทางด้านสุขภาพและความทรงจำ

 

ในงานเลี้ยงรุ่นครั้งหนึ่ง เขาได้ติดตาม Sylvia (แสดงโดย Jessica Chastain) เพื่อนร่วมโรงเรียนเก่าของเขากลับไปถึงบ้าน แล้วนอนฟุบอยู่หน้าประตูทั้งคืน Sylvia จำ Saul ได้ เพราะเขาคือหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นชายที่เคยข่มขืนเธอเมื่อเธอมีอายุเพียง 12 ขวบ แต่ Saul กลับจำเหตุการณ์นั้นไม่ได้ เรื่องราวเริ่มยุ่งเหยิงไปด้วยความไม่มั่นใจ เมื่อปรากฏว่าฝ่าย Sylvia เองก็ไม่อาจเชื่อถือความทรงจำของตนได้เช่นกัน!

 

เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองเวนิส ประจำปี 2023

บทของ Saul จึงไม่มีอะไรมากไปกว่าชายผู้สิ้นหวังในชีวิตผู้ไม่สามารถเข้าถึงห้วงเวลาแห่งวันชื่นคืนสุขของเขาได้ และคงมีแต่เพียง Sylvia คนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยฉุดเขาให้พ้นจากขุมนรกนี้!

 

ส่วนรางวัลทางการแสดงฝ่ายหญิงก็ได้แก่ Cailee Spaeny จากหนังเรื่อง Priscilla ของ Sofia Coppola ซึ่งเธอก็รับบทนำเป็น Priscilla Presley ถ่ายทอดช่วงชีวิตตั้งแต่ตอนที่ได้เจอ Elvis Presley (แสดงโดย Jacob Elordi) ครั้งแรก กระทั่งทั้งคู่ได้แต่งงานอยู่กินด้วยกัน

 

เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองเวนิส ประจำปี 2023

 

แต่จากบทบาทที่ควรจะมีสีสัน ผู้กำกับ Sofia Coppola กลับเลือกเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ในหนังเรื่องนี้แบบแทบจะ anti-plot คือไม่ได้ใส่ใจผูกปมประเด็นปัญหาชีวิตระหว่าง Elvis กับ Priscilla อย่างเป็นเรื่องเป็นราวจริง ๆ แต่กลับถ่ายทอดวิถีชีวิตของ Priscilla ทั้งในคฤหาสน์ Graceland และห้องหับของโรงแรมต่าง ๆ ที่พวกเขาได้ไปพัก ในบรรยากาศอันมืดสลัวหม่นมัวเพื่อสะท้อนภาพอารมณ์ภายในของฝ่ายภรรยา

 

ตัวละคร Priscilla จึงจำเป็นต้องใช้ ‘สีหน้า’ มากกว่าคำพูดที่จะบ่งบอกความนัย จนอาจจะถูกคณะกรรมการที่นิยมการแสดงในแบบพูดน้อยแต่ต่อยหนัก!

 

ในขณะที่รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม ดูจะสมศักดิ์ศรีและเป็นที่ประจักษ์ชัดอยู่พอสมควร ซึ่งได้แก่ผู้กำกับอิตาลีรุ่นลายคราม Matteo Garrone ที่หันมาทำเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘วัยรุ่นแอฟริกันอพยพ’ ที่ต้องระหกระเหินข้ามแดนทะเลทรายของทวีปแอฟริกาเหนือ ฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ มากมาย ก่อนที่จะมีโอกาสได้ลงเรือข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียน หลบหนีไปลี้ภัยอยู่ที่ประเทศอิตาลีกัน ในหนังเรื่อง Me Captain ผลงานซึ่งเป็นตัวแทนชิงรางวัลจากอิตาลีเรื่องนี้

 

เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองเวนิส ประจำปี 2023

หนังเล่าเรื่องราวปัญหาผู้อพยพลี้ภัยที่มีความร่วมสมัยเอามาก ๆ และแม้ว่าจะไม่ได้ใช้ภาษาอิตาเลียนในการเดินเรื่องเลยก็ดูจะไม่เป็นปัญหาอันใด เพราะ Matteo Garrone ได้ขยับขยายความสนใจในเรื่องราวชีวิตมนุษย์ที่เลยพ้นไปจากประเทศตนเองในฐานะพลเมืองโลกได้อย่างรับผิดชอบ ผ่านการกำกับที่ตอบโจทย์ตรึงความสนใจผู้ชมไปกับทุก ๆ การผจญภัย

 

โดยเฉพาะในฉากสุดท้ายที่ใช้ทั้ง ‘ภาพ’ และ ‘เสียง’ ได้อย่างทรงพลังจนรู้สึกโหวงเหวงวังเวงใจ โดยแทบไม่ต้องสื่อสารอะไรด้วยถ้อยคำกันเลย!

 

 

 

ในส่วนของรางวัลสำหรับหนังทั้งเรื่อง ปีนี้คณะกรรมการก็ใจดี มีโล่แจกให้ครบถ้วนทุกรางวัล เริ่มตั้งแต่รางวัลพิเศษขวัญใจคณะกรรมการหรือ Special Jury Prize ก็ได้แก่หนังเรื่อง Green Border ของผู้กำกับ Agnieszka Holland จากโปแลนด์ ซึ่งก็เล่าเรื่องราวในธีมเดียวกันกับเรื่อง Me Captain เป๊ะ ๆ นั่นคือปัญหาการอพยพลี้ภัยข้ามแดน

 

เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองเวนิส ประจำปี 2023

โดย Green Border ใช้ภาพขาวดำที่ออกจะขมุกขมัว ถ่ายทอดเรื่องราวแบบ ‘หลายชีวิต’ หลากหลายครัวเรือนทั้งจากดินแดนตะวันออกกลางและแอฟริกา ผู้หลบหนีทั้งสงครามและความยากแค้นมาตามหาความหวังใหม่ในดินแดนยุโรป โดยมีชายแดนที่เรียกกันว่า ‘Green Border’ ระหว่างเบลารุส กับ โปแลนด์ เป็นดั่งธรณีประตูสวรรค์ หากมันเป็นพื้นที่แห่งโคลนตมอันทุรกันดาร มีทหารคอยตรวจตราอย่างไร้ความปรานี พวกเขาจึงต้องเสี่ยงชีวิตในทุก ๆ วินาที เพียงเพื่อจะได้มีชีวิตรอดไปยังดินแดนแห่งใหม่

 

 

ผู้กำกับ Agnieszka Holland นำภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นจริง มาตีแผ่ต่อผู้ชมอย่างไม่ประนีประนอม ทำให้ทุกฝ่ายต้องย้อนกลับมาดูว่าการแก้ปัญหาในปัจจุบันมันมาถูกทางแล้วหรือไม่ นับเป็นหนัง ‘รับผิดชอบสังคม’ อีกเรื่องที่น่าจะถูกใจกรรมการจิตใจดีทั้งหลาย จนสุดท้ายหนังก็คว้ารางวัล Special Jury Prize ไปครองได้ในที่สุด

 

 

รางวัลรองชนะเลิศหรือรางวัลสิงโตเงิน Silver Lion ก็เป็นหนังที่ ‘รับผิดชอบสังคม’ ไม่แพ้กันอีกเรื่องจากประเทศญี่ปุ่น นั่นคือ Evil Does Not Exist ของผู้กำกับ Ryusuke Hamaguchi ที่ ‘ศอกกลับ’ แนวทางการทำหนังด้วยลูกล่อลูกชนเชิงบทอันแน่นยิบในผลงานเรื่องก่อน ๆ มาแสดงบรรยากาศอันอ่อนโยนของภาพธรรมชาติริมลำธาร ที่ผู้คนสามารถเก็บกินอาหารตามป่าเขาเนาดงได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสารพิษ

 

เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองเวนิส ประจำปี 2023

 

ใน Evil Does Not Exist จึงมีเส้นเรื่องเพียงบาง ๆ ที่เล่าถึงครอบครัวของ ทาคุมิ ผู้เป็นบิดา และ ฮานะ บุตรสาว ที่อาศัยอยู่ด้วยกัน ณ หมู่บ้าน มิซูบิกิ ชานกรุงโตเกียว โชคดีที่แค่ไหนที่พวกเขาเติบโตมาในบรรยากาศธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์ แต่เมื่อวันหนึ่งบริษัทใหญ่จากเมืองกรุงมากว้านซื้อที่ดินใกล้เคียงเพื่อทำเป็นรีสอร์ทแคมปิ้งสุดหรู แถมยังว่าจ้าง ‘นักแสดง’ มาทำทีเป็นพนักงานคอยดูแลสภาพแวดล้อมไม่ให้ถูกทำลาย แต่จากข้อมูลที่ได้ ไม่ว่าจะอย่างไร การเปิดค่ายไฮโซแห่งนี้ ย่อมมีผลกระทบรุนแรงต่อพื้นที่ธรรมชาติแห่งนี้เป็นแน่ แล้ว ทาคุมิ จะทำอย่างไร เพื่อปกป้องดินแดนมาตุภูมิของ ฮานะ ไว้ไม่ให้ใครมารุกราน

 

เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองเวนิส ประจำปี 2023

เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองเวนิส ประจำปี 2023

บุคลากรสำคัญที่มีบทบาทอย่างมากในการสร้างสรรค์งานชิ้นนี้ก็คือ ผู้ประพันธ์ดนตรี Eiko Ishibashi ซึ่งได้เคยเชื้อเชิญให้ผู้กำกับ Ryusuke Hamaguchi มาสร้างงานวีดิทัศน์ประกอบดนตรีสดที่เธอด้นขึ้นมา โดยเมื่อ Ryusuke Hamaguchi ได้ลงพื้นที่ไปสัมผัสกับความงามตามธรรมชาติของหมู่บ้าน มิซูบิกิ แล้ว ก็เกิดแรงบันดาลใจใหญ่หลวงจนสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง Evil Does Not Exist ขึ้น แล้วหยิบเอาดนตรีของ Eiko Ishibashi นี่แหละมาประกอบ

 

หนังทั้งเรื่องจึงโดนแซวว่าเป็นเหมือนเป็น music video ขนาดยาว ที่เอาท่วงทำนองห้องจังหวะต่าง ๆ เป็นองค์ประกอบชูโรง จนหนังมีเนื้อเรื่องอันน้อยนิด ซึ่งก็อาจจะเป็นนิมิตหมายใหม่อันดี ที่งานประเภท music video ก็สามารถผงาดคว้ารางวัลจากเทศกาลใหญ่อย่างเวนิสไปได้

 

รางวัลใหญ่สุดของเทศกาลที่ทุก ๆ คนต่างจับตาอย่างรางวัลสิงโตทองคำหรือ Golden Lion ประจำปี 2023 นี้ ก็ได้แก่หนังพูดอังกฤษเรื่อง Poor Things ของผู้กำกับกรีก Yorgos Lanthimos ซึ่งดัดแปลงเรื่องราวมาจาก นวนิยายแฟนตาซีชื่อเดียวกัน (1992) ของ Alasdair Gray จากสก็อตแลนด์

 

เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองเวนิส ประจำปี 2023

ผู้กำกับ Yorgos Lanthimos กับรางวัลสิงโตทองคำ Credit : GABRIEL BOUYS / AFP

 

Poor Things เล่าเรื่องราวที่คล้ายจะเป็น Frankenstein ร่วมสมัย เมื่อนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง Godwin Baxter (Willem Dafoe) ได้ชุบชีวิตนางสาว Bella (Emma Stone) ผู้ฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดสะพานข้ามแม่น้ำเทมส์กลางกรุงลอนดอน ให้กลับมามีชีวิตใหม่ ซึ่งก็ทำให้ Bella Baxter เป็นตัวละครอมนุษย์ผู้ไม่มีสำนึกแห่งความเป็นผู้ใหญ่ และประพฤติตัวเหมือนเด็กไร้สมองตลอดเวลา

 

อย่างไรก็ดี Godwin ก็อุปถัมภ์เลี้ยงดู Bella ราวบุตรสาว แม้ว่า Bella จะไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยว่าความเป็น ‘กุลสตรี’ ที่น่ายกย่องนั้นเป็นอย่างไร เมื่อเธอถึงวัยที่จะได้เรียนรู้เรื่องการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง เธอก็เรียกคนอื่น ๆ มาดูราวเป็นมหรสพ หรือเวลาพบเจอผู้ชายที่ถูกใจเธอก็จะพุ่งเข้าหาด้วยความใคร่ จะพูดจะจาอะไรก็ไม่เคยมีสมบัติความเป็นผู้ดีเลย

 

จนวันดีคืนดีมีนักกฎหมายหนุ่ม (Mark Ruffalo) ได้พยายามล่อลวง Bella ไปจากคฤหาสน์ และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยที่จะทำให้ Bella รู้จักโลกกว้าง ก่อนจะไปสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยการเป็นนางโสเภณีอยู่ที่กรุงปารีสแดนน้ำหอมโดยไม่เคยหวงตัว!

 

เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองเวนิส ประจำปี 2023 เจาะลึกผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองเวนิส ประจำปี 2023

 

หนังเรื่องนี้โดดเด่นไปด้วยจินตนาการแฟนตาซีที่ออกจะบ้าคลั่ง เล่าด้วยลีลาของทั้งหนังสีและหนังขาวดำ จนบางครั้งก็แทบจะบอกยุคไม่ได้ว่าเป็นหนังมาจากช่วงปีไหน ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Yorgos Lanthimos สามารถใช้ ‘มายาภาพยนตร์’ มารังสรรค์โลกแฟนตาซีใบใหม่ให้กับ Poor Things ได้อย่างบรรเจิดพิลาศพิไล เป็นหนังที่ถึงพร้อมด้านเทคนิคการสร้างภาพยนตร์ที่สมบูรณ์ที่สุดจนคว้ารางวัลใหญ่จากเทศกาลเวนิสไปไล่หลังจากโกยคะแนนดาวสูงลิ่วจากเหล่านักวิจารณ์

 

สำหรับคณะกรรมการตัดสินรางวัลต่าง ๆ ในสายประกวดหลักของเทศกาลเวนิสประจำปีนี้ก็ได้แก่ ผู้กำกับ Jane Campion, Mia Hansen-Love, Gabriele Mainetti, Martin McDonagh, Santiago Mitre, Laura Poitras นักแสดงSaleh Bakri กับ ซูฉี โดยมีผู้กำกับอเมริกัน Damien Chazelle เจ้าของผลงานดังอย่าง Whiplash (2014) La La Land (2016) และ First Man (2018) เป็นประธานคณะกรรมการ