เรื่องเล่ามุมเล็กๆ 'พิธา ลิ้มเจริญรัตน์' ก่อนจะก้าวไกลๆ ว่าที่นายกฯคนที่ 30

เรื่องเล่ามุมเล็กๆ 'พิธา ลิ้มเจริญรัตน์' ก่อนจะก้าวไกลๆ ว่าที่นายกฯคนที่ 30

เลือกตั้งปี 2566 ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กำลังเป็นที่สนใจ และนี่คือเรื่องราวมุมเล็กๆ ทั้งเรื่องรอยสัก หนังสือที่เขียน เพลงที่เล่น และประวัติชีวิต

หลังจากผลการเลือกตั้งประกาศเป็นทางการ พรรคก้าวไกลได้รับคะแนนเสียงแบบถล่มทลายอันดับหนึ่ง สปอร์ตไลท์ทุกดวงก็ส่องมาที่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีทั้งลุ้นอยากให้จัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ และไม่อยากให้สำเร็จ

เป็นเรื่องธรรมดาของ แคนดิเดตนายกฯ มักถูกขุดคุ้ยทั้งเรื่องดีและไม่ดี ไม่ว่ามุมส่วนตัว ครอบครัว และงาน แต่ทุกคนก็ต้องเคารพกติกาการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย

หากย้อนไปถึงตั้งแต่ปี 2475 ที่ประเทศไทยเริ่มมีระบอบประชาธิปไตย แม้จะไม่เต็มใบ วันเวลาผ่านมากว่า 90 ปี นับตั้งแต่นายกรัฐมนตรีคนที่ 1 จนถึงคนที่ 29 พิธาในวัย 42 ปี หากขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี คงไม่ใช่นายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุด ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีคนที่ 6 หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช (เกิดวันที่ 20 พฤษภาคม 2448) เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีวันที่ 17 กันยายน 2488 ในวัย 40 ปี 

เรื่องเล่ามุมเล็กๆ 'พิธา ลิ้มเจริญรัตน์' ก่อนจะก้าวไกลๆ ว่าที่นายกฯคนที่ 30 ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดทนายกฯ คนที่ 30 

นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่อยู่ที่ผู้นำจะแก้ปัญหาให้ประเทศได้มากน้อยเพียงใด ลองอ่านบางสิ่งบางอย่างที่หลอมรวมเป็นพิธาในวันเวลาที่ผ่านโลกมา 42 ปี นอกจากภาวะผู้นำ เขายังมีมุมทั้งเรื่องดนตรี หนังสือ ศิลปะ ท่องเที่ยว ตามแบบฉบับคนหนุ่ม

1. รอยสักแบบเมารีต้นแขนขวา

ในวัยรุ่นช่วงที่พิธาไปเรียนที่นิวซีแลนด์ เขาเลือกสักลายชนเผาเมารี ตอนเขาไปเรียนหนังสือที่ประเทศนิวซีแลนด์ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น 

ว่ากันว่าเมารี (Maori) เป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่อาศัยอยู่บนหมู่เกาะนิวซีแลนด์ ก่อนที่ชนผิวขาวจะเข้าครอบครอง ชนเผ่าเมารีมีรูปร่างที่แข็งแรง และชาวเกาะยังมีรอยสักขนาดใหญ่บนใบหน้า เพื่อบ่งบอกความเป็นชาวเมารี 

การสักบนใบหน้าของชาวเมารีจะเป็นลายสักสีดำ ถ้าเป็นแบบดั้งเดิมจะใช้สีที่ผ่านกระบวนการบดให้เป็นผงละเอียดจากไม้ที่เผาแห้ง ลายสักของชาวเมารีส่วนใหญ่ประกอบด้วยเหล่าสัตว์น้ำ คลื่นลม และธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะเป็นเส้นลายที่มีความอ่อนช้อย 

เรื่องเล่ามุมเล็กๆ 'พิธา ลิ้มเจริญรัตน์' ก่อนจะก้าวไกลๆ ว่าที่นายกฯคนที่ 30

รอยสักแบบชนเผ่าเมารีของทิม พิธา

2.  อินดี้โฟล์ค 'เพลงสายลม'

ความชอบเรื่องดนตรีและงานเพลงสำหรับพิธามีอยู่เต็มเปี่ยม เขาชอบดนตรีแนวอะคูสติก ฟังสบาย ๆ เคยทำซิงเกิ้ลเป็นของตัวเองกับค่ายเพลงมันส์เดย์มิวสิค เมื่อปี 2556  กอล์ฟ-ณัฐฤกษ์ จงเสถียร มือเบสวง Good September โปรดิวเซอร์ เพลงสายลม เล่าไว้ในคมชัดลึกว่า

"ตอนที่พี่ทิมติดต่อมาให้ทำเพลงนั้น เขาให้เหตุผลว่าอยากมีซิงเกิ้ลพิเศษ ภายใต้โจทย์ของคำว่า สายลม และอยากได้แนวเพลงที่ไม่แมสมาก เป็นแนวเมโลดี้หม่นๆ หน่อยๆ ดาร์กๆ นิดหนึ่ง ตามสไตล์ที่เขาชอบคือมีความลึกในแบบอินดี้"

นอกจากนี้เขายังชอบเล่นกีตาร์ ทั้งอัลเทอร์เนทีฟ ป๊อบ บลู ฯลฯ อาทิเพลงคือ “Smells Like Teen Spirit” ของ Nirvana อีกเพลง คือ “เพลงบุษบา” ของ โมเดิร์นด็อก เพลงที่ 3 คือ “คืนนี้ขอหอม” ของ โยคีเพลย์บอย เพลงที่ 4 “Change the World” ของ eric clapton และเพลงที่ 5 “จะเก็บเธออยู่ในใจเสมอ” ของ บอย โกสิยพงษ์

3. ผลงานหนังสือ "ไม่สนว่าเก่งมาจากไหน” ปี 2012

 แม้พิธาจะมีผลงานหนังสือประมาณ 4-5 เล่ม แต่มีสองเล่มที่เขียนด้วยตัวเองคือ  "ความรัก คือการตกหลุมรักหลายๆ ครั้ง : My One Month Honeymoon" เรื่องราวการท่องเที่ยวในเมืองต่างๆ ที่เขาชอบ และเรื่อง ไม่สนว่าเก่งมาจากไหน ของสำนักพิมพ์:springbooks 

"ไม่สนว่าเก่งมาจากไหน" เป็นหนังสือที่ตกผลึกมาจากการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนกว่า 3 ปี ซึ่งรวบรวมมาจากคอลัมน์ "จดหมายจากฮาร์วาร์ดใน "นิตยสารสุดสัปดาห์ "ตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 ถึงเดือนสิงหาคม 2554

ระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เขียนไว้ในหนังสือเมื่อปี 2012 ว่า

"ทิม พิธา ได้บอกเล่าเรื่องราวซึ่งบ่มเพาะให้เขาเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพผ่านหนังสือเล่มนี้ ทั้งเรื่องการเรียนที่ฮาร์วาร์ดกับบุคคลสำคัญระดับโลกอย่างบารัก โอบามา, บิล คลินตัน, แจ็ค เวลช์ และคาร์ลอส กอส์น ความแสบสันของแฮ็กเกอร์ที่เอ็มไอที การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ เช่น ญี่ปุ่น เม็กซิโก และคิวบา

ตลอดจนวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกยุคใหม่ที่รัฐบาลไทยต้องเตรียมรับมือ การสร้างแบรนด์ของโลกยุคนี้ ไปจนถึงเรื่องราวของแอปเปิล และสตีฟ จ็อบส์ ผู้ล่วงลับ ชื่นชอบในมุมมอง วิธีคิดของหนุ่มไทยรุ่นใหม่ไฟแรงคนนี้ และยังได้เพลิดเพลินกับประสบการณ์ใหม่ๆ การได้พบเจอกับบุคคลระดับโลกมากมาย แต่สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุด คงเป็นเรื่องของความมุ่งมั่นตั้งใจของคุณทิมที่จะนำความรู้ต่างๆ มาทำประโยชน์"

เรื่องเล่ามุมเล็กๆ 'พิธา ลิ้มเจริญรัตน์' ก่อนจะก้าวไกลๆ ว่าที่นายกฯคนที่ 30

สหัสวรรษ ใฝ่เจริญ บรรณาธิการต้นฉบับตอนนั้นเขียนไว้ว่า "หนังสือเล่มนี้รวบรวมมาจากคอลัมน์ 'จดหมายจากฮาร์วาร์ด' ของเขาในนิตยสาร สุดสัปดาห์ ในวันนั้นเขายังทำหน้าที่นักศึกษาปริญญาโททางด้านการเมืองการปกรอง สาขาภาวะผู้นำที่ John F. Kennedy School of Government มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และสาขาบริหารธุรกิจที่ MIT Sloan School of Management ประเทศสหรัฐอเมริกา

ความคิดและความเห็นของเขาในวันนั้นที่ถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือทำให้คิดว่า นี่เขากำลังเรียนอยู่หรือเรียนจบแล้วกันแน่ มีคนพูดเข้าหูหลายคนว่าอยากได้คนแบบนี้มาบริหารบ้านเมือง ถามว่าทำไม คุณจะได้รู้คำตอบในอีกไม่กี่หน้าถัดไป"

เรื่องเล่ามุมเล็กๆ 'พิธา ลิ้มเจริญรัตน์' ก่อนจะก้าวไกลๆ ว่าที่นายกฯคนที่ 30 (กว่าจะมีวันนี้ของทิม พิธา หัวหน้าพรรคก้าวไกล)

4. มาชูปิกชู แหล่งท่องเที่ยวประทับใจ

พิธา เล่าไว้ในเสาร์สวัสดี กรุงเทพธุรกิจ ปี 2562 ถึงสถานที่ท่องเที่ยวประทับใจว่า ชอบมาชูปิกชู (Machu Picchu) แหล่งมรดกโลกของเปรู

"มาชูปิกชู (Machu Picchu) ของชนเผ่าอินคา แหล่งท่องเที่ยวที่นั่น ไม่รับนักท่องเที่ยวเกิน 500 คนต่อวัน เพื่อการอนุรักษ์  เราไม่คิดว่าจะได้ขึ้นไป ตอนต่อแถวเราเป็นคนที่ 498 ก็ได้ปีนและเดินเท้าขึ้นไป 11 ชั่วโมง ตอนนั้นเพิ่งบินมาจากนิวยอร์ค แต่งตัวแบบนิวยอร์ค รองเท้าก็ไม่ใช่รองเท้าปีนเขา แต่ปีนไปเห็นพระอาทิตย์ตกพอดี เป็นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพอีกแห่งที่ประทับใจ”

ส่วนประเทศที่อยากไป และยังไม่ได้เดินทางไป พิธา เล่าไว้ว่า อยากไปศรีลังกา เพราะชอบเมืองติดทะเล

“ผมชอบความหลากหลายของศรีลังกา ผมเติบโตที่นิวซีแลนด์ มีทั้งทะเลและภูเขา เมืองที่ผมอยากไปใช้ชีวิตบั้นปลายคือเมืองที่มีทะเลอยู่ด้านหน้า ภูเขาอยู่ด้านหลัง ผมเคยไปที่ซิมบับเว สนุกมาก และไปเที่ยวกับลูกสองคน ญี่ปุ่นนี่หลายครั้งแล้ว”

เรื่องเล่ามุมเล็กๆ 'พิธา ลิ้มเจริญรัตน์' ก่อนจะก้าวไกลๆ ว่าที่นายกฯคนที่ 30 สำหรับพิธา การพาลูก(พิพิม)ไปเที่ยวด้วยคือความสุขอย่างหนึ่งในชีวิต

5. เสื้อผ้าหน้าผมต้องดูดี

ไม่ว่าจะทำกิจกรรมใดๆ ก็ตาม เสื้อผ้า หน้า ผมสำหรับทิม-พิธา ต้องถูกกาลเทศะ และต้องดูดี เขาเคยเล่าไว้ตอนเป็นนักธุรกิจในเว็บ hellomagazine ว่า

“ในหนึ่งวัน ผมมีหลายบทบาท ต้องเจอหลากหลายสถานการณ์ เพราะฉะนั้นเสื้อผ้าของผมต้องมีความอเนกประสงค์ (Versatile) คือ ใส่ทำงานได้ทั้งในและนอกออฟฟิศ พอถอดสูทก็สามารถเป็นลุคลำลองได้ โดยที่ไม่ต้องกลับเข้าไปเปลี่ยนชุดใหม่ ไอเท็มที่ชื่นชอบจะเป็นสูทสีเขียวหัวเป็ดที่ให้ลุคสุภาพทางการ แต่ดูน่าสนใจ ดูมีความเป็นแฟชั่นด้วยโทนสี” 

6. ประวัติพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ประวัติการเรียนและการทำงานของพิธา เป็นอีกเรื่องที่คนส่วนใหญ่สนใจและอยากรู้

  • เกิดเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2523 เป็นบุตรชายคนโตในบรรดาพี่น้อง 2 คนของ พงษ์ศักดิ์ ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับ ลิลฎา ลิ้มเจริญรัตน์  
  • เรียนที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ตั้งแต่ประถมถึงมัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมตอนปลายที่ประเทศนิวซีแลนด์ 
  • ปริญญาตรี สาขาการเงิน ภาคภาษาอังกฤษ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ปริญญาโท การเมืองการปกครอง สาขาการบริหารภาครัฐ ที่ John F. Kennedy School of Government มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
  • ปริญญาโท การบริหารธุรกิจ Sloan สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ อเมริกา
  • เคยสมรสกับนักแสดงชื่อดัง “ต่าย” ชุติมา ทีปะนาถ เมื่อปี 2555 และหย่าร้างเมื่อปี 2561 มีบุตรสาว 1 คนคือ น้องพิพิม ลิ้มเจริญรัตน์

เรื่องเล่ามุมเล็กๆ 'พิธา ลิ้มเจริญรัตน์' ก่อนจะก้าวไกลๆ ว่าที่นายกฯคนที่ 30 (เลือกตั้ง 2566 พรรคก้าวไกลได้คะแนนเสียงมากที่สุด)

7. การเมืองไม่ได้มาเล่นๆ 

  •  ก้าวเข้าสู่วงการเมืองด้วยการเป็นที่ปรึกษาสำนักนายกรัฐมนตรี ประจำกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลัง
  • ต่อมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ และได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคในลำดับที่ 4 และได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในครั้งแรกที่ลงรับเลือกตั้ง
  • ได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ในสัดส่วนของพรรคอนาคตใหม่
  • การอภิปรายครั้งแรกในสภาของเขาเรื่องนโยบายทางการเกษตรของรัฐบาล โดยเฉพาะปัญหากระดุม 5 เม็ด ได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน ผู้ชมผู้ฟังการประชุมสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถึงขนาดที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังเอ่ยปากชื่นชม
  • ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2563 ในวันที่ 8 มี.ค. พิธาได้ย้ายไปสังกัดพรรคก้าวไกลร่วมกับอดีตสมาชิกพรรคอนาคตใหม่อีก 54 คน โดยดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรค

8. ก้าวต่อไป ต้องก้าวให้ไกล

พิธา เขียนไว้ในเฟซบุ๊คพรรคก้าวไกลว่า

"เวลาของพวกเรามาถึงแล้ว ผมพร้อมจะนำประสบการณ์และความเข้าใจทั้งต่อโลกเก่าและโลกใหม่มาบริหารประเทศ เพื่อไปสู่อนาคตใหม่ของประเทศไทยที่ไปไกลกว่าที่เคยเป็นมา ผมพร้อมจะนำประสบการณ์ที่มองเห็นข้อจำกัดของการเมืองแบบเดิม เพื่อทำให้ในสิ่งที่การเมืองไทยในอดีตทำไม่สำเร็จ"

ทั้งหมดทั้งปวงจะเป็นอย่างที่พิธาตั้งใจหรือไม่ ไม่อาจคาดเดาได้...

เรื่องเล่ามุมเล็กๆ 'พิธา ลิ้มเจริญรัตน์' ก่อนจะก้าวไกลๆ ว่าที่นายกฯคนที่ 30