"วันสตรีสากล" (International Women's Day ) ตรงกับวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี บรรดาโรงคั่วและร้านกาแฟในต่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสิทธิสตรี ต่างจัดแคมเปญรณรงค์ในระดับสากล ล้อไปกับตัวโครงการ "ผู้หญิงในห่วงโซ่กาแฟ" (Women In Coffee) ที่เปิดตัวครั้งแรกในวันกาแฟโลกเมื่อปี 2018 โดยองค์กรกาแฟระหว่างประเทศ มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนผู้หญิงทำงานในไร่กาแฟขนาดเล็ก ที่ปัจจุบันครอบคลุมไปถึงโครงการสนับสนุนสตรีในอาชีพกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ
ปีนี้เป็นอีกปีที่บทบาทผู้หญิงในห่วงโซ่อุปทานกาแฟ ยังคงมีความสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน “แอฟริกา” และ “ละตินอเมริกา” ที่มีการมุ่งเน้นด้านการเสริมสร้างความเสมอภาค, การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการฝึกอบรมทักษะ เพื่อเพิ่มบทบาทเกษตรกรหญิง
วันสตรีสากล 8 มีนาคมของทุกปี โรงคั่วและร้านกาแฟต่างประเทศจัดแคมเปญรณรงค์ ล้อไปกับตัวโครงการผู้หญิงในห่วงโซ่กาแฟ (ภาพ : Yến Yến on Unsplash)
ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 17 เมื่อกาแฟเริ่มเป็นที่นิยมในโลกตะวันตก ร้านรวงกาแฟที่เรียกกันในขณะนั้นว่า "คอฟฟี่เฮ้าส์" กลายเป็นศูนย์รวมของผู้ชายและกลุ่มปัญญาชน ผู้หญิงยังไม่ได้รับอนุญาตให้มีส่วนร่วมในกระบวนการชงกาแฟ หรือแม้แต่เข้าไปนั่งดื่มกาแฟในร้าน
อย่างไรก็ตาม ในศตวรรษนี้ ผู้หญิงจำนวนมากเข้ามามี "บทบาท" มากขึ้น เป็นฟันเฟืองสำคัญในธุรกิจกาแฟ เริ่มตั้งแต่เป็นเจ้าของร้านกาแฟ, เจ้าของโรงคั่ว, มือแปรรูป, แชมป์โลกบาริสต้า, นักออกแบบรสชาติ, นักประเมินคุณภาพกาแฟระดับสากล และเทรนเนอร์สอนชงกาแฟแล้ว ผู้หญิงยังมีเป็นเจ้าของไร่กาแฟที่หลายไร่ได้คะแนนคัปปิ้งสกอร์ในระดับสูง
ผู้หญิงมีสัดส่วนประมาณ 70% ของ "แรงงาน" ในอุตสาหกรรมการผลิตกาแฟโลก โดยทำหน้าที่สำคัญ เช่น เก็บเกี่ยวผลผลิตและคัดแยกเอาสารกาแฟที่มีข้อบกพร่องออกไป แม้จะเป็นเช่นนั้น พวกเธอกลับเป็นเจ้าของไร่กาแฟในอัตราส่วนไม่ถึง 20%
แต่สัดส่วนตรงนี้กำลังขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างเช่น ในโคลอมเบีย ผู้ผลิตกาแฟ 31% เป็นผู้หญิง ทำให้ผู้หญิงกลายเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญในอุตสาหกรรมกาแฟนานาชาติ
แม้ในบ้านเรายังไม่มีตัวเลขอย่างเป็นทางการที่ระบุถึงจำนวนไร่กาแฟที่สตรีเป็นเจ้าของ แต่ปัจจุบันมีสตรีจำนวนมากผันตัวจากการทำงานประจำมาเป็นเจ้าของไร่กาแฟและโรงคั่วกาแฟ เช่น "ไร่กาแฟครอบครัวมะ" ขณะเดียวกัน แหล่งปลูกกาแฟอาราบิก้าในภาคเหนือ มีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่บริหารงานโดยสตรีจำนวนมาก
คาเฟ่ เฟเมนนิโน โมเดลต้นแบบระดับโลก ด้านการทำงานร่วมกันของไร่กาแฟที่ผู้หญิงเป็นเจ้าของหลายพันแห่งจาก 10 ประเทศ (ภาพ : facebook.com/CafeFemeninoProgram)
ในแอฟริกาและละตินอเมริกา มีการ "รวมตัว" กันของกลุ่มสตรีเจ้าของไร่กาแฟในรูปแบบของสหกรณ์ เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองราคา, ลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง, แบ่งปันทรัพยากร เทคโนโลยี และองค์ความรู้ รวมถึงเพื่อเข้าถึงตลาดส่งออกที่มีคุณภาพสูงขึ้น และยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ที่มั่นคงไปในตัว
ภาพรวมๆ คือ ส่งเสริมความก้าวหน้าในอาชีพการงานของสตรีในอุตสาหกรรมกาแฟ มักมีองค์กรเอกชนระดับสากลให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง
มีกลุ่มสหกรณ์และชมรมสมาคมกาแฟที่ก่อตั้งหรือบริหารโดยผู้หญิงที่ “โดดเด่น” หลายกลุ่มด้วยกัน เช่น กลุ่มเอเอ็มยูซีซีโคลอมเบีย หนึ่งในกลุ่มสตรีผู้ผลิตกาแฟที่เก่าแก่และเข้มแข็งที่สุดในโคลอมเบีย, กลุ่มรัมบากิร่า คอฟฟี่ ในรวันดา ที่เน้นสร้างรายได้ที่ยั่งยืนและการศึกษาให้กับบุตรหลานของสมาชิกหญิง และกลุ่มคานโยวู คอฟฟี่ เคอริ่ง แพลนท์ ในแทนซาเนีย ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปกาแฟออแกนิคในแบบสเปเชียลตี้
ตัวอย่างดีๆของกลุ่มความร่วมมือลักษณะนี้ คือ "คาเฟ่ เฟเมนนิโน" (Café Femenino) ซึ่งเป็นโมเดลต้นแบบระดับโลกในการทำงานร่วมกันของไร่กาแฟที่ผู้หญิงเป็นเจ้าของหลายพันแห่งใน 10 ประเทศ
ในปีค.ศ. 2003 เกษตรกรหญิงจำนวน 464 คน ในภาคเหนือของเปรู ไม่ยอมทนกับสังคมที่ "ผู้ชาย" เป็นใหญ่และมีอำนาจควบคุมทางการเงินอีกต่อไป ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลง จึงแยกการผลิตกาแฟของพวกเธอออกจากของผู้ชาย เพื่อมีผลิตภัณฑ์และรายได้เป็นของตัวเอง
จากนั้นได้ร่วมมือกับพันธมิตรทางการค้า ก่อตั้งคาเฟ่ เฟเมนนิโน โครงการที่มุ่งเน้นเรื่องสิทธิความเท่าเทียมของสตรีเพศและเสริมสร้างศักยภาพให้กับผู้ผลิตกาแฟหญิงทั่วโลก
ปัจจุบัน คาเฟ่ เฟเมนนิโน มีสมาชิกหลายพันคนทั่วโลกผ่านสหกรณ์ต่างๆ โดยสมาชิกหลักมาจากเปรู ตามด้วยอินโดนีเซีย, โคลอมเบีย, กัวเตมาลา, เม็กซิโก, บราซิล, โบลิเวีย, นิการากัว และรวันดา หนึ่งเดียวจากทวีปแอฟริกา
โรงคั่วกาแฟในโลกตะวันตกที่เป็นลูกค้า "ผูกปิ่นโต" กับคาเฟ่ เฟเมนนิโน มีเป็นร้อยแห่ง ทั้งจากสหรัฐอเมริกา,แคนาดา,อังกฤษ และออสเตรเลีย โดยมีสัญญาข้อหนึ่งว่า โรงคั่วกาแฟที่เข้าร่วมโครงการนี้ ต้องบริจาคอย่างน้อย 5 เซนต์ต่อทุกสารกาแฟที่ซื้อไปในน้ำหนักหนึ่งปอนด์ ให้กับมูลนิธิคาเฟ่ เฟเมนนิโน ด้วย
ในเคนย่า มีบริษัททำธุรกิจกาแฟพิเศษชื่อ "คาฮาวา 1893" (Kahawa 1893) ก่อตั้งโดยมาร์กาเร็ต นยามัมโบ เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟรุ่นที่ 3 จากเคนย่า เธอตั้งบริษัทนี้เพื่อช่วยเสริมสร้างศักยภาพให้กับผู้หญิงในธุรกิจกาแฟ คัดสรรกาแฟเกรดพิเศษและหายากจากแอฟริกาตะวันออก
กลุ่มสหกรณ์และชมรมเหล่านี้ มักมีลูกค้าขาประจำซื้อสารกาแฟกันทุกปี ทั้งบริษัทค้ากาแฟ, ร้าน และโรงคั่วกาแฟ ส่วนใหญ่มาจากอเมริกาเหนือ,ยุโรป และออสเตรเลีย แล้วก็มีจำนวนไม่น้อยที่เจ้าของหรือผู้บริหารเป็นผู้หญิง และให้ความสำคัญกับคอนเซปท์ผู้หญิงในห่วงโซ่กาแฟ มุ่งเน้นสนับสนุน "ผู้หญิงตลอดห่วงโซ่อุปทาน" ตั้งแต่ผลิต,จำหน่าย และบริโภค
เกิร์ลส์ ฮู กรายด์ คอฟฟี่ โรงคั่วกาแฟอิสระจากอังกฤษที่ก่อตั้งโดยผู้หญิง คัดสรรกาแฟพิเศษจากผู้ผลิตที่เป็นผู้หญิงเท่านั้น (ภาพ : facebook.com/girlswhogrindcoffee)
- "เกิร์ลส์ ฮู กรายด์ คอฟฟี่" (Girls Who Grind Coffee) โรงคั่วกาแฟอิสระจากอังกฤษที่ก่อตั้งโดยผู้หญิงแห่งนี้ที่ชื่อแปลเป็นไทยประมาณว่า สาวๆ ผู้บดกาแฟ คัดสรรกาแฟพิเศษจากผู้ผลิตที่เป็นผู้หญิงเท่านั้น ประกาศตนเป็นเสมือนตัวแทนของสตรีเพศในอุตสาหกรรมไร่กาแฟ
ร้านนี้มีแคมเปญคืนเงิน 10% ของยอดขายจากกาแฟบางรุ่นให้กับผู้ผลิตผ่านโครงการ "แก้มชนแก้ม" (Cheek to Cheek) ด้วย
- "คาเฟซิต้า" (Cafecita) โรงคั่วกาแฟและร้านกาแฟพิเศษในลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา มีผู้หญิงเป็นผู้บริหารงาน เน้นความร่วมมือกับฟาร์มกาแฟและสหกรณ์กาแฟซึ่งบริหารงานโดยผู้หญิง เช่น ไร่กาแฟย่านเวเวเตนังโกในกัวเตมาลา และสถานีแปรรูปกาแฟกาชารูในรวันด้า
โรงคั่วนี้ก่อตั้งโดยทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ให้คำมั่นสัญญาว่าเกษตรกรหญิงทุกคนจะได้รับค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม
- "ไซท์เซียร์ คอฟฟี่ โรสเตอร์ส" (Sightseer Coffee Roasters) โรงคั่วกาแฟในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา คัดสรรเมล็ดกาแฟจากผู้ผลิตที่เป็นผู้หญิงชนิด 100% สโลแกนคืออยากแก้ไขความไม่สมดุลทางเพศที่สตรีมักถูกใช้เป็นแรงงาน ไม่ค่อยได้ดำรงตำแหน่งผู้นำหรือเจ้าของกิจการ
ซิตี้ เกิร์ล คอฟฟี่ โรงคั่วกาแฟอิสระในรัฐมินเนสโซต้า นำรายได้ส่วนหนึ่งไปสนับสนุนด้านการเงินและการศึกษาแก่ผู้หญิงในอุตสาหกรรมกาแฟ (ภาพ : facebook.com/CityGirlCoffee)
- "ซิตี้ เกิร์ล คอฟฟี่" (City Girl Coffee) โรงคั่วกาแฟอิสระในมินเนสโซต้า สหรัฐอเมริกา แสวงหาเมล็ดกาแฟจากฟาร์มและสหกรณ์ที่ผู้หญิงเป็นเจ้าของหรือบริหารจัดการเท่านั้น รายได้ส่วนหนึ่งจากการขาย จะนำไปสนับสนุนด้านการเงินและการศึกษาแก่ผู้หญิงในอุตสาหกรรมกาแฟ
เมล็ดกาแฟคั่วบรรจุถุงหลายตัว ของร้านบีน แอนด์ บีน โรสเตอร์ส ในนิวยอร์ก เจ้าของคอลเลกชั่นกาแฟพิเศษ "ผู้หญิงขับเคลื่อนกาแฟ" (ภาพ : facebook.com/beannbeancoffee)
- "บีน แอนด์ บีน โรสเตอร์ส" (Bean & Bean Coffee Roasters) โรงคั่วกาแฟอิสระในนครนิวยอร์ก เปิดตัวเมื่อปีค.ศ. 2008 เน้นส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศในอุตสาหกรรมกาแฟ และดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ก่อตั้งโดยเรเชลและจียุน ฮัน สองแม่ลูกที่ต่างเป็นคิว-เกรดเดอร์เหมือนกันทั้งคู่ กว่าครึ่งหนึ่งของเมล็ดกาแฟที่ใช้ของร้าน มาจากไร่และสหกรณ์กาแฟที่ผู้หญิงเป็นเจ้าของหรือบริหารจัดการ
เป็นเจ้าของคอลเลกชั่นกาแฟพิเศษ ชื่อว่า "ผู้หญิงขับเคลื่อนกาแฟ" (Women Powered Coffee) จากไร่กาแฟที่บริหารโดยผู้หญิงในเปรู, ปานาม, บราซิล, โคลอมเบีย และสุมาตรา มีทั้งแบบคั่วอ่อน,คั่วกลาง และคั่วเข้ม วางจำหน่ายหน้าร้านและทางออนไลน์
ในประเทศไทย มีโรงคั่วและร้านกาแฟหลายแห่งที่ให้ความสำคัญกับการสนับสนุน "ผู้หญิงในห่วงโซ่กาแฟ" ทั้งในระดับเกษตรกรเจ้าของไร่และนักคั่วกาแฟ เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมและการเติบโตที่ยั่งยืน มีการจัดแคมเปญบ้างในบางโอกาสที่สำคัญๆ ไม่ได้ปวารณาตัวเป็นธุรกิจกาแฟของผู้หญิง เพื่อผู้หญิง โดยผู้หญิง เหมือนโลกตะวันตก
แต่ต่อให้คิดอยากทำ ก็ทำไม่ได้แบบเต็มร้อย เพราะสต๊อกกาแฟคงมีไม่มากพอ ทราบกันดีว่าไร่กาแฟที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของหรือบริหารนั้นมีน้อยมาก
ร้านกาแฟในดับลิน โรสเต็ด โนทส์ สเปเชียลิตี้ คอฟฟี่ เปิดตัวโครงการพารา อีลา (เพื่อตัวเธอ) เสริมศักยภาพเกษตรกรหญิงในห่วงโซ่อุปทานกาแฟ (ภาพ : facebook.com/roastednotescoffee)
ผู้เขียนไปเห็นข่าวมาข่าวหนึ่ง น่าสนใจมาก เนื้อหามีดังนี้
เนื่องในวันสตรีสากลปีนี้ "โรสเต็ด โนทส์ คอฟฟี่" (Roasted Notes Coffee) โรงคั่วกาแฟพิเศษในดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ ร่วมสนับสนุนวันสตรีสากล 8 มีนาคม ด้วยการเปิดตัวโครงการพารา อีลา (Para Ela - เพื่อตัวเธอ) จัดหากาแฟพิเศษจากย่านคัมโปส อัลโตส ในรัฐมินัสเชไรส์ ประเทศบราซิล เพื่อเสริมศักยภาพเกษตรกรหญิงในห่วงโซ่อุปทานกาแฟ
ล่าสุดของล่าสุด บริษัทผู้จัดจำหน่ายกาแฟพิเศษในอังกฤษ ชื่อ "แพ็ค คอฟฟี่" (Pact Coffee) ประกาศจัดหาเมล็ดกาแฟเข้าร้านทั้งหมด 100% จากเกษตรกรหญิง 20 ราย ตลอดเดือนมีนาคมปีนี้ เช่น บราซิล, รวันดา, ฮอนดูรัส, แทนซาเนีย และโคลอมเบีย คิดแล้วมีปริมาณรวมกันมากถึง 45,000 กิโลกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่ทำลายสถิติจากปีก่อนๆ
ผู้บริหารหญิงของแพ็ค คอฟฟี่ บอกว่า ทุกครั้งที่ซื้อกาแฟผ่านช่องทางธุรกิจของเรา คุณจะได้ช่วยสนับสนุน “ภารกิจ” ของกลุ่มเกษตรกรหญิง ทำให้พวกเธอสามารถสรรหาสมาชิกเพิ่ม, จัดการฝึกอบรมอย่างสม่ำเสมอ และแบ่งปันเทคนิคต่างๆ เพื่อพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านกาแฟให้ดียิ่งขึ้นไป
ในฐานะคอกาแฟ ผู้เขียนเห็นด้วย 100% กับประโยคของผู้บริหารหญิงแพ็ค คอฟฟี่ ไม่ใช่เฉพาะวันสตรีสากล 8 มีนาคม แต่รวมไปถึงในทุกๆวันด้วยครับ





