บางท่านเห็นสีเขียว ๆในแก้วกาแฟตามภาพประกอบบทความนี้ อาจคิดว่าเป็นชาเขียวมัทฉะ แต่ไม่ใช่ครับ สีเขียว ๆ นั่นคือครีมพิสตาชิโอ ที่ชาวซิซิเลี่ยนนำมาประกอบเข้ากับกาแฟเอสเพรสโซ่ แล้วเรียกว่า 'คาเฟ่ อัล พิสตาชิโอ' (Caffè al Pistacchio) จนกลายเป็นเมนูเครื่องดื่มที่มีต้นกำเนิดจากซิซิลี เกาะท่องเที่ยวทางตอนใต้ประเทศอิตาลี
คาเฟ่ อัล พิสตาชิโอ คือเมนูกาแฟสไตล์ซิซิลีแท้ ๆ ที่ผสมผสานความเข้มข้นของเอสเพรสโซ่เข้ากับความหอมมันนุ่มของครีมพิสตาชิโอ ผู้เขียนจะขออนุญาตเรียกง่ายๆเพื่อความเข้าใจตรงกันว่า 'เอสเพรสโซ่ครีมพิสตาชิโอ'
เอสเพรสโซ่ครีมพิสตาชิโอ เน้นรสชาติเข้มข้นของเอสเพรสโซ่สไตล์อิตาลีภาคใต้ ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับครีมพิสตาชิโอ ที่มีเนื้อครีมเนียนนุ่มและรสชาติเข้มข้นหอมหวาน ซึ่งเป็นคาแรคเตอร์ของถั่วชนิดนี้ที่ผู้เขียนชอบมาก ๆ เพราะความกรอบ-มัน-อร่อย เรียกว่าแกะกินกันเป็นถุง ๆ ทีเดียว
'มนต์เสน่ห์' ของการดื่มคาเฟ่ อัล พิสตาชิโอ ที่ซิซิลี คือ การได้นั่งอย่างรื่นรมย์ในเพียซซ่าหรือจัตุรัสกลางเมือง ชมสถาปัตยกรรมโบราณ รับลมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และมองเห็นภูเขาไฟเอตนาอยู่ไกล ๆ
ร้านโนเว่ – พิสตัคคิโอ แปร์ ทราดิซิโอเน่ หนึ่งจุดเช็คอินยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปลิ้มลองรสชาติคาเฟ่ อัล พิสตาชิโอ (ภาพ : facebook.com/novepistacchio)
อันที่จริงทั้งกาแฟกับพิสตาชิโอ ไม่ใช่ของดั้งเดิมบนเกาะ แต่มาจากอิทธิพล 'อาหรับ' ล้วน ๆ
โลกอาหรับส่งผ่านวัฒนธรรมกาแฟเข้าสู่ยุโรป ผ่านตอนใต้ของอิตาลี ตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 16 ส่วนพิสตาชิโอที่ปลูกบนดินภูเขาไฟเอตนา ซึ่งชาวเกาะเคลมว่ารสชาติดีที่สุดในโลกนั้น เป็นชาวอาหรับเองที่เอาพันธุ์มาปลูก โดยเฉพาะที่เมือง 'บรอนเต้' (Bronte) ซึ่งมีดินภูเขาไฟที่อุดมสมบูรณ์ เรื่องราวนี้มีประวัติย้อนย้อนกลับไปถึงช่วงศตวรรษที่ 9 ทีเดียว
ในอดีต ซิซิลีถือเป็นอีกจุดบรรจบของโลกสองขั้วคืออาหรับกับยุโรป สถาปัตยกรรมแบบ 'อาหรับ-นอร์มัน' (Arab-Norman Style) เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่หาดูได้เฉพาะที่นี่ โดยเฉพาะในเมืองปาแลร์โม ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก
ช่วงศตวรรษที่ 9-11 เกาะนี้เคยตกเป็นอาณาจักรของชาวอาหรับมาก่อน ทว่าชาวอาหรับไม่ได้มามือเปล่า แต่ขนเอาหลาย ๆ สิ่งเข้ามาด้วย เช่น ความรู้ด้านกสิกรรม ระบบชลประทาน และของกินเด็ด ๆ อย่าง น้ำตาล, ผลไม้ตระกูลส้ม, และพิสตาชิโอ แม้ตอนนั้นกาแฟจะยังไม่เป็นที่นิยมเท่าศตวรรษหลัง ๆ แต่รากฐานการกินสไตล์อาหรับก็ฝังลึกลงไปในดินแดนซิซิลีไปนานแล้ว
เจ้าของร้านอู บาร์ ดู มารินารู ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้บุกเบิกเครื่องดื่มในรูปแบบเอสเพรสโซ่ป้ายครีมพิสตาชิโอ (ภาพ : facebook.com/UBarDuMarinaru)
ผ่านเกลียวคลื่นทะเล แสงแดด และสายลมมานับร้อย ๆ ปี จวบปัจจุบัน คาเฟ่ อัล พิสตาชิโอ ที่ออกเสียงตามสำเนียงอิตาเลี่ยนประมาณว่า คัฟเฟ่ อัล พิสตัคคิโอ กลายเป็นหนึ่งในเครื่องดื่ม 'ท้องถิ่น' ที่มีเอกลักษณ์สูงมากของเกาะซิซิลี
เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่า ถั่วพิสตาชิโอจากซิซิลี โดยเฉพาะสายพันธุ์บรอนเต้ ที่ปลูกบริเวณเชิงเขาไฟเอตนา ได้รับการขนานนามว่าเป็น 'ทองคำสีเขียว' การนำถั่วชนิดนี้มาผสมผสานในอาหารและเครื่องดื่ม ก็เริ่มต้นจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวซิซิลีที่พยายามนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ ตามด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มในเวลาต่อมา
ส่วนกาแฟที่ใช้คู่กับครีมพิสตาชิโอนั้น แน่นอนต้องเป็นกาแฟคั่วเข้ม 'สไตล์ซิซิลี' แบบดั้งเดิม (Sicilian Dark Roast) มีเอกลักษณ์ตรงความดุดันและเข้มข้นที่สุดในบรรดากาแฟอิตาลีด้วยกัน ช่วยตัดความหวานมันของครีมพิสตาชิโอได้อย่างลงตัว นิยมใช้เมล็ดกาแฟเบลนด์อาราบิก้ากับโรบัสต้าในสัดส่วน 40-60 หรือ 50-50 ก็มี
เอสเพรสโซ่ครีมพิสตาชิโอ ของร้านบาร์ คอนติ กัลเลนติ ในเมืองบรอนเต้ (ภาพ : facebook.com/barcontigallenti)
เนื่องจากเป็นเครื่องดื่มระดับ 'ขวัญใจ' นักท่องเที่ยวต่างประเทศที่มาแล้วต้องชิม จึงหาดื่มได้ทั่วไปตามร้านหลากหลายประเภทในเกาะที่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์แห่งธรรมชาติและรุ่มรวยอารยธรรมแห่งนี้ เช่น ร้านกาแฟแบบดั้งเดิม, บาร์เอสเพรสโซ่, ร้านเบเกอรี่, ร้านไอศกรีมเจลาโต้ และร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากพิสตาชิโอ โดยเฉพาะตามเมืองคาตาเนียและทาโอร์มินา ที่อยู่ใกล้กับเขตบรอนเต้ แหล่งผลิตพิสตาชิโอคุณภาพสูงของเกาะ
'สูตรเดิม ๆ ' ของเมนูนี้ จะป้ายครีมพิตาชิโอไว้รอบ ๆ ขอบแก้วด้านใน ก่อนเทเอสเพรสโซ่ลงไปเพื่อให้ทุกจิบได้รับรสสัมผัสของครีมอย่างเต็มที่ ขณะที่บางร้านต่อยอดด้วยการใช้ถั่วพิสตาชิโอบดละเอียดตกแต่งขอบแก้ว เพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสและความหอมมัน
ส่วนผสมหลัก ๆ แม้มีน้อยแต่จัดว่าเน้น ๆ นั่นคือ ช็อตเอสเพรสโซ่กับครีมพิสตาชิโอ ตอนหลังเริ่มมีการหยอด 'วิปครีม' ลงไปหน้าเอสเพรสโซ่กับครีมพิสตาชิโอ บางร้านเสิร์ฟในแก้วใหญ่ แต่ถ้าร้านไหนเสิร์ฟใส่แก้วเล็ก ๆ บอกเลยว่าน่ารักน่าชิมชะมัด
ร้านที่มีชื่อเสียงและเป็นต้นตำรับตั้งอยู่บนเกาะฟาวิญญานา เกาะนี้ขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลใสสีฟ้าเทอร์ควอยซ์และมีรูปร่างคล้ายผีเสื้อ มีคนไปดำน้ำกันเยอะมาก อ้อ...เกือบลืม ร้านนี้ชื่อ 'อู บาร์ ดู มารินารู' (U Bar du Marinaru) เป็นที่รู้จักในฐานะบาร์ของชาวประมง เนื่องจากทำเลร้านอยู่ติดกับท่าเรือหลักที่เรือเฟอร์รี่และเรือประมงมาจอด เป็นธุรกิจครอบครัวที่เปิดมาเมื่อปีค.ศ. 1982
เมนูพิสตาชิโอ เอสเพรสโซ่ ของร้านโดลเชโต้ อิตาเลียน คาเฟ่ แบงค็อก คาเฟ่สไตล์อิตาเลียนที่สายถ่ายรูปไม่ควรพลาด อยู่แถวๆชิดลม ใจกลางกรุงเทพฯ (ภาพ : facebook.com/dolcettobkk)
ร้านบาร์ของชาวประมง กลายเป็นกระแสโด่งดังไปทั่วโลกโซเชียลมีเดียจากเมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศตั้งใจมาชิม แล้ว 'เช็คอิน' ด้วยการถ่ายรูปและโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่ปีค.ศ. 2013 จนถึงปัจจุบัน
จะว่าไปแล้วเมนูเอสเพรสโซ่ครีมพิสตาชิโอ ไม่มีบันทึกว่าใครเป็นคิดค้นคนแรกอย่างเป็นทางการ รู้กันแต่ว่ามีมานานแล้ว ระบุไม่ได้อีกว่าเป็นค.ศ.ไหน ส่วนผู้ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นคนบุกเบิกและทำให้เครื่องดื่มในรูปแบบเอสเพรสโซป้ายครีมพิสตาชิโอ กลายเป็นเมนูที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก คือ 'จูเซปเป้ ราลโล' เจ้าของร้านอู บาร์ ดู มารินารู นั่นแหละ
ใครมาที่นี่ต้องสั่งเมนูคาเฟ่ อัล พิสตาชิโอ มาชิม มีรสชาติที่เข้มข้นและหอมมันมาก เป็นเมนูที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วอิตาลีทีเดียว
ร้านนี้จะใช้เมล็ดกาแฟคั่วของแบรนด์ซิคัฟเฟ่ (Zicaffè) โรงคั่วกาแฟเก่าแก่ของซิซิลี โลโก้ตัว 'Z' ที่เห็นบนแก้ว คือสัญลักษณ์ของแบรนด์นี้นั่นเอง
เอสเพรสโซ่ครีมพิสตาชิโอ หาชิมได้ตามเมืองท่องเที่ยวหลักๆทั่วอิตาลี รวมถึงร้านเก่าแก่อย่างแกรน คัฟเฟ่ กัมบรินุส ในเมืองนาโปลี (ภาพ : facebook.com/CaffeGambrinusNapoli)
ต่อมา เชนกาแฟยักษ์ใหญ่อย่าง 'สตาร์บัคส์' (Starbucks) ได้นำไอเดียนี้ไปทำเป็นเมนูพิสตาชิโอลาเต้ จนกลายเป็นเทรนด์กาแฟระดับโลกไปอีกหนึ่งเมนู
อีกหนึ่งจุดเช็คอินยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องไปถ่ายรูปและลิ้มลองรสชาติ คงไม่พ้นร้านชื่อยาวแห่งนี้ 'โนเว่ - พิสตัคคิโอ แปร์ ทราดิซิโอเน่' (Novè - Pistacchio per Tradizione) นี่เป็นคาเฟ่และร้านขายของฝากที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์ของคนรักทองคำสีเขียว เสิร์ฟเมนูเอสเพรสโซ่ครีมพิสตาชิโอเคลือบขอบแก้วด้วยครีมพิสตาชิโอ มี 2 สาขาที่เมืองทาโอร์มินาและเมืองบรอนเต้
'บาร์ คอนติ กัลเลนติ' (Bar Conti Gallenti) คาเฟ่และร้านขนมที่มีชื่อเสียงอีกแห่งในเมืองบรอนเต้ มีนักท่องเที่ยวนิยมไปจิบกาแฟครีมพิสตาชิโอ คู่กับครัวซองต์ไส้ครีมพิสตาชิโอของร้าน
ปัจจุบันเมนูนี้ได้กลายเป็นเทรนด์ยอดนิยมที่หาชิมได้ตามเมืองท่องเที่ยวหลัก ๆ ทั่วอิตาลี โดยเฉพาะในร้านกาแฟแบบกูร์เมต์ หรือร้านที่เน้นวัตถุดิบจากซิซิลี เช่น ในเมืองนาโปลีหรือเนเปิ้ลส์ในภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นเมืองหลวงแห่งกาแฟของอิตาลี มีเสิร์ฟที่ร้านเก่าแก่อย่าง 'แกรน คัฟเฟ่ กัมบรินุส' (Gran Caffè Gambrinus) และ 'มัตซ์ พิตเซรีอา พาสติชเชรีอา บาร์' (Mazz Pizzeria Pasticceria Bar) มักเรียกสั้นๆ ว่า Mazz เป็นร้านพิซซ่า,คาเฟ่ และบาร์ขนมหวานระดับตำนานของเมืองทีเดียว
ร้านอันโตเนลลี อุน เวโร เปียเชเร ในเมืองพอลเลนซา ออกแบบเมนูโดยใช้ครีมพิสตาชิโอหนาๆปูก้นแก้ว ตามด้วยเอสเพรสโซ่ ก่อนโปะวิปครีมด้านบน (ภาพ : facebook.com/antonelliunveropiacere)
ถ้าผ่านไปแถวพอลเลนซา เมืองประวัติศาสตร์ขนาดเล็ก ในจังหวัดมาเชราต้า ก็ลองแวะร้านนี้ได้เลย 'อันโตเนลลี อุน เวโร เปียเชเร' (Antonelli Un Vero Piacere) ร้านขนมและเบเกอรี่ชื่อดัง ออกแบบเมนูโดยใช้ครีมพิสตาชิโอหนา ๆ ปูก้นแก้ว ตามด้วยเอสเพรสโซ่ ก่อนโปะวิปครีมไว้ด้านบน
ที่เมืองไทย มีเสิร์ฟเมนูเอสเพรสโซ่ครีมพิสตาชิโอด้วยนะ เท่าที่ทราบคือร้าน 'โดลเชโต้ อิตาเลียน คาเฟ่ แบงค็อก' (Dolcetto Italian Café Bangkok) คาเฟ่สไตล์อิตาเลียน ที่สายถ่ายรูปไม่ควรพลาด อยู่แถว ๆ ชิดลม กรุงเทพมหานคร ร้านนี้ชูจุดเด่นที่ความนัวของครีมพิสตาชิโอ
ถ้ามีโอกาสแวะไปชิมที่ร้าน ก็ให้ถามหาเมนูชื่อ 'พิสตาชิโอ เอสเพรสโซ่' รับรองไม่ผิดฝาผิดตัวแน่นอน
การดื่มเอสเพรสโซ่ครีมพิสตาชิโอ ให้ได้อรรถรสแบบชาวซิซิลีแท้ ๆ มี 'ศิลปะ' เล็กน้อยเพื่อให้ได้รับรสสัมผัสที่ครบถ้วน ทั้งความขมของกาแฟและความหวานมันนัว ๆ ของถั่ว
เอสเพรสโซ่ครีมพิสตาชิโอ ของร้านมัตซ์ พิตเซรีอา พาสติชเชรีอา บาร์ ร้านพิซซ่า,คาเฟ่ และบาร์ขนมหวานระดับตำนานจากเมืองนาโปลี (ภาพ : facebook.com/mazznapoli)
วิธีการดื่มให้อร่อยที่สุด แนะนำว่าอย่าเพิ่งคนในทันที โดยปกติครีมพิสตาชิโอจะถูกป้ายไว้ที่ก้นแก้วหรือขอบแก้ว ให้ลองจิบเอสเพรสโซด้านบนก่อนเล็กน้อย เพื่อสัมผัสความเข้มข้นและกลิ่นคั่วของกาแฟสไตล์ซิซิเลี่ยน หากมีครีมทาอยู่ที่ขอบแก้ว ให้ใช้ลิ้นแตะหรือใช้ช้อนปาดครีมมาทานพร้อมกับจิบกาแฟ เพื่อให้ความมันของพิสตาชิโอไปเคลือบลิ้นก่อนจะเจอกับความขมของกาแฟ
หลังจากจิบไปสักพัก ให้ใช้ช้อนเล็ก ๆ คนครีมพิสตาชิโอที่ก้นแก้วให้ละลายรวมกับกาแฟ รสชาติจะเปลี่ยนจากขมเข้มกลายเป็นนุ่มนวล, หอมมัน และได้รสหวานตามธรรมชาติของถั่วชนิดนี้
ชาวซิซิลีจริงจังกับการดื่มเอสเพรสโซ่มาก มักเสิร์ฟในถ้วยเซรามิกหนาที่อุ่นจนร้อนจัดเพื่อให้รักษาอุณหภูมิความเข้มข้นไว้ได้นานที่สุด เมื่อนำกาแฟเมนูนี้มาใส่ครีมพิสตาชิโอ ชาวซิซิเลี่ยนจะนิยมดื่มคู่กับขนมท้องถิ่นอย่าง 'แคนโนลี' หรือ 'คอร์นเนตโต้' โดยเฉพาะขนมปังไส้พิสตาชิโอจากเมืองบรอนเต้ ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติที่มีความเฉพาะตัวมาก ๆ
นี่คืออีก 'มนต์เสน่ห์' ของซิซิลี การผสมผสานระหว่างความเข้มข้นของกาแฟอิตาเลียนแท้ ๆ กับความหอมมันของทองคำสีเขียวพิสตาชิโอ เมนูนี้ไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่คือ 'ประวัติศาสตร์ที่ดื่มได้' ของชาวซิซิลี
ถ้าไม่มีเรื่องด่วนมาคั่นกลาง บทความต่อไปจะเป็นเมนูกาแฟที่ค่อนข้างลึกลับในภาคเหนือของเยอรมนี จัดเป็นซิกเนเจอร์ของย่านนี้ทีเดียว โดดเด่นทั้งเรื่องส่วนผสมและรสชาติที่เข้มข้นเป็นเอกลักษณ์ไม่แพ้เมนูคาเฟ่ อัล พิสตาชิโอ รอติดตามชิมกันนะครับ
...............................................
เขียนโดย : ชาลี วาระดี


