‘ยิ่งกี่เป็ดย่างฮ่องกง’ นอกจาก ‘เป็ดย่าง’ หนังกรอบ เนื้อนุ่ม ยังมี ‘หมูแดงอบน้ำผึ้ง’ เมนูอื่นๆ อาทิ ‘ออส่วน’ หอยนางรมสดหวานหอม และกระเพาะปลาน้ำแดง
เพื่อนกินรุ่นพี่ยืนยันว่า เป็ดย่าง ร้าน ยิ่งกี่เป็ดย่างฮ่องกง อร่อย แท้ แน่นอน ผูกปิ่นโตกินร้านนี้เป็นประจำนานนับทศวรรษ หมูหวานชวนชิม จะช้าอยู่ใยรีบรุดไปพิสูจน์ ความอร่อย ให้ประจักษ์
พิกัดร้านอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล แค่ ซอยพระยาสุเรนทร์ 13 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา จัดมาเลยสิ่งที่ต้องชิม เป็ดย่างฮ่องกง และ หมูแดงอบน้ำผึ้ง
เมนูโปรดอยู่แล้ว เห็นเมนูนี้ที่ไหนเป็นต้องสั่ง อีกอย่างขอเป็น บะหมี่ขาปีกอบหม้อดิน รวมทั้ง ออส่วน เสิร์ฟมาแบบกระทะร้อนฉ่า
ประทับใจ เป็ดย่างฮ่องกง เราสั่งมาแบบเป็นกับข้าว รวบตึงทั้ง เป็ดย่าง และ หมูแดงอบน้ำผึ้ง แล้วสั่งข้าวเปล่ามาแบ่งกันคนละครึ่ง
ประทับใจเนื้อเป็ดย่างที่มันน้อยๆ หนังกรอบๆ น้ำราดข้าวหน้าเป็ดรสชาติกลมกล่อมถูกใจ เวลารับประทานเติมซีอิ๊วพริกดองลงไปเพิ่มรสชาติความเปรี้ยวเผ็ด ความอร่อย นั้นลงตัวสุดๆ
พนักงานสาวมาเสิร์ฟ ออส่วน เปิดฝาครอบที่โต๊ะ ควันฉุย หอมกรุ่น หน้าตาก็เหมือนออส่วนทั่วไป ทว่ารสชาติถูกใจไม่เบา แป้งเหนียวนุ่ม
หอยนางรม ขนาดตัวไม่เล็กไม่ใหญ่ทว่าอวบอิ่มสดหอมหวานมีคุณภาพ รับประทานกับซอสพริกแล้วเข้ากั๊นเข้ากัน ถ้ามาร้าน ยิ่งกี่เป็ดย่างฮ่องกง คราวหน้า 2 คนคงต้องชวนเพื่อนกินมาสัก 4 – 5 คน จะได้สั่งอาหารแบบจุใจ เพราะแอบเล็งไว้ยังมีอีกหลายเมนูที่น่า อร่อย
อาทิ ขาหมูฮ่องกง รวมทั้ง ‘คากิ’ ราดหน้าปลาเต้าซี่ กระเพาะปลาน้ำแดง ต้มกระเพาะหมู ต้มมะระซี่โครงหมู บะกุ๊ดเต๋ กุ้งอบวุ้นเส้น ผัดหมี่ฮ่องกง ผัดซีอิ๊วฮ่องกง ข้าวผัดปู/หมู/ไก่/กุ้ง/ทะเล
ที่ว่า ยิ่งกี่เป็ดย่างฮ่องกง อร่อยมาเกือบ 30 ปี (เปิดมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2540)มีดีกว่า เป็ดย่าง ก็ด้วยเหตุนี้มีอาหารจานเดียวอย่าง ข้าวผัดกะเพรา ผัดขี้เมา ฯลฯ อาหารตามสั่งอีกเพียบ
หมูหวานชวนชิม หันไปเจอเจ้าของร้าน เฮียกร หรือชื่อจริง กร จงจารุกวิน ปัจจุบัน(ปีพ.ศ.2569)อายุ 67 ปี เล่าว่า
สมัยก่อนไปเรียนหนังสือที่ฮ่องกง ตั้งแต่วัยเด็ก ไปอยู่กับอากู๋ ซึ่งมีอาชีพขาย เป็ดย่าง ตามประสาสุภาษิตไทยที่ว่า อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย
ว่างจากการเรียนก็ช่วยอากู๋ทำงานทุกอย่างจนมีวิชาการทำอาหารติดตัว พอเรียนจบพาคู่ชีวิต สาวฮ่องกง (คุณวิภา แซ่อึ้ง) กลับเมืองไทยมาสานต่อธุรกิจด้านก่อสร้างของที่บ้าน จนเจอวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ธุรกิจล้มละลาย
ในที่สุดจึงคว้าวิชา เป็ดย่างฮ่องกง ความรู้อีกสายงานออกมาหาเลี้ยงชีพ ฝีมือเฮียกรเป็นที่ประจักษ์ แก่คนใน ซอยพระยาสุเรนทร์ 3 แห่งนี้ แล้วแพร่หลายออกไป
ชื่อ ร้านยิ่งกี่ คำว่า ‘ยิ่ง’ มาจากแซ่ของคุณวิภาก็คือ ‘แซ่อึ้ง’ ส่วนคำว่า ‘กี่’ แปลว่า ‘ร้าน’ รวมๆแล้วก็หมายถึง ร้านของคนแซ่อึ้งนั่นเอง
“พ่อแม่ส่งผมไปเรียนหนังสือที่ฮ่องกงตั้งแต่เด็ก ทีนี้ญาติทางโน้นเขามีอาชีพขายเป็ดย่าง ไปช่วยเขาก็เลยเรียนทำเป็ดย่างไปไม่รู้ตัว
กลับจากฮ่องกงมาอยู่เมืองไทยทำธุรกิจก่อสร้าง ช่วงต้มยำกุ้ง ธุรกิจล่มสลาย ก็เลยเลยทำเป็ดย่างดูซิแป๊บเดียวผ่านมาเกือบ 30 ปีแล้ว สไตล์ร้านเป็ดย่างก็จะมีทั้งเป็ดพะโล้ ไก่ต้ม ไก่ซีอิ๊ว หมูหัน ฯลฯ เราก็ได้เรียนรู้ทุกอย่างจากอากู๋”
หากเป็ดที่มีทรงยาวๆหน่อย เหมาะกับการนำมาทำเป็ดพะโล้ เป็ดตัวละ 3 กิโลกรัม ย่างจนรีดไขมันออกหมดเหลือตัวละ 2 กิโลกรัม ร้านนี้ยังคงใช้เตาถ่าน แม้ต้นทุนจะแพงกว่า อบนานเกือบ 1 ชั่วโมง ก็จะได้เป็ดที่อร่อยกว่าย่างเตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้าแน่นอน
ราดหน้าปลาเต้าซี่, ออส่วนกระทะร้อน (หอยตัวขาวๆอวบอิ่มสะอาด), ผัดหมี่ฮ่องกง ล้วนเป็นจานโปรดของ เฮียกร ชอบตั้งแต่สมัยเด็ก จึงนำเมนูเหล่านี้มาทำขายในร้าน
ผัดซีอิ๊วฮ่องกง อร่อยไม่เหมือนที่อื่น กระเพาะปลาน้ำแดง เป็นเมนูที่ไม่ควรพลาด เฮียกรเล่าว่าเขาลงทุนซื้อกระเพาะปลากิโลกรัมละ 4,000 บาท
ทำมาขายหม้อและ 180 บาท(ปริมาณที่ให้เหมาะสมกับราคา) อร่อย สุดคุ้ม แถมยังใส่เนื้อปูกิโลกรัมละ 1,500 บาท เห็ดหอมกิโลกรัมและ 800 บาท ผสมอยู่ในนั้นอีกด้วย
แม้ช่วงแรกๆที่กลับมจากฮ่องกงมาทำธุรกิจ ทว่าทุกตรุษจีน ยังเข้าครัวปรุงอาหารอร่อยๆเสมอ ช่วงอายุ 10 กว่ากลับมาเที่ยวเมืองไทย สั่งเตาย่างเป็ดฮ่องกงโดย เขียนแบบให้กับร้านตีเหล็กแถวเยาวราช ตอนหลังเตาแบบนี้มีขายแถวๆกล้วยน้ำไท
หมูหวานชวนชิม ว่าถ้าอยากกินอาหารฮ่องกงแท้ๆ ต้องมาที่ ยิ่งกี่เป็ดย่างฮ่องกง แล้วล่ะ หมูหวานชวนคุยไปเรื่อย จนทราบว่าเฮียกรเขา มีลูกชาย 2 คน
ทำงานด้านโปรแกรมเมอร์ ให้ออกมาช่วยงานที่ร้านเงินดีกว่าเยอะ(ฮา) ส่วนลูกชายอีกคนเรียนด้านแพทย์แผนไทย ศาสตร์การฮีลลิ่งฯลฯ ว่างๆก็ลงมาช่วยงานที่ร้านเช่นกัน ส่วนลูกสาวสองคนแต่งงานออกไปสร้างครอบครัวใหม่แล้ว
บรรยากาศภายในร้าน โต๊ะ เก้าอี้ สไตล์ร้านหยำฉ่าในฮ่องกง
ร้านเป็ดย่างฮ่องกง เป็นร้านอาหารที่บริษัทแถวนี้ จะมาฝากท้องมื้อกลางวันกันเยอะ เพราะมีห้องแอร์เย็นฉ่ำ ไม่ต้องลำบากหาที่จอดรถ
ลูกค้าบางคนผูกปิ่นโตกันมายาวนานตั้งแต่พ่อแม่เป็นแฟนกันจน แต่งงาน มีลูก ตอนนี้ลูกพาลูกมากินอาหารที่ร้านนี้ หมูหวานชอบบรรยากาศร้านที่มี โต๊ะ-เก้าอี้ สไตล์ฮ่องกง เฮียกรเล่าว่าเป็นโต๊ะแบบร้านหยำฉ่า ในฮ่องกง บอกเลยเป็นอีกร้านในดวงใจ ที่ต้องมาฝากท้องอีกแน่นอน





