ชื่อ "Opus One" และฉลากที่เป็นรูปใบหน้าของผู้ก่อตั้งสองคน แต่ละคนต่างเป็นเจ้าพ่อไวน์ สะท้อนถึงการร่วมทุนเพื่อสร้างสรรค์ไวน์คุณภาพสูงในสไตล์บอร์กโดซ์ เบลนด์
KEY POINTS
- โอปุส วัน (Opus One) เป็นไวน์ระดับพรีเมียมจาก นาปา แวลลีย์ ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างโรเบิร์ต มอนดาวี เจ้าพ่อไวน์แห่งแคลิฟอร์เนีย และบาฮรง ฟิลิปป์ เดอ ฮร็อธส์ไชลด์ เจ้าของชาโต มูตง ฮร็อธส์ชิลด์ แห่งบอร์กโดซ์ ฝรั่งเศส
- ชื่อ "Opus One" และฉลากที่เป็นรูปหน้าของผู้ก่อตั้งทั้งสอง สะท้อนถึงการร่วมทุนเพื่อสร้างสรรค์ไวน์คุณภาพสูงในสไตล์บอร์กโดซ์ เบลนด์
- ด้วยชื่อเสียงและเป็นที่ต้องการสูง ทำให้มีการปลอมแปลงมาก จนผู้ผลิตต้องใช้เทคโนโลยีหมึกพิมพ์พิเศษบนแคปซูลขวดเพื่อป้องกันตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา
เรื่องของไวน์ กรองด์ ครู เห็นท่าจะยังไม่จบลงง่ายๆ หลังจาก 2-3 ตอนที่ผ่านมา นำเสนอเรื่องกรองด์ ครู ไวน์อาร์เจนตินา และชิลี ก็มีแฟน ๆ เรียกร้องให้เขียนถึงกรองด์ ครูของ นาปา แวลลีย์ (Napa Valley)
นาปา แวลลีย์ เป็นแหล่งผลิตไวน์ระดับหัวกะทิของรัฐแคลิฟอร์เนียและของประเทศสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญบอกว่ามีไวน์ระดับกรองด์ ครู มากมายหลายไวเนอะรี บางตัวเคยชนะไวน์กรองด์ ครู ของฝรั่งเศสมาแล้วในการชิมระดับโลก
ในตอนแรกนี้ขอแนะนำสัก 1 ราย เป็นไวเนอะรีที่ทุกคนในวงการไวน์รู้จักดี และแทบทุกคนอยากจะชิมสักครั้ง นั่นคือ โอปุส วัน (Opus One)
โรเบิร์ต มอนดาวี (ไทดำ) กับบาฮรง ฟิลิปป์ เดอ ฮร็อธส์ไชลด์
โอปุส วัน เป็นไวน์ที่เกิดจากการจับมือกันระหว่าง โรเบิร์ต มอนดาวี (Robert Mondavi) เจ้าของโรเบิร์ต มอนดาวี ไวเนอะรี และเจ้าของฉายา "เจ้าพ่อไวน์นาปา แวลลีย์" กับ บาฮรง ฟิลิปป์ เดอ ฮร็อธส์ไชลด์ (Baron Philippe de Rothschild) เจ้าของชาโต มูตง ฮร็อธส์ชิลด์ (Chateau Mouton Rothschild) 1 ใน 5 กรองด์ ครู ชั้น 1 ตามบัญชี เมด็อก 1855 แห่งอำเภอเมด็อก เมืองบอร์กโดซ์ ประเทศฝรั่งเศส
แม้จะเป็นไวน์ชื่อดัง แต่ประวัติศาสตร์ของ “โอปุส วัน” ไม่ได้เริ่มขึ้นในไร่องุ่นหรือในเซลลาร์ไวน์อย่างที่ควรจะเป็น แต่เริ่มบนเกาะฮาวาย ซึ่งทั้งสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการไวน์สองชาติ ได้พบกันเป็นครั้งแรกในปี 1970
หลังจากชนแก้วกันเสร็จ เจ้าของชาโต มูตง ฮร็อธส์ชิลด์ ก็ยื่นข้อเสนอให้โรเบิร์ต มอนดาวี มาร่วมลงทุนทำไวน์ระดับพรีเมียมในสไตล์บอร์กโดซ์ เบลนด์ (Bordeaux Blend)
ปี 1978 บาฮรง ฟิลิปป์ เดอ ฮร็อธส์ไชลด์ เชิญโรเบิร์ต มอนดาวี ให้ไปเยือนอาณาจักรชาโต มูตง ฮร็อธส์ชิลด์ ในตำบลปูญัค เมืองบอร์กโดซ์ ใช้เวลา 25 นาทีทุกอย่างก็ลงเอยด้วยการถือหุ้น 50-50 บาฮรง ฟิลิปป์ เดอ ฮร็อธส์ไชลด์ ออกทุนและความรู้ในการผลิตไวน์ ส่วนมอนดาวีหาที่ดิน สำนักงานและคนงาน
ปี 1980 การร่วมมือของสองเจ้าพ่อเมรัยอมตะ ถูกประกาศออกมาเป็นทางการ สร้างความฮือฮาสะท้านสะเทือนวงการไวน์โลก โดยโรเบิร์ต มอนดาวี ขายไร่องุ่นทู การอน (To Karon) เนื้อที่ 35 เอเคอร์ ในเขตควบคุมโอ๊ควิลล์ (Oakville AVA) ให้บริษัทร่วมทุน (ปี 1983 ซื้อไร่เพิ่มอีก 125 ไร่) ซึ่งก็อยู่ฝั่งตรงกันข้ามเยื้องๆ โรเบิร์ต มอนดาวี ไวเนอะรีนั่นเอง ขณะนั้นไวน์ยังไม่ได้ตั้งชื่อและยังไม่ได้ออกแบบฉลาก
ประตูใหญ่ด้านหน้าติดธง 2 ชาติ
ครั้งแรก บาฮรง ฟิลิปป์ เดอ ฮร็อธส์ไชลด์ เสนอชื่อ Gemini ....โรเบิร์ต มอนดาวีรีบตีกลับทันทีพร้อมบันทึกแนบท้าย “คงไม่ได้อย่างแน่นอน ท่านอยู่แต่ที่ฝรั่งเศส คงไม่รู้ว่า Gemini เป็นบาร์เกย์ชื่อดังในซานฟรานซิสโก”
บาฮรง ฟิลิปป์ เดอ ฮร็อธส์ไชลด์ เสนออีกครั้งว่า Opus (ภาษาละตินแปลว่า พลังแห่งการทำงาน).... โรเบิร์ต มอนดาวีก็ค้านอีกเล็กน้อยว่า ....ความหมายก็ดีอยู่ แต่มันก็แปลว่าการแสดงดนตรีด้วย ดูไม่เข้มแข็งเท่าที่ควร...นะขอรับท่าน
บาฮรง ฟิลิปป์ เดอ ฮร็อธส์ไชลด์ ต้องกลับไปทำการบ้านอีกครั้ง ...คราวนี้เติมคำว่า One ลงไปด้วยเป็น Opus One ….โรเบิร์ต มอนดาวีปิ๊งทันที
ถังบ่มโอปุส วัน
ขณะที่ฉลากของโอปุส วัน เป็นภาพเขียนรูปหน้าของทั้งคู่ สังเกตง่ายๆ บาฮรงฟิลิปป์หันหน้าไปทางขวามีผมชี้เด่ ส่วนโรเบิร์ต มอนดาวีหันหน้าไปทางซ้าย พร้อมชื่อและลายเซ็นของทั้งคู่
ปัจจุบันโอปุส วัน อยู่ภายใต้อาณาจักรของ Constellation Brands, Inc. ยักษ์ใหญ่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของสหรัฐฯ มีสินค้าอยู่ในเครือกว่า 100 แบรนด์ หนึ่งในนั้นคือโรเบิร์ต มอนดาวี ไวเนอะรี
ที่โอปุส วัน นั้นการชิมไวน์ไม่ฟรี ! ต้องเสียตังค์ ช่วงที่ผมไปนั้นแก้วละ 5 ดอลลาร์สหรัฐฯ ครั้งหนึ่งไปช่วงที่ค่าเงินอยู่ที่ 45 บาทต่อดอลลาร์
"โอปุส วัน" เป็นหนึ่งในไวน์ที่มิจฉาชีพอยากจะปลอมมากที่สุด และก็มีของปลอมวนเวียนอยู่ในตลาดมากมาย
ทางผู้ผลิตจึงร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยทางตราสารการเงินแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ ใช้หมึกชนิดพิเศษพิมพ์ลงบนแคปซูลที่ปิดขวดไวน์ ซึ่งมองด้วยตาเปล่าจะเหมือนไวน์ทั่วไป ต้องมองผ่านอุปกรณ์พิเศษจึงจะรู้ เริ่มทดลองใช้ วินเทจ 2010 เป็นบางส่วน และใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่ วินเทจ 2011 เป็นต้นมา....!!
เป็นเรื่องที่ผู้บริโภคยากที่จะรู้ เพราะไม่มีอุปกรณ์พิเศษดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านที่นิยมบริโภคไวน์หัวโล้น ไม่รู้แหล่งที่มาของไวน์? ไม่รู้การเก็บรักษาอย่างไร? รู้อย่างเดียวตอนจ่ายเงิน ที่สำคัญได้มาแล้วก็ยังไม่รู้ว่าที่ดื่มไปนั้นเป็นของจริงหรือของปลอม !!
ตอนนี้มาชิม “โอปุส วัน” กันดีกว่า เป็นไวน์ที่ผมได้ชิมในโอกาสต่างๆ ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เริ่มจากวินเทจใหม่ไปหาวินเทจเก่า...
โอปุส วัน นาปา แวลลีย์ 2021 (Opus One Napa Valley 2021) วินเทจ 2021 นี้เป็นอีกหนึ่งวินเทจที่ดีมาก นักวิจารณ์ไวน์หลายสำนัก ให้คะแนนสูงมาก บางรายให้ 100 คะแนนเต็ม เบลนด์จากกาแบร์กเนต์ โซวีญยอง (Cabernet Sauvignon) 93 กาแบร์กเนต์ ฟรอง (Cabernet Franc) 4% เปอติต์ แวร์กโดต์ (Petit Verdot) 2% ที่เหลือเป็นแมร์กโลต์ (Merlot) และมาลเบค (Malbec) อย่างละ 0.5 % บ่ม 17 เดือนในโอ๊คฝรั่งเศสใหม่ 100%
- สีแดงโกเมนเข้มปึ๊ก สดใส
- หอมกลิ่นผลไม้ แบล็คเคอร์แรนท์ แบล็คเบอร์รี แบล็คเชอร์รี พลัม แครนเบอร์รี ราสพ์เบอร์รี ดอกไวโอเล็ต แบล็คช็อกโกแลต กาแฟคั่ว กราไฟต์ ขี้กบเหลาดินสอดำ หนังสัตว์ สไปซีเฮิร์บ จันทน์เทศ อบเชย ใบยาสูบ วานิลลา ครีมมี
- แอสิดสดชื่น แทนนินยังแน่นปึ๊ก จบเนิ่นนานด้วยผลไม้ สไปซีเฮิร์บ มิเนอรัล วานิลลา
- พอดื่มได้ในตอนนี้ แต่อาจจะต้องรออีกประมาณ 4-5 จึงจะพีคเต็มที่!
- 19.75/20 คะแนน
โอปุส วัน นาปา แวลลีย์ 2016 (Opus One Napa Valley 2016) วินเทจนี้เบลนด์จากเปอติต์ แวร์กโดต์ 8% แมร์กโลต์ 8% กาแบร์กเนต์ ฟรอง 5% ที่เหลือเป็นกาแบร์กเนต์ โซวีญยอง
- สีแดงโกเมนเข้ม สดใส
- หอมกลิ่นผลไม้สุก แบล็คเคอร์แรนท์ แบล็คเบอร์รี บลูเบอร์รี แบล็คเชอร์รี พลัม ดอกไวโอเล็ต แบล็คช็อกโกแลต กราไฟต์ ถ่านไม้ หนังสัตว์ สไปซีเฮิร์บ จันทน์เทศ อบเชย เมนธอล ซีดาร์ ใบเบย์ โรสแมรี วานิลลา สโมคกี้โอ๊ค
- แอสิดสดชื่น แทนนินสุกนุ่มเนียน จบด้วยผลไม้สุก สไปซีเฮิร์บ สโมคกี้โอ๊ค วานิลลา ชิมเผินๆ รสชาติกระเดียดไปทางไวน์ปูญัค บ้านเกิดของชาโต มูตง ฮร็อธส์ชิลด์
- สามารถเริ่มดื่มได้ เป็นอีกวินเทจหนึ่งที่ Complex & Complete
- 19.75/20 คะแนน
โอปุส วัน นาปา แวลลีย์ 2011 (Opus One,Napa Valley, California 2011) เป็นหนึ่งในวินเทจยอดเยี่ยม เบลนด์จากองุ่น 5 พันธุ์ กาแบร์กเนต์ โซวีญยอง 71% แมร์กโลต์ 11% เปอติต์ แวร์กโดต์ 9% กาแบร์กเนต์ ฟรอง 8% และมาลเบค 1%
- สีแดงเข้มแกมสีอิฐและส้ม
- หอมกลิ่นผลไม้สุกฉ่ำ แบล็คเคอร์แรนท์ แบล็คเบอร์รี แบล็คเชอร์รี พลัม แครนเบอร์รี พรุน ฟิก ดอกไม้แห้ง แบล็คช็อกโกแลต มอคคา สไปซีเฮิร์บ เปปเปอร์ อบเชย โป๊ยกั๊ก ใบชา หนังสัตว์
- แทนนินนุ่มเนียน แอสิดยังสดชื่น จบยาวด้วยผลไม้สุก สไปซีเฮิร์บชุ่มๆ คอ กำลังพร้อมดื่มในเวลานี้
- 19.5/20 คะแนน
โอปุส วัน นาปา แวลลีย์ 2003 (Opus One Napa Valley 2003) : ทำจาก กาแบร์กเนต์ โซวีญยอง 91% กาแบร์กเนต์ ฟรอง 3% เปอติต์ แวร์กโดซ์ 3% แมร์กโลต์ 2% และมาลเบค 1% บ่ม 17 เดือนในถังโอ๊คฝรั่งเศสมือหนึ่ง 100%
- สีแดงโกเมนเข้ม ขอบมีสีส้มแกมบราวน์ หอมผลไม้สุก แบล็คเชอร์รี แบล็คเคอร์เเรนท์ แบล็คเบอร์รี บลูเบอร์รี และพลัม บัลซามิกเล็กน้อย มิเนอรัล ช็อกโกแลต โกโก้ ซีดาร์ สไปซีกรีนเปปเปอร์ หนังสัตว์ ยาสูบ เฮิร์บ ชะเอมเทศ เฮเซลนัท ขี้กบเหลาดินสอดำ โอ๊คหอมหวาน
- ฟูลบอดี้ แอสิดยังค่อนข้างดี แทนนินนุ่มเนียน จบยาวด้วยผลไม้ มิเนอรัล เฮิร์บชุ่มคอ
- เป็นช่วงเวลาที่ใครมีต้องรีบนำมาแบ่งกันดื่มให้หมด
- 18.5/20 คะแนน
โอปุส วัน นาปา แวลลีย์ 2000 (Opus One Napa Valley 2000) : ทำจากกาแบร์กเนต์ โซวีญยอง 87% แมร์กโลต์ 6% กาแบร์กเนต์ ฟรอง 5% มาลเบค 3% และเปอติต์ แวร์กโดซ์ 2% บ่ม 19 เดือนในถังโอ๊คฝรั่งเศสใหม่ 100 % วินเทจนี้ผู้เชี่ยวชาญก็บอกว่าคล้ายไวน์จากปูญัคเหมือนวินเทจ 2016
- สีแดงขอบส้มแกมบราวน์ หอมผลไม้สุกฉ่ำปนแยมผลไม้ แบล็คเคอร์แรนท์ แบล็คเชอร์รี พรุน และแบล็คเบอร์รี บัลซามิก สนิมเหล็ก สไปซี เปปเปอร์ จันทน์เทศ ควันไฟ หนังสัตว์ คาราเมล
- โอ๊คยังพอสัมผัสได้กรุ่นๆ แทนนินนุ่มเนียน บอดี้ปานกลาง แอสิดยังพอมี แทนนินนุ่มเนียนหวานลิ้น จบปานกลางด้วยผลไม้สุกฉ่ำ บัลซามิก เครื่องเทศชุ่มคอ
- 18.5/20 คะแนน
หลายคนที่ชิม “โอปุส วัน” มาตั้งแต่ยุคแรก ๆ บอกว่า “โอปุส วัน” ยุคนี้ถูกปั่นราคาจนเกินจริง นอกจากนั้นรสชาติ น้ำเนื้อของไวน์ยุคนี้ไม่คลาสสิกเหมือนอดีต!!





