วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2569

Login
Login

‘วิเสทวิโส’ อาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง จากตำรับโบราณสู่ความร่วมสมัย

‘วิเสทวิโส’ อาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง จากตำรับโบราณสู่ความร่วมสมัย

ตั้งชื่อได้อย่างเรียกความสนใจมาก สำหรับ ‘วิเสทวิโส’ ที่พ้องเสียงกับ ‘วิเศษวิโส’ โดย ‘วิเสท’ ในที่นี้หมายถึงผู้ทำอาหารหลวง หรือ ผู้ทำอาหารในรั้วในวังนั่นเอง ส่วน ‘วิโส’ หมายถึง งดงาม

แม้ว่า วิเสท จะมีความหมายต่างจาก วิเศษ หากเรื่องราวของอาหารไทยโบราณที่นำเสนอในรูปแบบร่วมสมัยของร้านวิเสทวิโสนั้น อาจเป็นการนำความหมายของ วิเสท กับ วิเศษ มารวมความกันได้อย่าง วิโส หรือ งดงามได้อย่างกลมกล่อม ละมุนละไม

ทายาทวิเสท

เชฟภูมิ – จักรภูมิ บุณยาคม ทายาทชาววิเสท(คุณยายเคยทำอาหารในวัง) และผู้สืบทอดตำรับอาหารบ้านคุณพระบรรเจิดวิชาชาญ (ชม บุณยาคม) เอตทัคคะเรื่องการครัว เล่าถึงการเข้าสู่เส้นทางเชฟว่าเป็นการเดินทางไปตามจังหวะของชีวิต

‘วิเสทวิโส’ อาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง จากตำรับโบราณสู่ความร่วมสมัย

เชฟภูมิ – จักรภูมิ บุณยาคม

“ผมเติบโตมาในครอบครัวใหญ่ครับ ในพื้นที่ 3 ไร่ ย่านจรัญสนิทวงศ์ มีบ้านอยู่ 13 หลัง บ้านคุณทวด (คุณพระบรรเจิดวิชาชาญ) อยู่ตรงกลาง คุณทวดเป็นนักสะสมพันธุ์พืชในบ้านจึงมีต้นไม้หลายชนิด เวลาทำอาหารวัตถุดิบต่างๆล้วนมาจากในสวนทั้งหมด ยกเว้นเนื้อสัตว์ ผมมีหน้าที่สอยมะพร้าว ขูดมะพร้าว ตำน้ำพริกมาตั้งแต่เด็ก เพราะบ้านผมเป็นบ้านที่ทำอาหารเป็นหลัก”

‘วิเสทวิโส’ อาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง จากตำรับโบราณสู่ความร่วมสมัย บรรยากาศภายในร้านวิเสทวิโส

เชฟภูมิไม่เคยคิดว่าโตขึ้นจะมาเป็นเชฟ หรือ ประกอบอาชีพเกี่ยวกับอาหาร เพราะเขาเลือกเรียนสายศิลปะที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย จากนั้นไปเรียนต่อด้านเกษตรกรรมที่โอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น กลับเมืองไทยทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับฟาร์มออร์แกนิคหลายแห่ง

“มาเข้าครัวตอนไปเป็นที่ปรึกษาให้ฟาร์มออร์แกนิคที่หัวหินของตระกูลบุนนาค ซึ่งมีร้านอาหารอยู่ด้วย พอดีเชฟที่รับผิดชอบร้านต้องไปต่างประเทศ จึงได้เข้าครัวพร้อมได้เรียนรู้สูตรอาหารของตระกูลบุนนาคไปด้วย” หลังจากเข้าครัวจริงจังแล้ว เชฟภูมิท้าทายตนเองด้วยการเข้าแข่งขันในรายการ Top Chef Thailand Season 2

แม้จะไม่ได้ไปต่อในรอบลึก แต่เชฟภูมิก็พัฒนาฝีมือต่อจนเป็นผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศอาหารไทย Fine Dining จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในรายการ Chef Fest Thailand

สำรับอารัมภบท

สำหรับเมนูอาหารเปิดตัว วิเสทวิโส ร้านอาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง ที่ใช้เวลาเตรียมงานอยู่ร่วม 4 ปี จัดเป็นเทสติ้งเมนู (Tasting Menu) ประกอบไปด้วยอาหาร 11 คอร์ส ที่เชฟภูมิกล่าวว่าเป็นการอารัมภบทที่จะทำให้เราได้รู้จักความลึกซึ้งของวิเสทวิโส อันสะท้อนตัวตนของเชฟไปพร้อมกัน

‘วิเสทวิโส’ อาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง จากตำรับโบราณสู่ความร่วมสมัย • เริ่มต้นด้วย Amuse-Bouche ของว่างพอดีคำ 3 อย่าง ได้แก่ ข้าวตังหน้าตั้ง น้ำพริกลงเรือ เมี่ยงยำส้มซ่า

จัดเสิร์ฟบนภาชนะเป็นชั้นลดหลั่นกันสวยงาม โดยเชฟแนะนำให้รับประทานข้าวตังที่ทำจากข้าวหอมมะลิสุพรรณบุรี โรยหน้าด้วยสามเกลอ (รากผักชี กระเทียม พริกไทย) คู่กับหน้าตั้งสูตรดั้งเดิมที่นำไปตีกับเนยให้ขึ้นฟู แต่งด้วยมันกุ้งสีส้ม รสชาติอ่อนละมุน

จากนั้นค่อยไต่ระดับความเข้นข้นไปที่ น้ำพริกลงเรือ ในทาร์ตทำจากข้าวสังข์หยดพัทลุง ตัวน้ำพริกคำน้อยแต่บรรจุรสครบครันทั้งหมูผัด ปลาฟู แตงกวา ขมิ้นขาว น้ำพริกกะปิ และไข่แมงดาแปลง (ไข่แดงจากไข่เค็มไชยานำมาปั้นเป็นลูกเล็กๆ) เคี้ยวคำเดียวครบรส

ตามด้วยเมี่ยงยำส้มซ่า ที่มีเนื้อปลาทู ไข่ปูแม่กลอง ยำรวมกับผิวส้มซ่า กระเทียมดอง รสออกเปรี้ยวเพื่อเปิดทางไปสู่เมนูต่อไป

‘วิเสทวิโส’ อาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง จากตำรับโบราณสู่ความร่วมสมัย ต้มข่าปลากุดสลาดดรายเอจ ในแบบซุปเย็นที่เสิร์ฟมาอย่างสวยงามท่ามกลางของกลุ่มควันก่อนเผยให้เราได้พบกับเนื้อปลาสีขาวสวยที่จัดแต่งราวกับดอกกุหลาบ เนื้อปลากุดสลาดที่ได้ชื่อว่าเป็นวากิวแห่งท้องทะเลปรุงมาอย่างกลมกล่อมเมื่อรับประทานคู่กับซุปต้มข่ารสชัดเจน

‘วิเสทวิโส’ อาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง จากตำรับโบราณสู่ความร่วมสมัย

ค้างคาวเผือก ของว่างชาววังจัดวางมาบนอาจาดทำจากคอมบูฉะชาเขียวในรูปแบบเจลลี่เคียงด้วยแตงกวา ผักชี ส่วนเนื้อค้างคาวเผือกใช้เผือกเนื้อดีจากสุพรรณบุรี คัดเฉพาะเนื้อเผือกแก่ที่ทอดแล้วจะให้เนื้อแป้งฟูสวย ส่วนไส้ข้างในตัวขนมเป็นไส้กระฉีก กินตัวแป้งกรอบ ไส้ และอาจาดพร้อมกันในคำเดียวจะได้ความกรุบกรอบและรสชาติพอดี

‘วิเสทวิโส’ อาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง จากตำรับโบราณสู่ความร่วมสมัย

ยำส้มโอไข่ปลาหมึกแดดเดียว ยำรสชาติสดชื่นที่มีรสสัมผัสของไข่ปลาหมึกแดดเดียว ผสานกับรสเปรี้ยวอมหวานของส้มโอ ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยทูเล่ (Tuiles) แผ่นบางกรอบทำเป็นรูปกิ่งไม้แต่งด้วยกุ้งแห้งตัวจิ๋ว เป็นอีกจานที่สวยและกินสนุกด้วยรสชาติที่พร้อมสำหรับเมนูต่อไป

‘วิเสทวิโส’ อาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง จากตำรับโบราณสู่ความร่วมสมัย

แกงเลียงกุ้งแม่น้ำ แกงเลียงรสชาติละมุนด้วยการเติมกะทิเข้าไป ในขณะเดียวกันกลิ่นและรสของเครื่องแกงเลียงยังคงหอมกรุ่น เสิร์ฟมาคู่กับกุ้งแม่น้ำย่าง ให้รสสัมผัสที่แปลกใหม่เมื่อรับประทานคู่น้ำซุปแกงเลียงเนื้อเนียน

‘วิเสทวิโส’ อาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง จากตำรับโบราณสู่ความร่วมสมัย ‘วิเสทวิโส’ อาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง จากตำรับโบราณสู่ความร่วมสมัย

ไก่กะทิ น้ำพริกก้อยกุ้ง หนึ่งในตำรับอาหารประจำตระกูลบุณยาคม ที่นำเอาเนื้อไก่ไปเคี่ยวกับกะทิเพื่อให้เนื้อนุ่มแล้วไปเสียบไม้มะดันจากศรีสะเกษย่างบนเตาถ่านไม้โกงกางเพิ่มความหอมระหว่างการย่าง รับประทานคู่กับน้ำพริกก้อยกุ้งที่มีส่วนผสมของถั่วลิสง เนื้อกุ้ง มันกุ้ง น้ำมะขามเปียก กะทิ เคี่ยวให้เข้ากัน รสชาติเผ็ดกลางๆ มัน เปรี้ยว หวานน้อยๆ กินคู่กับไก่กะทิและผักริมรั้ว ได้แก่ ผักปลัง ผักก้านจอง ดอกโสน และดอกขจร จานนี้กินหมดจดไม่เหลือดอกไม้ใบไม้ให้เห็นกันเลย

‘วิเสทวิโส’ อาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง จากตำรับโบราณสู่ความร่วมสมัย

• พักสักนิดด้วย หอมสุวรรณเชลโล ปรับรสชาติก่อนเข้าสู่เมนคอร์สกับสับปะรดหอมสุวรรณ ผสานรสชาติกับน้ำผึ้งป่าและสาโท เติมความสดชื่น

‘วิเสทวิโส’ อาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง จากตำรับโบราณสู่ความร่วมสมัย

พะแนงเนื้อกับข้าวผัดกระบก เมนูซิกเนอเจอร์ของเชฟภูมิที่เล่าเรื่องเครื่องแกงพะแนงของตระกูลที่นำไปเคี่ยวกับกะทิจนเป็นซอสพะแนงเข้มข้นมีรสชาติเผ็ดร้อนและกลิ่นหอมชวนชิม นำมาปรุงกับเนื้อซี่โครงวัวพันธุ์ผสมระหว่างฝรั่งเศสกับญี่ปุ่นที่เลี้ยงในอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เคียงด้วยแห้วกับมันแกวหมักกับน้ำสะเออะ (น้ำที่ได้จากเนื้อสัตว์ที่บีบมะนาวลงไป นำน้ำที่ได้ไปตั้งไฟให้สุกใช้เป็นน้ำปรุงรส) มะเขือยาวย่างดองดาชิ หอมแดงดองกับอาจาดและบีทรูท

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น รับประทานคู่กับข้าวผกาอำปึล ข้าวพันธุ์อินทรีย์คุณภาพดีจากจังหวัดสุรินทร์ นำไปคลุกกับลูกกระบกคั่วกับน้ำตาลและเกลือ ส่งกลิ่นที่หอมกรุ่นตักวางลงบนใบขนุน เป็นความละมุนที่เพิ่มเข้าไปอีกขั้นหนึ่งสำหรับเมนูพะแนงเนื้อที่เชฟภูมิใจนำเสนอ

‘วิเสทวิโส’ อาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง จากตำรับโบราณสู่ความร่วมสมัย

ทองสุวรรณ ของหวานที่เชิดชูเกียรติคุณตา(ลูกชายพระบรรเจิดวิชาชาญ) ผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวโพดทองสุวรรณ เมนูนี้เชฟภูมินำน้ำนมข้าวโพดไปทำเป็นไอศกรีม เมล็ดข้าวโพดนำไปทำเป็นซุปข้าวโพดที่ซ่อนอยู่ในตัวไอศกรีมและแบ่งมาทำเป็นป็อบคอร์นเล็กๆให้เคี้ยวกรุบกรอบ นอกจากนี้ยังนำไวท์ช็อกโกแลตผสมบัตเตอร์สก็อตต์มาพิมพ์ลงบนเปลือกข้าวโพด จัดวางข้างไอศกรีมบนจานสีทองอร่าม ของหวานที่หอมกลิ่นและกรุ่นไปด้วยรสชาติข้าวโพดอ่อนๆ เสิร์ฟคู่กับชาร้อนๆที่เชฟนำแกนข้าวโพดและหนวดข้าวโพดไปอบแห้งแล้วมาต้มเป็นชา เรียกว่าใช้ข้าวโพดได้ประโยชน์ครบทุกส่วน

‘วิเสทวิโส’ อาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง จากตำรับโบราณสู่ความร่วมสมัย

บัวลอยน้ำขิง จากประสบการณ์ที่เคยทำงานในร้านญี่ปุ่น เชฟภูมิจึงนำแป้งชิราทาโกะมาใช้ทำแป้งบัวลอย ให้ความรู้สึกคล้ายโมจิไส้งาดำ จัดจานสวยด้วยแผ่นแป้งปาท่องโก๋กรอบและมาร์ชเมลโลว์ เบิร์นไฟเล็กน้อยขณะเสิร์ฟ ตามด้วยน้ำขิงรสหวานที่ผสานความเผ็ดร้อนของขิงได้อย่างกลมกล่อม

‘วิเสทวิโส’ อาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง จากตำรับโบราณสู่ความร่วมสมัย

• ปิดท้ารายการด้วย Petit Four ของหวานชิ้นเล็กๆ ได้แก่ เจลลี่รสโยเกิร์ตลิ้นจี่ ขนมเบื้องคัสตาร์ดไข่เค็มไชยา ทองเสน่ห์ที่ใส่เนื้อส้มบางมดอบแห้งลงไปเพิ่มรสและเนื้อสัมผัสของส้มเล็กๆ และช็อกโกแลตทรัฟเฟิลฝีมือคนไทย

สำรับอารัมภบทของวิเสทวิโสทำให้เราได้พบประสบการณ์ใหม่ของอาหารไทยโบราณ ผ่านการนำเสนอในรูปแบบร่วมสมัย ในขณะเดียวกันก็ทำให้เราได้ทำความรู้จักกับตัวตนของเชฟภูมิที่มีชีวิตข้องเกี่ยวกับอาหารและศิลปะที่เล่าผ่านรายละเอียดของอาหารในแต่ละจาน ตรงตามความหมายของ ‘วิเสทวิโส’ ทุกประการ

‘วิเสทวิโส’ อาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง จากตำรับโบราณสู่ความร่วมสมัย

ร้านวิเสทวิโส

พิกัด : 44/7 ถนนเชื้อเพลิง เขตสาทร กทม.

เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/wisetwisobkk

ร้านเปิดให้บริการ ทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ ในช่วงมื้อค่ำ รอบที่ 1 เวลา 18.00 น. และ รอบที่ 2 เวลา 19.00 น. ในราคา 3,850++ บาท (กรุณาจองล่วงหน้า)