วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'Pharisäer Kaffee' ตำนานกาแฟดังเยอรมัน ห้ามใช้ช้อนคนเด็ดขาด!

'Pharisäer Kaffee' ตำนานกาแฟดังเยอรมัน ห้ามใช้ช้อนคนเด็ดขาด!

ทางตอนเหนือของประเทศเยอรมนีในเขตฟรีเซียเหนือ มีเครื่องดื่มกาแฟค็อกเทลท้องถิ่นชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงมาก ชื่อว่า 'ฟารีเซียร์ คัฟเฟ่' (Pharisäer Kaffee) เมนูนี้เปี่ยมไปด้วยตำนานลับที่สนุกสนานและประเพณีการดื่มที่น่าสนใจยิ่ง แล้วประวัติต้นกำเนิดสืบสาวข้อมูลย้อนหลัง กลับไปได้ไกลถึงศตวรรษที่ 19 ทีเดียว

ฟารีเซียร์ คัฟเฟ่ ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มกาแฟ แต่เป็นกาแฟที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ 'เฉพาะถิ่น' ของเขตฟรีเซียเหนือ จัดเป็นกาแฟผสมเหล้ารุ่นแรก ๆ ของยุโรปเลยก็ว่าได้ เหมาะจิบมาก ๆ ในวันที่อากาศหนาวเย็น

รูปโฉมของ 'กาแฟฟารีเซียร์' จากอดีตจนถึงปัจจุบัน แทบไม่เปลี่ยนแปลงเลย เสิร์ฟในแก้วเซรามิคทรงสูงสีบลูแอนด์ไวท์ ที่ตกแต่งด้วยลวดลายพื้นเมืองเยอรมัน ด้านบนแก้ว ท็อปปิ้งด้วยวิปครีมหนานุ่มแบบจัดเต็ม ส่วนภายในแก้ว มีกาแฟดำ(ร้อน) กับเหล้ารัมที่ส่วนใหญ่นิยมใช้ดาร์กรัม

ส่วนผสมดั้งเดิมประกอบด้วย กาแฟดำจากเมล็ดกาแฟคั่วค่อนข้างเข้ม ผสมกับดาร์กรัม เติมน้ำตาลทรายก้อน ก่อนโปะหน้าด้วยวิปครีมหนานุ่ม ยุคโน้นใช้กาแฟฟิลเตอร์ที่มีผ้าเป็นถุงกรอง แต่ยุคนี้เปลี่ยนมาใช้กาแฟดริปและอเมริกาโน่ มีโรยผงโกโก้บนวิปครีมด้วย ส่วนน้ำตาลทรายถูกยกเลิกไป ตามสมัยนิยมที่คนกินหวานน้อยลง

'Pharisäer Kaffee' ตำนานกาแฟดังเยอรมัน ห้ามใช้ช้อนคนเด็ดขาด!

ฟารีเซียร์ คัฟเฟ่ กาแฟผสมเหล้ารัมท็อปปิ้งวิปครีม เป็นเครื่องดื่มระดับตำนานประจำภูมิภาคฟรีเซียเหนือ ของเยอรมนี  (ภาพ : Charlie Waradee)

เมนูนี้เคยเป็นประเด็นถึงขั้น 'ขึ้นศาล' ในปี ค.ศ. 1981 ชนวนเหตุเกิดขึ้นหลังมีลูกค้าคนหนึ่งไปสั่งกาแฟฟารีเซียร์ในร้านอาหารเมืองเฟลนส์บวร์ก แล้วพบว่ารสชาติจืดชืดมาก เพราะร้านใส่เหล้ารัมลงไป 20 มล. ลูกค้าจึงปฏิเสธที่จะจ่ายเงินค่ากาแฟจำนวน 7 มาร์ก จนถูกเจ้าของร้านฟ้องร้องเป็นคดีความขึ้นมา

สุดท้ายเคสนี้ ผู้พิพากษาประจำเมืองตัดสินว่า กาแฟที่จะใช้ชื่อว่า 'ฟารีเซียร์' ได้นั้น ต้องมีส่วนผสมของ 'เหล้ารัมอย่างน้อย 40 มล.' หากใส่น้อยกว่านั้นจะถือว่าเป็นการเอาเปรียบและหลอกลวงผู้บริโภค เพื่อคงความเป็นเอกลักษณ์ของเมนูต้นตำรับเอาไว้ต่อไป

ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวในย่านฟรีเซียเหนือ ลองสั่งเมนูท้องถิ่นนี้มาดื่ม ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ร้านกาแฟ, ร้านอาหาร, ร้านเบเกอรี่, ค็อกเทลบาร์ หรือรีสอร์ทที่พัก จะเห็นหน้าค่าตากาแฟฟารีเซียร์ในแบบต้นตำรับแทบเหมือนกันหมด เพียงแต่การตกแต่งวิปครีมด้านบนแก้ว แตกต่างกันไปบ้างเท่านั้น

'Pharisäer Kaffee' ตำนานกาแฟดังเยอรมัน ห้ามใช้ช้อนคนเด็ดขาด!

การท่องเที่ยวเขตฟรีเซียเหนือ โปรโมทกาแฟฟารีเซียร์ พร้อมๆกับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ เช่น เดินดูนก และปั่นจักรยานชมวิว  (ภาพ : instagram.com/nordstrand.nordsee)

เช่นเดียวกัน 'ประเพณีการดื่ม' ที่อดีตเป็นเช่นไรปัจจุบันก็เป็นเช่นนั้น เป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่า วัฒนธรรมที่แข็งแกร่งไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปตามกาลเวลา อดีตเคยมีกติกา/มีกิมมิกอย่างไร ปัจจุบันนักท่องเที่ยวและผู้คนท้องถิ่นก็ยังคงรักษาอัตลักษณ์ตรงนี้เอาไว้ไม่เปลี่ยนแปลง

นี่คือ...เสน่ห์ความคลาสสิกไร้กาลเวลาของฟารีเซียร์ คัฟเฟ่

จุดกำเนิดของเมนูนี้เกิดขึ้นในปีค.ศ. 1872 ณ เกาะนอร์ดชตรันท์ เกาะขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในเขตฟรีเซียเหนือ

มีเรื่องเล่าว่าในสมัยนั้นมีบาทหลวงชื่อ กุสตาฟ บอยเออร์ ท่านเป็นคนเคร่งครัดในศาสนาและต่อต้านการดื่มสุรา วันหนึ่งในพิธีรับศีลล้างบาปที่บ้านของชาวไร่ชื่อโยฮันเซน ชาวบ้านอยากดื่ม 'เหล้ารัม' เพื่อคลายหนาว แต่ไม่กล้าดื่มต่อหน้าบาทหลวง

เพื่อไม่ให้บาทหลวงได้กลิ่นเหล้า เจ้าภาพงานจึงใช้วิปครีมมาเป็น 'กลยุทธ์บังตา' แอบผสมเหล้ารัมลงในกาแฟร้อนเข้มข้น แล้วโปะหน้าด้วยวิปครีมหนา ๆ เพื่อปิดกั้นไม่ให้กลิ่นเหล้าระเหยออกมา แล้วแจกจ่ายให้ชาวบ้านที่มาร่วมงาน ขณะที่บาทหลวงได้จิบเฉพาะกาแฟธรรมดาที่มีแค่วิปครีม

'Pharisäer Kaffee' ตำนานกาแฟดังเยอรมัน ห้ามใช้ช้อนคนเด็ดขาด!

กาแฟฟารีเซียร์แบบดั้งเดิม กับขนมเค้กพื้นถิ่น ของร้านฟารีเซียร์โฮฟ  (ภาพ : facebook.com/Pharisäerhof)

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ชาวบ้านในงานเริ่มสนุกสนานและเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ จนบาทหลวงเริ่มเอ๊ะใจ ในที่สุดก็ขอลองดื่มกาแฟจากแก้วของชาวบ้านรายหนึ่ง (บางตำนานว่ามีคนส่งผิดแก้ว) จึงพบว่ามีความลับ 'ซ่อน' อยู่ใต้วิปครีมนั้น

ทันทีที่น้ำกาแฟร้อน ๆ ที่ชุ่มไปด้วยดาร์กรัมรสเข้มข้นไหลผ่านชั้นครีมเข้าสู่ปาก  บาทหลวงบอยเออร์ก็รู้ทันทีว่าถูกหลอกเข้าเสียแล้ว ด้วยความโมโห บาทหลวงจึงตะโกนออกมาว่า  "โอ้... เจ้าพวกฟารีซี!"

คำว่า ฟารีซี (Pharisees) ที่บาทหลวงใช้เปรียบเปรย มีความหมายในทำนอง 'คนที่มือถือสากปากถือศีล' หรือ 'คนต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง' เพื่อประชดประชันชาวบ้านที่ต่อหน้าทำเป็นเคร่งศาสนา แต่ลับหลังกลับแอบผสมเหล้าดื่มกันอย่างสนุกสนาน

ทว่าชาวบ้านกลับ 'ชอบใจ' ในชื่อเรียกนี้เป็นอย่างมาก

นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เมนูกาแฟดำผสมดาร์กรัมท็อปปิ้งวิปครีมหนา ๆ จึงถูกเรียกขานว่า 'ฟารีเซียร์ คัฟเฟ่'  เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพิธีรับศีลล้างบาปของชาวเกาะนอร์ดชตรันท์ในวันนั้น

'Pharisäer Kaffee' ตำนานกาแฟดังเยอรมัน ห้ามใช้ช้อนคนเด็ดขาด!

ร้านฟารีเซียร์โฮฟ เปิดให้บริการเป็นร้านกาแฟควบร้านอาหาร และรีสอร์ทขนาดเล็ก มีชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยวต่างประเทศ  (ภาพ : facebook.com/Pharisäerhof)

ตำนานบทนี้กลายมาเป็น 'จุดขาย' ที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างพากันพูดถึงแบบอมยิ้มทุกครั้ง ยามที่ได้สั่งเมนูกาแฟค็อกเทลนี้มาดื่ม และจะยิ่งได้อรรถรสและบรรยากาศมากขึ้น หากไปร้าน 'ฟารีเซียร์โฮฟ' (Pharisäerhof) อันเป็นสถานที่เกิดเหตุจริงในตำนาน

จุดตั้งร้านฟารีเซียร์โฮฟในปัจจุบัน เคยเป็นบ้านไร่ของครอบครัวผู้จัดงานรับศีลล้างบาปอันโด่งดังมาก่อน ต่อมาได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาให้กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญระดับประเทศ เป็น 'บ้านทุ่งสไตล์ฟรีเซียน' แท้ ๆ เปิดให้บริการเป็นร้านกาแฟควบร้านอาหาร และรีสอร์ทขนาดเล็ก เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก

ในเว็บไซต์ของฟารีเซียร์โฮฟ ระบุว่า "คุณรู้หรือไม่ว่าเครื่องดื่มคลาสสิกชื่อดังแสนอร่อยอย่างฟาริเซียร์ ที่ทำจากกาแฟร้อน, เหล้ารัม และครีม มีต้นกำเนิดที่นี่ ที่ฟารีเซียร์โฮฟ"

หากต้องการสัมผัสวัฒนธรรมกาแฟและเค้กยามบ่ายแบบเยอรมันแท้ ๆ ยังมีอีกหลายร้านที่เสิร์ฟฟารีเซียร์ คัฟเฟ่ คู่กับเค้กพื้นเมือง เช่น ร้านอุเซส ฟารีเซียร์ ชตูฟ (Uhse's Pharisäer Stuuv), ไอส์คาเฟ่ นอร์เดอร์ไน (Eiscafe Norderney), ฮาเฟนคัฟฟี่ (HafenKaffee) และคาเฟ่ เบเกอรี่ ชูลท์ (Café Bakery Schult)

'Pharisäer Kaffee' ตำนานกาแฟดังเยอรมัน ห้ามใช้ช้อนคนเด็ดขาด!

ในวัฒนธรรมอาหารของเยอรมัน กาแฟมักจับคู่กับขนมเค้กยามบ่าย ในภาพเป็นชุดฟารีเซียร์ คัฟเฟ่ ของร้านอุเซส ฟารีเซียร์ ชตูฟ  (ภาพ : facebook.com/Uhse's Pharisäer Stuuv)

แถบ 'ฟรีเซียเหนือ' ของเยอรมนี เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ติดชายฝั่งทะเล มีวัฒนธรรมพื้นถิ่นที่โดดเด่น เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบความสงบ อากาศบริสุทธิ์ และกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะการเดินดูนก และปั่นจักรยานกินลมชมวิวรอบเกาะ

แล้วการท่องเที่ยวท้องถิ่นที่นี้ก็ไม่ลังเลที่จะ 'โปรโมท' ให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศมาเปิดประสบการณ์ทางวัฒนธรรมประจำท้องถิ่น ด้วยการชิมฟารีเซียร์ เครื่องดื่มกาแฟประจำภูมิภาค เป็นความสุขสไตล์ฟรีเซียนที่ทุกคนมาสัมผัสได้ด้วยตัวเอง

อย่างที่เกริ่นไว้ เมนูนี้มีตำนานลับและประเพณีการดื่ม ชนิดที่หากมีใครแหก 'กฎเหล็ก' จะโดนลงโทษ ฐานทำลายความตั้งใจเดิมของบรรพบุรุษที่แอบดื่มกาแฟผสมเหล้ารัมโปะวิปครีมโดยหวังหลบรอดสายตาของบาทหลวง

ตามธรรมเนียมการดื่มฟารีเซียร์ มีกฎกติกาว่า ห้ามใช้ช้อนคนส่วมผสมให้เข้ากัน แต่ให้จิบกาแฟร้อนผสมเหล้ารัมผ่านชั้นวิปครีมเย็น ๆ ใครเผลอใช้ช้อนคน จะต้องเป็นเจ้ามือเลี้ยงกาแฟคนทั้งโต๊ะทันที ประมาณว่า 'จ่ายรอบวง' นั่นแหละ


'Pharisäer Kaffee' ตำนานกาแฟดังเยอรมัน ห้ามใช้ช้อนคนเด็ดขาด!

ตามธรรมเนียมการดื่มฟารีเซียร์  ให้จิบกาแฟร้อนผสมเหล้ารัมผ่านชั้นวิปครีม ใครเผลอใช้ช้อนคน จะถูกลงโทษให้เป็นเจ้ามือเลี้ยงกาแฟทั้งโต๊ะ  (ภาพ : Charlie Waradee)

ในการโปรโมทกาแฟฟารีเซียร์ หน่วยงานด้านการเที่ยวของเขตฟรีเซียเหนือ มีการจัดกิจกรรม "ห้ามใช้ช้อนคนเด็ดขาด' จนกลายเป็นกิมมิกที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องมาท้าทายกัน หากใครทำผิดกฎต้องเลี้ยงเพื่อนทั้งโต๊ะ สร้างเสียงหัวเราะและประสบการณ์ที่น่าจดจำในกลุ่มนักเดินทางท่องเที่ยว

การเปลี่ยนเมนูกาแฟพื้นเมืองแก้วหนึ่ง ให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการดื่มด่ำความสุขสไตล์ฟรีเซียน จึงสะท้อนถึงแก่นแท้ของ 'การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร' (Gastronomy Tourism) นำไปสู่ภาพจำทางสายตาอันทรงพลังยิ่งนักในยุคดิจิทัล

เมื่อนักท่องเที่ยวโพสต์ภาพกาแฟฟารีเซียร์พร้อมวิปครีมพูน ๆ ในแก้วเซรามิคบลูแอนด์ไวท์ ลงโซเชียลมีเดียคราใด ก็มีความหมายเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากเป็นคำประกาศให้ชาวโลกรู้ว่า

"นี่พวกเธอ...ฉันมาถึงฟรีเซียเหนือแล้วนะจ๊ะ"

......................................

เขียนโดย : ชาลี วาระดี