วันธรรมดาที่แสนเรียบง่ายแต่กลายเป็นวันพิเศษที่ได้กินอาหารพื้นเมืองแบบคนเชียงใหม่ เริ่มต้นกันที่ ร้านลาบไก่เมืองพันแหวน ปิดท้ายด้วยขนมพื้นบ้านที่ร้านจันฟอง มื้อเดียวแต่มีเรื่องเล่าเต็มโต๊ะ
เดินทางไปกับเรื่องราวของอาหาร วันนี้เรามี แทน - ปิยะนัส บุญฟู เพื่อนชาวเชียงใหม่โดยกำเนิดเป็นผู้นำทาง แทนบอกว่าร้านลาบในเชียงใหม่มีมากมายหลายร้าน แต่ละร้านก็จะมีรสชาติแตกต่างกันออกไป
เนื่องจากพริกลาบที่นำมาใช้ในการปรุงลาบมีด้วยกันหลายชนิด แต่ละร้านก็จะมีสูตรผสมแตกต่างกันออกไป เครื่องสมุนไพรหลักๆที่เป็นส่วนผสมของพริกลาบ มีตั้งแต่ มะแขว่น ดีปลี โป๊ยกั๊ก อบเชย กระวาน กานพลู ลูกจันทน์เทศ เป็นต้น สังเกตได้เลยว่าจะมีทั้งกลิ่นและรสชาติที่ออกไปทางเผ็ดร้อน ช่วยทั้งดับกลิ่นของเนื้อสัตว์ขณะเดียวกันก็ชูรสและกลิ่นอาหารให้มีกลิ่นหอมเชิญชวนไปด้วย
แทนพาเราไปที่ร้านลาบไก่เมืองพันแหวน หนึ่งในร้านโปรดของแทนที่ต้องรีบไปให้ถึงร้านก่อนเวลาร้านเปิด 11.30 น. ไม่งั้นอาจไม่มีที่นั่งได้ ขนาดเราไปก่อนเวลาเปิดสิบห้านาทีมีลูกค้าจับจองที่นั่งเกือบเต็มร้านแล้ว
หน้าร้านมีเตาปิ้งจิ้นส้มไข่ (แหนมใส่ไข่ห่อใบตอง)วางเรียงรายส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ มีโต๊ะวางผักสดเขียนป้ายให้หยิบได้เอง ส่วนบนโต๊ะกินข้าวนอกจากเครื่องปรุงรสที่เราคุ้นเคยแล้วยังพริกสดแช่น้ำปลา (เป็นพริกทั้งเม็ดไม่หั่น) ใส่ขวดวางไว้ แทนบอกว่านี่แหละทีเด็ดเลย จะกินคู่กับจิ้นส้มไข่ หรือ เมนูอะไรก็เข้ากัน
มื้อนี้ได้กิน อ่อมปูนา (หรือ อ่องปูนา) มันปูปรุงรสที่หยอดกลับไปในกระดองปูแล้วย่างให้สุก แทนแนะให้ปั้นข้าวเหนียวแล้วกินคู่กัน รสชาติจะเค็มมันเบาๆเป็นอาหารโปรดที่แทนบอกว่ากินมาตั้งแต่เด็กๆ คั่วแฮ่มไก่ ไก่บ้านผัดสมุนไพรคั่วแห้งๆใครชอบรสจัดจ้านต้องจานนี้เลยสมุนไพรครบเครื่องมากๆ เช่นเดียวกับลาบไก่มาแบบสมมงตามชื่อร้านมากๆ ไหนจะสมุนไพรในเครื่องลาบและสมุนไพรทอดที่โรยหน้าลาบไก่ จากที่เคยคิดว่าอาหารเหนือไม่เผ็ดมากเท่าไหร่ วันนี้ได้รู้แล้วว่าเป็นความเผ็ดร้อนที่ค่อยๆแรงขึ้นตามลำดับแต่ทำให้เจริญอาหารได้มากเลยทีเดียว ยังดีที่มีจอผักกาด ผักกวางตุ้งต้มเปื่อยปรุงรสน้ำมะขามเปียก น้ำปลา รสชาติเปรี้ยวน้อยๆมาช่วยชีวิต
เมนูสมุนไพรอีกอย่างที่ร้อนแรงสำหรับเรา คือ ยำจิ้นไก่ เสิร์ฟมาในชามคล้ายต้มยำแต่ไม่เปรี้ยว เป็นอีกเมนูเด็ดของร้านที่เกือบไม่ได้รับประทานแล้วขนาดเพิ่งเปิดร้านได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงยำจิ้นไก่ของเราเป็นชามสุดท้ายของวันนี้แล้ว
อิ่มอร่อยกันอย่างเผ็ดร้อนกับอาหารพื้นเมืองแล้ว ของหวานต้องมา แทนบอกว่าขนมพื้นบ้านส่วนใหญ่จะขายกันที่ตลาดตอนเช้า ช่วงเที่ยงๆบ่ายๆไปตามชิมกันได้ที่ร้านจันฟอง คาเฟ่ขนมไทย เอ่ยชื่อขนมมาแล้วอยากรู้จักเลย มีทั้งขนมเกลือ ขนมหางหมู และขนมลิ้นหมา เป็นอาทิ
ไปถึงร้านสั่งขนมเกลือมากินก่อนเลย แทนเล่าว่าเป็นขนมที่กินมาตั้งแต่เป็นเด็กน้อย เนื้อขนมนิ่มๆรสชาติเค็มมัน เพราะทำจากแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน กะทิ และเกลือ นำไปคนเบาๆบนเตาพอให้เนื้อแป้งข้น แล้วนำไปห่อใบตองแบบง่ายๆนึ่งให้สุก บางสูตรใส่กล้วยน้ำว้าสุกลงไปผสมด้วยเนื้อขนมจะแน่นขึ้นเล็กน้อยแต่ได้รสหวานหอมของกล้วยเพิ่มเติม
เด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดี โดยเฉพาะเวลาที่เจ็บไข้ไม่อยากกินอะไร ขนมเกลือเป็นอาหารช่วยชูกำลังได้เป็นอย่างดี
ขนมหางหมูเป็นยังไง เราสงสัยเพราะมีทั้งรสขนมกล้วยและแตงไทยให้เลือก แทนอธิบายว่าที่เรียกกันว่าหางหมู หางหนู ไปจนถึงหางจิ้งจก เป็นเพราะขนมบรรจุอยู่ในกรวยใบตองเวลาแกะออกมาแล้วขนมที่ปลายกรวยจะมีรูปร่างคล้ายหางที่สั่นกระดุ๊กกระดิ๊ก ส่วนตัวขนมนั้นจะเป็นขนมกล้วย ขนมแตงไทย หรือขนมฟักทองก็ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราอยากใช้วัตถุดิบไหน
ส่วนขนมลิ้นหมา เป็นขนมทำจากแป้งข้าวเหนียวดำ ส่วนผสมก็มีเกลือ น้ำตาล มะพร้าวขูด นวดให้เข้ากันแล้วห่อไปตองพับแบบง่ายๆ รูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวๆ มองแล้วคล้ายลิ้นหมาจึงเป็นที่มาของชื่อขนม ซึ่งมีบางคนเรียกว่า ขนมเปี่ยง ด้วยเช่นกัน
ที่ร้านจันฟองยังมีขนมพื้นบ้านให้เลือกชิมอีกหลายรายการ ได้แก่ ขนมวง หรือโดนัทเมืองทำจากแป้งทอดราดน้ำตาลอ้อย ขนมถ้วย ขนมตาล ส่วนเครื่องดื่มโบราณมีน้ำข้าวตังกลิ่นหอมๆรสหวานน้อยๆชื่นใจให้ลิ้มลองกันด้วย
อาหารพาเดินทางไปพร้อมกับเรื่องราวของผู้คน ขอบคุณแทนผู้นำทางที่ช่วยเปลี่ยนวันธรรมดาในเชียงใหม่เป็นวันที่คิดถึงทีไรแล้วหิวขึ้นมาทุกทีเลย
พิกัด : 11 ถนนบำรุงบุรี ซอย3 ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
โทร. 08 2888 5566 เปิดทุกวันเว้นวันเสาร์ 11.30 – 21.00 น.
พิกัด : 49 ตำบลป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่
โทร.06 1129 4228 เปิดทุกวัน เวลา 09.00 - 15.00 น


