ในที่สุด 'บลู บอทเทิ่ล คอฟฟี่' (Blue Bottle Coffee) เชนร้านกาแฟพิเศษระดับไฮเอนด์จากแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ก็ได้ฤกษ์เข้ามาเปิดร้านสาขาในประเทศไทยถึง 2 สาขาด้วยกัน ข่าวนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับคอกาแฟชาวไทยไม่น้อยทีเดียว สังเกตได้จากในแฟลตฟอร์มโซเชียลมีเดียดัง ๆ อย่างอินสตาแกรมและติ๊กต็อกมีการโพสต์ต้อนรับกันอย่างคึกคัก อาจเป็นเพราะว่าแบรนด์นี้มีฐานแฟนคลับในไทยอยู่ก่อนแล้วก็เป็นได้
ต้องยอมรับว่าคอกาแฟบ้านเราคุ้นเคยกับเชนร้านกาแฟพิเศษแห่งนี้มานานหลายปีแล้ว แม้จะยังไม่มีสาขาในเมืองไทยก็ตาม หลายคนเคยไป 'เช็กอิน' มาแล้วที่สาขาในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, จีน หรือฮ่องกง เมื่อแบรนด์ขวดฟ้ามาเปิดที่บ้านเรา ก็ทำให้เกิดคอนเทนท์ประเภทย้อนความทรงจำและปักหมุดรอรีวิวสาขาใหม่ในไทยแบบรัว ๆ
บลู บอทเทิ่ล คอฟฟี่ ที่มีภาพจำเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกกาแฟคลื่นลูกที่สาม จะประเดิม 'ปักหมุด' เปิดในกรุงเทพฯ ทั้งหมด 2 สาขาโดยสาขาแรก เปิดที่ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค เปิดให้บริการวันที่ 21 สิงหาคมนี้ กับสาขาที่เอ็มควอเทียร์ในรูปแบบแฟล็กชิปสโตร์ขนาดใหญ่ เปิดให้บริการปลายเดือนสิงหาคมเช่นกัน
สำหรับผู้เขียนแล้ว 'มนต์เสน่ห์' ที่ทำให้บลู บอทเทิ่ล คอฟฟี่ โดดเด่นอย่างมากในเอเชีย ไม่ใช่เมล็ดกาแฟคัดสรรพิเศษ, เมนูซิกเนเจอร์ที่ไม่เหมือนใคร หรือร้านสไตล์มินิมอล แต่คือความเชี่ยวชาญในการผสมผสานวัฒนธรรมกาแฟคลื่นลูกที่สาม (Third Wave Coffee) เข้ากับวัตถุดิบและรสชาติท้องถิ่นในแต่ละประเทศได้อย่างน่าสนใจ และมักเลือกจับมือกับผู้ผลิตท้องถิ่นระดับแถวหน้าในการนำเสนอขนมและเบเกอรี่ที่ดื่มคู่กับกาแฟ
บลู บอทเทิ่ล คอฟฟี่ ร้านกาแฟพิเศษระดับโลกสไตล์มินิมอล เตรียมเปิดร้านสาขาในกรุงเทพฯ 2 แห่ง ภายในเดือนสิงหาคมนี้ (ภาพ : facebook.com/bluebottlecoffee)
เมนูเหล่านี้มีเสิร์ฟทั้งในสาขาญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ฮ่องกง, จีน และสิงคโปร์ ซึ่งสาขาบางแห่งก็จะมีเมนูฟิวชั่นพิเศษไม่ซ้ำกัน พร้อมนำเสนอการจับคู่เมนูกาแฟซิกเนเจอร์ของร้านกับขนมท้องถิ่นต่าง ๆ ในรูปแบบของความประณีตสไตล์งานคราฟท์
นี่คือ เอกลักษณ์ของบลู บอทเทิ่ล คอฟฟี่ ที่ทำให้ 'แตกต่าง' ไปจากเชนร้านกาแฟสเปเชียลตี้อื่น ๆ อย่างเด่นชัด
เมื่อเข้ามาเปิดร้านสาขาแรกที่ประเทศไทย ก็น่าสนใจยิ่งนักว่า ถ้าเป็นไปตามคอนเซปต์หลักนี้แล้ว เชนร้านกาแฟสเปเชียลตี้ดังแห่งนี้จะออกแบบ 'เมนูฟิวชั่น' แบบไหน เลือกขนมหรือเบเกอรี่ประเภทใด แน่นอนว่าเนื่องจากไทยเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตกาแฟ อยากรู้เหมือนกันว่า บลู บอทเทิ่ล จะเลือกใช้เมล็ดกาแฟจากไทยด้วยหรือไม่
'เซนจูเรียม แคปปิตัล' กลุ่มบริษัทการลงทุนรายใหญ่สัญชาติจีน เจ้าของใหม่ของบลู บอทเทิ่ล ได้ให้สิทธิการบริหารร้านในประเทศไทยแก่ 'วาลีแรม กรุ๊ป' กลุ่มค้าปลีกสินค้าลักชัวรีและไลฟ์สไตล์รายใหญ่จากมาเลเซีย ในฐานะแฟรนไชส์ พาร์ทเนอร์ อย่างเป็นทางการ หลังประสบความสำเร็จจากการเปิดสาขาในสิงคโปร์มาก่อนแล้วในช่วงกลางปีนี้
ชัดเจนว่า วาลีแรม กรุ๊ป คือพันธมิตรหลักในการรุกเข้าสู่ตลาดร้านกาแฟเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูจิบรอลตาร์กับกาแฟเย็นสไตล์นิวออร์ลีนส์ 2 เมนูกาแฟซิกเนเจอร์ของบลู บอทเทิ่ล คอฟฟี่ เจ้าของสมญาแบรนด์ขวดฟ้า (ภาพ : Blue Bottle Coffee)
ย้อนกลับไปในอดีต บลู บอทเทิ่ล ถูก 'เนสท์เล่' ยักษ์ใหญ่วงการอาหารโลกแดนสวิส ซื้อกิจการไปเมื่อปีค.ศ. 2017 ตกถึงเดือนเมษายนปีนี้เอง เซนจูเรียม แคปปิตัล ก็เข้าเทคโอเวอร์บลู บอทเทิ่ล ต่อจากเนสท์เล่ ทำให้กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่แดนมังกรรายนี้ ครอบครองแบรนด์ร้านกาแฟดังระดับโลกไว้ในพอร์ตถึง 2 แห่งด้วยกัน นั่นก็คือ ลัคอิน คอฟฟี กับบลู บอทเทิ่ล คอฟฟี่
'เมนูซิกเนเจอร์' หรือเครื่องดื่มและขนมที่เป็นเสาหลักหลักของแบรนด์ขวดฟ้า ซึ่งมักเสิร์ฟเป็นมาตรฐานในทุกสาขาทั่วโลก ค่อนข้างโดดเด่นด้วยรสชาติเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร แน่นอนว่า ถ้ามาเปิดร้านสาขาในไทย ต้องมีเมนูเหล่านี้ติดสอยห้อยตามมาด้วย
- กาแฟเย็นสไตล์นิวออร์ลีนส์ (New Orleans-Style Iced Coffee) : ตัวย่อ คือ NOLA เป็นเมนูยอดฮิตอันดับหนึ่ง ใช้กาแฟโคลด์บรูว์ผสมสมุนไพรชิโครี, นมสด และน้ำตาลอ้อยออร์แกนิก เมนูนี้คิดค้นโดยเจมส์ ฟรีแมน ผู้ก่อตั้งแบรนด์
- จิบรอลตาร์ (Gibraltar) : เมนูกาแฟคอร์ตาโด้ ในแบบฉบับของบลู บอทเทิ่ล ประกอบด้วยดับเบิ้ลช็อตเอสเพรสโซ ผสมนมที่ผ่านการสตีมในสัดส่วนที่พอดีกัน ชื่อเมนูมาจากชื่อรุ่นของแก้วทรงแปดเหลี่ยมคลาสสิกขนาด 4.5 ออนซ์ที่ใช้เสิร์ฟ ไม่ได้ตั้งตามชื่อช่องแคบยิบรอลตาร์
เมนูฟิวชั่นในร้านสาขาญี่ปุ่นของบลู บอทเทิ่ล คอฟฟี่ ประกอบด้วย มัทฉะโยคัง และเยลลี่กาแฟคู่กับไอศกรีมนม (ภาพ : facebook.com/bluebottlejapan)
- กาแฟดริป (Pour Over) : เมนูระดับลายเซ็นที่สร้างชื่อเสียงให้แบรนด์นี้กลายเป็นหนึ่งในผู้นำลื่นคลื่นลูกที่สามของวงการกาแฟ เปิดให้ลูกค้าเลือกเมล็ดกาแฟได้ทั้งในแบบซิงเกิล ออริจิ้น และเบลนด์ซิกเนเจอร์ของร้าน ใช้ดริปเปอร์ที่ออกแบบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่น แล้วซีรีส์เมล็ดกาแฟก็มีทั้งแบบหมุนเวียนตามฤดูกาล และวางจำหน่ายในร้านตลอดทั้งปี เช่น เบลล่า โดโนแวน (คั่วกลาง) ซึ่งขายดีที่สุด, ทรี แอฟริกาส์ (คั่วกลาง), ไจแอนท์ สเต๊ปส์ (คั่วเข้ม) และ เฮส์ แวลลีย์ เอสเพรสโซ่ (คั่วเข้ม) สำหรับเบสเอสเพรสโซ
- วาฟเฟิลสไตล์ลีแอช (Liege Waffle) : ขนมอบซิกเนเจอร์อันดับหนึ่งของร้านที่อบสดใหม่ร้อน ๆ แป้งด้านในเหนียวนุ่ม ผิวด้านนอกกรอบพรีเมียมจากการเคลือบน้ำตาลคาราเมล เสิร์ฟมาในกระดาษกรองกาแฟสุดเก๋ ถือเป็นหนึ่งในภาพจำของแบรนด์
ปัจจุบัน บลู บอทเทิ่ล มีสาขามากกว่า 140 แห่งใน 6 ประเทศ รวมไทยด้วยก็ 7 ประเทศ เน้นขยายตัวในตลาดสหรัฐอเมริกาและภูมิภาคเอเชียเป็นหลัก แต่ละประเทศมีเอกลักษณ์และการออกแบบเมนูที่ผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างน่าสนใจ ลองมาดูตัวอย่าง 'เมนูฟิวชั่นพิเศษ' ที่หาได้เฉพาะในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และสิงคโปร์ กันครับ
สาขาในเกาหลีใต้ของบลู บอทเทิ่ล ขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานเบเกอรี่ตะวันตกเข้ากับขนมพื้นถิ่นดั้งเดิม (ภาพ : facebook.com/BlueBottleCoffeeKorea)
@ ญี่ปุ่น บ้านหลังแรกในเอเชียของแบรนด์ขวดฟ้า เมนูท้องถิ่นจึงเน้นวัตถุดิบดั้งเดิมระดับพรีเมียมและความประณีตสไตล์ญี่ปุ่น
- โนล่า โฟลต : เมนูยอดฮิตในญี่ปุุ่นที่นำกาแฟสกัดเย็นสไตล์นิวออร์ลีนส์ มาท็อปด้วยไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟนมฮอกไกโด
- มิโซะคาราเมลลาเต้ : เมนูกาแฟลาเต้นมสดที่ผสมซอสคาราเมลสูตรพิเศษ ใส่มิโซะ (เต้าเจี้ยวบดหมักสไตล์ญี่ปุ่น) ลงไปเคี่ยวรวมกัน
- มัทฉะ ลาเต้ และ วาฟเฟิล มัทฉะ : จับมือกับร้านชาเก่าแก่จากเกียวโต นำมัทฉะรสชาติเข้มข้นนุ่มลึกมาทำเป็นเครื่องดื่มและขนมอบ
- วุ้นถั่วแดงโยคัง : ขนมหวานในตำนานที่บลู บอทเทิ่ล ร่วมมือกับร้านขนมเก่าแก่ในเกียวโต สร้างสรรค์โยกังรสชาติพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อจับคู่กับกาแฟดริปโดยเฉพาะ บางสาขานำมัทฉะมาเป็นส่วนผสมเพิ่มเติม
- โตเกียว คิสสะ เบลนด์ : เมล็ดกาแฟเบลนด์พิเศษที่คั่วขึ้นเพื่อรำลึกถึงวัฒนธรรมร้านกาแฟโบราณของญี่ปุ่น
บลู บอทเทิ่ล จับมือกับร้านชาเก่าแก่จากเกียวโต นำมัทฉะรสชาติเข้มข้นนุ่มลึก มาทำเป็นเครื่องดื่มและขนมเบเกอรี่ (ภาพ : instagram.com/bluebottlesingapore)
@ เกาหลีใต้ สาขาในเกาหลีใต้ขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานความร่วมสมัยแบบคูล ๆ เข้ากับวัฒนธรรมดั้งเดิม โดยเฉพาะสาขาเกาะเชจู
- เชจู เบลนด์ : เครื่องดื่มกาแฟที่ผสมผสานกับน้ำส้มแมนดารินสายพันธุ์เฉพาะถิ่น ให้ความสดชื่นและหอมเปรี้ยวหวานลงตัว
- มัทฉะลาเต้ซากุระ : หนึ่งในเมนูเครื่องดื่มประจำฤดูใบไม้ผลิที่ได้รับความนิยมสูงสุดของบลู บอทเทิ่ล ในเกาหลีใต
- ขนมท้องถิ่นฟิวชั่น : นำขนมดั้งเดิมของเกาหลี มาตีความใหม่ผ่านวัตถุดิบและหน้าตาสไตล์ฝรั่งเศส เพื่อให้รสชาติและเนื้อสัมผัสเข้าคู่กับกาแฟสเปเชียลตี้ของร้าน เช่น พายชีสพิสตาชิโอ, ทีรามิสุแป้งต็อก, ช็อกโกแลตนมผสมขิง และมาร์ชแมลโลว์ส้มยูจา
- ฮันนี่ ซี ซัลท์ ลาเต้ : ลาเต้สูตรเฉพาะที่ใช้ความหวานหอมนุ่มนวลจากน้ำผึ้งเกาหลี ตัดรสด้วยเกลือทะเล
เนสท์เล่ เจ้าของเดิม ยังคงถือครองสิทธิ์ในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กลุ่ม CPG ภายใต้แบรนด์บลู บอทเทิ่ล คอฟฟี่ (ภาพ : facebook.com/bluebottlecoffee)
@ จีน เน้นกลยุทธ์สร้างสรรค์เมนูฟิวชันที่หลอมรวมวัฒนธรรมจีนท้องถิ่น โดยเฉพาะในเซี่ยงไฮ้
- วาฟเฟิลต้นหอม : เมนูป๊อปอัปสุดพิเศษ เรียกเสียงฮือฮามากตอนเปิดสาขาที่เซี่ยงไฮ้ ใช้แป้งวอฟเฟิลซิกเนเจอร์มาผสมกับน้ำมันต้นหอม ได้รับแรงบันดาลใจจากขนมเปี๊ยะต้นหอมโบราณเซี่ยงไฮ้
- ขนมพื้นเมืองดั้งเดิมประยุกต์ : ความพิเศษอยู่ที่สาขาเซี่ยงไฮ้ ทางบลู บอทเทิ่ล ร่วมมือกับร้านขนมท้องถิ่นผลิตขนมสไตล์เซี่ยงไฮ้ดั้งเดิมมาเสิร์ฟคู่กับกาแฟ เช่น ขนมเปี๊ยะ, ขนมโก๋พิมพ์ลาย หรือขนมไหว้พระจันทร์ไส้กาแฟในช่วงเทศกาล
@ สิงคโปร์ จากการเปิดสาขาถาวรแห่งแรกที่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ราฟเฟิลส์ ซิตี้ บลูบอทเทิ่ลได้ร่วมมือกับเบเกอรี่ท้องถิ่น ออกแบบขนมรสชาติสไตล์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ
- ขนมคาเนเล่ฝรั่งเศสกลิ่นใบเตยสอดไส้สังขยา : บลู บอทเทิ่ล ร่วมมือกับร้านเบเกอรี่สิงคโปร์ ออกแบบขนมหวานสไตล์ฟิวชั่น กรอบนอก นุ่มใน ซ่อนกลิ่นหอมของใบเตย และสอดไส้ตรงกลางด้วยสังขยาไข่สูตรท้องถิ่น
- ขนมอบเลเยอร์เนยฝรั่งเศส : เพิ่มความเป็นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการเคลือบคาราเมลและโรยหน้าด้วยมะพร้าวคั่ว หอมมันกรุบกรอบ
เมล็ดกาแฟแบบซิงเกิ้ล ออริจิ้น อีกจุดเด่นของบลู บอทเทิ่ล คอฟฟี่ ภาพนี้เป็นกัวเตมาลา แอนติกัว จากร้านสาขานาโกย่า ที่ญี่ปุ่น (ภาพ : Charlie Waradee)
อย่างที่บอกกล่าวกันไว้ เมื่อบลู บอทเทิ่ล ไปเปิดสาขาในประเทศใหม่ๆ มักจะมีการเปิดตัว 'เมนูฟิวชั่นพิเศษ' เฉพาะสาขาออกมาเสมอ ต้องมารอลุ้นกันว่า สาขาในไทยทั้ง 2 แห่ง จะมีเมนูกาแฟและขนมไทย ๆ แบบไหน มาให้แฟนคลับเซอร์ไพรส์กันบ้าง
เนื่องจากสถานะของ 'เนสท์เล่' เจ้าของเดิม แม้ถอยจากการเป็นเจ้าของหน้าร้านบลู บอทเทิ่ล ไปแล้ว แต่ตามรายงานข่าวระบุถึงเงื่อนไขที่ว่า เนสท์เล่ยังคงได้รับสิทธิ์และถือครองลิขสิทธิ์ในการผลิตและขายผลิตภัณฑ์ประเภท CPG ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีการบรรจุหีบห่อ ครอบคลุมผลิตภัณฑ์สำคัญหลายชนิด เช่น กาแฟแคปซูลสำหรับเครื่องเนสเพรสโซ่, กาแฟสำเร็จรูป, เครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD)
ในวันเปิดร้านแรกของบลู บอลเทิ่ล ก็น่าจะมีผลิตภัณฑ์เหล่านี้วางจำหน่ายอยู่หน้าร้านด้วย เพราะเมื่อสาขา 'สิงคโปร์' มีวางขายได้ สาขาในประเทศไทยก็ควรมีด้วยเช่นกัน
เนสท์เล่ ประเทศไทย มีระบบการขนส่งและการกระจายสินค้าที่แข็งแกร่งมากอยู่แล้ว การนำเข้าและจัดส่งสินค้า CPG ของบลู บอทเทิ่ล มายังหน้าร้านสาขาในกรุงเทพฯ จึงทำได้ไม่ยากเลย และดีไม่ดีในอนาคต อาจได้เห็นสินค้า CPG บางตัว เช่น กาแฟสกัดเย็นแบบกระป๋อง กระจายไปวางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมของไทยผ่านเครือข่ายของเนสท์เล่ด้วยซ้ำ
เกือบลืมแน่ะครับ... ร้านกาแฟของบลู บอทเทิ่ล ทุกสาขาในญี่ปุ่น มีเสิร์ฟ 'คราฟต์เบียร์' กาแฟของร้านเองด้วย โดยนำเมล็ดกาแฟซิกเนเจอร์อย่างทรี แอฟริกาส์ มาสกัดเย็นร่วมกับเบียร์สไตล์เพล เอล จัดเป็นสินค้าลิมิเต็ดในหมวดสินค้าบรรจุขวดสำหรับซื้อกลับบ้าน หรือเปิดดื่มที่ร้านในบางสาขาเท่านั้น
ยินดีต้อนรับ บลู บอทเทิ่ล คอฟฟี่ สู่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการครับ
......................................
เขียนโดย : ชาลี วาระดี



