วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'Espresso x Pistachio' อีกมนต์เสน่ห์รสชาติเครื่องดื่มซิซิลี

'Espresso x Pistachio' อีกมนต์เสน่ห์รสชาติเครื่องดื่มซิซิลี

บางท่านเห็นสีเขียว ๆในแก้วกาแฟตามภาพประกอบบทความนี้ อาจคิดว่าเป็นชาเขียวมัทฉะ แต่ไม่ใช่ครับ สีเขียว ๆ นั่นคือครีมพิสตาชิโอ ที่ชาวซิซิเลี่ยนนำมาประกอบเข้ากับกาแฟเอสเพรสโซ่ แล้วเรียกว่า 'คาเฟ่ อัล พิสตาชิโอ' (Caffè al Pistacchio) จนกลายเป็นเมนูเครื่องดื่มที่มีต้นกำเนิดจากซิซิลี เกาะท่องเที่ยวทางตอนใต้ประเทศอิตาลี

คาเฟ่ อัล พิสตาชิโอ คือเมนูกาแฟสไตล์ซิซิลีแท้ ๆ ที่ผสมผสานความเข้มข้นของเอสเพรสโซ่เข้ากับความหอมมันนุ่มของครีมพิสตาชิโอ ผู้เขียนจะขออนุญาตเรียกง่ายๆเพื่อความเข้าใจตรงกันว่า 'เอสเพรสโซ่ครีมพิสตาชิโอ'

เอสเพรสโซ่ครีมพิสตาชิโอ เน้นรสชาติเข้มข้นของเอสเพรสโซ่สไตล์อิตาลีภาคใต้  ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับครีมพิสตาชิโอ ที่มีเนื้อครีมเนียนนุ่มและรสชาติเข้มข้นหอมหวาน ซึ่งเป็นคาแรคเตอร์ของถั่วชนิดนี้ที่ผู้เขียนชอบมาก ๆ เพราะความกรอบ-มัน-อร่อย เรียกว่าแกะกินกันเป็นถุง ๆ ทีเดียว

'มนต์เสน่ห์' ของการดื่มคาเฟ่ อัล พิสตาชิโอ ที่ซิซิลี คือ การได้นั่งอย่างรื่นรมย์ในเพียซซ่าหรือจัตุรัสกลางเมือง ชมสถาปัตยกรรมโบราณ รับลมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และมองเห็นภูเขาไฟเอตนาอยู่ไกล ๆ

'Espresso x Pistachio' อีกมนต์เสน่ห์รสชาติเครื่องดื่มซิซิลี

ร้านโนเว่ – พิสตัคคิโอ แปร์ ทราดิซิโอเน่ หนึ่งจุดเช็คอินยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปลิ้มลองรสชาติคาเฟ่ อัล พิสตาชิโอ  (ภาพ : facebook.com/novepistacchio)

อันที่จริงทั้งกาแฟกับพิสตาชิโอ ไม่ใช่ของดั้งเดิมบนเกาะ แต่มาจากอิทธิพล 'อาหรับ' ล้วน ๆ

โลกอาหรับส่งผ่านวัฒนธรรมกาแฟเข้าสู่ยุโรป ผ่านตอนใต้ของอิตาลี ตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 16  ส่วนพิสตาชิโอที่ปลูกบนดินภูเขาไฟเอตนา ซึ่งชาวเกาะเคลมว่ารสชาติดีที่สุดในโลกนั้น เป็นชาวอาหรับเองที่เอาพันธุ์มาปลูก โดยเฉพาะที่เมือง 'บรอนเต้' (Bronte) ซึ่งมีดินภูเขาไฟที่อุดมสมบูรณ์ เรื่องราวนี้มีประวัติย้อนย้อนกลับไปถึงช่วงศตวรรษที่ 9 ทีเดียว

ในอดีต ซิซิลีถือเป็นอีกจุดบรรจบของโลกสองขั้วคืออาหรับกับยุโรป สถาปัตยกรรมแบบ 'อาหรับ-นอร์มัน' (Arab-Norman Style) เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่หาดูได้เฉพาะที่นี่ โดยเฉพาะในเมืองปาแลร์โม ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก

ช่วงศตวรรษที่ 9-11 เกาะนี้เคยตกเป็นอาณาจักรของชาวอาหรับมาก่อน ทว่าชาวอาหรับไม่ได้มามือเปล่า แต่ขนเอาหลาย ๆ สิ่งเข้ามาด้วย เช่น ความรู้ด้านกสิกรรม ระบบชลประทาน และของกินเด็ด ๆ อย่าง น้ำตาล, ผลไม้ตระกูลส้ม, และพิสตาชิโอ แม้ตอนนั้นกาแฟจะยังไม่เป็นที่นิยมเท่าศตวรรษหลัง ๆ แต่รากฐานการกินสไตล์อาหรับก็ฝังลึกลงไปในดินแดนซิซิลีไปนานแล้ว

'Espresso x Pistachio' อีกมนต์เสน่ห์รสชาติเครื่องดื่มซิซิลี

เจ้าของร้านอู บาร์ ดู มารินารู ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้บุกเบิกเครื่องดื่มในรูปแบบเอสเพรสโซ่ป้ายครีมพิสตาชิโอ  (ภาพ : facebook.com/UBarDuMarinaru)

ผ่านเกลียวคลื่นทะเล แสงแดด และสายลมมานับร้อย ๆ ปี จวบปัจจุบัน  คาเฟ่ อัล พิสตาชิโอ ที่ออกเสียงตามสำเนียงอิตาเลี่ยนประมาณว่า คัฟเฟ่ อัล พิสตัคคิโอ กลายเป็นหนึ่งในเครื่องดื่ม 'ท้องถิ่น' ที่มีเอกลักษณ์สูงมากของเกาะซิซิลี

เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่า ถั่วพิสตาชิโอจากซิซิลี โดยเฉพาะสายพันธุ์บรอนเต้ ที่ปลูกบริเวณเชิงเขาไฟเอตนา ได้รับการขนานนามว่าเป็น 'ทองคำสีเขียว'  การนำถั่วชนิดนี้มาผสมผสานในอาหารและเครื่องดื่ม ก็เริ่มต้นจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวซิซิลีที่พยายามนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ ตามด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มในเวลาต่อมา

ส่วนกาแฟที่ใช้คู่กับครีมพิสตาชิโอนั้น แน่นอนต้องเป็นกาแฟคั่วเข้ม 'สไตล์ซิซิลี' แบบดั้งเดิม (Sicilian Dark Roast) มีเอกลักษณ์ตรงความดุดันและเข้มข้นที่สุดในบรรดากาแฟอิตาลีด้วยกัน ช่วยตัดความหวานมันของครีมพิสตาชิโอได้อย่างลงตัว นิยมใช้เมล็ดกาแฟเบลนด์อาราบิก้ากับโรบัสต้าในสัดส่วน 40-60 หรือ 50-50 ก็มี

'Espresso x Pistachio' อีกมนต์เสน่ห์รสชาติเครื่องดื่มซิซิลี

เอสเพรสโซ่ครีมพิสตาชิโอ ของร้านบาร์ คอนติ กัลเลนติ ในเมืองบรอนเต้  (ภาพ : facebook.com/barcontigallenti)

เนื่องจากเป็นเครื่องดื่มระดับ 'ขวัญใจ' นักท่องเที่ยวต่างประเทศที่มาแล้วต้องชิม จึงหาดื่มได้ทั่วไปตามร้านหลากหลายประเภทในเกาะที่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์แห่งธรรมชาติและรุ่มรวยอารยธรรมแห่งนี้ เช่น ร้านกาแฟแบบดั้งเดิม, บาร์เอสเพรสโซ่, ร้านเบเกอรี่, ร้านไอศกรีมเจลาโต้ และร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากพิสตาชิโอ  โดยเฉพาะตามเมืองคาตาเนียและทาโอร์มินา ที่อยู่ใกล้กับเขตบรอนเต้  แหล่งผลิตพิสตาชิโอคุณภาพสูงของเกาะ

'สูตรเดิม ๆ ' ของเมนูนี้ จะป้ายครีมพิตาชิโอไว้รอบ ๆ ขอบแก้วด้านใน ก่อนเทเอสเพรสโซ่ลงไปเพื่อให้ทุกจิบได้รับรสสัมผัสของครีมอย่างเต็มที่ ขณะที่บางร้านต่อยอดด้วยการใช้ถั่วพิสตาชิโอบดละเอียดตกแต่งขอบแก้ว เพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสและความหอมมัน

ส่วนผสมหลัก ๆ แม้มีน้อยแต่จัดว่าเน้น ๆ นั่นคือ ช็อตเอสเพรสโซ่กับครีมพิสตาชิโอ ตอนหลังเริ่มมีการหยอด 'วิปครีม' ลงไปหน้าเอสเพรสโซ่กับครีมพิสตาชิโอ บางร้านเสิร์ฟในแก้วใหญ่ แต่ถ้าร้านไหนเสิร์ฟใส่แก้วเล็ก ๆ บอกเลยว่าน่ารักน่าชิมชะมัด

ร้านที่มีชื่อเสียงและเป็นต้นตำรับตั้งอยู่บนเกาะฟาวิญญานา เกาะนี้ขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลใสสีฟ้าเทอร์ควอยซ์และมีรูปร่างคล้ายผีเสื้อ มีคนไปดำน้ำกันเยอะมาก อ้อ...เกือบลืม ร้านนี้ชื่อ 'อู บาร์ ดู มารินารู' (U Bar du Marinaru) เป็นที่รู้จักในฐานะบาร์ของชาวประมง  เนื่องจากทำเลร้านอยู่ติดกับท่าเรือหลักที่เรือเฟอร์รี่และเรือประมงมาจอด เป็นธุรกิจครอบครัวที่เปิดมาเมื่อปีค.ศ. 1982

'Espresso x Pistachio' อีกมนต์เสน่ห์รสชาติเครื่องดื่มซิซิลี

เมนูพิสตาชิโอ เอสเพรสโซ่ ของร้านโดลเชโต้ อิตาเลียน คาเฟ่ แบงค็อก คาเฟ่สไตล์อิตาเลียนที่สายถ่ายรูปไม่ควรพลาด อยู่แถวๆชิดลม ใจกลางกรุงเทพฯ  (ภาพ : facebook.com/dolcettobkk)

ร้านบาร์ของชาวประมง กลายเป็นกระแสโด่งดังไปทั่วโลกโซเชียลมีเดียจากเมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศตั้งใจมาชิม แล้ว 'เช็คอิน' ด้วยการถ่ายรูปและโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่ปีค.ศ. 2013 จนถึงปัจจุบัน

จะว่าไปแล้วเมนูเอสเพรสโซ่ครีมพิสตาชิโอ ไม่มีบันทึกว่าใครเป็นคิดค้นคนแรกอย่างเป็นทางการ รู้กันแต่ว่ามีมานานแล้ว ระบุไม่ได้อีกว่าเป็นค.ศ.ไหน ส่วนผู้ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นคนบุกเบิกและทำให้เครื่องดื่มในรูปแบบเอสเพรสโซป้ายครีมพิสตาชิโอ กลายเป็นเมนูที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก คือ 'จูเซปเป้ ราลโล' เจ้าของร้านอู บาร์ ดู มารินารู นั่นแหละ

ใครมาที่นี่ต้องสั่งเมนูคาเฟ่ อัล พิสตาชิโอ มาชิม มีรสชาติที่เข้มข้นและหอมมันมาก เป็นเมนูที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วอิตาลีทีเดียว

ร้านนี้จะใช้เมล็ดกาแฟคั่วของแบรนด์ซิคัฟเฟ่ (Zicaffè) โรงคั่วกาแฟเก่าแก่ของซิซิลี โลโก้ตัว 'Z' ที่เห็นบนแก้ว คือสัญลักษณ์ของแบรนด์นี้นั่นเอง

'Espresso x Pistachio' อีกมนต์เสน่ห์รสชาติเครื่องดื่มซิซิลี

เอสเพรสโซ่ครีมพิสตาชิโอ หาชิมได้ตามเมืองท่องเที่ยวหลักๆทั่วอิตาลี รวมถึงร้านเก่าแก่อย่างแกรน คัฟเฟ่ กัมบรินุส ในเมืองนาโปลี  (ภาพ : facebook.com/CaffeGambrinusNapoli)

ต่อมา เชนกาแฟยักษ์ใหญ่อย่าง 'สตาร์บัคส์' (Starbucks) ได้นำไอเดียนี้ไปทำเป็นเมนูพิสตาชิโอลาเต้ จนกลายเป็นเทรนด์กาแฟระดับโลกไปอีกหนึ่งเมนู

อีกหนึ่งจุดเช็คอินยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องไปถ่ายรูปและลิ้มลองรสชาติ คงไม่พ้นร้านชื่อยาวแห่งนี้ 'โนเว่ - พิสตัคคิโอ แปร์ ทราดิซิโอเน่' (Novè - Pistacchio per Tradizione)  นี่เป็นคาเฟ่และร้านขายของฝากที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์ของคนรักทองคำสีเขียว เสิร์ฟเมนูเอสเพรสโซ่ครีมพิสตาชิโอเคลือบขอบแก้วด้วยครีมพิสตาชิโอ มี 2 สาขาที่เมืองทาโอร์มินาและเมืองบรอนเต้

'บาร์ คอนติ กัลเลนติ' (Bar Conti Gallenti) คาเฟ่และร้านขนมที่มีชื่อเสียงอีกแห่งในเมืองบรอนเต้ มีนักท่องเที่ยวนิยมไปจิบกาแฟครีมพิสตาชิโอ คู่กับครัวซองต์ไส้ครีมพิสตาชิโอของร้าน

ปัจจุบันเมนูนี้ได้กลายเป็นเทรนด์ยอดนิยมที่หาชิมได้ตามเมืองท่องเที่ยวหลัก ๆ ทั่วอิตาลี โดยเฉพาะในร้านกาแฟแบบกูร์เมต์ หรือร้านที่เน้นวัตถุดิบจากซิซิลี เช่น ในเมืองนาโปลีหรือเนเปิ้ลส์ในภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นเมืองหลวงแห่งกาแฟของอิตาลี  มีเสิร์ฟที่ร้านเก่าแก่อย่าง 'แกรน คัฟเฟ่ กัมบรินุส' (Gran Caffè Gambrinus) และ 'มัตซ์ พิตเซรีอา พาสติชเชรีอา บาร์' (Mazz Pizzeria Pasticceria Bar) มักเรียกสั้นๆ ว่า Mazz เป็นร้านพิซซ่า,คาเฟ่ และบาร์ขนมหวานระดับตำนานของเมืองทีเดียว

'Espresso x Pistachio' อีกมนต์เสน่ห์รสชาติเครื่องดื่มซิซิลี

ร้านอันโตเนลลี อุน เวโร เปียเชเร ในเมืองพอลเลนซา ออกแบบเมนูโดยใช้ครีมพิสตาชิโอหนาๆปูก้นแก้ว ตามด้วยเอสเพรสโซ่ ก่อนโปะวิปครีมด้านบน  (ภาพ : facebook.com/antonelliunveropiacere)

ถ้าผ่านไปแถวพอลเลนซา เมืองประวัติศาสตร์ขนาดเล็ก ในจังหวัดมาเชราต้า ก็ลองแวะร้านนี้ได้เลย 'อันโตเนลลี อุน เวโร เปียเชเร' (Antonelli Un Vero Piacere) ร้านขนมและเบเกอรี่ชื่อดัง ออกแบบเมนูโดยใช้ครีมพิสตาชิโอหนา ๆ ปูก้นแก้ว ตามด้วยเอสเพรสโซ่ ก่อนโปะวิปครีมไว้ด้านบน

ที่เมืองไทย มีเสิร์ฟเมนูเอสเพรสโซ่ครีมพิสตาชิโอด้วยนะ เท่าที่ทราบคือร้าน 'โดลเชโต้ อิตาเลียน คาเฟ่ แบงค็อก' (Dolcetto Italian Café Bangkok) คาเฟ่สไตล์อิตาเลียน ที่สายถ่ายรูปไม่ควรพลาด อยู่แถว ๆ ชิดลม กรุงเทพมหานคร ร้านนี้ชูจุดเด่นที่ความนัวของครีมพิสตาชิโอ

ถ้ามีโอกาสแวะไปชิมที่ร้าน ก็ให้ถามหาเมนูชื่อ 'พิสตาชิโอ เอสเพรสโซ่' รับรองไม่ผิดฝาผิดตัวแน่นอน

การดื่มเอสเพรสโซ่ครีมพิสตาชิโอ ให้ได้อรรถรสแบบชาวซิซิลีแท้ ๆ มี 'ศิลปะ' เล็กน้อยเพื่อให้ได้รับรสสัมผัสที่ครบถ้วน ทั้งความขมของกาแฟและความหวานมันนัว ๆ ของถั่ว

'Espresso x Pistachio' อีกมนต์เสน่ห์รสชาติเครื่องดื่มซิซิลี

เอสเพรสโซ่ครีมพิสตาชิโอ ของร้านมัตซ์ พิตเซรีอา พาสติชเชรีอา บาร์ ร้านพิซซ่า,คาเฟ่ และบาร์ขนมหวานระดับตำนานจากเมืองนาโปลี  (ภาพ : facebook.com/mazznapoli)

วิธีการดื่มให้อร่อยที่สุด แนะนำว่าอย่าเพิ่งคนในทันที โดยปกติครีมพิสตาชิโอจะถูกป้ายไว้ที่ก้นแก้วหรือขอบแก้ว ให้ลองจิบเอสเพรสโซด้านบนก่อนเล็กน้อย เพื่อสัมผัสความเข้มข้นและกลิ่นคั่วของกาแฟสไตล์ซิซิเลี่ยน หากมีครีมทาอยู่ที่ขอบแก้ว ให้ใช้ลิ้นแตะหรือใช้ช้อนปาดครีมมาทานพร้อมกับจิบกาแฟ เพื่อให้ความมันของพิสตาชิโอไปเคลือบลิ้นก่อนจะเจอกับความขมของกาแฟ

หลังจากจิบไปสักพัก ให้ใช้ช้อนเล็ก ๆ คนครีมพิสตาชิโอที่ก้นแก้วให้ละลายรวมกับกาแฟ รสชาติจะเปลี่ยนจากขมเข้มกลายเป็นนุ่มนวล, หอมมัน และได้รสหวานตามธรรมชาติของถั่วชนิดนี้

ชาวซิซิลีจริงจังกับการดื่มเอสเพรสโซ่มาก มักเสิร์ฟในถ้วยเซรามิกหนาที่อุ่นจนร้อนจัดเพื่อให้รักษาอุณหภูมิความเข้มข้นไว้ได้นานที่สุด เมื่อนำกาแฟเมนูนี้มาใส่ครีมพิสตาชิโอ  ชาวซิซิเลี่ยนจะนิยมดื่มคู่กับขนมท้องถิ่นอย่าง 'แคนโนลี' หรือ 'คอร์นเนตโต้' โดยเฉพาะขนมปังไส้พิสตาชิโอจากเมืองบรอนเต้ ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติที่มีความเฉพาะตัวมาก ๆ

นี่คืออีก 'มนต์เสน่ห์' ของซิซิลี การผสมผสานระหว่างความเข้มข้นของกาแฟอิตาเลียนแท้ ๆ กับความหอมมันของทองคำสีเขียวพิสตาชิโอ เมนูนี้ไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่คือ 'ประวัติศาสตร์ที่ดื่มได้' ของชาวซิซิลี

ถ้าไม่มีเรื่องด่วนมาคั่นกลาง บทความต่อไปจะเป็นเมนูกาแฟที่ค่อนข้างลึกลับในภาคเหนือของเยอรมนี จัดเป็นซิกเนเจอร์ของย่านนี้ทีเดียว โดดเด่นทั้งเรื่องส่วนผสมและรสชาติที่เข้มข้นเป็นเอกลักษณ์ไม่แพ้เมนูคาเฟ่ อัล พิสตาชิโอ รอติดตามชิมกันนะครับ

...............................................

เขียนโดย : ชาลี วาระดี