‘กุ้งกะปิสะตอ’ ที่ร้าน ‘อาหารบ้านคุณเล็ก’ ทำให้หมูหวานชวนชิมเปิดใจลองกัดกิน ‘สะตอ’ เม็ดอวบๆเป้งๆเคี้ยวกรุบๆ ที่ผัดมากับกุ้งทะเลตัวใหญ่สดเนื้อเด้ง กรี๊ดในความอร่อย
ก่อนจะพูดถึงเมนู กุ้งกะปิสะตอ ที่ร้าน อาหารบ้านคุณเล็ก ขอเท้าความไปยังการแสวงหา อาหารอร่อย ที่ไม่ใช่ก๋วยเตี๋ยว ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง สำคัญคือต้องการบรรยากาศแตกต่าง เหมือนไปกินข้าวบ้านญาติแถวๆต่างจังหวัด เพื่อนกินฝั่งธนฯ แนะนำว่ามาร้านนี้เลยได้ฟิลต่างจังหวัดแน่นอน มีเรือรับส่งด้วยนะ ดิฉันหูผึ่งนึกสนุกขึ้นมาทันใด คอลัมน์อร่อยริมทางเสาร์นี้ กลายเป็น อร่อยริมคลอง ชั่วคราว เน้นที่ ความอร่อยล้วนๆ
ว่าแล้วก็นั่ง BTS มาลงที่สถานีวุฒากาศ ทางออกที่ 2 เดินหาท่าเรือ เจอพี่วินมอเตอร์ไซด์ใจดีชี้แนะแนวทางว่าให้เดินเข้าซอยโน้น ที่มีแผงผลไม้ ตรงไป เลี้ยวขวา ข้ามสะพานแล้วเลี้ยวซ้าย ดิฉันก็นึกว่าทางไปท่าเรือ ที่ไหนได้ นั่นคือทางไปร้านเลยจ้า หมดกันฝันสลายฟิลนั่งเรือ บัดนี้รู้แจ้งแล้วว่า ถ้าจะมาเรือต้องขับรถไปจอดที่วัดใหม่ยายนุ้ย แล้วโทรศัพท์บอกทางร้านให้ส่งเรือมารับ สัญญาคราวหน้าจะไม่พลาด (ฮา)
ก่อนมาชิม อาหารอร่อย ที่ ร้านอาหารบ้านคุณเล็ก ได้ศึกษาข้อมูลมาแล้วพบว่าถ้าหม่ำแบบไม่ต้องรอคิวนานให้มาตอนเช้าๆวันธรรมดา คนจะน้อย วันนี้ หมูหวานชวนชิม หอบหิ้วความหิวของมื้อเช้า พุ่งตัวออกมาจากทุ่งบางกะปิ มา อร่อยริมคลอง ใน เขตจอมทอง
แม้พลาดฟิลนั่งเรืออย่างที่ฝันแต่ไม่พลาด ความอร่อย หมูหวานและเพื่อนๆ ช่วยกันเลือกเมนูที่คิดว่าจะอร่อยร่วมกันได้ ประกอบด้วย กุ้งกะปิสะตอ (240 บาท)ส่วน หมึกผัดน้ำดำ (200 บาท) คือความตั้งใจเพราะชอบเมนูนี้
แกงส้มพริกนกปลากะพง (280 บาท) เป็นเมนูที่เคยหม่ำครั้งแรกที่อำเภอหัวหิน ประทับใจมาก ก็เลยสั่งมาชิม น้องๆที่ร้านถามว่าต้องการปลากะพงขาว หรือกะพงแดง หมูหวานตัดสินใจสั่งกะพงแดงเพราะหารับประทานยาก ราคาแพงกว่ากะพงขาวไป 20 บาท อร่อยถึงใจ
สามชั้นบ้านแม่ (180 บาท)เป็นอีกเมนูที่เห็นชื่อแล้วต้องสั่ง ด้วยความที่ชอบกินหมูสามชั้นทอดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สุดท้ายจานผักขอเป็น กะหล่ำปลีผัดปลาเค็ม (100 บาท)เพราะดูมีความแตกต่างจาก กะหล่ำปลีผัดน้ำปลา โดยทั่วไปน่าลองลิ้มชิมรสเป็นอย่างยิ่ง ผลปรากฏว่า อร่อย เฉยเลยนะคะ
เจ้าของร้าน เชฟโบ๊ท หรือ ฉัตรมงคล น้อยเศรษฐ์ อายุ 34 ปี เรียนจบด้านอาหาร และโภชนาการ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ศูนย์โชติเวช หลังจากเรียนจบทำงานในห้องอาหารโรงแรม 10 ปี ทำอาหารยุโรปมาตลอดเพราะเรียนมาสายนี้
ส่วนอาหารไทยนั้นเรียนรู้จากครัวในบ้าน คุณย่า คุณตา รวมทั้งครูพักลักจำสูตรต่างๆ เริ่มคิดเปิดขายเดลิเวอรี่ แม้คุณป้าจะทำอาหารเก่งอยู่แล้ว แต่เขาก็ได้ทำซอสสำเร็จไว้ให้คุณป้าใช้เพื่อความสะดวก ขายอาหารแค่ 4 เมนูแบ่งเป็น 'กะเพรา' กับ 'ผัดยี่หร่า' วัตถุดิบหลักเป็น 'เนื้อ'
เมนูอร่อยขึ้นกระดาน
'หมึกน้ำดำ' อร่อยได้มาตรฐานเหมือนกินริมทะเล
“เราเองติดรสชาติของป้า ของแม่ เป็นสูตรที่กินในบ้าน ทำซอสไว้ให้เขาก็สะดวกดี ตักทีเดียวไม่ต้องปรุง ผมทำเดลิเวอรี่ช่วงโควิดนาน 6 ปี ตอนแรกคิดแค่ว่าป้าจะได้มีงานทำ ส่วนเราก็มีข้าวกิน ทุกอย่างเลยเริ่มจากทำอาหารในบ้าน พอเปิดร้านก็เสิร์ฟทุกอย่างแบบที่บ้านเรากิน อย่างข้าวเราก็ใช้ ข้าวหอมมะลิตราฉัตรดำ เป็นข้าวใหม่ต้นฤดู เพิ่งเปิดให้ลูกค้านั่งกินมาปีกว่าๆ เองครับ
เพราะช่วงปรับปรุงบ้าน รื้อบ้านสร้างใหม่ ไม่มีครัวทำอาหารเดลิเวอร์รี่ ก็เลยมาทำศาลาริมคลอง มีครัวเล็กๆ มีโต๊ะอาหารแค่โต๊ะเดียวสำหรับคนในบ้านมานั่งกินข้าวกัน ไม่ได้คิดว่าจะมาเปิดร้านอาหาร อยู่ดีๆมีฝรั่งเปิด Google Maps มาตามหาร้านอาหาร ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีป้ายชื่อร้านเลยด้วยซ้ำ ฝรั่งมาตามจากรีวิวตอนขายเดลิเวอรี่ คุณป้าก็เลยให้ฝรั่งนั่งกินข้าวที่โต๊ะอาหารริมคลอง ดังนั้นจุดเริ่มต้นของร้านนี้ก็คือ มีคนเดินหลงเข้ามาขอใช้บริการแล้วเราก็ขายให้
“คอนเซ็ปต์คือ คนในบ้านกินอะไร ลูกค้าก็จะได้กินแบบนั้น อย่างเช่นวันนี้เราทำน้ำพริกกะปิ ลูกค้าก็จะได้กินน้ำพริกกะปิ หรือจะสั่งผัดกะเพรา เรามีวัตถุดิบก็ทำให้ เราทำกินเองก็จะกินของดีๆ"
เชฟโบ๊ท แนะเมนูห้ามพลาด ก็คือ ผัดสามฉุนกุ้ง ซึ่งเราพลาดไปแล้ว นอกนั้นตรงกันเป๊ะ ราวกับจัดวาง ไม่พลาดเลยนั่นก็คือ สามชั้นบ้านแม่, กุ้งกะปิสะตอ, แกงส้มพริกนก เป็นแกงส้มน้ำใส ใช้พริกขี้หนูสด ทางหัวหินเรียกว่าพริกนก เราสั่งปลากะพงแดง เป็นปลาจากธรรมชาติไม่ใช่ปลาเลี้ยง วันไหนชาวประมงจับไม่ได้ก็จะไม่มีขายในร้าน ส่วนปลากะพงขาวร้านนี้เลือกเฉพาะ ไซส์ 5 กิโลกรัมขึ้นไปเท่านั้นจึงจะอร่อย
เชฟใช้ปลาทะเลจากธรรมชาติเท่านั้น เพราะคุณภาพดีไม่มีกลิ่นของอาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์ ปลาธรรมชาติเนื้อจะแน่นกว่า ถ้าจะให้ละเอียดกว่านั้นก็คือปลาธรรมชาติที่ใช้อวนลาก กับใช้วิธีตกปลารสชาติก็ต่างกัน ปลาตกเนื้อจะไม่ช้ำ อร่อยกว่าและราคาแพงกว่าปลาอวนลาก ที่สำคัญร้านนี้ไม่ขายปลาน้ำจืดนะจ๊ะ
เพราะร้านอื่นมีขายอยู่แล้วจะเหมือนคนอื่นไปทำไม (ฮา) ต้องการนำเสนอสิ่งที่คนในบ้านชอบ และหารับประทานยาก หมึกน้ำดำ เป็นอีกเมนูที่เชฟต้องการนำเสนอ เมนูนี้ก็เช่นกัน ปลาหมึกไม่สดจะไม่ขายนะจ๊ะ ขอบอกว่าเป็นหมึกที่ดองแห้งจากปากน้ำปราณ ไม่ผ่านการล้างน้ำจืด หรือดองน้ำทะเล
ถ้าหากปลาหมึกตายแล้วเอาไปแช่ในน้ำ น้ำก็จะเข้าไปในเนื้อทำให้ไม่หวาน ถ้าปลาหมึกมีรสเค็มก็แสดงว่ามีการดองเกลือมา นั่นไม่ใช้มาตรฐานของทางร้านเช่นกัน
ส่วนกุ้งเลี้ยง มาจากฟาร์มที่ได้มาตรฐานจากกุยบุรี แถบนั้นเป็นน้ำเค็ม 100 % กลิ่นหอมแตกต่างจากกุ้งทะเลอื่น ส่วน กะปิ ทางร้านใช้กะปิคลองโคน จังหวัดสมุทรสงคราม ‘สะตอ’ ก็มาจากจังหวัดสงขลา เป็นสะตอคัดเม็ดใหญ่ได้มาตรฐาน มิน่าเคี้ยวกรุบกลิ่นไม่ฉุน หมูหวานชวนชิม เปิดโลกสะตอกินเป็นกับเขาแล้วนิ
กะหล่ำปลีผัดปลาเค็ม ทางร้านก็ใช้ปลาเค็มจากปราณบุรี เพราะแถบนี้เขาดังเรื่องปลาหมึก กับปลาอินทรีย์เค็ม สามชั้นบ้านแม่ เป็นเมนูที่แม่ทำให้เชฟโบ๊ทกินมาตั้งแต่เด็ก รับรองว่าเด็กๆต้องชอบมีเมนูนี้แล้วกินข้าวได้เยอะแน่ๆ เชฟโบ๊ทกล่าวทิ้งท้ายว่า
“ร้านนี้เป็นชื่อของแม่ ก็คือ แม่เล็ก-สมจิตต์ น้อยเศรษฐ์ เพราะผมอยากจะสื่อออกไปว่า อยากให้เพื่อนๆมากินข้าวที่บ้านเรา ถ้ามาใครล่ะเป็นคนทำกับข้าว แม่ก็ต้องเป็นคนทำอยู่แล้ว แต่ก็อยากจะบอกว่า แม่เราทำ เราอร่อย แต่อาจจะไม่ถูกปากทุกคนนะ แต่ก็อยากให้ทุกคนลองมาชิมดูครับ”
มีโอกาสไปซ้ำ หมูหวานชวนชิม จะต้องสั่งเมนู กะเพราหมูสับไข่ดาว เห็นโต๊ะอื่นสั่งน่ารับประทานมาก และต้องสั่ง ผัดสามฉุนกุ้ง เมนูที่พลาดไปแล้วส่วนเมนูสั่งซ้ำคงเป็นแกงส้มพริกนก กับ สามชั้นบ้านแม่ โอ๊ยหิวอีกแล้วพูดถึงไม่ได้เลยนะเนี้ย (ฮา)
ร้าน ‘อาหารบ้านคุณเล็ก’ เลขที่ 84/1 ถนนริมคลองด่าน แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพฯ เปิดบริการทุกวันเวลา 09.00- 20.00 น. โทร. 096 814 3158
หมายเหตุ : เดินทางโดย BTS ลงสถานีวุฒากาศ ทางออก 2 แล้วเดินเข้าไปทาง คอนโดเทรมโป้แกรนด์ หรือไปจอดรถได้ที่วัดใหม่ยายนุ้ย แล้วเรียกเรือมารับ หรือจอดรถที่คอนโดเทรมโป้แกรนด์ (ค่าจอด 50 บาท) เดินไปร้านประมาณ 100 เมตร


