การรวมพลังเพื่อต่อสู้กับภาวะ ทุพโภชนาการในเด็ก ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกได้รับการสานต่ออย่างต่อเนื่องเมื่อ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เตรียมจัดงาน UNICEF Blue Star Gala 2026 (ยูนิเซฟ บลูสตาร์ กาล่า 2026) เพื่อระดมทุนสนับสนุนโครงการด้านโภชนาการภายใต้แคมเปญ ‘กินไรดี #HungryForHope’ เพื่อต่อสู้กับภาวะทุพโภชนาการ (Malnutrition) ในเด็ก
ทุพโภชนาการ เป็นภาวะซึ่งเกิดขึ้นจากการรับประทานอาหารไม่สมดุลกัน อาจมีสารอาหารบางอย่างได้รับไม่เพียงพอ เกิน หรือผิดสัดส่วน
นาย เคน เลกินส์ ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “ภาวะทุพโภชนาการในเด็กยังคงเป็นปัญหาที่น่ากังวลอย่างยิ่งทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก เด็กจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าและโภชนาการที่เหมาะสม และต้องเผชิญกับทั้งภาวะขาดสารอาหารและโรคอ้วน”
สถิติพบว่า ทั่วโลกมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี จำนวนมากกว่า 150 ล้านคนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะ เตี้ยและแคระแกร็น เนื่องจากได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ และจำนวนมากกว่า 35 ล้านคนที่มี น้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน เนื่องจากสภาพแวดล้อมด้านอาหารที่เป็นอันตราย รวมถึงการตลาดของอุตสาหกรรมและการเข้าถึงอาหารแปรรูปได้ง่ายขึ้น พร้อมกับระดับกิจกรรมทางกายที่ต่ำลง
“เด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการ ไม่ว่าจะขาดสารอาหารและเป็นโรคอ้วน ทำให้เสี่ยงต่อไปในการไม่เติบโตอย่างมีศักยภาพ พวกเขาอาจไม่สามารถสูงเต็มที่ตามศักยภาพที่ควรจะเป็น สมองอาจไม่พัฒนาเต็มที่ตามศักยภาพทางสติปัญญา” ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวและให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ภาวะทุพโภชนาการในเด็กไทย ไว้ดังนี้
- กลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ร้อยละ 13 มีภาวะ เตี้ยแคระแกร็น
- กลุ่มเด็กอายุ 6–14 ปี มีภาวะ น้ำหนักเกินและโรคอ้วน เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากร้อยละ 6 เป็นร้อยละ 13
- กลุ่มวัยรุ่นอายุ 15–18 ปีมีภาวะ น้ำหนักเกิน หรือเป็น โรคอ้วน ร้อยละ 14
- สหพันธ์โรคอ้วนโลก (World Obesity Federation) คาดการณ์ว่า ภายในปี 2578 ร้อยละ 60 ของเด็กอายุ 5–19 ปีในประเทศไทยจะมี น้ำหนักเกิน หรือเป็น โรคอ้วน หากไม่มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วน
“งานยูนิเซฟ บลูสตาร์ กาล่า ไม่ใช่เพียงงานระดมทุน แต่เป็นการแสดงพลังความร่วมมือและความรับผิดชอบร่วมกัน เพราะภาวะทุพโภชนาการในเด็กไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง หากแต่เป็นความรับผิดชอบของเราทุกคน ยูนิเซฟขอขอบคุณสตรีผู้ทรงอิทธิพล ทั้ง 4 ท่านและเชฟทุกท่าน ที่ได้ใช้บทบาทความเป็นผู้นำ อิทธิพล และเวทีของตนเอง ร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับเด็ก ๆ” นายเคน กล่าว
มาริษา เจียรวนนท์, เคน เลกินส์ และ ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล
งาน UNICEF Blue Star Gala 2026 ได้รับความร่วมมือจาก สตรีผู้ทรงอิทธิพลของไทย 4 ท่าน ได้แก่ นวลพรรณ ล่ำซำ, บุษดี เจียรวนนท์, มาริษา เจียรวนนท์ และ ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล พร้อมด้วย เชฟระดับมิชลิน 8 ท่าน รวม 12 ดาว ทั้งจากไทย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ร่วมกันรังสรรค์เมนูพิเศษเพื่อสร้างความตระหนักรู้และระดมทุนช่วยเหลือเด็กๆ
มาริษา เจียรวนนท์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ Chef Cares ผู้ผลักดันแนวคิด 'อาหารเพื่อสังคม' หรือ Culinary Philanthropy แสดงมุมมองเกี่ยวกับวิกฤตสุขภาพคนไทยและแนวทางการแก้ไขผ่าน ‘โภชนาการ’ ว่า เมื่อ 9 ปีที่แล้วหลังเดินทางจากฮ่องกงมาใช้ชีวิตครอบครัวอยู่ที่เมืองไทย สังเกตบุคคลรอบตัวรวมถึงเพื่อนและญาติมีปัญหา โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) กันมาก อาทิ เบาหวาน โรคอ้วนและโรคหัวใจ เชื่อว่ามีสาเหตุหลักมาจาก พฤติกรรมการกิน ที่ติดรสหวานและเค็มเกินไป
การจะให้การศึกษาเด็กๆ เรื่องแคลอรี่หรือสารอาหารต้องใช้เวลานานและเปลี่ยนพฤติกรรมได้ยาก มาริษาจึงเลือกสร้างทางเลือกที่จับต้องได้ทันที โดยริเริ่มโครงการผลิต อาหารพร้อมรับประทานเพื่อสุขภาพ ที่ไม่ใส่ผงชูรส และควบคุมปริมาณโซเดียม น้ำตาล ไขมัน (ไม่เน้นของทอด) ในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อให้คนทุกกลุ่มสามารถดูแลร่างกายได้ง่ายขึ้นผ่านโครงการ Chef Cares
นอกจากนี้ มาริษายังให้ความสำคัญกับการปลูกฝัง โภชนาการที่ดีในเด็ก ผ่านโครงการโปรแกรม Skill Center ให้ความรู้และการสร้างทักษะร่วมกับ ยูนิเซฟ ความร่วมมือเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อลดช่องว่างทางสังคมด้านอาหารและสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืนให้กับคนในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
“ในฐานะคุณแม่ของลูก 4 คน ดิฉันมองว่าโภชนาการต้องเริ่มตั้งแต่เด็ก ไม้อ่อนดัดง่าย เพราะหากโตไปโดยไม่มีความรู้เรื่องนี้จะแก้ไขพฤติกรรมการกินได้ยากมาก” มาริษา กล่าว
ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่ซึ่งสนับสนุนการพัฒนา เด็กปฐมวัย กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาสุขภาพเด็กตั้งแต่ปฐมวัยว่า ‘นมแม่’ นอกจากมีความสำคัญที่สุดและเป็นโภชนาการที่เติมเต็มคุณภาพชีวิตเด็กตั้งแต่แรกเกิด การให้ความรู้เกี่ยวกับโภชนาการในเด็กปฐมวัยก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน
เนื่องจากอนาคตเด็กคืออนาคตชาติ การลงทุนในเด็กเล็กจะให้ผลกลับมาที่สูง เป็นความภาคภูมิใจขององค์กรที่ได้ลงทุนเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้ร่วมมือกับผู้รู้อย่าง ยูนิเซฟ ในการผลักดันนโยบายด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัยในประเทศไทย มั่นใจว่ากลุ่มเด็กที่เปราะบางที่สุดจะสามารถเข้าถึงศักยภาพสูงสุดของตนได้ในอนาคต
“เราเป็นร้านค้าปลีก กิจกรรมที่ได้ดำเนินการไปแล้วเมื่อปี 2567 คือร่วมมือกับ ‘องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย’ เปิด Healthy Checkout Lanes หรือ ‘ช่องแคชเชียร์เพื่อคนรักสุขภาพ’ ที่บิ๊กซีให้ได้ 200 สาขาในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมซีเอสอาร์ของ มูลนิธิ บีเจซี บิ๊กซี ในการส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัยเพื่อยกระดับโภชนาการของเด็กปฐมวัยในประเทศไทย ให้พวกเขามีโอกาสเริ่มต้นชีวิตอย่างดีที่สุด ขณะนี้ทำไปได้แล้ว 30 สาขาใหญ่” ฐาปณี กล่าว
เชฟชุมพล แจ้งไพร หัวหน้าครัว R-Haan ร้านอาหารมิชลินสองดาวต่อเนื่องหลายปี หนึ่งในเชฟชื่อดัง 8 ท่านซึ่งสร้างสรรค์เมนูในงาน UNICEF Blue Star Gala 2026 กล่าวว่า คนทำอาหาร ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ที่บ้านหรือครูที่โรงเรียน คือคนสำคัญที่สุด เพราะเด็กเล็กยังไม่สามารถเลือกสารอาหารเองได้ ผู้ใหญ่จึงมีหน้าที่เป็นผู้ชี้แนะและหยิบยื่นสิ่งที่มีประโยชน์ให้
“ในการทำอาหารให้เด็ก สิ่งสำคัญที่สุดคือ คุณภาพ (Quality) ทั้งทางกายภาพและชีวภาพต้องเป็นอันดับหนึ่ง ส่วน ความอร่อย (Tasty) เป็นอันดับสอง แต่ต้องทำให้ทั้งสองอย่างอยู่คู่กันได้เพื่อให้เด็กยอมรับการกินอาหารสุขภาพ” เชฟชุมพล กล่าว
สำหรับแนวคิดการสร้างสรรค์เมนูอาหารเพื่อสุขภาพและการสร้างแรงบันดาลใจด้านโภชนาการของอาหารที่เสิร์ฟในงาน UNICEF Blue Star Gala 2026 ของเชฟชุมพลคือ 5 คำ 5 สารอาหาร 5 ภูมิภาค หมายถึงการปรุงอาหาร 5 คำ โดยใช้วัตถุดิบเด่นจาก 5 ภูมิภาคของไทยมานำเสนอให้ครบ 5 หมู่ทางโภชนาการ ได้แก่
- ภาคอีสาน: ลาบเนื้อทอดและไข่ผำ (โปรตีน)
- ภาคกลาง: ข้าวเกรียบปากหม้อไส้แห้วสุพรรณบุรี (คาร์โบไฮเดรต)
- ภาคตะวันออก: สับปะรดสีทองตราด ขนมจีนซาวน้ำไข่ปูระยอง (วิตามิน)
- ภาคใต้: ข้าวยำน้ำบูดูผักกูดปลากุเลาเค็มตากใบ (เกลือแร่)
- ภาคเหนือ: อโวคาโดกับมันปู (ไขมันดี)
“ผมต้องการสื่อให้เห็นว่าประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์มาก และเราสามารถกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ได้ในมื้อเดียวจากวัตถุดิบธรรมชาติ” เชฟชุมพลกล่าว
เชฟโจ ณพล จันทรเกตุ และ เชฟซากิ โฮชิโนะ เจ้าของร้านอาหารหนึ่งดาวมิชลิน Nawa Thai Cuisine นำเสนอเมนูของว่าง (Snack) ที่เน้นสุขภาพและรสชาติไทยแท้ เช่น เมี่ยงคำเนื้อรมควัน ใช้สมุนไพรหลายชนิดที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ, ขนมทองพลุแกงปู นำเสนอความสมบูรณ์ของวัตถุดิบในบ้านเรา และ ปลาญี่ปุ่น นำมาบ่ม(Aged) ปรุงสไตล์ ‘พล่า’ หรือ ‘เซวิเช่’ เสิร์ฟคู่กับมันแกวฤทธิ์เย็นเพื่อความสดชื่นเหมาะกับอากาศเมืองไทย
เชฟปริญญ์ ผลสุข และภริยา ธัญญพร จารุกิตติคุณ ผู้ร่วมก่อตั้ง ‘สำรับสำหรับไทย’ ร้านอาหารไทยหนึ่งดาวมิชลิน กล่าวว่าแรงบันดาลใจสำคัญในการทำอาหารสำหรับงานนี้มาจาก ลูกและครอบครัว โดยมองว่าการมีโภชนาการที่ดีต้องเริ่มต้นที่บ้าน พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีเพื่อให้เด็กซึมซับพฤติกรรมการกินที่ถูกต้อง ซึ่งจะส่งผลให้สังคมดีตามไปด้วย
เชฟซาชิน ปูจารี เจ้าของ INDDEE ร้านอาหารอินเดียสมัยใหม่ย่านหลังสวน รางวัลมิชลินสองดาว นำเสนออาหารอินเดียจากแคว้นพิหารซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกของอินเดียที่เน้นไฟเบอร์และสารอาหารสูง โดยนำ วัตถุดิบท้องถิ่นไทย มาปรุงตามตำรับอินเดีย เพื่อแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานทางวัฒนธรรม
ยังมีเชฟซึ่งร่วมสร้างสรรค์เมนูอีก 3 ท่าน คือ เชฟชุดารี เทพาคำ แห่งร้านบ้านเทพา เชฟหญิงไทยคนแรกที่ได้รับมิชลินสองดาว และ Michelin Young Chef Award 2024 ได้รับการยกย่องด้านความคิดสร้างสรรค์และภาวะผู้นำในวงการอาหารของไทย
เชฟชิโนบุ นามาเอะ เชฟและนักเคลื่อนไหวเรื่องความยั่งยืน ผู้ร่วมก่อตั้ง L’Effervescence ร้านอาหารญี่ปุ่นไฟน์ไดนิ่งแนวคิดยั่งยืน มิชลินสามดาวและมิชลินกรีนสตาร์
เชฟโช ฮีซุก หนึ่งในเชฟและนักวิจัยด้านอาหารที่ได้รับการยกย่องมากของเกาหลี รวมทั้งเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติจากการยกระดับอาหารเกาหลีดั้งเดิม เจ้าของร้านอาหาร Hansikgonggan นำเสนออาหารเกาหลีในฐานะ ‘เรื่องเล่าทางวัฒนธรรม’ เจ้าของรางวัล Asia’s Best Female Chef และ Michelin Mentor Chef Award
งาน UNICEF Blue Star Gala 2026 กำหนดจัด วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2569 ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก เวลา 18.00 น. ผู้สนใจเข้าร่วมงานกาล่าติดต่อสอบถามได้ที่คุณชฎาภา ไกรลาสสุวรรณ อีเมล [email protected] หรือโทร.0 2356 9216
รายได้จากงานกาล่านำไปสนับสนุนโครงการด้านโภชนาการและโครงการอื่นๆ ของยูนิเซฟทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก เพื่อให้เด็กทุกคนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่สุด ได้เติบโตอย่างแข็งแรง มีสุขภาพดี
และพร้อมก้าวสู่อนาคตที่สดใส
- ภาพ : องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย





