อาหารของคนทุกชาติล้วนใช้ ‘กระเทียม’ ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและทำให้รสชาติอร่อยขึ้น เพื่อเชิดชูสรรพคุณของกระเทียม จึงมี ‘วันกระเทียมแห่งชาติ’ วันที่ 19 เมษายน
กระเทียมสำคัญอย่างไร พืชจำพวกหัว (bulb) เป็นญาติกับหอมแดง หอมใหญ่ ต้นกระเทียม และต้นหอม เป็นทั้งผัก เครื่องเทศ สมุนไพร และยา มีรสเผ็ดเล็กน้อยและกลิ่นฉุน แต่แปลกที่กระเทียมไปอยู่ในอาหารของคนทุกชาติ ใช้ปรุงอาหารเสริมรสและกลิ่น อาหารหลายอย่างหากขาดกระเทียมก็เหมือนไม่มี อูมามิ
กระเทียมยังเป็นหนึ่งในสามวัตถุดิบอันเป็นหัวใจสำคัญของอาหารไทย คือ รากผักชี กระเทียม พริกไทย ที่รู้จักกันในชื่อ “สามเกลอ”
คนโบราณยุคที่ยังไม่มีงานวิจัยก็รู้แล้วว่า กระเทียมมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน และใส่กระเทียมลงในอาหารเพราะอร่อย ตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณจนถึงชาวจีน รู้จักใช้กระเทียมปรุงอาหารและทำยา อีกทั้งเชื่อว่ากระเทียมเพิ่มพลัง ชาวอียิปต์โบราณแจกกระเทียมให้ทาสที่ทำงานสร้างพีรามิด นักกีฬากรีกโบราณก่อนลงแข่งโอลิมปิกต้องกินกระเทียม นักรบโรมันกลาดิเอเตอร์ก่อนลงสนามสู้ตายก็ต้องกินกระเทียมเพิ่มพลัง
Cr.beinspired.au
วันกระเทียมแห่งชาติ 19 เมษายน
บันทึกไว้ว่า เมืองกิลรอย (Gilroy) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็น “เมืองหลวงแห่งกระเทียม” ที่นี่มีอากาศอบอุ่น แสงแดดกำลังดี ปลูกกระเทียมมากที่สุดในอเมริกา จึงตั้งให้วันที่ 19 เมษายน เป็น National Garlic Day เพื่อส่งเสริมเกษตรกรคนปลูกกระเทียมและรณรงค์ให้ประชาชนบริโภคกระเทียมมากขึ้น ในเมืองไทยภาคเหนือและอีสานบางจังหวัด ปลูกกระเทียมได้ผลดี
ไทม์ไลน์กระเทียม
7,000 ปีก่อน : ต้นกระเทียมป่า เกิดในเอเชียกลางและเอเชียตะวันตก บริเวณทะเลดำจนถึงตอนใต้ของเทือกเขาคอเคซัส, ตะวันออกเฉียงเหนือของอีหร่าน, แถบภูเขาฮินดูคุช (ตอนกลางถึงใต้ของทวีปเอเชีย) คนแถวนั้นรู้จักใช้กระเทียมปรุงอาหารและใช้ทำยา
Cr.Image by Manfred Richter from Pixabay
5,000 ปีก่อน : การเพาะปลูกกระเทียมเริ่มขึ้นในอียิปต์และอินเดีย พบหลักฐานซากหัวกระเทียมในหลุมพระศพฟาโรห์ตุตันคามุน ซึ่งทุกวันนี้ยังบอกไม่ได้ว่า ทำไมถึงฝังกระเทียมลงพร้อมกับพระองค์ นักประวัติศาสตร์บางคนอ้างว่า คนยุคโน้นเชื่อว่ากระเทียมช่วยปกป้องภัยอันตรายจากภูติผีปีศาจ อีกฝ่ายหนึ่งเชื่อว่า อาจหลงเหลือจากทาสที่ขุดสุสานที่นำกระเทียมติดตัวไปกิน
2700-2000 ปีก่อนคริสตกาล : ชาวจีนใช้กระเทียมปรุงอาหาร ใช้ถนอมอาหารและทำยา บ้านไหนกินกระเทียมแสดงว่ามีฐานะ
แพทย์แผนจีนระบุว่ากระเทียมมีฤทธิ์อุ่น เพิ่มพลังหยาง เพิ่มระบบภูมิต้านทาน รักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด กระเทียมกินได้ทุกวันช่วยระบบย่อยอาหาร กินสดได้ ป้องกันพิษในอาหาร และปกป้องร่างกายในภาวะอากาศหนาวเย็น
ผัดผักน้ำมันหอยราดกระเทียมเจียว (Cr.seriouseats.com)
ยุคกลางในยุโรป ค.ศ.476-1500 : กระเทียมเดินทางสู่ยุโรปจากนักรบชาวโรมัน แรกเริ่มใช้เป็นยา จากความเชื่อส่งต่อมาว่า ทาสชาวอียิปต์ อินเดีย และชนชั้นแรงงานกินกระเทียมแล้วมีแรงทำงาน ต่อมาใช้ปรุงอาหาร
ยุคเรเนซองส์ ศตวรรษที่ 14-17 : กระเทียมเข้าไปอยู่ในหลายเมนูของชาวยุโรป คิงเฮนรี่ที่ 4 แห่งฝรั่งเศส ใช้กระเทียมผสมกับน้ำในพิธีล้างบาปเพื่อปกป้องพระองค์จากวิญญาณชั่วร้าย และป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ
ศตวรรษที่ 17 : กระเทียมไปถึงอเมริกาเหนือ ผ่านนักล่าอาณานิคมชาวฝรั่งเศส สเปน และโปรตุเกส
กระเทียมอบทาขนมปัง (Cr.billyparisi.com)
ทำไมผีดิบกลัวกระเทียม : วัฒนธรรมตะวันตกเล่าสืบต่อกันมาว่า ผีดิบหรือแวมไพร์กลัวกระเทียม (น่าจะกลัวกลิ่นกระเทียมมากกว่า) ชาวจีนในบางท้องที่ก็เชื่อว่ากระเทียมป้องกันปีศาจ แม้พิสูจน์ไม่ได้ (เพราะไม่มีแวมไพร์จริง) แต่พออธิบายได้ว่า คนโบราณรู้ว่า กลิ่น รส และน้ำมันในกระเทียมช่วยรักษาโรคผิวหนังจากเชื้อราและจุลินทรีย์บางชนิด ป้องกันแมลง การกินกระเทียมช่วยเพิ่มกำลังวังชา แก้โรคหัวใจ ช่วยย่อยอาหาร
กระเทียมดอง (Cr.Diana Chistruga eatingwell.com)
อีกความเชื่อหนึ่งบอกว่า รากกระเทียมที่ยาวและเหนียวนั้นช่วยบำบัดอาการเจ็บป่วย แก้หวัด แก้ปวดหัว ช่วยไล่แมลง ไล่ภัยร้ายอื่น ๆ คนในยุคกลางที่มีความรู้เรื่องสมุนไพร เช่นผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็น “แม่มด” มักใช้กระเทียมรักษาโรค
ขนมปังกระเทียม (Cr.epicurious.com)
กระเทียมเป็นยาอายุวัฒนะ : กระเทียมสด 1-2 กลีบ ประมาณ 2-4 กรัม ประกอบด้วย น้ำ 64.3% โปรตีน 7.9% ไขมัน 0.6% คาร์โบไฮเดรต 16.3% ให้พลังงาน 98 กิโลแคลอรี สารออกฤทธิ์สำคัญในกระเทียมคือ ไดซัลไฟด์ ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลและไขมันในเลือด, สารอัลลิซิน ต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและลดอาการอักเสบ, อัลลิอิน มีคุณสมบัติเป็นยาปฏิชีวนะ, กำมะถัน ป้องกันโรคผิวหนังบางชนิด และเซเลเนียม เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
กระเทียมมีไฟเบอร์ วิตามินบี1, บี6, วิตามินซี, แคลเซียม เซเลเนียม, ทองแดง และแมกนีเซียม และมีกลิ่นเฉพาะตัวช่วยเพิ่มความอยากอาหาร ยกเว้นคนที่เกลียดกลิ่นกระเทียม
กระเทียมมีประโยชน์ต่อการรักษาโรค และอาการเจ็บป่วยได้หลากหลาย สามารถใช้กระเทียมสดมีส่วนในการรักษาได้ เช่น
กระเทียมลดความดัน งานวิจัยมักใช้สารสกัดกระเทียมในปริมาณ 240-2,400 มิลลิกรัม ต่อวัน หรือ 1-2 กลีบ กินทุกวันโดยควรทุบหรือสับกระเทียมสดทิ้งไว้ 10-15 นาที ก่อนรับประทานเพื่อให้สารอัลลิซินทำงานได้เต็มที่
ผลข้างเคียง : ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำอยู่แล้ว หรือผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะกระเทียมมีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด
กระเทียมโทน (Cr.naturallyyours.in)
โรคเบาหวาน กระเทียมมีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดก่อนรับประทานอาหารของผู้ที่เป็นและไม่ได้เป็นเบาหวานได้ ควรรับประทานติดต่อกัน 3 เดือน
ความดันโลหิตสูง ช่วยไม่ให้เลือดจับตัวเป็นลิ่มหรืออุดตันตามผนังหลอดเลือด ลดอัตราเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
ช่วยให้หลอดเลือดสะอาดและยืดหยุ่น ส่งผลต่อระบบการทำงานในร่างกายและทุกอวัยวะ ป้องกันโรคสโตรกหรือหลอดเลือดตีบในสมอง ลดความเสื่อมของไต และลดไขมัน LDL
ผู้ที่มีปัญหาตับหรือโรคตับ การกินกระเทียมในปริมาณมากอาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการระคายเคืองต่อตับในบางกรณี หากมีปัญหาเกี่ยวกับตับ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานกระเทียมในปริมาณมากหรือเป็นอาหารเสริม
ผัดเนื้อน้ำมันหอยกับกระเทียม (Cr.omnivorescookbook.com)
กุ้งกระเทียมแบบสเปนหรือ Gambas (Cr.thespanishchef.com)
ใครไม่ควรกินกระเทียม : ผู้ป่วยที่เตรียมตัวเข้ารับการผ่าตัด ผู้ที่มีอาการแพ้กระเทียม กินแล้วท้องเสีย เกิดผื่นคัน ผู้มีแผลในกระเพาะอาหาร ผลข้างเคียงอื่น ๆ เช่น อาจทำให้มีกลิ่นปาก รู้สึกแสบร้อนในปากหรือกระเพาะอาหาร คลื่นไส้อาเจียน มีกลิ่นตัว ผมร่วง กระเทียมอาจไปกระตุ้นการเกิดภูมิแพ้และภาวะหอบหืด
ซอสโยเกิร์ตกระเทียม (Cr.loveandlemons.com)
กระเทียมเป็นซูเปอร์ฟู้ด
กระเทียมกินง่าย ปรุงง่าย เข้ากับอาหารหลากหลายทั้งผักและเนื้อสัตว์ทุกชนิด กินสด ผัด ทอด อบ ดอง เสริมรสในซอสต่าง ๆ เป็นอาหารเก่าแก่ที่คนโบราณรู้จักกินและใช้ประโยชน์ด้านสุขภาพมาเนิ่นนาน ตั้งแต่โรคหวัด โรคผิวหนัง ช่วยเพิ่มความอยากอาหาร ลดความเสี่ยงโรค NCDs จนถึงเพิ่มพลังทางเพศคุณผู้ชาย สาเหตุจากกระเทียมมีสรรพคุณช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้โลหิตไหลเวียนดี เมื่ออะไร ๆ ดีแล้ว เรื่องราวต่าง ๆ เหล่านั้นก็เป็นไปด้วยดี...
กระเทียม (Cr.islandhealth.org)
อ้างอิง : healthline.com, hdmall.co.th, gilroygarlic.com


