มีเชนร้านกาแฟพิเศษชื่อดังแห่งหนึ่ง ก่อตั้งในแถบสแกนดิเนเวีย แต่ไปโด่งดังมาก ๆ ที่ประเทศญี่ปุ่น ในฐานะร้านกาแฟสายสโลว์บาร์ที่มีกาแฟดริปเป็นจุดขายสำคัญ ตอนนี้กำลังสยายสาขาเข้าสู่หลาย ๆ ประเทศเอเชียอย่างช้า ๆ ในแบบไม่จำเป็นต้องรีบร้อนตามคาแรคเตอร์ของกาแฟที่เสิร์ฟ
ใช่ครับ นั่นคือร้านกาแฟ 'ฟูเกล็น คอฟฟี่' (Fuglen Coffee)
ฟูเกล็น คอฟฟี่ เป็นเครือร้านกาแฟและบาร์ค็อกเทลชื่อดังระดับโลกจากนอร์เวย์ ก่อตั้งขึ้นในออสโลเมื่อกว่า 60 ปีมาแล้ว ชื่อร้านในภาษาท้องถิ่นแปลว่า 'นกนางนวล' ดังนั้น โลโก้ก็ออกแบบเป็นรูปนกนางนวลสีขาวบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า สะท้อนถึงเป้าหมายของร้านในการใช้เครื่องดื่มกาแฟเชื่อมต่อไปถึงคอกาแฟทุกทวีป ผ่านทางนกนางนวล ซึ่งเป็นนกอพยพที่แวะพักตามท่าเรือทั่วโลก
ผู้เขียนไม่เคยเดินทางไปนอร์เวย์ แต่เคยไปโตเกียว แล้วก็เคยเห็นบรรยากาศภายในร้านนี้ บอกเลยว่าดูหรูหราแต่เรียบง่าย อบอุ่น และใช้งานได้จริง เน้นความโปร่งโล่ง เปิดรับแสงธรรมชาติ นี่เป็นสไตล์บ้านเรือนแบบ 'นอร์ดิก' แท้ ๆ
ฟูเกล็น คอฟฟี่ ร้านกาแฟที่ก่อตั้งในออสโล แต่ไปโด่งดังที่โตเกียว ในฐานะร้านกาแฟสายสโลว์บาร์ที่มีกาแฟดริปเป็นจุดขาย (ภาพ : facebook.com/Fuglen.Tokyo)
ขณะที่เฟอร์นิเจอร์ไม้จะออกโทนสีอ่อนและสีขาวเป็นหลัก ส่วนใหญ่นำของตกแต่งร้านมาจากยุคทศวรรษ 1940-70 ถือว่าผสมผสานกลิ่นอายคาเฟ่และบาร์ค็อกเทลได้อย่างลงตัว
สไตล์ดริปที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านเจ้านกนางนวลเหินเวหา ก็คือ 'ดริปเย็น' (Iced pour-over) ไฮไลต์อยู่ที่น้ำแข็งก้อนสำหรับสร้างความเย็นไม่ได้ใส่ในโถดริปนะครับ แต่อยู่ในชามแก้วนอกโถดริป เวลาดริปก็ใช้น้ำร้อนตามปกติเหมือนดริปทั่ว ๆ ไป (ดูภาพประกอบ)
วิธีนี้ทำให้กาแฟร้อนเย็นลงทันทีขณะที่หยดลงในโถดริปด้านล่าง โดยไม่เสียรสชาติจากน้ำกาแฟร้อน ๆ ที่ไหลลงไปละลายน้ำแข็ง
สาขาแรกเปิดในใจกลางเมืองออสโลในปีค.ศ. 1963 โดยใช้ชื่อว่า 'คัฟเฟ่ฟูเกล็น' (Kaffefuglen) แปลว่าเจ้านกกาแฟ หลังจากเปลี่ยนเจ้าของใหม่ในปีค.ศ. 2008 ชื่อจึงเปลี่ยนเป็น ฟูเกล็น คอฟฟี่ อีก 2 ปีต่อมา ก็ปรับโมเดลธุรกิจใหม่ ขยายไปเปิดบาร์ค็อกเทลในช่วงค่ำ ๆ รวมถึงร้านขายของวินเทจและเฟอร์นิเจอร์อีกด้วย ตามด้วยการเปิดตัวสาขานอกประเทศครั้งแรกที่โตเกียว เมื่อปีค.ศ. 2012
ฟูเกล็น คอฟฟี่ กับการออกแบบร้านในสไตล์นอร์ดิกแท้ ๆ ผสมผสานกลิ่นอายระหว่างร้านกาแฟกับบาร์ค็อกเทล (ภาพ : fuglen.no/Fuglen-Gamlebyen)
อย่างไรก็ตาม 'จุดเด่น' แบบเน้น ๆ เป็นโมเดลของฟูเกล็น คอฟฟี่ มีอยู่ 3 ประการด้วยกัน ได้แก่
- เป็นร้านควบโรงคั่วกาแฟสายสเปเชียลตี้ที่ตอนกลางวันขายกาแฟ แต่พอตกค่ำ ๆ ก็เปลี่ยนไปเป็นบาร์ค็อกเทลแบบคลาสสิค
- มีชื่อมากเรื่องกาแฟคั่วอ่อนสไตล์นอร์ดิก เน้นกลิ่นรสโทนผลไม้&ดอกไม้ตามธรรมชาติของเมล็ดกาแฟคุณภาพสูง
- ออกแบบร้านเป็นสไตล์นอร์เวย์แบบย้อนยุควินเทจ รวมไปถึงสาขาในญี่ปุ่น โดยเฉพาะโตเกียว ที่สำคัญคือ เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งเกือบทุกชิ้นในร้าน 'มีไว้ขาย' ใครไปนั่งดื่มกาแฟ แล้วเกิดชอบใจโต๊ะ-เก้าอี้ ขอซื้อกลับบ้านได้เลย
"Cafe-by-day and bar-by-night" เป็นแนวคิดร้านอาหารหรือสถานประกอบการที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการตามช่วงเวลา โดยช่วงกลางวันจะทำหน้าที่เป็นคาเฟ่ที่จำหน่ายกาแฟ, เบเกอรี่ หรืออาหารเช้า/กลางวัน และเมื่อถึงช่วงเย็นหรือช่วงค่ำจะปรับเปลี่ยนบรรยากาศเป็นบาร์ที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ไวน์ หรือค็อกเทล มีดนตรีสดให้ฟังกันด้วย
คอนเซปต์ 3 in 1 ของฟูเกล็น คอฟฟี่ ประกอบด้วย ร้านกาแฟตอนกลางวัน,บาร์ค็อกเทลช่วงกลางคืน และโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์วินเทจ (ภาพ : facebook.com/Fuglen.Tokyo)
มีกระแสข่าวว่า ผู้บริหารร้านฟูเกล็น คอฟฟี่ ได้รับข้อเสนอขอซื้อไลเซ่นจากหลายประเทศ แต่กลับเป็นว่า เจ้าของต้องการให้ธุรกิจขยายตัวไปอย่างช้า ๆ และให้เป็นไปตามธรรมชาติ อยากเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าและดำเนินงานร้านรวงทั้งหมดด้วยตนเอง
สาขา 'ยอดฮิต' ในโตเกียวของร้านฟูเกล็น คอฟฟี่ อยู่ที่โทมิกายะ ในชิบูย่า ใกล้สวนโยโยกิ เพราะเป็นสาขาแรกที่เปิดนอกประเทศนอร์เวย์ และมีมุมถ่ายรูปหน้าร้านที่เป็นซิกเนเจอร์ สาขานี้แหละครับที่คนไทยนิยมไปกันมากที่สุด
เป็นจุดเช็คอินที่ห้ามพลาดสำหรับคอกาแฟที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมกาแฟระดับโลกในโตเกียว ถ้ามีโอกาสไปที่ร้านนี้ ต้องลองเมนูยอดนิยมที่ชอบกันมาก มีทั้งเครื่องดื่มกาแฟและขนมอบ นอกจากกาแฟดริปที่เน้นเมล็ดกาแฟคั่วอ่อนแบบซิงเกิล ออริจิ้น แล้ว ก็ยังมีเครื่องดื่มที่มีเอสเพรสโซเป็นฐาน เช่น 'เอสเพรสโซโทนิค' , 'กาแฟลาเต้' และ 'คอร์ตาโด้'
ส่วนดริปเย็นสไตล์เฉพาะตัวของฟูเกล็น คอฟฟี่ มีเสิร์ฟที่ร้านสาขาซังกูบะชิ ในโตเกียว ซึ่งเป็นสาขาที่ 6 ในญี่ปุ่นของแบรนด์ดังจากออสโล โดดเด่นจากสาขาอื่น ๆ ด้วยแนวคิดเปิดให้เทสกาแฟกัน มีการรีโนเวทบ้านเก่าแก่เป็นร้านสไตล์มินิมอลอบอุ่น เน้นเสิร์ฟกาแฟคุณภาพสูงคัดสรรพิเศษ รวมไปถึงกาแฟที่ปลูกในโอกินาวา จาก 'ไร่เอดะ ฟาร์ม' (Ada Farm)
ขนมปังปิ้งหน้าชีสสีน้ำตาลแบบนอร์เวย์ หรือบรูโนสต์ กับกาแฟดำ ที่ร้านสาขาโซล ของฟูเกล็น คอฟฟี่ (ภาพ : instagram.com/fuglenseoul)
รูปแบบบริการเครื่องดื่มกาแฟ+ของว่าง ของสาขาซังกูบะชิ เป็นสไตล์ตามใจเชฟแบบ 'โอมากาเสะ' (Omakase) นั่นหมายความว่าต้องการจองโต๊ะล่วงหน้ากัน
สาขาซังกูบะชินี้ มีเสิร์ฟวุ้นถั่วแดงกวนแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่เรียกกันว่า 'โยคัง' (Yokan) แต่ที่พิเศษคือใช้กาแฟสไตล์ฟูเกล็นลงไปผสมกับถั่วแดงด้วย
เพื่อสะท้อนถึงรากฐาน 'ดั้งเดิม' ของร้านกาแฟแห่งนี้ที่เกิดในออสโล ทางร้านฟูเกล็น คอฟฟี่ จึงเสิร์ฟกาแฟแช่แบบดั้งเดิมของนอร์เวย์ (Kokekaffe) โดยใช้เมล็ดกาแฟคั่วอ่อนเพื่อเน้นกลิ่นรสแบบฟลอรัล&ฟรุ้ตตี้ตามธรรมชาติของกาแฟ มีให้บริการที่ร้านสาขาโทมิกายะ กับสาขาซังกูบะชิ
ถ้าเป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายเป็นบาร์ค็อกเทล ก็มีเครื่องดื่มค็อกเทลระดับซิกเนเจอร์อยู่ 3 แบบให้ลองเลือก คือ
- ฟูเกล็น กิมเลต์ : เครื่องดื่มคลาสสิคประจำร้าน ทำจากจินที่แช่ด้วยใบมะกรูด
- ปารีส โตเกียว : การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างจิน, เหล้าหวานอย่างครีมเดอคาสซิสที่แช่ด้วยชาอู่หลง และสาเกนอร์เวย์
- จิงเจอร์ ไดคิวรี : ทำจากเหล้ารัม, ขิงสด,น้ำมะนาว และน้ำเชื่อมน้ำผึ้งโซบะ
ดริปเย็นที่เป็นสไตล์เอกลักษณ์ของร้าน ฟูเกล็น คอฟฟี่ เจ้านกนางนวลเหินเวหาจากออสโล (ภาพ : facebook.com/Fuglen.Tokyo)
ร้านเจ้านกนางนวลไม่ได้แค่เสิร์ฟกาแฟเท่านั้น แต่ยังมีคอนเนคชั่นกับร้านเบเกอรี่ที่มีชื่อเสียงทั้งในออสโลและโตเกียว แม้ว่าร้านจะทำขนมอบสไตล์สแกนดิเนเวียเสิร์ฟในร้านเอง เช่น ขนมปังปิ้งหน้าชีสสีน้ำตาลแบบนอร์เวย์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'บรูโนสต์' และ 'วาฟเฟิลนอร์เวย์' ด้วย แต่ก็มีการรับเบเกอรี่จากร้านอื่นมาจำหน่ายให้ลูกค้าเช่นกัน
'บรูโนสต์' (Brunost) หรือบราวน์ชีส เป็นชีสที่มีต้นกำเนิดจากนอร์เวย์ มีลักษณะพิเศษคือสีน้ำตาล รสชาติหวานมัน หอมกลิ่นคาราเมล ทำจากการเคี่ยวหางนมด้วยความร้อน จนน้ำตาลในนมเกิดปฏิกิริยาคาราเมลไลเซชั่น ทำให้ชีสมีรสหวานนัว หอมคล้ายคาราเมล นิยมเสิร์ฟคู่วาฟเฟิล, ขนมปัง หรือนำไปทำน้ำเชื่อมคาราเมล
เนื่องจากปัญหาด้านโลจิสติกส์ในการจัดส่งกาแฟจากออสโลไปยังโตเกียว ผู้บริหารฟูเกล็น คอฟฟี่ จังตัดสินใจเปิด 'โรงคั่วกาแฟ' ในโตเกียวในปี 2014 ก่อนเปิดร้านสาขาที่ 2 เมื่อปีค.ศ. 2018 บริเวณย่านประวัติศาสตร์กัมเลบีเยนในออสโล ร้านนี้มีโรงคั่วในตัว เน้นการคั่วเมล็ดกาแฟสไตล์นอร์ดิกเพื่อส่งออกไปยังร้านกาแฟและร้านอาหารทั่วยุโรปและอเมริกาเหนือ
ศิลปะบนซองกาแฟของโรงคั่วฟูเกล็น คอฟฟี่ โรสเตอร์ส ดีไซน์โดยเบนดิก คัลเทนบอร์น นักวาดภาพประกอบชื่อดังชาวนอร์เวย์ (ภาพ : facebook.com/Fuglen.Oslo)
ในปีค.ศ. 2024 ได้มีการเปิดสาขาเพิ่มอีก 2 แห่งในโซลและจาการ์ตา
ผู้เขียนยอมรับเลยว่า พอเห็นซองหรือถุงใส่เมล็ดกาแฟคั่วของร้านนี้ต้องถึงกับร้อง 'ว้าว' เลยทีเดียว สวยสะดุดตาและมีสไตล์มาก ๆ จะเรียกว่าเป็นศิลปะบนซองกาแฟก็ได้นะ นี่เป็นผลงานการออกแบบสำหรับโรงคั่วฟูเกล็น คอฟฟี่ โรสเตอร์ส โดยเฉพาะ ดีไซน์โดย 'เบนดิก คัลเทนบอร์น' นักวาดภาพประกอบชื่อดังชาวนอร์เวย์ที่มีชื่อเสียง
ทุกภาพบนทุกซองมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใช้สีสันสดใส เส้นสายที่คมชัด และตัวละครที่มีคาแรคเตอร์โดดเด่น
ภาพประกอบแต่ละภาพบนซองกาแฟของร้านที่เกิดในออสโล แต่ไปดังที่โตเกียวแห่งนี้ จะถูกออกแบบให้สอดคล้องกับ 'แหล่งที่มา' หรือภูมิภาคของเมล็ดกาแฟนั้น ๆ เช่น กาแฟจากเอธิโอเปีย, เปรู, โคลอมเบีย, เคนย่า, บราซิล และฮอนดูรัส
ผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบ รวมทั้งเมล็ดกาแฟ, ถ้วยกาแฟ, ถุงผ้า และภาพวาด ที่มีวางจำหน่ายในร้านฟูเกล็น คอฟฟี่ (ภาพ : fuglen.no)
นอกจากจะอยู่บนซองกาแฟแล้ว ยังมีการทำเป็นภาพโปสเตอร์ขนาดใหญ่และสกรีนลงบนเสื้อยืดสำหรับขายอีกด้วย
ฟูเกล็น คอฟฟี่ เจ้านกนางนาวลจากออสโล มีเส้นทางการบินที่น่าสนใจมาก จากร้านกาแฟเล็ก ๆ ในนอร์เวย์ กลายเป็นไอคอนของวัฒนธรรมกาแฟในโตเกียวไป พร้อมวางคอนเซปต์แบบ ' 3 in 1' เป็นร้านกาแฟในช่วงกลางวัน, บาร์ค็อกเทลในตอนกลางคืน และโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์วินเทจ
จึงไม่ใช่แค่เรื่องเครื่องดื่มและเบเกอรี่ แต่เป็นโมเดลตัวอย่างของการผสมผสานกันที่ลงตัว ระหว่างไลฟ์สไตล์แบบสแกนดิเนเวียน กับความปราณีตละเอียดอ่อนในแบบเอเชีย
......................................
เขียนโดย : ชาลี วาระดี





