เกินคาดทีเดียวสำหรับข้าวแช่บ้านวรรณรัตน์ ของวรรณรัตน์ เรืองแรงสกุล หรือ คุณปู หลานยายเจ้าของตำรับข้าวแช่แม่ศิริบางลำพูที่อยู่คู่ตรอกไกรสีห์ บางลำพูมายาวนานกว่า 50 ปี จนถึงวันนี้ก็ยังเปิดขายอยู่
สาเหตุที่กล่าวว่าเกินคาด อาจเป็นเพราะว่าเราคุ้นชินเมื่อได้ยินชื่อข้าวแช่แม่ศิริที่มีเครื่องเคียง 4 อย่างได้แก่ ปลาหวาน ไชโป๊วหวาน หมูหวาน และลูกกะปิ สนนราคาย่อมเยาในราคา 30 บาท หากการมากินข้าวแช่บ้านวรรณรัตน์เป็นการสานต่อต้นตำรับด้วยการจัดเต็ม มีเครื่องเคียง 7 อย่าง อารมณ์คล้ายเชฟเทเบิ้ลที่ต้องจองล่วงหน้า เรียกได้ว่าแค่ได้เห็นสำรับบนโต๊ะอาหารก็ตื่นตาตื่นใจแล้ว
คุณปู เล่าให้ฟังว่าเป็นหลานยายของ ศิริ ดวงทองดี เติบโตมาในครอบครัวใหญ่ที่มีอาชีพทำขนมขาย คุณยายศิริเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนสตรีวิทยา พอเรียนชั้นมัธยมปีที่ 2 ก็ลาออกมาช่วยครอบครัวขายอาหาร จนมามีครอบครัวก็ยังทำอาหารขายช่วยแบ่งเบาภาระเงินเดือนของสามี ดังนั้นลูกสาวและหลานสาวทั้ง 2 คน ได้แก่ พี่สาวและคุณปู จึงเป็นลูกมือคนสำคัญที่ยายจับมือสอนกันมาตั้งแต่เป็นเด็กน้อย
“คุณแม่กับพี่สาวรับสืบทอดร้านข้าวแช่แม่ศิริ ส่วนปูแต่งงานมีครอบครัวก็ไปทำงานบริษัท เอส แอนด์ พี ได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องขนมไทยและไปสอนแกะสลัก จัดดอกไม้ เวลาที่มีงานโปรโมทอาหารไทย จนวันที่พี่สาวเสียไป พี่เขยจึงรับสืบทอดร้านข้าวแช่แม่ศิริจนถึงปัจจุบัน เพราะพี่เขยช่วยกันทำข้าวแช่กับพี่สาวมาตลอด”
คุณปูกล่าวถึงประวัติข้าวแช่แม่ศิริ ร้านดังแห่งบางลำพูให้ฟังพอสังเขป ก่อนเล่าถึงที่มาของการเปิดบ้านวรรณรัตน์ เมื่อปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ออกมาจากงานประจำเพื่อมาทำความฝันของตัวเองด้วยการต่อยอดสูตรอาหารของคุณยายศิริ และมีความสุขกับการทำอาหารอยู่ที่บ้าน
“ปูเป็นลูกศิษย์อ.เพ็ญพรรณ สิทธิไตรย์ (ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ประณีตศิลป์ – แกะสลักเครื่องสด ปี2552) ที่โชติเวช (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ศูนย์โชติเวช) จึงอยากนำความรู้ ประสบการณ์ที่ผ่านมาจากอาจารย์ และผู้รอบรู้ในวิชาต่างๆมาต่อยอดสูตรอาหารของคุณยายที่ดีอยู่แล้วให้แตกแขนงออกไปอีก”
ด้วยเหตุนี้สำรับชุดข้าวแช่บ้านวรรณรัตน์จึงมีเครื่องเคียงข้าวแช่เพิ่มจากของคุณยายเดิมที่มี ปลาหวาน ไชโป๊วหวาน หมูหวาน และลูกกะปิ รวม 4 อย่าง เพิ่มเป็น 7 อย่าง โดยมี ปลาช่อนแก้ว หอมแดงสอดไส้ และพริกหยวกสอดไส้ เสิร์ฟพร้อมข้าวแช่ในน้ำกลิ่นหอมจรุงจากดอกมะลิที่ปลูกเอง
สำรับข้าวแช่รับประทานที่บ้าน มีด้วยกัน 2 ชุด ได้แก่ ชุด 990 บาท ที่จะมาพร้อมด้วย หรุ่ม ยำมะม่วง ส้มฉุน หรือ ปลาแห้งแตงโม และน้ำส้มจี๊ด และชุด 690 บาท ไม่มีหรุ่ม ยำมะม่วง มีเพียงส้มฉุน หรือ ปลาแห้งแตงโม และน้ำส้มจี๊ด ซึ่ง 1 สำรับสามารถรับประทานกันได้ 2 คน แบบพอดีๆ
เราสั่งชุดใหญ่และชุดวีแกนที่คุณปูจัดทำสำหรับลูกค้าคนพิเศษที่จองข้าวแช่ในวันเดียวกันกับเราพอดี จึงได้ลิ้มรสชาติเครื่องข้าวแช่แบบวีแกนที่ใช้เห็ดชนิดต่างๆมาปรุงเป็นเครื่องเคียงที่ให้รสสัมผัสและรสชาติใกล้เคียงกันกับเครื่องเคียงปกติ มองเผินๆครั้งแรกแทบแยกไม่ออกเลย
ส่วนสำรับข้าวแช่ชุดปกตินั้น สร้างความเอนจอยอย่างมีสุนทรียะตั้งแต่ภาชนะเครื่องทองเหลืองสีทองสว่างไสว ลูกกะปิรสกลมกล่อมที่ผสานเนื้อปลา กระชาย เนื้อมะพร้าว และกะปิ รสชาตินวลกลมกล่อม ปลายี่สน หมูฝอยทอดก็ถูกใจ พริกหยวกสอดไส้ หอมแดงสอดไส้ได้รสละมุนที่แตกต่างจากที่เคยกิน ชอบเพิ่มเติมตรงที่คุณปูทำยำมะม่วง (มะม่วงแก้วขมิ้น ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทยบดหยาบ และสมุนไพร) ได้รสเปรี้ยวหวานมีเผ็ดร้อนแทรกช่วยตัดเลี่ยนจากเครื่องเคียงของทอดได้อย่างดี
สำหรับผักสด ได้แก่ กระชาย แตงกวา พริกแดง และมะม่วง แกะสลักมาอย่างสวยงามจนต้องขอให้คุณปูมาช่วยสาธิต (ที่เจ้าตัวบอกว่าง่ายมาก) จนเราคิดว่ากลับบ้านแล้วจะไปซื้อมีดมาลองทำตามบ้าง (บอกตัวเองอย่างจริงจัง)
ของหวานมื้อนี้เป็นส้มฉุนรสหวานเย็นชื่นใจ ตามด้วยขนมเบื้องไทยสูตรคุณยายที่เติมฝอยทอง ลูกพลับ ฟักเชื่อมเข้าไปเป็นไส้หวาน เราสั่งไส้เค็ม และไส้ปูซึ่งคุณปูมาต่อยอด นำเนื้อปูมาปรุงเป็นไส้ได้อร่อยจนอยากบอกต่อดังๆ
จบข้าวแช่รอบบ่ายสามโมงไปหลังเวลาเคารพธงชาติ ด้วยการเดินชมสวนดอกมะลิ ดอกชมนาด กลิ่นหอมหลักของการจรุงน้ำข้าวแช่ที่หอมกรุ่นกลิ่นดอกมะลิที่คุณปูดูแลอย่างใกล้ชิด
สรุปสั้นๆ คือ ข้าวแช่บ้านวรรณรัตน์มีให้รับประทานกันทุกฤดูกาล ยกเว้นเวลาที่ดอกมะลิไม่ยอมบาน (ราวพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์) เท่านั้นเอง
พิกัด : 543/324 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
ติดต่อ : โทร. 08 1371 0124 จอดรถได้ที่ : มูลนิธิพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
เฟซบุ๊ก “ข้าวแช่วรรณรัตน์” https://www.facebook.com/profile.php?id=100033535309901
เปิดให้บริการเฉพาะผู้ที่จองล่วงหน้า 3 รอบต่อวัน 10.00-12.00 , 12.30-14.30 และ 15.00-17.00





